เฉินเฟย พุ่งเข้ามาหา ฟางหยวนด้วยความเร็วจากตบะที่มีทั้งหมด มันได้ใช้กระบวนท่า อัคคีคู่ ออกมานั่นหมายความว่ามัน้าใช้ กระบวนท่าสุดยอดของมัน
ปลิดชีพ ฟางหยวนในครั้งเดียว แต่นึกหรอว่ามันจะใช้ได้ผลและ ฟางหยวน จะไม่รู้กลอุบายของมัน ฟางหยวน เตรียมแผนรับมือมันหลายวิธีแล้ว ซึ่งวิธีที่มันใช้ก็
เป็นไปตามคำนวณของ ฟางหยวน ราวกับมันเป็นแค่หุ่นเชิด เสียอย่างนั้น ฟางหยวนได้โคจรตบะ ที่มีไว้ที่เท้าทั้งสอง และหลบหลีกท่าอัคคีคู่ ของเฉินเฟยที่ใช้มือทั้งสองข้าง
อย่างง่ายดาย เฉินเฟยมันตกตะลึงมากที่สุด มันไม่นึกเลยว่าสุดยอดวิชาของมันจะถูกอ่านทางออก ได้ง่ายเยี่ยงนี้ ฟางหยวน ไม่รอช้า เขาได้โคจรปราณทมิฬทั้งหมดในร่าง ไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง
แต่ในขณะเดียวกันนั้น ชายชราและเด็กหนุ่มคนนึงที่อยู่บนหอ ผู้อาวุโสก็ได้นั่งดู การประลองของ ฟางหยวน กับ เฉินเฟยตั้งนานแล้ว ชายชราได้กล่าวกับเด็กชายในช่วงก่อนเริ่มการประลองว่า
"หยางจื่อ เจ้าคิดยังไง กับการประลองที่จะเกิดขึ้นในตอนนี้" ชายชรากล่าว เด็กชายได้ตอบกลับมาว่า "ข้า แค่คิดอยู่อย่างเดียวว่า ถ้าบุคคลที่ศิษย์น้อง พามานั้นแพ้มันก็ไม่ควรที่จะอยู่ทีนี้"
"อืม ข้าก็คิดเช่นนั้นแหละ" แต่ตอนนี้ในขณะที่ ฟางหยวน ได้รวมปราณทมิฬ ไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองนั้น ทำให้ชายชรา และเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ตกตะลึงอย่างแท้จริง วาจาที่เคยได้กล่าวออกมาก่อนหน้านั้น
มันทั้งสองได้สะบัดออกจาก หัวของพวกมันทันที ชายชราได้กล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึงว่า "นี่....มัน ไม่น่าเชื่อว่ามันมีปราณทมิฬ!" เด็กหนุ่มได้กล่าวตอบกลับไปยังชายชราว่า
"ใช่ ข้าเองก็คิดแบบเดียวกับท่าน แต่ปราณและตบะของมันยังต่ำต้อยนัก ยังไม่น่ากลัวซะทีเดียว" "อืมคงเป็นเช่นนั้น" ชายชรากล่าวตอบ
"แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ก็รู้ผลแล้ว ไปกันเถอะ หยางน้อย" ชายชรากล่าวกับเด็กหนุ่ม "ขอรับ ท่านอาจารย์"
นี่คือทางวิชาเดียวของฟางหยวน ในตอนนี้ แต่ก็ไม่เชิงนัก เนื่องจาก ฟางหยวน เป็นคนคิดค้นกระบวนท่าขึ้นมาเอง ทำให้มันอาจจะยังไม่ดีพอนัก มันมีชื่อว่า ฝ่ามือคู่ทมิฬ!
"รับนี่ไป ฝ่ามือคู่ทมิฬ!" ฟางหยวนซัดเฉินเฟยด้วย ฝ่ามือคู่ทมิฬไปที่จุดตันเทียน ของมัน นั่นทำให้ เฉินเฟยกระเด็นออกไปหลายจั้ง นั้นทำให้ ผู้คนรอบข้างตกตะลึงอย่างไม่น่าเชื่อ
ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ชายหญิงคู่หนึ่งก็ตกตะลึงเช่นกัน แต่หญิงสาวคนนั้นตกตะลึงได้ไม่นาน เธอก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเช่นเดิม
ชายหนุ่มได้กล่าวว่า "ไม่เสียแรงที่มาดูจริงๆ ฮ่าๆ ไปกันเถอะข้าว่าเราคงไม่มีธุระที่นี้แล้วล่ะ" หลังจากนั้น เฉินเฟยได้ลุกขึ้นมาจากพื้นดินที่แตกกระจาย
มันได้ตะลึงและหวาดกลัวถึงขีดสุด มันไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ฝึกตนที่อ่อนแอกว่ามันแค่นั้นจะทำให้มันอนาถ เช่นนี้ได้ มันได้ลองลุกขึ้นแต่ว่า อาการบาดเจ็บยังไม่หายไป
มันจึงโคจรปราณทั่วร่างเพื่อที่จะทำให้ตัวเองลุกขึ้นมาได้ แต่นั้นไม่เป็นผล ทำให้มันหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม เพราะว่า มีปราณแปลกๆสีดำทมิฬ โคจรอยู่รอบๆจุดตันเทียนของมัน และตอนนี้ได้เริ่ม
กระจายไปทั่วร่างของมันแล้วนั่นทำให้มัน ไม่สามารถควบคุมหรือโคจรปราณในร่างมันได้ นั่นคือหนึ่งในความสามารถของปราณทมิฬ
ที่มีผลในการยับยั้งปราณของคู่ต่อสู้ และมันได้ร้ายกาจมากกว่าเดิม เนื่องจาก คนที่ฉลาดล้ำอย่าง ฟางหยวน ได้ลองนำมันมาปรับใช้ศึกษา จนออกมาเป็นวิชาแรกของตน มันมีประสิทธิภาพสูงมาก
แต่ยังไม่สมบูรณ์เนื่องจาก ข้อเสียของมันจะทำให้ ปราณทมิฬที่อยู่ในร่างของ ฟางหยวน หมดไป นั่นทำให้ เขาไม่สามารถใช้มันต่อไปได้มากกว่า1ครั้ง นี่คือข้อเสียร้ายแรงอย่างหนึ่ง
ฟางหยวน ได้ตระหนักถึงสิ่งนี้แล้วตอนนี้เขาอ่อนแอ อย่างมาก เขาได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด ไปหยิบถุงของเฉินเฟยมา แล้วกลับไปที่ถ้ำเซียนของเขา