บริเวณกระโจมแม่ทัพ
มีกระโจมหลังหนึ่งขนาดไม่ใหญ่นัก ตกแต่งเรียบง่ายแฝงความประณีต เครื่องเรือนแม้ไม่หรูหราเท่าที่พักของชายหนุ่มแต่ก็ไม่แย่จนเกินไป จ้าวจือจือถูกกักบริเวณอยู่ภายในนี้
ร่างงามวางปากกาลง มองแผ่นกระดาษที่เขียนเสร็จแล้วจึงตรวจทานอีกรอบ หลังจากทำงานหนักมาร่วมสองวัน ในที่สุดงานที่ได้รับมอบก็สำเร็จกระดาษทั้งสามแผ่นวางเรียงกันบนโต๊ะ แผ่นแรกคือแผนที่โดยรอบของค่ายโจรทั้งหมด แผ่นที่สองคือเส้นทางลับที่พวกโจรใช้เข้าออกหุบเขา สำหรับแผ่นที่นางเขียนเพิ่มมาคือตารางสับเปลี่ยนเวรยามและจุดลาดตระเวนของพวกโจร โดยกระดาษแผ่นนี้นับเป็เบี้ยตัวสำคัญของนาง
"ท่านป้าหู โปรดเรียนท่านแม่ทัพว่าข้าขอเข้าพบ"
จ้าวจือจือกล่าวกับสตรีวัยกลางคนแซ่หู ผู้คอยรับใช้และจับตามองป้องกันนางหลบหนี
"รอสักคู่เ้าค่ะ ข้าจะให้ทหารยามไปแจ้งแก่ท่านแม่ทัพ"
ป้าหูตอบรับอย่างสุภาพ นางมิกล้าดูเบาสตรีนางนี้เดิมทีเป็เพียงโจรสาวที่ถูกคุมขัง หลังจากเข้าพบท่านแม่ทัพเพียงหนึ่งคืนกลับมีคำสั่งลงมาจัดที่พักให้นางเป็อย่างดีแถมยังกำชับให้จัดหาแทบทุกสิ่งที่สตรีนางนี้้า นางติดตามกองทัพมาหลายปีท่านแม่ทัพไม่เคยปฏิบัติเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
"ท่านแม่ทัพมีคำสั่ง ให้ท่านเข้าไปพบในยามหม่า"
ทหารนายหนึ่งกลับมารายงาน ป้าหูรีบกลับมาแจ้งข่าวแก่สตรีในกระโจม
"ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านป้า"
จ้าวจือจือขานรับอย่างใจเย็นผลัดเปลี่ยนอาภรณ์รอเวลา
กระโจมแม่ทัพ
"ข้าน้อย จ้าวจือจือขอพบท่านแม่ทัพเ้าค่ะ"
เสียงหวานใสก้องกังวานดุจหยกกระทบกันดังขึ้น หัวใจของแม่ทัพหนุ่มขยับเล็กน้อย ร่างสูงพลันทอดถอนใจเขาไม่ได้พบหน้านางเพียงสองวัน เหตุใดกลับรู้สึกเหมือนเนิ่นนาน
"เข้ามาเถอะ"
เสียงที่เปล่งออกมาลดความเ็ากว่ายามปกติหลายส่วน
จ้าวจือจือหยุดลงกลางห้องเงยหน้ามองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันหลังอยู่เบื้องหน้า เขายืนอยู่ตรงจุดที่พบกันครั้งแรก ชายหนุ่มหันมาอย่างช้าๆใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม ดวงตาเฉียบคมของเขาสงบเยือกเย็นไร้ระลอกคลื่น กลิ่นอายบุรุษเพศเข้มข้นแผ่ออกมา
หญิงสาวเผลอมองดวงตาคมสวยจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลำคอแห้งผากไม่กล้ารอช้าวางกระดาษสองแผ่นลงบนโต๊ะเขียนตำรา จากนั้นพยักหน้าส่งสัญญาณให้แม่ทัพหนุ่ม
"นี่คือสิ่งที่ท่าน้าแลกกับยาถอนพิษของข้า"
ลู่หยางนั่งลงบนเก้าอี้ หลุบตาลงดูกระดาษทั้งสองแผ่น ครู่เดียวสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็จริงจัง ประกายตาแหลมคมทอแววหลากหลาย สงสัย ประหลาดใจ ชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
"ทำได้ไม่เลว"
แม่ทัพหนุ่มทอดถอนใจด้วยความชื่นชม หากนางเป็บุรุษเขาคงจับเข้ากองทัพเป็หน่วยสอดแนมศัตรูเป็แน่แท้
"มิได้เ้าค่ะ ข้าอยู่บนเขามาสิบหกปีย่อมเขียนได้ละเอียด"
กล่าวอย่างถ่อมตัว แต่ในใจลอบโอ้อวด
'หึ!หึ!ตอนเรียนวิชาภูมิศาสตร์ข้าทำคะแนนได้สูงสุดของภาควิชา วาดแผนที่หุบเขาเล็กๆเพียงเท่านี้นับเป็อันได้'
ร่างเล็กเผลอยิ้มจนดวงตาทรงเมล็ดชิ่งคู่งามหรี่ลงเล็กน้อย ประกายตาระยิบระยับดุจดวงดาวของนางเข้มขึ้นจนแทบเปล่งประกายออกมา ร่างสูงลอบมองจนตะลึงลาน
'รอยยิ้มนางงดงามยิ่งนัก! แค่ก!แค่ก!ไม่ใช่!ไม่ใช่!จิ้งจอกน้อยนางนี้ช่างรู้วิธียั่วยวนนัก'
ภายในหัวของแม่ทัพหนุ่มเริ่มแบ่งเป็สองฝ่าย ทันใดนั้นความรู้สึกผ่าวร้อนลามไปที่ใบหูทั้งสองข้าง
"แกร็ก!!"
กล่องหยกขนาดเล็กบรรจุยาถอนพิษถูกวางตรงหน้านาง
"หมดธุระแล้ว เ้าออกไปได้"
เสียงเรียบเย็นเอ่ยปากส่งแขก
มือเรียวเล็กรีบยื่นไปตะครุบกล่องหยกไว้ แอบกลอกตาในใจ
'WTH บุรุษน่าตาย! หมดธุระแล้วก็รีบขับไล่ทันที ท่านรู้จักมารยาทบ้างหรือไม่'
แต่ใบหน้าเกลี้ยงเกลากลับส่งยิ้มอ่อนโยนให้บุรุษเบื้องหน้า
"ขอบคุณสำหรับยาถอนพิษเ้าค่ะ ข้าไปก่อนนะเ้าคะ"
ร่างเล็กขอบคุณเสียงหวานถูกเขาออกปากไล่ก็ไม่คิดอยู่ต่อขณะหันหลังเตรียมจากไป
"ยาในกล่องถอนพิษเ้าได้เพียงห้าส่วน"
เสียงเรียบเย็นลอยตามหลังมา ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก!! รู้สึกคล้ายกลุ่มควันกำลังพวยพุ่งออกจากใบหู กำลังจะหันหลังไปกางกรงเล็บใส่
"พิษอีกห้าส่วนจะสลายไปเองภายในสิบห้าวัน"
เสียงรื่นเริงคล้ายพบเห็นเื่สนุกกล่าวต่อ
ร่างเล็กสะบัดหน้า!! โมโหจนแทบอกแตกตายกระทืบเท้าจากไป
แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มเล็กน้อยอย่างหาได้ยาก นั่งลงอีกครั้งมองดูแผนที่ตรงหน้าอย่างจริงจัง ด้วยสิ่งนี้การปราบปรามกลุ่มโจร มิใช่เื่ยากอีกต่อไป
"ชุน เซี่ย ชิว ตง "
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเรียกเหล่าองครักษ์เงา
"ขอรับคุณชาย"
เงาดำสี่สายปรากฏขึ้นจากภายในกระโจม ยืนเรียงแถวกันเบื้องหน้าชายหนุ่มยกมือคำนับนับอย่างพร้อมเพรียง
"ชุน เซี่ย พวกเ้าทั้งสองนำคนไปที่หอสังเกตการณ์ ตรวจดูความแม่นยำของแผนที่นี้"
ร่างสูงสั่งการพลางยื่นกระดาษในมือส่งให้
"ชิว ตง พวกเ้าพาคนไปสำรวจเส้นทางสายนี้ว่าถูกต้อง ระวังอย่าให้ศัตรูไหวตัว"
กระดาษอีกใบถูกแจกจ่ายออกไป จากนั้นสั่งการต่อ
"หากแผนที่ทั้งสองแผ่นถูกต้องแม่นยำดีแล้ว จงเร่งสร้างแบบจำลองมาให้ข้า"
แม่ทัพหนุ่มกล่าวจบก็สะบัดมือ
"รีบไป!ดำเนินการ"
"ขอรับคุณชาย"
ทั้งสี่คนขานรับอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นพุ่งทะยานจากไป
กลุ่มองครักษ์เงา 'หยู่เหยียน' เป็ท่านปู่มอบให้เขาตอนอายุห้าขวบ รับคำสั่งตรงจากเขาเพียงผู้เดียว ฝึกฝนโดยรับเอาเด็กกำพร้าชายหญิงที่มีความสามารถในการฝึกยุทธ ฝึกฝนอบรม ด้วยวิธีการของหยู่เหยียนเอง กำหนดรางวัล และบทลงโทษไว้ชัดเจน โดยแต่ละรุ่น จะมีหัวหน้าคือ ชุน เซี่ย ชิว ตง เป็ผู้รับผิดชอบในสายของตนเอง ทั้งสี่กลุ่มเป็อิสระต่อกัน หากมีคนาเ็ล้มตายก็จะมีคนขึ้นมาทดแทนตำแหน่ง
เมื่ออยู่ตามลำพัง แม่ทัพหนุ่มเริ่มวางแผนการ
'ขั้นแรกต้องหาวิธีตบตาให้พวกมันตายใจก่อน หากข้าตั้งกระโจมอยู่เฉยๆโดยไม่มีความเคลื่อนไหวพวกโจรอาจเกิดตามสงสัยได้ รอพวกองครักษ์สำรวจเส้นทางขึ้นหุบเขาจนลุล่วงแล้วค่อยดำเนินการขั้นถัดไป'
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งแวบเข้ามาชายหนุ่มดำเนินการทันที
"กริ๊ง"
เสียงกระดิ่งดังขึ้น
"ขอรับ ท่านแม่ทัพ"
ทหารยามคารวะอย่างรีบเร่ง
"ไปตามนายกองจิน นายกองหม่า มาพบข้า"
ลู่หยางสั่งการจากนั้นสะบัดแขนเสื้อให้ทหารจากไป
"ขอรับ ท่านแม่ทัพ"ทหารหนุ่มสาวเท้ารีบจากไป
หุบเขาเหลาหู่
ห้องโถงใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นจากท่อนซุงขนาดใหญ่ ตรงกลางมีแท่นไม้ขนาดใหญ่คล้ายบัลลังก์ตั้งอยู่ ขณะนี้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวหยาบกร้าน ใบหน้าคร้ามแดด ตามร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยาแ ประกายตาเ็า กลิ่นอายอำมหิตมิอาจปิดบัง บริเวณหัวคิ้วด้านซ้ายที่มีรอยแผลเป็ขนาดใหญ่ ด้านขวามือของเขา ยืนอยู่ด้วยชายร่างสูงอายุประมาณสามสิบปีผู้หนึ่ง ดวงตาสงบเรียบฉายแววสติปัญญา สวมชุดคลุมสีเทา ดูคล้ายบัณฑิตอ่อนแอผู้หนึ่ง
"พวกมันมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง"
เสียงเครือต่ำเสียดสีของหัวหน้าโจรดังขึ้น
"เรียนท่านหัวหน้าแม่ทัพหนุ่มน้อยผู้นั้น กลางวันต้อนรับขุนนางกังฉิน กลางคืนเรียกหานางคนิกา ยังไม่มีการเตรียมการอันใดขอรับ"
สมุนโจรร่างสันทัดที่คุกเข่าอยู่กลางห้องรายงาน
"ฮ่า!ฮ่า!พวกขุนนางโฉดไร้สามารถ รู้จักแต่เสพสุข"
ผู้เป็หัวหน้าหัวเราะชอบใจภายในใจไร้ความหวาดเกรง
"ข้าไม่กลัวพวกมัน!ส่งมาสิบข้าจะฆ่าสิบ ส่งมาร้อยก็ฆ่าร้อย!! ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!"
หัวเราะอย่างหยาบช้ามาพร้อมปลดปล่อยกลิ่นอายสังหารออกมา หลังจากชายรูปร่างสูงใหญ่หัวเราะจนพอใจ พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"พี่เฮยได้พบเจอหลานสาวข้าบ้างหรือไม่"
ชายผู้สวมชุดคลุมสีเทาเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
"เรียนท่านกุนซือ ไม่เจอขอรับ"
สมุนโจรนามเฮยตอบ
"อาเฉียว!อย่ากังวลไป นางคงเที่ยวเล่นเก็บสมุนไพรตามนิสัย เขาเหลาหู่แห่งนี้ไม่มีใครกล้ำกรายมาได้หรอกฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!"
หัวหน้าโจรปลอบใจลูกน้องคนโปรดเพราะสติปัญญาของหลีเฉียว กองโจรจึงก้าวมาถึงจุดนี้เสียงหัวเราะเครือต่ำคล้ายเหล็กเสียดสีกันดังก้องไปทั่วห้องโถง