“ตาย ๆ นางสาลีตาย !”
คุณแม่บ้านหน้าซีดขาอ่อนมาทิ้งก้นนั่งแปะ ครูพิศกำลังรินน้ำใส่แก้วทำท่าว่าเข้ามาหาน้ำดื่มในครัวเหลียวไปเป็ทีสงสัย
“อยู่ๆ ขาไพ่ยกโขยงกันมา คุณหญิงสั่งคนรถไปซื้อข้าวกลางวันจากภัตตาคารโรงแรม แม่ครัวเอนหลังฟังวิทยุไม่ต้องทำกับข้าวตั้งบ่ายโมงสบายไปคน แต่นางสาลีไม่รอด !”
“เื่อะไรคะคุณแม่บ้าน”
“คุณหญิงกับเ้าหญิงวังไหนสักวัง เขาท้ากันไปท้ากันมา สุดท้ายลงหัวนางสาลี !”
“ท่านหญิง ไม่ใช่เ้าหญิง”
“ครูเอ๊ย อิฉันฟังจากละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ดูลิเกเพคะเพขา” คุณแม่บ้านกอดเข่ากระแทกเท้า “โฮ้ย ! เป็คนใช้ผู้ลากมากดีทำเคร่งทำขรึม อีสาลีเหนื่อย ! ทำคอแข็ง อีสาลีเมื่อย !”
“ท่านหญิงกับคุณหญิงท้ากันเื่อะไร”
“ทำขนมตำรับชาววัง คุณหญิงอยากตอกกลับเ้าหญิง เอ้ย ! ท่านหญิง ให้หน้าหงายว่าตำรับวังบ้านแกก็มีไม่ได้วิเศษวิโส เลยสั่งอิฉันทำขนม”
“แล้วมีปัญหายังไงคะ”
“กะทันหันเครื่องไม่ครบ แต่คุณหญิงแกไม่ยอมต้องทำเสิร์ฟ”
“ตลาดแค่นี้เอง ซื้อของที่ขาดมาก็ทัน”
“นางสาลีเละแน่!”
“อ้าว...ทำไมล่ะ ตกลงคุณแม่บ้านเคยเป็ข้าหลวงวังไหน”
“วิ...วิ...มุขมาศ” เสียงสั่นเบาปานกระซิบ
ครูพิศอึ้งไปอึดใจหนึ่ง “คุณแม่บ้านโกหกเขาทำไม”
“เราคนดิ้นรนทำมาหากินนะหนูนะ ลูกชายป้าขับรถเครื่องชนต้องหยุดงานเข้าโรงพยาบาล จ่ายค่าเสียหายเขาด้วย เงินทั้งนั้นป้าต้องกู้หนี้ยืมสิน แค่บอกว่าเป็ ‘ข้าหลวงเก่า’ เคยทำงานในวัง เรียกเงินเดือนเพิ่มได้สองสามเท่า ขนหน้าแข้งสดศรีสุดสวยไม่กระดิกหรอก แกชอบอะไรยี่เกแบบนั้น ป้าอาศัยดูเอาจากละครคุณหญิงคุณชายวังโน้นวังนี้ มั่ว ๆ โม้ ๆ ไป”
ครูพิศจะว่าอย่างไรได้ แบบนี้เองเรียกน้ำท่วมปาก เราก็หลอกเขาเหมือนกัน
“เอ๊ะ!” แม่บ้านหัวแหลมร้อง “ครูรู้ได้ยังไงว่าป้าโกหก”
“ทำไมคุณแม่บ้านอ้างชื่อวังนั้น รู้จักใครในวังหรือ”
“รู้จักลูกสาวแม่นุ้ยคนเดียว”
“ยายนุ้ยทำครัว ปลดชราไปอยู่บ้านท้ายซอย จงกลลูกสาวทำซักรีดลาออกไปมีครอบครัว เห็นว่าช่วยงานค้าขายบ้านฝ่ายชายอยู่”
“นั่นล่ะๆ จงกล รู้จักกัน อ้าว จุดไต้ตำตอจังเบ้อเร่อไหมนั่น ครูอย่าบอกนะว่าหลานยายนุ้ย”
ครูพิศส่ายศีรษะ
“ทีนี้ป้าจะทำยังไง! ขนมไทยกินมาจนหัวหงอก นึกไม่ออกมันจะวิลิศมาหราไปได้ถึงไหน มันก็กวน ๆ ปั้น ๆ ต้ม ๆ ทำจากแป้งกะทิมะพร้าวน้ำตาลไข่อยู่แค่นั้น ไม่ได้โม่แป้งบนฟ้าเด็ดลูกมะพร้าวจาก์”
คนฟังนึกฉงน ท่านหญิงประกายมาสทรงกลดไม่เสวยขนมหวานจะตัดสินอย่างไร
“ป้าทำแล้วท่านหญิง...แกแก๊แก่เนาะ จะเอาไปให้หลานแกที่วังชิมแล้วตัดสิน” สาลีพูดต่อยังกับรู้ “ได้ยินว่าเป็เพื่อนคุณทัศน์ ชอบกินขนมไทย ๆ”
คุณชายหมอก รัมภาเพียงพิศนิ่งชั่วขณะ หันตรารอค้างก็แล้วนางลอยคอยเก้อก็แล้ว ถ้างั้นก็...
“ฉันช่วยป้าได้ มีที่ให้โทรศัพท์ลับหูลับตาคนหน่อยไหม”
“มีๆ ๆ” สาลีพยักหน้าหงก ๆ
ตรงห้องกินข้าวติดกันนี่เอง รัมภาเพียงพิศโทรศัพท์บอกแม่ผันให้ทูลพระองค์หญิงว่าวันนี้ของดไปที่ตำหนัก แล้วโทรหาพี่สาวบ้านธนบุรีขอให้ส่งวัตถุดิบมาที่นี่ พี่ตาณเสนอจะทำสำเร็จให้เลยแต่เธอ้าทำเองกับมือ
ไม่นานต่อมาครูพิศจึงทำขนมในครัวบ้านมนัสเนตรโดยมีแม่บ้านสาลีดูต้นทางจนเสร็จ
และเวลานี้คุณทัศน์พิศครูพิศเพลินขณะเธอโรยงาน้ำตาลบนจานขนมที่ยื่นให้ แป้งตัวน้อยกลายเป็น่าเอ็นดูชะมัด
“เล็บมือนางอร่อยมาก แต่ผมชอบหวานอีกนิดนึง”
ครูพิศยิ้มบางๆ ตอบคำถามที่ถามอยู่บนสีหน้าเขา
“ดิฉันอยู่ช่วยคุณแม่บ้านทำขนมรับแขกค่ะ”
จู่ๆ ทัศน์จนถ้อยคำ จะว่าชวนผู้หญิงคุยไม่เป็ก็ไม่ใช่ เขาไม่เคยต้องหาเื่ชวนคุย เพื่อนที่เข้าหาผู้หญิงไม่เป็ล้วนทึ่งในความลื่นไหลเป็ธรรมชาติของเ้าทัศน์ ขณะเขาเองงงกับพวกเงอะงะกลัวผู้หญิงเช่นกัน
หากทว่ากับครูพิศ ไม่เข้าใจเลย...
เคอะเขินไปชั่วขณะแล้วเขานึกได้ว่าเคยจะถามเธอเื่หนึ่ง
“ครูรู้ได้ยังไงว่าเ้าเฟื่องชักปลอมๆ”
“ไม่รู้หรอกค่ะ ลองลักไก่”
“อ้าว เห็นทำท่าตรวจร่างกายคล้ายพวกหมอ”
“อ๋อ เคยฝึกดูแลเด็กเวลาฉุกเฉินค่ะ” จะว่าโกหกก็ไม่เชิงแต่เธอพูดโดยหลบสายตา “ถึงชักจริงก็ทำได้แค่ปฐมพยาบาลก่อน จะหยุดชักเองได้ส่วนใหญ่ไม่เกินสามนาที”
พูดถึงแล้วนายทหารนึกขายหน้าที่เสียท่าลิงน้อย ลูบท้ายทอยออกตัวแก้ขวย
“ผมก็เคยเรียนปฐมพยาบาล ไหงตอนนั้นลืมหมดไม่รู้”
“เพราะคุณทัศน์รักคุณเฟื่องมาก...มากจนเห็นเธอเป็อะไรแล้วเหตุผลหายหมด”
จากนั้นครูพิศก้มหน้าก้มตาแยกเครื่องโรยหน้าใส่กระปุกเล็ก ทัศน์รู้สึกคล้ายมีหมอกจาง ๆ กั้นกลางระหว่างกัน เขาตักขนมกินพลางมองครูพิศจัดเล็บมือนางลงกล่อง เรียบร้อยแล้วเธอตรงมาวางบนโต๊ะข้าง ๆ
“ฝากบอกคุณแม่บ้าน กล่องนี้สำหรับท่านหญิงนะคะ”
สั่งจบสะพายกระเป๋าใบเก่งไปทื่อๆ ทัศน์เกาจมูกแกวก ๆ เขามั่นใจว่าไม่ได้หลงตัวเอง หากมีบ้างก็นิดหน่อยช่วยไม่ได้เขาเพียบพร้อม พบเจอผู้หญิงเข้ามาหลายรูปแบบ เรียกร้องความสนใจเป็หนึ่งในนั้น ครูพิศบอกช่วยสาลีทำขนมรับแขก แต่นึกไปนึกมาไม่ใช่หน้าที่ครูอยู่ช่วยแม่บ้าน หรือเธอหาเหตุอ้างเพื่อรอเจอเขา หากคอยแต่พอพบเธอผงะแปลกๆ พูดด้วยทำหลบตาไม่สู้หน้าถามคำตอบคำ
เจอะมาเยอะจนแยกแยะได้ั้แ่มาโต้งๆ ถึงเนียนสนิท ส่วนใหญ่เขาสนุกกับมัน อย่างครูพิศเขาตัดเกรดเกียรตินิยมอันดับหนึ่งให้ ดึงดูดให้ประหลาดใจในตัวเธอ เครื่องติดแล้วโดดร่มสลัดลำทิ้งกลางอากาศ แเีขั้นเสืออากาศอย่าง ร.ท.ทัศน์กำหนดพิกัดยิงตรง ๆ ไม่ได้ว่าเธอ้าให้ตัวเองเป็เป้าหมายหรือไม่ โดยเฉพาะท่าอ้าปากค้างจ้องราวพิศวงและครุ่นคิดในตัวเขา ก้ำกึ่งไม่เคยมองขาด...นี่เธอให้ท่าเขาอยู่หรืออย่างไร
ปั่นหัวป่วนใจนายทัศน์ยุ่งเหยิงอีกแล้วนะ...ครูพิศ