"แถวนี้เรียกว่าอะไรนะ" แม่ถามด้วยความงง ถึงแม้ว่าสมัยเด็กวัยรุ่นครอบครัวมีฐานะ พ่อเคยให้มาอยู่ด้วยกันกับญาติลูกพี่ลูกน้องที่กรุงเทพฯเพื่อเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนฝรั่งสองปีแล้วกลับเมืองจีน แต่ตอนนั้นก็นานจนลืมไปมากแล้ว เพราะย้อนอดีตไปสิบกว่าปีแล้วแต่สักประเดี๋ยวก็พอจำได้
"แถวนี้เขาเรียกวัดญวน ถนนข้างหน้าก็เป็สี่แยกราชวงศ์ที่นี่เป็ถนนเยาวราชติดถนนเจริญกรุงคนพลุกพล่านมากจ้ะ ในตรอกในซอยแถวนี้มีห้องเช่าเต็มไปหมดเหมาะสำหรับเราหาห้องเช่าไม่ยาก”ผู้เป็พ่อตอบ เป็เพราะว่าที่นี่เป็แหล่งคนจีน“ไชน่าทาวน์”ตามคำบอกคนจีนด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนคนจีนที่อพยพมาจากเมืองจีนก็มาอยู่แถวนี้จึงดูเป็ย่านอบอุ่นไม่แปลกที่แปลกตา แม่เล่าว่าในสมัยนั้นบ้านแถวนี้นิยมสร้างบ้านสูงๆมีห้องใต้ถุนถนนเยาราช ถนนเจริญกรุง ถนนใหญ่จะมีตรอกทะลุกันหมด
ในที่สุดพ่อแม่กับลูกน้อยอีก3คนก็เลือกห้องแถวในตรอกวัดญวนหรือตอนนี้เรียกวัดกุศลสมาคร(อ้างจากประวัติวัดบำเพ็ญจีนพรตย่งฮกยี่อีกทาง)มาเป็บ้านหลับนอน“บ้านเช่าแถวนี้ถูก เผื่อเงินเหลือเอาไปทำทุนอย่างอื่นต่อ”ผู้เป็พ่อวางแผน
"แล้วเราจะค้าขายอะไรกันหรือ"แม่ถามพ่อ
"เราก็จะขายโจ๊กหมูกันนะ ที่นี่เป็ย่านการค้า มีคนมาก ถึงอย่างไรคนก็ยังต้องกินกันทำของกินนั่นแหละง่ายที่สุดแล้ว แต่ก่อนอื่นเราต้องไปหาหม้อเตาชามช้อนก่อน ส่วนตู้หาบเดี๋ยวพ่อจะหาไม้มาต่อเอง"พ่อต้องวางแผนอย่างเร่งด่วนในยามขัดสนตู้ไม้วางภาชนะสำหรับหาบก็ต้องออกแบบทำเอง แล้วสองผัวเมียรีบเร่งออกไปหาซื้อข้าวของสองถ้าจูงลูกน้อยไปด้วยคงไม่มีมือถือหิ้วของ
"ลูกจี่หนูต้องเลี้ยงน้องก่อนนะพ่อกับแม่ต้องออกไปซื้อของก่อนนะ"แม่สั่งเด็กหญิงน้อยตอนนี้อายุ8ขวบแล้วพอจะรับผิดชอบได้บ้างให้ดูแลน้องชายที่กำลังซน ส่วนอีกคนกำลังนอนหลับอยู่
เวลาผ่านไปจนมืดค่ำสองคนยังไม่กลับ นอกจากจะไปซื้อของแล้วยังต้องสำรวจแถวบริเวณนี้ว่ามีทำเลพอวางหาบขายโจ๊กที่ไหนบ้าง
"หือๆ...พ่อกับแม่ทำไมยังไม่กลับมา" เด็กน้อยสองคนกอดกันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากมีชายหน้าตาดุเดินผ่านไปผ่านมาจ้องเข้ามาตลอดไม่เคยถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง กว่าจะเห็นพ่อแม่กลับมาก็มืดค่ำแล้ว
"หนูกลัว หนูกลัว..." หนูน้อยรีบฟ้องพ่อแม่ พ่อรอสังเกตุคนดุไว้หนวดเดินมา
"ไม่เป็ไรลูก เขาเป็แขกยามจับขโมยนะ"พ่อหันมามองหน้าแม่
"ต่อไปจะไม่ปล่อยลูกไว้ตามลำพังแล้วนะ"แม่สั่งพ่อปลอบลูกพลาง
เริ่มอาชีพหาบขายโจ๊ก ภาระแรกเฝ้าน้องตอนพ่อแม่ขายโจ๊ก
ใช้เวลาอยู่หลายวันสัมภาระทุกอย่างก็เตรียมพร้อมสำหรับออกไปขายโจ๊ก ตอนตี5เช้าตรู่พ่อเป็คนหาบ ข้างหนึ่งเป็ตู้ไม้ใส่ชามช้อน และวัตถุดิบเช่นหมูสับต้องสับจากบ้านเตรียมไปรวมทั้งเครื่องปรุงต่างๆเช่นซีอิ้วข้างหนึ่ง ซึ่งจะต้องพ่วงถังเหล็กใบเล็กๆสำหรับล้างชามช้อนอีกด้วย สมัยนั้นไม่มีถังพลาสติกน้ำหนักเบาๆใช้ได้แต่อย่างไร ส่วนหาบอีกข้างก็เป็หม้อสำหรับต้มโจ๊กหมูแต่มีเตาถ่านข้างล่าง เพียงแต่นํ้าไม่ต้องหาบไป เพราะที่หัวมุมถนนจะมีหัวก๊อกจ่ายนํ้าให้ สมัยนั้นใครจะใช้นํ้าก็ต้องเอาถังเหล็กรองนํ้าจากหัวก๊อกจ่ายนํ้าที่หน้าปากซอยหรือหัวมุมถนนหาบเข้าบ้านเอง ไม่มีท่อน้ำประปาต่อเข้าถึงในตัวบ้านเหมือนปัจจุบัน ส่วนแม่จะหิ้วหรือหาบเก้าอี้ไม้พับสำหรับให้ลูกค้านั่งตามหลัง ส่วนลูกสาวคนโตอายุ8ขวบแล้วต้องจูงมือน้องเล็กๆอีกสองคนคอยควบคุมให้เดินตามไม่ให้แตกแถว ทั้งหมดต่างเดินออกไปสู่ถนนใหญ่ที่ค่อนข้างมีผู้คนพลุกพล่านต่างกำลังเดินทางไปทำงาน แล้วทั้งหมดก็ถึงหัวมุมสี่แยกใหญ่ไม่ไกลจากบ้านพัก พอไปถึงก็วางหาบลงตอนเช้าตรู่ยังไม่มีผู้คนออกมาเดิน
"ที่นี่เลยหรือนะ นี่หน้าร้านขายยาฝรั่ง"แม่ถามอย่างลังเลมองดูร้านขายยาฝรั่งเบอร์ลินร้านใหญ่(เบอร์ลินมิวเซียมคาเฟ่ปัจจุบัน)อยู่หัวมุมถนนพอดี
"แถวนี้เขาเรียกสี่แยกเสือป่า ตั้งแถวหัวมุมนี้เลยนะ เราขายโจ๊ก่เช้าหมดก็กลับบ้านเลย รีบติดเตาต้มโจ๊กกันเถอะเดี๋ยวสายก็ไม่มีคนเดินแล้ว"ผู้เป็พ่อบอก เพราะตอนเช้าลูกค้าส่วนใหญ่เป็คนรีบไปทำงานแวะกินโจ๊กรองท้องเป็อาหารเช้าก่อน ส่วนแม่ก็วางเก้าอี้ให้พ่อนั่งหนึ่งตัวเผื่ออีกสองสามตัวให้ลูกค้านั่งกินกัน รีบติดเตาต้มโจ๊กมีลูกค้ามาซื้อพ่อจะเป็คนตักใส่ชามพร้อมปรุงให้ยื่นให้แม่เป็คนเสิร์พให้ลูกค้า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็คนรีบไปทำงาน ส่วนลูกสาวคนโตต้องดูแลน้องๆอย่าให้ซนลงถนน ยิ่งคนเล็กเพิ่งเริ่มหัดเดินกำลังซนเลยทีเดียว ไม่เกินเก้าโมงคนก็เริ่มซาไปทำงานกันหมดแล้ว ขายโจ๊กหมดทั้งหมดต่างพากันขนของจูงกันเดินกลับบ้าน ทำเลขายโจ๊กก็ตรงหัวมุมสี่แยกนี่แหละ สามารถเปลี่ยนที่ขายโดยข้ามถนนไปอีกหัวมุมอื่นแล้วแต่ดูจังหวะว่าตรงไหนมีคนเดินผ่านเยอะ ครั้งสุดท้ายย้ายไปหน้าปากซอยตรงข้ามข้างภัตตาคารห้อยเทียนเหลาที่มีชื่อในขณะนั้นและปักหลักั้แ่ตรงนั้นเลย ขายข้างภัตตาตาร ภัตตาคารขายบ่าย แต่โจ๊กขายเช้า แต่ลูกค้าเป็คนละระดับกัน
ขายโจ๊กตอนเช้าได้ระยะหนึ่ง ด้วยความขยันพ่อวางแผนหารายได้เพิ่ม ก็บอกกับแม่ว่า
"ป๊าอยากจะขายโจ๊กตอนกลางคืนเพิ่มอีก เงินยังไม่พอใช้เลยนะ ลูกกำลังโต ไปเช่าที่อยู่ใหม่เป็บ้านห้องชั้นล่างในตรอกเกาะเต๊าเถอะ(เกาะเต๊าก็คือตรอกข้างถนนั ถัดไปเป็วัดักมลาวาสนั่นเอง) ดูแล้วที่หัวมุมหน้าปากซอยมีร้านขายข้าวสาร น่าสนใจดี เพราะในซอยจะมีโรงฝิ่นอยู่ตอนกลางคืนมีคนพลุกพล่าน ป๊าจะไปขายที่หน้าปากซอยนั่นั้แ่1ทุ่มจนเที่ยงคืนเลยนะ แต่จะขายโจ๊กปลานะเพราะปลาช่อนเราสามารถหาซื้อที่ตลาดเก่าแถวนี้เลย"ผู้เป็พ่ออธิบายตอนกลางคืนหน้าร้านเขาปิดประตู อาศัยหน้าร้านเขาขายสมัยนั้นสูบฝิ่นเป็เื่ถูกกฎหมายแต่ละตรอกซอกซอยจะมีโรงฝิ่นให้คนจีนเข้าไปนอนสูบกัน
"เออก็แล้วแต่ป๊าแล้วกัน" แม่ตอบตามไม่อาจขวางความอุตสาหะของพ่อได้ขยันหาเงินเป็เื่ดี
จากนั้นพ่อก็เริ่มขายตอนกลางคืนคนเดียว ขายให้แต่คนไปโรงฝิ่นไม่หนักมากจึงขายคนเดียวได้ พอตอนเที่ยงคืนเด็กน้อยคนโตหมวยใหญ่จะถูกปลุกเรียกให้มาเฝ้าที่แผงจนถึงตีสามเพื่อพ่อจะได้ออกไปซื้อหมูและวัตถุดิบที่ตลาดมหานาคเพื่อเป็วัตถุดิบในการขาย นอนรอบนเตียงผ้าใบเล็กเฝ้าของจนพ่อกลับมา และพ่อจะสับหมูต่อที่แผง และย้ายไปขายที่หัวมุมสี่แยกในตอนเช้าเลย
เด็กน้อยภาระเกินตัว เฝ้าร้านโจ๊กตอนดึก
"โอ่โหยุงกัดเต็มตัวเลยนะ"เสียงของยามเดินมาทุกคืนช่วยปัดไล่ยุงให้ขณะเด็กสาวน้อยนอนหลับด้วยความสงสารเป็อย่างนี้ทุกคืน รู้จักกับผู้เป็พ่อเพราะเดินมาคุยทุกคืนจนรู้จักคุ้นเคยกันไหนๆก็ดูแลร้านค้าแถวนี้อยู่แล้ว ช่วยเป็หูเป็ตาให้อีกแรงหนึ่ง
นอกจากนี้ถ้าคืนไหนท้องสนามหลวงมีงานกลางคืน ส่วนใหญ่จะเป็หน้าเทศกาลเดือนธันวาคม หนูน้อยจะต้องหอบเสื่อผืนเดินตามหาบพ่อ เมื่อไปถึงพ่อวางหาบลงติดเตาต้มโจ๊ก หนูน้อยจะปูเสื่อให้ลูกค้านั่งเป็ลูกมือคอยช่วยล้างชามบ้าง กว่าจะขายหมดก็เที่ยงคืนถึงจะได้กลับบ้านการเดินไปกลับจากเยาวราชถึงสนามหลวงไกลมิใช่น้อยเป็ภาระหนักอันหนึ่งสำหรับเด็กช่วยหอบเสื่อส่วนพ่อหาบตู้ไม้เต็มไปด้วยหม้อเตาชาม ถังน้ำและสัมภาระอื่นๆ ต้องเดินหาบไปหยุดบ้างอาศัยกำลังวังชาครั้งยังเป็หนุ่มอยู่เด็กน้อยเดินตามอย่างเชื่อฟังลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย
ตอนหลังบางครั้งหน้าปากซอยโรงฝิ่นซบเซาขายไม่ดี เลยมีต้องหาหาที่ขายใหม่
"อั้วไปซื้อหมูที่ตลาดมหานาคตอนกลางคืนคนเยอะมาก ว่าจะเปลี่ยนไปขายที่ตลาดตอนกลางคืนเลยเผื่อขากลับจะได้ซื้อหมูกลับบ้านมาขายตอนเช้าเลย"พ่อออกความเห็น ด้วยความพยายามหาเงินไม่ลดละ
"ดีเหมือนกันตอนนี้ตี๋ใหญ่มันโตแล้วให้ดูแลน้องๆแทน เดี๋ยวอั้วจะออกไปช่วยขายอีกแรงให้หมวยใหญ่ไปด้วย" แม่เสริมเพราะพักหลังที่เดิมขายไม่ค่อยดีลองหาทำเลใหม่ ตอน 6 โมงเย็นทั้งสามคนจะออกเดินทางจากบ้านแถววัดตึกเดินไปตลาดมหานาค พ่อจะเป็คนหาบตู้ไม้มีทั้งหม้อโจ๊กและตู้ชามช้อน แม่จะถือเก้าอี้ไม้พับตัวเล็กสองสามตัวสำหรับนั่ง ส่วนเด็กหญิงน้อยจะช่วยหิ้วถังนํ้าสี่เหลี่ยมสำหรับหุงต้มและล้างชามเช่นเคย ถังนํ้าใบสี่เหลี่ยมที่ไม่ใช่ถังพลาสติกเบาๆ แต่ทำด้วยแผ่นเหล็กสังกะสีบักกรีเชื่อมเอามีคานไม้ตรงกลางสำหรับมือจับหิ้วหนักพอควร งานตอนกลางคืน สำหรับเด็กน้อยเป็งานไม่สบายเลยแทนที่จะได้หลับนอน และระยะทางจากเยาวราชถึงตลาดมหานาคก็เดินไกลอยู่แต่ตอนนี้ต้องเดินทุกคืนไม่เหมือนงานสนามหลวงหนึ่งปีมีหนึ่งครั้ง่สั้นๆไม่กี่วัน