ตอนที่ 10 โกลาหล
ห้องบัลลังก์อันหรูหราภายในห้องถูกประดับตกแต่งไปด้วยเพชรพลอยสุดงดงามสำหรับองค์จักรพรรดิแล้ว มันเป็ที่ โปรดปรานเป็อย่างมากราวกับของสำคัญเพียงเขามองมันพลันรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เป็ความงดงามที่น่าเชยชม ทว่า ท่ามกลางของประดับตกแต่งสุดประทับใจ องค์จักรพรรดิกลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เคร่งเครียดกระทั่งปรากฏรอยตีนกาบนใบหน้า องค์จักรพรรดิสุดยิ่งใหญ่และน่าเคารพของวินเทอร์เฟียกำลังทำสีหน้าบิดเบี้ยวขณะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ เขาเปลยตา มองชายวัยกลางคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า แววตาอันดุร้ายดั่งราชสีห์จ้องมองเขม็ง
ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองอัศวินพลันวิตกกังวลภายใต้แรงกดดันขององค์จักรพรรดิราวกับท่านทรงรับรู้ข่าวสารมาก่อนเนื่องจากหน้าที่อันไม่อาจละเลยเขาข่มใจตัวเองก่อนเปิดปากกล่าว "สดุดีแด่วินเทอร์เฟีย...สดุดีแด่องค์จักรพรรดิ...สดุดีแด่ราชอาณาจักรบารอน" ผู้บัญชาการสูงสุดกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งเกร็งเป็อย่างมากถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับองค์จักรพรรดิแต่ทุกคราจิตใจของเขามิอาจนิ่งสงบยามเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
ท้ายสุดแล้วองค์จักรพรรดิยังคงนิ่งเฉยไร้สิ้นการตอบสนองเขาเปรยมองผู้บัญชาการตรงหน้าเยี่ยงสุนัขก่อนผู้บัญชาการจะกล่าวต่อ "สะ..สถาบันเวทมนตร์ลำดับที่สอง...ถูกปีศาจชั้นต่ำ..เข้ายึดครอง..มันอยากจะได้บริเวณนั้นเป็ภายใต้อาณานิคมของมันขอรับ"
ผู้บัญชาการสูงสุดพูดอย่างตะกุกตะกักเหตุนี้ไม่ใช่เพราะปีศาจที่กล่าวถึงนั้นน่ากลัวหรือน่าเกรงขาม ทว่า มันหวาดกลัวองค์จักรพรรดิต่างหาก!สำหรับองค์จักรพรรดิแล้วผู้ล้มเหลวในหน้าที่นับเป็ความผิดบาปมันมิใช่แค่ล้มเหลวถึงสองครั้งสองคราวมันล้มเหลวมากเสียจนยากจะให้อภัย ใบหน้ายิ่งแสดงความโกรธเกรี้ยวบรรยากาศโดยรอบกลายเป็ความอึดอัด
"ั้แ่เมื่อใดกันที่ราชอาณาจักรบารอนตกต่ำถึงเพียงนี้แค่ปีศาจชั้นต่ำยังกำจัดไม่ได้" องค์จักรพรรดิกล่าวเขาเป็คนไม่ค่อยพูดมาก สำหรับถ้อยคำที่มากมายขนาดนี้นับเป็เื่น่าประหลาดใจมันมากพอจะกดดันให้ชายวัยกลางคนตรงหน้ารู้สึกอึดอัดปานถูกูเากดทับ
"ขะ...ข้า..อยากจะขอเปิดใช้กองรบสูงสุดเพราะว่ามันแข็งแกร่งเป็อย่างมากกระทั่งปรมาจารย์ที่คอยพิทักษ์สถาบันยังตกตายภายในฝ่ามือเดียว"
ไม่มีข่าวสารใดสามารถสานได้ถึงตัวของกาติรัสได้เลยกระทั่งยามนี้ผู้บัญชาการสูงสุดยังได้รับข่าวสารที่ผิดพลาด มันรู้เพียงแค่มีปีศาจประเภทสเกเลตันกำลังกวาดล้างสถาบันเวทมนตร์ลำดับที่สองและปรมาจารย์ผู้พิทักษ์ได้ตกตายเท่านั้นและมันไม่รู้เสียด้วยว่าปรมาจารย์นั้นตกตายโดยฝีมือของกาติรัส!
องค์จักรพรรดิครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนเปิดปากปล่าว "ข้าอนุญาต" น้ำเสียงเรียบเฉยเป็อย่างมากก่อนลุกขึ้นจากบังลังก์และหายไปในฉับพลัน
สำหรับผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองอัศวินสิ่งที่องค์จักรพรรดิกระทำไม่ใช่เื่น่าใ เขาเห็นมันจนเคยชินาาของตนพลังในระดับที่สามารถทำให้วินเทอร์เฟียสงบร่มเย็นร่วมสองร้อยกว่าปี เพียงการเคลื่อนไหวในพริบตาไม่นับเป็อะไรเลยเมื่อเทียบกับพลังที่แท้จริงของท่าน
.
.
.
ภายในสถาบันเวทมนตร์ลำดับที่สองกลับแตกต่างกาติรัสตัดสินใจสังหารผู้คนทั้งหมดที่หาญกล้าต่อต้านเขากระทั่งลูซิเฟอร์ก็มิอาจยับยั้ง มันทำตามคำสั่งของผู้เป็นายอย่างซื่อสัตย์ ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกควบคุมโดยชายหนุ่ม เขาฆ่าผู้อื่นดั่งผักปลา ไม่มีความเมตตาปราณีใดๆไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่
"นายเหนือหัว...กองอัศวินที่ท่านกล่าวถึงจะมากันหรือยังขอรับ"
"ฮึ่ม...พวกมันมากันแล้ว..เยอะมากเสียด้วย...ฮ่าฮ่าฮ่า..ลูซิเฟอร์!ครานี้นับเป็การฝึกข้าจะคอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อย่าทำให้ข้าผิดหวัง" กาติรัสกล่าวแต่เจตนาที่แท้จริงของชายหนุ่ม เพียงไม่อยากให้ศัตรูได้รู้สเตตัสของตน ความสามารถปกปิดของเขากำลังซ่อมแซมและมันใช้เวลามากถึงหนึ่งวันเต็ม!
"ขอรับ" ลูซิเฟอร์กล่าวตอบ มันตอบรับคำขออย่างง่ายดายมันไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดต่อให้มันมีเลเวลเพียงหนึ่ง มันก็พร้อมประจันหน้ากับศัตรูที่นายเหนือหัวเพ่งเล็งดั่งคำพูดของพระเ้าเพราะมันภักดีต่อนายเยี่ยงชีวิต
แผละ แผละ แผละ
ภายในบริเวณสิบตารางกิโลเมตรทุกสิ่งมีชีวิตล้วนตกตายกลายเป็ศพ! ทุกย่างก้าวล้วนเหยียบเข้ากับซากศพด้วยฝ่าเท้าที่ใหญ่ยิ่งทุกร่างถูกเหยียบเสียจนแหลกเหลวดั่งสายธารโลหิต ฝ่าเท้าโครงกระดูกสีขาวนวลถูกฉาบด้วยโลหิตสีแดงฉาน ก่อนฝ่าเท้าจะชะงักงัน
...
กองทัพนับหมื่นกำลังเคลื่อนพลเข้ามาเป้าหมายเพียงหนึ่งคือสถาบันเวทมนตร์ลำดับที่สอง พวกมันเคลื่อนพลผ่านบ้านเมืองจนกลายเป็ความโกลาหลวุ่นวายถึงแม้บางคนจะรู้อยู่แล้วว่ามีปีศาจภายในสถาบัน ทว่า พวกเขาวางใจลงในทันทีเมื่อรู้ว่ากองทัพอัศวินถูกสั่งใช้งานโดยองค์จักรพรรดิ ทุกผู้คนล้วนเชื่อใจองค์จักรพรรดิ เขาเป็จักรพรรดิที่น่าภาคภูมิเป็อย่างมากสำหรับราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย
กองทัพนับหมื่นถูกแบ่งออกเป็สามทัพ ปีกซ้าย ปีกขวาและทัพหลักหน้าที่ของแต่ละทัพนั้นมีแตกต่างกันไป ปีกซ้ายต้องอ้อมเข้าสู่สถาบันเพื่อตรวจหาผู้รอดชีวิตและปีกขวาต้องลอบเข้าสู่สถาบันโดยไม่ให้ศัตรูล่วงรู้เพื่อทำการลอบสังหาร ขณะที่ทัพหลักจะทำการตรึงความสนใจของปีศาจตนนั้นเอาไว้ เนื่องจากข่าวสารได้กล่าวว่าปีศาจมีเพียงตนเดียวเท่านั้น กองอัศวินล้วนเชื่อหน่วยข่าวกรองขององค์จักรพรรดิสนิทใจ
ชายวัยกลางคนผู้นำทัพหลักเขาขี่ม้าสีขาวผ่องดูน่าเกรงขามเขาคือผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองอัศวิน ชายผู้นี้ได้ทำตามประสงค์ขององค์จักรพรรดิพลันยกพลกองกำลังสูงสุดเพื่อมากำจัดปีศาจตัวเดียว สำหรับปีศาจที่สังหารปรมาจารย์เลเวลสองร้อยสามร้อยลงได้ กองทัพขนาดนี้นับว่าเหมาะนัก
"ปีศาจที่สังหารชายเลเวลสามร้อยงั้นรึ..." ผู้บัญชาการกล่าว
ก่อนเสียงสายหนึ่งจะดังขึ้น "ผู้บัญชาการ!..หน่วยสอดแนมกล่าวว่า...มีปีศาจตนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากประตู" รองกองพันอัศวินกล่าวเขาเป็ชายร่างสูงใหญ่รูปร่างใกล้เคียงกับผู้บัญชาการ ผิวขาวและหน้าตาสะอาดสะอ้าน
ทันทีที่ได้ฟังดังนั้นเขาพลันส่งเสียงดัง "หยุดทัพ!" ผู้บัญชาการกล่าวอย่างดุดัน เขาสั่งการเพียงทัพหลักเท่านั้นสำหรับทัพของปีกซ้ายและปีกขวาได้เดินหน้าไปไกลแล้ว หน้าที่ต่อไปคือต้องถ่วงเวลาพวกเขาจะต้องช่วยผู้รอดชีวิตออกมาให้ได้มากที่สุด!
ภาพปรากฏจากระยะไกลสิ่งมีชีวิตที่กำลังเดินออกมาจากประตูที่สูงราวห้าเมตร กองอัศวินพลันตื่นตะลึงงันเนื่องจากประตูและกำแพงของสถาบันถูกสร้างไว้สูงห้าถึงหกเมตรมันเพียงพอสำหรับมนุษย์อย่างพวกเขาหรือกระทั่งเผ่าออร์คยังไม่อาจสูงได้มากกว่านั้น ทว่า กลับสามารถมองเห็นส่วนบนของโครงกระดูกสีขาวอย่างชัดเจนและหัวกระโหลกสีขาวนวลที่น่าผวา มันจับจ้องมาทางพวกเขาดั่งเหยื่อที่รอถูกขย้ำ ก่อนโครงกระดูกตัวนั้นจะเดินออกมาจากประตูของสถาบัน มันไม่สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆสามารถเห็นร่างของมันได้ทั้งตัว
ปีศาจตนนั้นจับจ้องมายังกองทัพอัศวินภายใต้เกราะหนักสีมันวาวพวกเขาทุกคนต้องขนลุกชู่! ยามเมื่อได้พบเห็นปีศาจที่สูงราวเจ็ดแปดเมตรเผยยิ้มกว้าง ถึงแม้พวกเขาจะเป็อัศวินขององค์จักรพรรดิทุกคนล้วนเป็ทหารผ่านศึกหากแต่สำหรับตอนนี้พวกเขาดูราวกับลูกไก่ในกำมือทั้งที่ยังไม่ทันได้ประมือกันเสียด้วยซ้ำ จิติญญากำลังเรียกร้องขอความช่วยเหลือ ต่อหน้าแววตาสีแดงฉานของปีศาจที่จับจ้องยิ่งทำให้พวกเขาขนลุกขนชัน
"ผู้...ผู้บัญชาการ....เป็มันใช่ไหม" รองกองพันอัศวินกล่าวอย่างตะกุกตะกักออร่าที่ปีศาจตัวนั้นปล่อยออกมาเป็สิ่งที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนสำหรับสมรภูมิรบถึงเขาจะมีกองทัพนับหมื่นเคียงข้างกายก็ไม่อาจทำให้รู้สึกอุ่นใจได้เลย
"ทุกคนจงฟัง!..คราแรกเราได้รับข่าวสารว่าเป็ปีศาจชั้นต่ำแต่ที่ไหนได้!..มันเป็เพียงสเกเลตันเท่านั้น! นี้มันเสียยิ่งกว่าชั้นต่ำซะอีกเป็ปีศาจเบื้องล่างอย่างแท้จริง!...ถึงกระนั้น!! พวกเ้าก็จงอย่าประมาทมันเพราะมันคือผู้สังหารปรมาจารย์ด้านการต่อสู้!!..สดุดีแด่วินเทอร์เฟีย!..สดุดีแด่องค์จักรพรรดิ!..สดุดีแด่ราชอาณาจักรบารอน!" ผู้บัญชาการกู่ะโก้องทุกคำกล่าวเขาคอยเปิดใช้ทักษะ 'ปลุกกำลังใจ' คอยช่วยเสริม
หลังคำกล่าวของผู้บัญชาการสูงสุดอัศวินที่กำลังขวัญผวาพลันหายเป็ปลิดทิ้งดั่งถูกมนตร์สะกด พวกเขากลับเข้าสู่โหมดคลั่งที่เปี่ยมไปด้วยพลังและกำลังใจที่แกร่งกล้า อัศวินทุกคนพลันชูมือขึ้นฟ้าแล้วกล่าวอย่างพร้อมเพรียง "สดุดีแด่วินเทอร์เฟีย!..สดุดีแด่องค์จักรพรรดิ!..สดุดีแด่ราชอาณาจักรบารอน!"
'เขายังคงเป็คนที่พึ่งพาได้จริงๆ..ทว่า ข้ากำลังหวาดกลัวมันถึงเพียงชั่วครู่แต่เป็ความหวาดกลัวอันไร้ก้นบึ้ง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกำลังกรีดร้อง' รองกองพันอัศวินครุ่นคิด
"ผู้บัญชาการ...ข้าว่าเราควรถอยทัพนะขอรับ" รองกองพันอัศวินกล่าว
"เราไม่ได้รบด้วยกันนานจนเ้ากลายเป็คนที่ละทิ้งเกียรติของอัศวินเลยหรอ..มีนักเรียนกำลังร้องขอความช่วยเหลือยู่ตรงหน้า..เ้ากลับจะบอกให้ข้าหนีเช่นนั้นหรอ" ผู้บัญชาการกล่าวตอบ
"ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น"
ฟิ้วววว
สายลมแห่งความแปรปวนพัดผ่านดั่งคลื่นพายุอันบ้าคลั่งส่งเรือนร่างสายหนึ่งะโดิ่งลงมาจากฟ้าดัง บึ้ม! ระยะห่างนับกิโลเพียงมันก้าวะโหนึ่งครา กลับถึงกองทัพอิศวินในทันตา!
โครงกระดูกสูงราวเจ็ดแปดเมตรเพียงการะโแค่ครั้งเดียวร่างขนาดั์ก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของอัศวินทั้งหลาย สีหน้าพลันสลดและซีดขาวดั่งกระดาษ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นกระทันหันเกินไปไม่มีอัศวินคนใดได้ตั้งตัวกระทั่งผู้บัญชาการหรือรองกองพันอัศวิน ภายใต้ฝ่าเท้าของโครงกระดูกั์ศพของอัศวินที่สวมเกราะหนักถูกเหยียบจนเละเทะ มันเงยศีรษะอย่างช้าๆก่อนเผยอยิ้ม
!!!
"ทุกคนตั้งสติไว้! อยู่ให้ห่างจากมัน...รอคำสั่งโจมตีจากข้า!" ผู้บัญชาการกล่าวอย่างตื่นตระหนก
โครงกระดูกั์ถูกรายล้อมด้วยกองทัพอัศวินมันใช้ฝ่ามือตวัดกวาดอัศวินตรงหน้าด้วยฝ่ามือที่มีขนาดใหญ่เพียงการตวัดกวาดแค่ครั้งเดียวกับส่งร่างของอัศวินเกือบสิบคนให้แหลกเหลวกลายเป็ละลองโลหิต
ก๊าซซซซ
อัศวินที่พบศพเพื่อนร่วมาได้ตกตายตรงหน้า พวกเขาพลันสติแตกไร้สิ้นการควบคุมส่วนใหญ่ล้วนเร่งรีบวิ่งออกไปให้ไกลจากสัตว์ประหลาดั์ ทว่า บางคนกลับแตกต่างพวกเขาบ้าคลั่งยิ่งขึ้นและหันคมดาบเข้าหาอสูรกาย
"อะไรกัน...ส่องดูข้อมูลไม่ได้" อัศวินบางคนเอ่ยขึ้นมา
ชื่อ:??? อายุ:??? เผ่าพันธุ์:??? อายุขัยโดยธรรมชาติ:??? เลเวล:??? พลังกาย:??? พลังเวทย์:???
"สัตว์ประหลาด! สัตว์ประหลาดชัดๆ"
'อะไรกัน! นี่มันไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับมาเลยสักนิด! ไอัพวกบ้านั้นส่งข้อมูลอะไรมากันวะ!! เ้าตัวนี้มันเกินจินตนาการไปแล้ว...' ผู้บัญชาการพลันลนลานเขาไม่อาจหยั่งรู้ถึงความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม นับเป็ความเสียเปรียบที่แท้จริงไม่มีใครที่กล้าพออยากต่อกรกับศัตรูที่ไม่รู้ข้อมูลความเป็มาเลยสักนิดเว้นแต่พวกเขาจะเป็คนบ้า!!
"ถอยทัพ!...ถอยทัพเดี๋ยวนี้!!" ผู้บัญชาการออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด เขากวาดตามองเส้นทางการหนีอย่างฉับไวในฐานะผู้นำเขาเป็คนที่ตัดสินใจได้ดีก่อนค้นพบเส้นทางและเอ่ยปากบอก "กองทัพหลักตามข้า!" ครานี้นับเป็การทำภารกิจผิดพลาดจิตใจของเขากำลังสั่นเครืออย่างรู้สึกผิด 'มันตบอัศวินเลเวลร้อยสองร้อยตาคามือ...ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของมัน..แข็งแกร่งนัก..ถูกฟาดฟันไปตั้งขนาดนั้นยังไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิดรู้แบบนี้ข้าน่าจะพาจอมเวทย์มาด้วย'
ทันใดนั้นรองกองพันอัศวินก็พลันปลีกตัวออกจากกองทัพด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าแลบท่ามกลางความชุลมุนวุ่ยวาย เขาก็สามารถปลีกตัวออกมาได้สำเร็จพลางจับดาบสองเล่มที่คาดอยู่ตรงเอวออกมา มันเป็ดาบคู่ก่อนผู้บัญชาการจะทันสังเกตเห็น "รองกองพัน!!" น้ำเสียงดังกึกก้องหากแต่ม้าของเขาก็ไม่ลดฝีเท้าลงมันกลับวิ่งควบไปด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเดิม
"โปรดวางใจผู้บัญชาการ....ข้าจะถ่วงเวลาให้พวกท่านเอง!"
ผู้บัญชาการพลันกลืนน้ำลายคำโตก่อนเอ่ยขึ้นอย่างเศร้าโศก "รองกองพัน! นี่คือคำสั่ง...เ้าต้องมีชีวิตรอดกลับมา!!" สิ้นเสียงของผู้บัญชาการชายวัยกลางคนผู้หาญกล้าก็เผยรอยยิ้มอย่างสิ้นหวัง ทว่า ภายในแววตาคู่นั้นกลับกำลังลุกโชติ่ไปด้วยไฟแห่งความปรารถนา "ข้าจะช่วยให้ทุกคนรอดชีวิต!ข้าจะต้องช่วยทั้งหมด!!"
ทุกคนต่างหนีตายอย่างอลหม่านถึงกระนั้นเขาก็เป็ถึงรองกองพันอัศวินมันไม่ใช่แค่ตำแหน่งในนาม เขาได้รับมันมาด้วยฝีมือที่แท้จริงว่ากันว่าเขาเก่งพอๆกับผู้บัญชาการสูงสุด ทว่า เขาแตกต่างตรงที่เป็คนถ่อมตนเกินไปและไม่เคยฝักใฝ่ในอำนาจด้วยนิสัยที่จงรักภักดีและซื่อตรงทำให้เขาเป็ที่รักยิ่งของผู้คน
ก่อนภาพตรงหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็ทะเลโลหิต่เวลาเพิ่งเลยผ่านได้ไม่นานหลังจากที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นะโมาหา มันกลับสร้างซากศพจำนวนมากภายในเวลาไม่นาน ทั่วร่างของสัตว์ประหลาดถูกชโลมไปด้วยโลหิตของอัศวินผู้กล้าหาญมันยิ่งทำให้รองกองพันอัศวินมีน้ำโหดุจักำลังโกรธเกรี้ยว สายตาจับจ้องพลางหน้านิ่วคิ้วขมวด เส้นเืกำลังปูดโปนขึ้นด้วยความเคียดแค้นก่อนกู่ะโก้อง
"เข้ามาเลย!...เ้าสัตว์ประหลาด!!"
ท่ามกลางสนามรบกลับเหลือเพียงหนึ่งมนุษย์หนึ่งอันเดด ลูซิเฟอร์ที่ได้ยินดังนั้นพลันขว้างร่างของอัศวินคนหนึ่งที่อยู่ในฝ่ามือขวาลอยกระเด็นคว้างไปไกลก่อนเผยรอยยิ้มเหี้ยมและเอ่ยขึ้น "อาาาาา มีของน่าสนใจที่จะเอาไปให้นายเหนือหัว..."
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:4,834 พลังกาย:45,597 พลังเวทย์:569,235