งานเลี้ยงเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของอาณาจักรไป๋หูถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในท้องพระโรงของเมืองหลวงต้าหลง แม้จะเป็งานที่จัดขึ้นโดยศัตรู แต่ด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับทำให้ขุนนางน้อยใหญ่ของต้าหลงต้องเข้าร่วมเพื่อรักษาหน้าตาของอาณาจักรไว้ หลงเฟยปรากฏตัวในงานนี้ด้วยชุดผ้าไหมสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต เขาไม่ได้สวมชุดเกราะเต็มยศอย่างที่ใครหลายคนคาดหวัง แต่ชุดธรรมดาของเขากลับทำให้เขามีออร่าที่ลึกลับและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาปรากฏตัวในนามของ “ท่านแม่ทัพใหญ่หลงหลิง” ขุนนางชั้นสูงคนใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากองค์จักรพรรดิผู้ชราภาพ เพื่อรักษาความลับของ “แม่ทัพเงา” ไว้ให้นานที่สุด
หลงเฟยเดินเข้าไปในงานเลี้ยงด้วยท่าทีที่สงบและเยือกเย็น สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจผู้คนและบรรยากาศ เขาไม่ได้สนใจในความหรูหราของงานเลี้ยง แต่กลับให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะบ่งบอกถึงแผนการร้ายของจ้าวหลี่ เขาััได้ถึงพลังงานมืดที่แผ่ออกมาอย่างจางๆ จากทหารบางคนและแขกที่เข้าร่วมงาน ความรู้สึกคุ้นเคยนั้นทำให้เขาต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
ในมุมหนึ่งของท้องพระโรง หลิวซินที่แอบหนีออกมาจากจวนสกุลหลิวด้วยความยากลำบาก กำลังยืนอยู่ท่ามกลางแเื่มากมาย เธอสวมชุดของชนชั้นสูงเพื่ออำพรางตัวตนและเพื่อที่จะสามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ได้ เธอยังคงรู้สึกถึงความโกรธเคืองที่ซ่อนอยู่ในใจต่อตระกูลของเธอที่บังคับให้เธอต้องเป็เหมือนกับนางร้ายในเกมอำนาจของพวกเขา แต่เธอก็ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้และทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอมองสำรวจผู้คนในงานเลี้ยงเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับ “แม่ทัพเงา” ผู้ที่ถูกกล่าวถึงในข่าวลือ และเธอก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในท้องพระโรง พลังงานนั้นเป็พลังงานเดียวกันกับที่เธอััได้จากชายลึกลับในคืนพายุฝน
หลิวซินพยายามเบี่ยงตัวหลบสายตาของเขา เธอไม่้าให้เขาจำเธอได้ และเธอไม่้าที่จะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีก แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่เป็ใจ เมื่อหลงเฟยหันมามองเธอ และดวงตาของเขาก็หยุดอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว สายตาที่เฉียบคมของเขาทำให้หลิวซินรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างใน
หลงเฟยเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างไม่ลังเล หลิวซินพยายามที่จะหลบหนีอีกครั้ง แต่ก็สายเกินไป “ท่าน...หลิวซินใช่หรือไม่” หลงเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า แต่กลับแฝงด้วยความรู้สึกที่คาดไม่ถึง
หลิวซินใที่ชายผู้นี้รู้ชื่อเธอ “ท่านเป็ใคร?”
“ข้าคือหลงหลิง” หลงเฟยแนะนำตัว “และข้ารู้ว่าเ้าเป็ใคร”
หลิวซินรู้สึกถึงความประหลาดใจอย่างรุนแรง ชายผู้นี้มีพลังที่น่ากลัวกว่าที่เธอคิด เขาไม่เพียงแค่มีอำนาจ แต่เขายังมีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่มั่นคง เธอตัดสินใจที่จะไม่โต้ตอบอะไรอีก และพยายามที่จะเดินหนีไปจากเขา แต่หลงเฟยกลับคว้าแขนของเธอไว้ “เ้าหนีข้าไปไม่ได้หรอก”
คำพูดของเขาทำให้หลิวซินต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ปล่อยข้า!”
“ข้าจะปล่อยเ้า หากเ้าตอบคำถามของข้า” หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงเล็กน้อย “เ้า้าอะไรจากงานเลี้ยงนี้?”
หลิวซินใอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าชายผู้นี้สามารถล่วงรู้ความคิดของเธอได้หรือไม่ แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะไม่ตอบคำถามของเขา “ข้าไม่จำเป็ต้องบอกท่าน”
“เ้าไม่บอกข้า ข้าก็รู้” หลงเฟยกล่าวอย่างมั่นใจ “เ้ามาที่นี่เพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง และเ้าก็กำลังมองหาใครบางคนอยู่ใช่ไหม”
คำพูดของเขาทำให้หลิวซินรู้สึกราวกับถูกกระชากความลับออกมา เธอรู้สึกทั้งโกรธและสับสน แต่ก่อนที่เธอจะตอบโต้อะไรออกไป เหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงต้องตกตะลึงก็เกิดขึ้น
องค์ชายจ้าวหลี่ในชุดของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เดินเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยท่าทีที่สง่างาม ใบหน้าของเขายังคงงดงามราวกับเทพเซียน แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววอันตราย “ยินดีต้อนรับแขกทุกท่านสู่งานเลี้ยงของข้า ข้าหวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับงานนี้”
คำพูดของเขาสร้างความเงียบงันให้กับท้องพระโรง ทุกคนต่างรับรู้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา หลงเฟยเองก็รู้สึกได้เช่นกัน เขาจึงพาหลิวซินไปยังมุมหนึ่งของท้องพระโรงเพื่อหลบสายตาของผู้คน และเพื่อที่จะได้สังเกตการณ์จ้าวหลี่ได้อย่างใกล้ชิด
“เ้าก็มาด้วยหรือ แม่ทัพใหญ่หลงหลิง” จ้าวหลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยพลางมองมาที่หลงเฟย “ข้าไม่คิดว่าเ้าจะกล้ามางานของข้า”
“ทำไมข้าจะกล้าไม่ได้” หลงเฟยตอบกลับอย่างเ็า “ข้ามาในนามของอาณาจักรต้าหลง และข้าก็มาเพื่อเป็เกียรติแก่งานของพระองค์”
จ้าวหลี่หัวเราะในลำคอ “หึ! เกียรติหรือ… ข้ารู้ดีว่าเ้ามาเพื่ออะไร… เ้ามาเพื่อที่จะปกป้องใครบางคนใช่หรือไม่”
คำพูดของเขาทำให้หลงเฟยต้องขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าจ้าวหลี่กำลังหมายถึงใคร แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงเจตนาที่ไม่ดีที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้น
“เ้าคิดว่าเ้าจะสามารถปกป้องทุกคนในอาณาจักรต้าหลงได้หรือ แม่ทัพใหญ่หลงหลิง” จ้าวหลี่กล่าวต่อ “เ้าคิดว่าเ้าจะสามารถปกป้องคนที่เ้าแอบซ่อนไว้ในเงามืดได้หรือ”
คำพูดของจ้าวหลี่ทำให้หลงเฟยรู้สึกถึงความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาหันไปมองหลิวซินที่ยืนอยู่ข้างๆ และเธอก็ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์เช่นกัน ดวงตาของเธอฉายแววหวาดกลัวและสับสน
“เ้าอย่าได้คิดจะเล่นเกมกับข้า จ้าวหลี่” หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เ้ากำลังเล่นกับไฟ”
จ้าวหลี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ไฟหรือ… ข้าชอบไฟ”
การสนทนาของทั้งสองหยุดลงเพียงเท่านี้ แต่ความตึงเครียดในท้องพระโรงยังคงดำเนินต่อไป จ้าวหลี่ขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีและเริ่มกล่าวคำปราศรัยเกี่ยวกับอนาคตของไป๋หู และประกาศการประลองยุทธ์ครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินนี้
“และผู้ชนะในการประลองยุทธ์ครั้งนี้ จะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ และจะได้รับการยกย่องให้เป็วีรบุรุษของแผ่นดิน!” จ้าวหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงดังลั่น “แต่หากไม่มีใครกล้าพอที่จะมาประลองกับข้า ก็จะถือว่าข้าคือผู้ชนะ และอาณาจักรต้าหลงก็จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”
คำประกาศของจ้าวหลี่สร้างความแตกตื่นและหวาดกลัวให้กับขุนนางน้อยใหญ่ของต้าหลง ทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครในต้าหลงที่จะสามารถเอาชนะจ้าวหลี่ได้ และการยอมจำนนก็เป็หนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขารอดชีวิตได้ แต่หลงเฟยกลับคิดต่างออกไป เขาไม่ยอมให้จ้าวหลี่โลกใบนี้ได้ง่ายๆ
“ข้าขอเป็ผู้ท้าประลองเอง!” หลงเฟยประกาศขึ้นด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง “ข้าขอท้าประลองกับพระองค์ในนามของอาณาจักรต้าหลง!”
คำพูดของหลงเฟยทำให้ทุกคนในท้องพระโรงต้องตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่า “แม่ทัพใหญ่หลงหลิง” ผู้ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ จ้าวหลี่ยิ้มอย่างพอใจ เขาได้สิ่งที่เขา้าแล้ว หมากของเขากำลังจะเดินไปตามที่เขาได้วางแผนไว้
“ดี! ข้าชอบความกล้าของเ้า” จ้าวหลี่กล่าว “แต่ข้าหวังว่าความกล้าของเ้าจะไม่ทำให้เ้าต้องเสียชีวิตก่อนที่จะได้เห็นอนาคตของอาณาจักรต้าหลงที่กำลังจะล่มสลาย”
หลิวซินที่ยืนอยู่ข้างๆ หลงเฟยรู้สึกถึงความกังวลอย่างรุนแรง เธอรู้ว่าหลงเฟยเป็ใคร และเธอก็รู้ว่าเขามีพลังที่เหนือกว่าคนทั่วไป แต่จ้าวหลี่ก็ไม่ใช่ศัตรูธรรมดาเช่นกัน การต่อสู้ในครั้งนี้อาจจะเป็อันตรายถึงชีวิตของหลงเฟยได้เลยทีเดียว
“ท่านจะทำอะไร…” หลิวซินกระซิบเสียงแ่เบา
หลงเฟยหันมามองเธอ ดวงตาของเขาอ่อนโยนลงเล็กน้อย “ข้าแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
การพบกันในงานเลี้ยงนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิด หลงเฟยเริ่มสนใจในตัวหลิวซินมากขึ้น ในขณะที่หลิวซินเองก็เริ่มรู้สึกว่าชายลึกลับผู้นี้ไม่ใช่คนน่ากลัวอย่างที่เธอคิด แต่เป็คนที่มีจิตใจที่ดีงามและกล้าหาญมากกว่าที่ใครหลายคนมองเห็น การตัดสินใจของหลงเฟยที่จะเข้าร่วมการประลองยุทธ์ในครั้งนี้ จะนำพาพวกเขาไปสู่โชคชะตาที่อันตรายกว่าที่พวกเขาเคยคิดไว้ และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กับความขัดแย้งที่กำลังจะเกิดขึ้น