เจลลี่ไข่มุก
ในวันเดียวกัน หลังจากที่ปิดไลฟ์สตรีมไปก็พักกินข้าวเย็นครู่หนึ่งด้วยเมนูเดียวกันนี้ แล้วจากนั้นก็มาลุยงานต่อ
มันฝรั่งแบบรูปทรงต่างๆที่แต่งรสไว้แล้วถูกนำมาขึ้นรูปร่างให้ดูน่ากินและเป็เอกลักษณ์มากขึ้น มีทั้งรูปห้าแฉก(ดาวห้าแฉก)ใบโคลเวอร์สี่แฉก ต้นบล็อกโคลี่ ก้อนเมฆ พริกหวาน อุ้งเท้าแมว โลมาหน้าสัตว์ทั้งโคอาล่า ช้าง สิงโต ไก่ ตัวตุ๊กตาน่ารักๆหรือจะเป็รูปหน้ายิ้มที่ใบหน้ากลมๆที่มีส่วนตาและปากยิ้มที่ถูกแกะแป้งออกไปและสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือมาสคอตของร้านอย่างตัวการ์ตูนอิงค์กี้นั่นเองทุกอย่างนั้นเพเนียสและพี่ชายช่วยกันหารูปแบบมาแล้วจากนั้นก็สั่งให้เครื่องขึ้นรูปออกมาเป็แม่พิมพ์ขนาดเล็กไว้ใช้ถึงแม้จะดูเหมือนว่ามีหลายรูปร่าง และหลายรสหากแต่เมื่อทำๆไปแล้วก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรค่อยๆทำไปเป็กิจกรรมของครอบครัวที่นั่งทำไปด้วยดูทีวีที่กำลังฉายละครเื่โปรดไปด้วยจนเสร็จ จากนั้นก็นำเข้าตู้เย็นแช่แข็งได้เลยเมื่อ้าจะกินก็เอาออกมาทอดได้ทันทีไม่ยุ่งยาก ส่วนตอนนี้เลยว่าอาหารไปแล้วพวกเขาเลยไม่มีใครมีความคิดอยากจะลองทอดกินเลยสักคน
วันต่อมา่สายของวัน ทั้งสามคนเพื่อนรักั้แ่ประถมจนถึงมัธยมต้นก็มาถึงพร้อมกันทั้งสามเคยมาบ้านของเพเนียสอยู่แล้วเลยทำตัวคุ้นเคยกับทุกคนได้ดี
“สวัสดีค่ะ คุณแม่เพเนียส สบายดีนะคะ”เสียงนำมาด้วยสองสาวและอีกหนึ่งหนุ่มที่เดินตามเข้ามาในตัวบ้าน
“จ้ะ เด็กๆ ทุกคนสบายดีนะ” เพเรน่ายิ้มรับอย่างใจดี
“สบายดี ครับ/ค่ะ” ทั้งสามคนตอบ
“พาเพื่อนไปนั่งก่อนเถอะลูกเดี๋ยวในครัวแม่จัดการต่อเอง”
“ครับแม่” เพเนียสพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำคนทั้งสามมายังห้องนั่นเล่นพวกเขาเลือกมุมนั่งกันเองโดยไม่ต้องให้เ้าบ้านเชิญหรือชี้แนะต่อ
“ไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือนตอนนี้เพื่อนเพเนียสของเรา กลายเป็น้องเออร์มินไปแล้วหรือเนี่ย”เริ่มด้วยหญิงสาวคนแรกที่เอ่ยแซวออกมา เวนิสต้า จินหรือที่เพื่อนสนิทมักจะเรียกว่าเวนิส เวนิสต้าเป็ครึ่งบีสต์เผ่ากวางรูปร่างสูงเพียว ผิวสีน้ำผึ้งมีเสน่ห์ และที่โดดเด่นของเธอก็คือเขากวางกิ่งเล็กๆแต่แผ่กิ่งก้านอย่างสวยงานบนหัวนั้นไม่ว่าจะไปที่คนเยอะๆก็ยังรับรองได้ว่าจะหาเธอเจออย่างแน่นอนหากแต่ว่าเขานั้นไม่ใช่ของเธอจริงๆหรอกนะ มันเป็เขาปลอมต่างหากติดเข้ากับศีรษะตอนตื่นและถอดออกเวลานอน เขากวางนั้นเพราะมันมีกันแค่ตัวผู้เช่นนั้นแล้วเธอไม่อาจจะมีมันได้แน่ๆแต่ด้วยความชอบส่วนตัวเลยเป็แบบนี้มาทั้งแต่มัธยมต้นแล้วใส่จนคนเขานึกว่าเป็ของเธอเองจริงๆ กระทั่งผู้เป็พ่ออย่างผู้นำเขต +7หรือคนในบ้านก็ห้ามไม่ฟัง จึงได้ปล่อยๆมาจนถึงตอนนี้ปล่อยให้เธอเบื่อไปเองก็คงจะเลิกไป แต่นี่ผ่านมากี่ปีกันแล้ว ก็ยังคงมีเขาปลอมๆบนตัวอยู่และมีหลายอันด้วยนะเขากวางน่ะ มีเยอะจนเป็คอลเลคชั่นและมันก็กลายเป็เครื่องประดับประจำตัวของเธอไปแล้วด้วยซ้ำ
“นั่นนะสิไปแอบซุ่มทำอาหารเป็ั้แ่ตอนไหน ไม่บอกให้เพื่อนรู้เลยนะ” ตามด้วยมาซิน หวังหญิงสาวตัวเล็ก ดวงตาสีเขียวสดสวย ลูกเสี้ยวบีสต์แมงมุมะโคุณหนูมาซินที่บ้านมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่แล้วก็ส่งออกเนื้อสัตว์ไปยังดาวต่างๆเองอีกด้วยถือได้ว่าร่ำรวยเป็อันดับต้นๆของดวงดาวเลยทีเดียว
“น้ำมาแล้วจ๊ะเด็กๆ”ก่อนที่เพเนียสจะได้ตอบ เพเรน่าก็ยกถาดแก้วน้ำมาให้เสียก่อน เพเนียสเองก็รีบเข้าไปช่วยแม่แจกจ่ายให้เพื่อนอีกแรง
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
“จ้ะ ตามสบายเลยนะ”เพเรน่าไม่อยู่ต่อเธอเดินหลบออกมาทันที ปล่อยให้เด็กๆได้คุยกันตามสะดวกจะดีกว่า
“นี่น้ำอะไรอะ สีเหลืองอ่อน หอมด้วย”มาซินที่จมูกดีกว่าเพื่อนเอ่ยถามทันทีพร้อมมือที่รีบคว้าหยิบแก้วน้ำขึ้นมาหมุนมอง
“แต่กลิ่นเหมือนข้าวโพดเลยนะ”ชายหนุ่มอีกคนในกลุ่มอย่างไจ เกร์วิช ชายหนุ่มรูปร่างดดูดี สูง 180 กว่าเซ็นติเมตร หน้าตาโดดเด่น ที่ไม่ได้ดีแค่หน้าตาแต่ทั้งการศึกษาและชาติกำเนิดก็ด้วย
“ใช่แล้ว มันคือน้ำนมข้าวโพดหรือน้ำข้าวโพดก็ได้ ลองชิมดูสิ” เพเนียสว่ายิ้มๆก่อนจะยกแก้วของตนเองขึ้นจิบก่อนเป็คนแรก
“หอม แล้วก็หวานหน่อยๆด้วย”เวนิสต้าที่ชิมไปอึกใหญ่ว่าขึ้นอย่างชอบใจ
“เครื่องดื่มชนิดใหม่อย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ว่าจะทำขายน่ะ พอได้ไหม”เพเนียสถามความคิดเห็น
“ถึงจะเป็แค่น้ำข้าวโพดแต่ทั้งแปลกใหม่แล้วก็น่าจะดื่มสะดวก ไหนจะรสชาติดีอีก ต้องมีคนซื้ออยู่แล้ว”ไจเอ่ยบอกออกมาเพื่อให้เขาได้รับความมั่นใจมากขึ้น
“นั่นสิลูกชายรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์บอกเองเลยนะ ต้องเชื่อแล้วนะ” เวนิสต้าว่า
“ฮาๆๆ จริงๆก็วางแผนแบบนั้นอยู่แล้วแต่แค่หาตัวทดลองสินค้าก่อนก็เท่านั้น” เพเนียสเผยความจริงที่โหดร้ายให้เพื่อนทั้งสามได้รู้
“ได้ยินแบบนี้เรากลับกันเถอะ”เวนิสต้าแสร้งว่าด้วยอารมณ์งอนๆ
“อะๆๆ เดี๋ยวง้อด้วยอาหารเลยเอ้า”เพเนียสรีบง้อตามเพื่อนที่เล่นใหญ่
“โอ้ แบบนี้ต้องคิดค่าแรงหน่อยเสียแล้วเห็นว่าสตรีมได้โดเนทไม่น้อยเลยนี่นา แบ่งมาจ่ายค่าคนชิมหน่อยสิจ๊ะ” มาซินว่า
“ต้องขนาดนั้นเลยหรอครับคุณหนูมาซิน”ถึงเขาจะเริ่มหาเงินจากการสตรีมได้แล้ว แต่เทียบกับคุณหนูคุณชายทั้งสามตรงหน้าแล้วนั่นมันก็แค่ค่าขนมพวกเขาเท่านั้นแหละน่า
“ว่าแต่ในแก้วเล็กๆนี่คืออะไร”ไจไม่ได้สนใจที่สองสาวกำลังแกล้งเพื่อนอยู่ แต่ถามออกมาถึงสิ่งที่อยู่ในแก้วอีกสามใบที่ยังเหลือยู่ในถาดตอนที่เพเรน่ายกเข้ามา
“อ้อ เอามากินคู่กับน้ำข้าวโพดน่ะมันชื่อว่าไข่มุกเจลลี่ สีขาวคือรสนม สีเหลืองคือรสข้าวโพดส่วนสีน้ำตาลคือรสน้ำตาล เอาช้อนเล็กๆตักกินก่อนว่าเป็ยังไงแต่จริงๆก็ควรใส่ลงในน้ำข้าวโพดนะ”เพเนียสรีบเสนอสินค้าชิ้นต่อมาให้ผู้ทดลองได้รู้ทันทีทั้งสามถือว่ามีลิ้นที่ดีกว่าเขามากเนื่องจากความร่ำรวยทำให้ทั้งสามได้เข้าร้านอาหารบ่อยครั้งอยู่แล้วน่าจะมีมาตรฐานที่ดี
“ไข่มุกเหรอเม็ดเล็กเท่านี้ไข่ปลาเท่านั้นแหละ” เวนิสต้าที่ใช้ช้อนตักเม็ดเจลลี่ไข่มุกขึ้นมาดูมาพิจารณาแล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
“ฟังดูน่ากินดีนะ”มาซินไม่พิจารณาต่อใดๆเธอหยิบช้อนมาแล้วตักเม็ดไข่มุกที่ไม่รู้ว่ากี่เม็ดแต่จนที่ช้อนจะรับไหวเข้าปากและเคี้ยวทันที
“ยั้มๆๆ อืมม รสน้ำตาลนี่หอมดีนะ”เมื่อเธอชิมครบทั้งสามรสแล้วจึงวิจารณ์ออกมาตามที่ตัวเองชอบ
“ค่อยๆกินก็ได้ ไม่มีใครแย่งเธอหรอกน่า”ไจเอ็ดเพื่อนไป ส่วนตัวเองก็ค่อยๆตักชิมอย่างมีมารยาท
“นั่นสิ ยัยแมงมุมจะกละเอ้ยกินแบบธรรมดาๆหน่อยสิ” เวนิสต้าว่าขึ้น แต่ตัวเองก็ใช้ช้อนจ้วงตักทั้งสามรสใส่ลงในแก้วของตัวเองแล้วจากนั้นก็ใช้หลอดที่เส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่าหลอดทั่วไปใช้กันขึ้นมาหน่อยดูดเข้าไปเต็มๆคำ แล้วก็เคี้ยวชิมพร้อมๆกันทั้งสามรสวุ้นที่มีความนุ่มกรอบในตัวพอมาอยู่ในเครื่องดื่มแล้วมันได้เคี้ยวด้วยชักเริ่มติดใจเสียแล้วสิ
“เป็ไงบ้าง” เพเนียสถามไจอย่างคาดหวังส่วนสองสาวเขาปล่อยผ่านไปก่อนอย่างไม่ใยดี
“อืม ใช้ได้ทีเดียวล่ะมีไข่มุกเจลลี่หลายรสให้เลือกด้วย คิดว่าคนน่าจะชอบยิ่งความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำแบบนี้ก็น่าจะตอบโจทย์มากกว่าว่าแต่มีแค่น้ำข้าวโพดอย่างเดียวเหรอ” ไจตอบออกมาอย่างเป็งานเป็การ
“ตอนนี้มีแค่รสเดียวน่ะยังคิดไม่ออกว่าจะทำน้ำอะไรเพิ่ม” เพเนียสตอบไปตามตรง
“ทำอย่างเดียวก่อนก็ดีจะได้ไม่ต้องลงทุนเยอะในรอบเดียวแต่ว่าถ้าผลไปได้ดีตีตลาดได้แล้วบริษัทอื่นเริ่มทำตามจะยิ่งยากนะในการคิดสูตรอื่นเพิ่มน่ะ” ไจเอ่ยให้เห็นถึงข้อดีและเสีย
“นั่นสินะ แต่เราคงไม่ใช้เวลาคิดนานหรอกตอนนี้น้ำข้าวโพดก็ยังอยู่ขั้นตอนทดลองอยู่ ยังไม่ได้ลงทุนอะไรด้วยพอถึงตอนนั้นอาจจะได้น้ำอื่นๆเพิ่มก็ได้นะ”
“ก็ขอให้ขายดีแล้วก็คิดสูตรใหม่ได้เร็วๆนะ”ไจยิ้มให้อย่างให้กำลังใจ ปัจจุบันไม่ใช่ว่าจะไม่มีน้ำผลไม้ขาย อาหารประเภทเครื่องดื่มนั้นมีมากยิ่งกว่าอาหารหลายเท่าเลยทีเดียวทั้งน้ำอัดแก๊สก็มีหลายรส น้ำผลไม้ก็มีแล้วหลายชนิด นม น้ำนมก็มาจากสัตว์หลายชนิดให้เลือกกินหรือจะเป็พวกเครื่องดื่มชูกำลังเพิ่มสารอาหารก็มีมาก แต่ก็ยังไม่มีน้ำข้าวโพดจริงๆนั่นแหละ
“อืม มันแน่นอนอยู่แล้ว” เพเนียสยิ้มตอบ
“นี่ หมดแล้วล่ะเพื่อนมาทั้งทีทำไมงกจัง”มาซินว่าขึ้นเมื่อตบตีแย่งกันกับเวนิสจนกินไข่มุกเจลลี่ทั้งสามรสหมด
“ก็เอามาแค่เป็ท็อปปิ้งกินกับน้ำข้าวโพดไม่ใช่ขนมเสียหน่อย” เขาไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
“งั้นก็ มีขนมอย่างอื่นด้วยน่ะสิ”เวนิสต้าถามอย่างสนใจ แต่ก่อนเธอก็ไม่ใช่คนอดยากอะไรเสียหน่อยสงสัยเป็เพราะอยากมาช่วยเป็ผู้ทดลองอาหารให้เพื่อนนี่แหละจึงได้ถามหาของกินเพิ่มแบบนี้
“ก็มีอยู่แต่ว่าเดี๋ยวก็จะใกล้เที่ยงแล้ว เอาไว้่บ่ายดีกว่านะ”สองสาวได้ยินก็ยิ่งทำหน้าเซ็ง
“อ้าว เด็กๆ มากันแล้วหรอ”
“ค้าาาา”จากที่กำลังจะมองแรงใส่เพื่อนแต่ได้ยินเสียงทักขึ้นจากเพวิสเสียก่อนสองสาวเลยร้องขานรับอย่างแจ่มใสในแบบลักษณะของเด็กสาวสดใสและใสซื่อทันทีเมื่อกี้ยังกำลังจะเผยเขี้ยวมาขู่เขาอยู่เลยนะเพื่อนนะ
“ตามสบายเลยนะ พี่ขอไปพักก่อน”เพวิสเดินเข้ามาแค่มาทักทายเพื่อนน้องชายนิดหน่อยให้พอเห็นหน้าก็ขอตัวจากไปทันทีก็ขึ้นไปอาบน้ำนั่นแหละ อีกหน่อยถ้าไม่นอนพักเดี๋ยวก็ลงมาเอง
“พ่อกับพี่เพวิสกลับมาแล้วเดี๋ยวก็จะเที่ยงแล้ว ฉันต้องไปทำอาหารเที่ยงด้วย มาทำด้วยกันไหมไม่สิไปดูฉันทำได้นะ” เพเนียสเอ่ยชวน ก่อนจะเบรกลงเอาแค่ชวนไปนั่งดูเท่านั้น
“เอาสิๆ”
“ไป” สองสาวรีบตอบ
“อยากเห็นนายเวลาทำอาหารเหมือนกัน”ทั้งสามว่าไปในทางเดียวกัน ก่อนจะย้ายก้นไปในห้องครัวสามคนนั่งตรงจุดที่พ่อแม่และเพวิสใช้นั่งมองเพเนียสไลฟ์ในทุกๆวันไม่ไกลจากเคาน์เตอร์ครัวนัก เห็นการเป็ไปได้ตลอดเวลา
“แล้ววันนี้สตรีมเมอร์จะทำอะไรกินค่ะ”มาซินถามอย่างตื่นเต้น พร้อมทำมือเหมือนจับไมโครโฟนไปจ่อปากเพเนียสเพื่อถามยุคนี้เขาไม่ใช้แล้วไหมไมโครโฟนน่ะ หากแต่คนก็ยังติดทำแบบนี้อยู่
“นั่นสินะ ทำอะไรดีไม่ได้เตรียมไว้เสียด้วยสิ” เพเนียสทำท่าคิด
“นัดกันล่วงหน้าตั้งสองวัน แต่เ้าของบ้านไม่เตรียมการไว้ก่อนเลยแย่อ่ะ”
“นั่นสิ ไม่ใส่ใจเราเลยสักนิดสินะ”เวนิสต้าพยักหน้าเห็นด้วยกับมาซิน
“พวกเธอน่าจะอิ่มั้แ่ดื่มน้ำข้าวโพดใส่ไข่มุกเจลลี่จนหมดแล้วไหม”
“ไจ!!”เจอชายหนุ่มว่าออกมาตรงๆเป็ต้องร้องขึ้นเสียงหลงทันที เป็ผู้ชายอย่าริมาว่าผู้หญิงกินเยอะนะยะทั้งสองอยากจะรอดูหน้าคนที่จะมาเป็แฟนของเพื่อนคนนี้จริงๆต้องรับความตรงของเขาให้ได้นะ
“ฮาๆๆ เอาล่ะๆ เราคิดไว้แล้วว่าจะทำอะไรนั่งคอยก่อนนะ” บอกพร้อมวิ่งไปจัดการหาเครื่องดื่มให้เพื่อนดับความร้อน ความร้อนจากโมโหหิวน่ะเครื่องดื่มง่ายๆอย่างน้ำอัดแก๊สรสจืด(คล้ายโซดา)คนละแก้วพร้อมในแก้วเติมลงไปด้วยผลไม้ที่แช่จนแข็งไว้ด้วยมันจึงได้ออกมาเป็น้ำอัดลมสามรสชาติ ทั้งเสาวรส แตงโม แล้วก็บลูเบอรี่
“ว้าว สีสวยจัง”มาซินที่หยิบแก้วน้ำอัดแก๊สเพิ่มบลูเบอรี่ขึ้นมาจ้องตรงหน้าเอ่ยอย่างสนใจเครื่องดื่มที่มีชิ้นผลไม้อยู่ข้างในเธอก็เคยดื่มมาแล้วหากแต่แบบที่แช่มาในก้อนน้ำแข็งแบบนี้เธอยังไม่เคยลองเลยความคิดดีจริงๆแค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยก็มีความน่าสนใจแล้ว
“ใช่ไหมล่ะ นั่งพักกันไปก่อนนะเดี๋ยวไปทำอาหารก่อน” เพเนียสว่าแล้วเดินไปประจำที่เริ่มทำอาหารเที่ยง
อาหารเที่ยงวันนี้เพเนียสต้องทำเพิ่มขึ้นอีกเป็เท่าตัวทั้งปริมาณและจำนวนเมนู ตอนนี้แม่เขาน่าจะเดินไปที่ห้องผลิตสินค้ายังไม่กลับมาเช่นนั้นเขาก็จะลงมือก่อนเลย เริ่มจากเมนูแรก ที่เขาหัดทำั้แ่วันแรกๆเลยอย่างไข่ลูกเขยตามด้วยหมูมะนาวคะน้ากรอบ หมูก้อนทอดกระเทียมพริกไทยกินคู่กับซอสสินค้าของบ้านแกงจืดไข่น้ำ แล้วก็ไข่เค็มต้ม ไข่เค็มเขาทำไว้เมื่อหลายวันก่อนนี่เป็ครั้งแรกเลยนะที่เอาออกมาต้มชิม เริ่มลงมือทำไปสองสาวที่นั่งไขว่ขาจิบเครื่องดื่มที่เขาเอาไปเสิร์ฟให้ก่อนหน้าก็สอบถามเขาไปด้วยเกือบจะทุกๆขั้นตอนที่เขาเริ่มหยิบจับสิ่งใหม่ด้วยซ้ำพวกเธอก็จะสอบถามออกมาอยู่ตลอด บรรยากาศการทำอาหารถือได้ว่าไม่เงียบเลยยิ่ง่หลังๆได้เพเรน่ามาช่วยทำอีกแรง เธอก็เข้ากับเด็กๆได้ดีทีเดียวการทำอาหารวันนี้เลยสนุกขึ้นไปอีก หากแต่ว่าทั้งมาซินและเวนิสต้าอยากจะเข้าไปช่วยเพเนียสทำแต่ก็ต้องถูกไจเบรกไว้เสียก่อนเขากลัวว่าจะไม่ได้กินข้าวเที่ยงคือเหตุผลรองหากแต่ว่าเหตุผลหลังคือกลัวว่าครัวบ้านเพื่อนจะพังไปเสียก่อนนั่นเอง