EP.2
ข้ามีนามว่าหินแต่ผู้คนที่นี่ต่างเรียกข้านายน้อย บ้างก็คุณชายน้อย หรือไม่ก็ส้าวเหยียซึ่งแปลว่านายน้อยเช่นกัน ส่วนมากคำเรียกนี้มักเป็ตาแก่ผมขาวเคราแพะกับตาแก่หลี่เฉียงเสียส่วนมากที่เป็คนเรียก และก็อย่างเคยข้ายังคงฟังภาษาของคนที่นี่ไม่ออก และยังไม่รู้จุดประสงค์ของฟ้าว่าส่งมายังโลกนี้ด้วยเหตุใด หรือภพที่แล้วยังลงโทษให้ข้าพบวิบากกรรมไม่หนำใจจึงส่งมาเผชิญนรกในภพนี้ต่อ
ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดพวกมันต้องทำกับทารกน้อยเช่นนี้ ทุกสามวันตาเฒ่าเคราแพะกับตาแก่หลี่เฉียงจะเข้ามาตรวจร่างกายข้าก่อนนำน้ำบางสิ่งหยอดลงลำคอ
เมื่อแรกเริ่มที่ยังไม่รู้มันคือสิ่งใดและจะส่งผลใดมาให้แก่ร่างกายจึงไม่ได้ทัดทาน กลืนเข้าไปแต่โดยดีดั่งทารกน้อยผู้ไม่ประสา
กระทั่งเห็นผลที่ตามมาถึงได้กระจ่างว่ามันหาใช่น้ำธรรมดาแต่เป็พิษที่นำความเ็ปมาให้กับทารกน้อยร่างนี้อย่างแสนสาหัน ทั่วทุกอณูเนื้อร้อนผ่าวราวจะมอดไหม้ ทรมานเกินคำใดจะอธิบายได้ ความแสบร้อนทั้งเจ็บจี๊ดดั่งเข็มพันเล่มแทงไปทั่วกาย ทำให้สติราวกับจะมอดม้วยไปเสียเดี่ยวนั้น
แต่นับว่าแปลกนัก เหตุใดเ็ปราวหัวใจจะหยุดเต้นร่างนี้ถึงยังไม่สิ้นลมเสียที กายหรือก็ไม่ต่างจากทารกโดยทั่วไป ไยถึงได้ทนทานกว่าผู้อื่นหลายร้อยเท่าดั่งว่าคุ้นเคยกับของมีพิษเหล่านี้เป็ทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว
พอถึงรอบต่อมาข้าพยายามเม้มปากไว้แน่น หวังสกัดกั้นไม่ให้พวกมันนำพิษมากรอกได้อีก แต่เรียวแรงเท่ามดนี้หรือจะไปงัดข้อกับผู้ใดได้ กำลังจะขยับกายยังไรซึ่งปัญญา แล้วทุกสามวันก็เป็เช่นเดิม วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไร้ที่สิ้นสุด
ความทรมานที่กายในภพนี้ ผสานกับความบอบช้ำทางใจในภพก่อนหล่อหลอมทำให้บุรุษวัยฉกรรจ์ในร่างทารก อยู่อย่างไร้จิติญญา ได้แต่หวังให้ตาเฒ่าเคราขาวนำพิษที่แรงกว่านี้มาปลิดชีพตนเสีย
วันเวลาผันผ่านไม่รู้วันคืน ข้าเฝ้ามองทุกผู้คน เฝ้าสดับฟังทุกถ้อยคำ เนินนานกระทั่งเริ่มจับความได้ว่าคนพวกนี้เอ่ยสิ่งใดทั้งการได้เข้าเล่าเรียนจากบรรดาอาจารย์ฝ่ายบุ๋นและบู้จนแตกฉานั้แ่ยังเยาว์
จากทารกน้อยแรกเกิดเริ่มเติบโตตามวัยอาจเร็วกว่าด้วยซ้ำเท่าที่สังเกต ซึ่งในความคิดของข้ามันช่างย้อนแย้งกันนัก ด้วยกายนี้ถูกพิษมาั้แ่อยู่ในครรภ์ แทนที่สิ่งเ่าั้จะทำร้ายร่างกายให้อ่อนแอเหมือนเมื่อครั้งแรกเกิด แต่กลายเป็ว่าเมื่อร่างกายผสานกับสิ่งให้โทษพวกนั้นแล้ว พิษทั้งหลายที่ตาเฒ่ายัดเยียดให้ดื่ม เวลานี้ไม่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกใดๆต่อร่างกายนี้อีกต่อไป กระทั่งอายุได้ห้าปีการเรียนรู้ได้รวดเร็วเกินวัยทำให้ผู้คนที่นี่ต่างสรรเสริญเยินยอว่าคุณชายน้อยอัจฉริยะ
คำสรรเสริญเ่าั้หรือ ผู้ใดจะสนกัน!
ข้าหาได้แยแสต่อคำเ่าั้ไม่ ทั้งใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ วาจาที่เอ่ยนับคำได้ ทำให้บ่าวไพร่พากันหนีหายปรนนิบัติไปตามหน้าที่เท่านั้น
์ท่านนำข้ามาสู่ดินแดนแห่งนี้ ให้ข้าเกิดมาเผชิญโลกใบใหม่ มารดาผู้ให้กำเนิดก็สิ้นใจยามคลอดข้า บิดาหรือสบตากันเพียงครั้งเดียวผ่านมาห้าปีแล้วยังไร้ซึ่งวี่แววว่าจะได้พบกันอีก ทุกสามวันยังคงถูกผู้เฒ่าเคราขาวนำพิษร้ายมาให้ดื่มกระทั่งร่างกายนี้ ไร้ซึ่งความเ็ป ความทรมานเจียนขาดใจได้สูญสลายไปตามกาลเวลา ดั่งความรู้สึกที่ด้านชาเกินกว่าจะแยแสต่อความเป็ความตายอีกต่อไป
พรรคัสุริยัน นับได้ว่าเป็พรรคอันดับหนึ่งมีชื่อเสียงระบือไกลว่าใจคุณธรรม มีน้ำมิตรต่อชาวประชา ราวกับเทพ์จุติลงมาโปรด!
แค่ได้ยินข้าก็อยากเหยียดปากแล้วหัวร่อให้กับความโง่งมนั้นนัก นี่หรือคือพรรคผู้มีคุณธรรมอันดับหนึ่ง ใช้สตรีเป็เครื่องมือในการให้กำเนิดทายาทโดยไร้ความปราณี เคี่ยวกรำเด็กผู้หนึ่งั้แ่ยังเป็ทารกจนแทบจะแดดิ้นมานับปี เช่นนี้หรือเรียกว่าคุณธรรม?
หลิ่งหานหลิงในวัยห้าปียังคงนอนลืมตาอยู่บนเตียง ดวงตาไร้แววซ่อนความลุ่มลึกไว้ภายในมองจ้องเพดานนิ่ง การเรียนวรยุทธที่นี่นับว่าไม่ต่างจากวิชชาหมัดมวยวิชากระบี่กระบองของชาวอยุธยาเท่าใดนักแต่ที่ต่างคือการฝึกจิตควบคุมปราณในร่างซึ่งนับว่ายากยิ่งกว่าการฝึกไสยเวทย์เสียอีก
และด้วยโครงร่างนี้แม้จะพึ่งห้าขวบแต่่ไหล่กว้าง แขนขายาว อาจารย์ผู้สอนวรยุทธต่างคาดเดาได้ว่าอนาคตข้างหน้าเติบโตไปกายนี้จะต้องสูงใหญ่องอาจ ซึ่งเหมาะกับการฝึกดาบ ต่างจากหลิ่งหยางหลงผู้เป็บิดาที่ร่างกายสูงโปร่งจึงเหมาะกับการฝึกกระบี่จนได้รับสมญามือกระบี่อันดับหนึ่ง
การเป็ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของพรรคัสุริยันไม่เคยมีความหมายต่อชีวิตของข้าแม้แต่น้อย ข้าหวังเพียงว่าเมื่อร่ำเรียนจนสำเร็จวิชาที่หลิ่งหยางหลงห่วงแหนที่สุดเมื่อใด เมื่อนั้นพรรคัสุริยันจะไร้บุรุษนามว่าหลิ่งหานหลิง!
เมื่อได้รับการเล่าเรียน จึงได้รู้ว่าภพอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ มีอยู่เพียงสี่ดินแดนเท่านั้น ทุกแดนถูกแบ่งแยกเป็เอกเทศไม่ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน แดนอสูรอยู่ทิศเหนือ แดนเซียนอยู่ทิศตะวันตก แดนมนุษย์อยู่ทิศตะวันออก และสุดท้ายแดนปรโลกอยู่ใต้ผืนพิภพ
ทุกวี่วันข้าเดินตามครรลองวิถีของทายาทพรรคัสุริยัน แม้มีชีวิตแต่ก็ปราศจากจิติญญา ด้วยิญญาของข้าได้ม้วยมอดั้แ่อยู่ในภพก่อน ผู้คนที่ผ่านเข้ามา บ่าวรับใช้ที่คอยปรนนิบัติ ตาเฒ่าเคราขาว หรือแม้แต่ผู้ได้ชื่อว่าบิดา ต่างล้วนไร้ซึ่งความหมาย
โลกทั้งใบในภพนี้ล้วนแต่ไร้ความหมายสำหรับข้า!
ข้าอยู่ไปวันๆ ได้แต่หวังว่าความตายจะนำข้าออกไปจากวัฏสงสารโดยเร็วที่สุด ตายแล้วก็อย่าได้ผุดได้เกิดขึ้นมาเป็คนอีกเลย
เกิดเป็สัตว์ยังนับว่าดีกว่ามนุษย์หลายขุมนัก!
หานหลิงนอนนิ่งไม่ไหวติ่งราวกับซากศพ ก่อนหูที่ถูกฝึกจนไวต่อััจะจับความเคลื่อนไหวถึงฝีเท้าอันคุ้นเคยั้แ่ยังไม่ถึงครึ่งลี้
ตอนนี้เป็เวลายามหนึ่ง ถึงกำหนดที่ผู้เฒ่าซ่านกั๋วจะนำพิษมาให้ข้าดื่มอีกตามเคย ร่างน้อยในอาภรณ์เนื้อดีลุกขึ้นเดินไปนั่งอยู่บนเบาะรอคอยว่าวันนี้ตาเฒ่าจะนำพิษชนิดใดเข้ามาสู่ร่างกายตนอีก
“คุณชายผู้เฒ่าเฉินขอเข้าพบขอรับ”ไม่มีคำตอบรับอย่างเคย แต่ก็รู้กันว่านี่คือคำอนุญาตของหานหลิงนายน้อยแห่งพรรคัสุริยัน
เฉินซ่านกั๋วกับหลี่เฉียงผู้รอบรู้ด้านพิษเดินเข้าไปภายในตรงเข้าหาร่างน้อยผู้มีใบหน้านิ่งขรึมเกินวัย มองดวงตาลุ่มลึกราวก้นมหาสมุทรสุดจะหยั่งถึงของหลิ่งหานหลิงว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
เมื่อแรกเกิดดวงตาเป็อย่างไร ยามนี้ผ่านมาห้าปีแล้วทุกสิ่งยังคงเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ทั้งความรอบรู้ที่เกินวัย ทั้งความอดทนที่เด็กน้อยผู้หนึ่งหรือจะทานทนได้ นี่คงเป็์ประทานมาให้เป็ทายาทผู้จะมาสืบทอดปราณของดาบหมื่นพิษอย่างแน่นอน
“ส้าวเหยียวันนี้ครบห้าปีแล้ว ท่านจะได้รับพิษตัวใหม่พร้อมหรือไม่”เสียงหลี่เฉียงบุรุษวัยไล่เลี่ยกับตาเฒ่าซ่านกั๋วเอ่ยถามพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม โดยไม่รู้สึกรู้สาเลยว่าสิ่งที่ตนเอ่ยมานั้นหาใช่เอาของหวานมาให้เด็กกินเสียเมื่อไหร่
หานหลิงตวัดตาคมซึ่งมีอยู่ชั้นเดียวมองย่างสงบนิ่ง ก่อนเอ่ยเรียบเรื่อยดั่งผู้ชาชินกับสิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้
“จะนำสิ่งใดมาให้ข้ากินก็อย่าชักช้าไปเลยหลี่เฉียง”
“พิษเช่นนั้น ส้าวเหยียก็น่าจะรู้ว่ามันไร้ผลกับร่างกายท่านแล้ว พิษต่อจากนี้ข้าคิดว่าท่านอาจได้ตายสมใจก็เป็ได้”หลี่เฉียงเอ่ยอย่างรู้เท่าทันว่านายน้อยผู้นี้ส่วนลึกในใจแล้ว้าสิ่งใด
“คุณชายน้อยทนทานต่ออสรพิษทั้งร้อยชนิดมาได้นับห้าปี เพียงหนอนไหมนี่จะนับเป็อะไรได้ หลี่เฉียงเ้าอย่ารำไรอยู่เลย”
หานหลิงได้ยินว่าต่อไปสิ่งที่จะทำให้ตนเจียนตายคือหนอนไหม เ้าแห่งการชอนไช ได้รับเพียงหนึ่งตัวก็สามารถทำให้ผู้นั้นตายได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป ดวงตาเรียวเฉียงก็ส่อประกายยินดีขึ้นมาชั่ววูบ
นี่คงเป็วาระสุดท้ายของข้าแล้วสินะ!
ท่านพ่อท่านแม่ อีกไม่นานข้าจะได้ไปรับใช้ท่านในยมโลกแล้ว แม้จะแก้แค้นชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นไม่ได้ ข้าก็ขอสาปแช่งให้พวกมันพบเจอแต่ความวิบัติฉิบหาย ตายก็อย่าได้ผุดได้เกิดขึ้นมาอีกเลย
“ส้าวเหยียยื่นแขนท่านออกมา”
หานหลิงไม่คิดรำไร และไร้ซึ่งความหวาดเกรงต่อสิ่งที่ผู้คนทั้งยุทธภพต่างประหวั่นพรั่นพรึง ยื่นแขนวางบนโต๊ะดวงตาแน่วแน่มองตลับกลิ่นฉุนที่หลี่เฉียงนำมาวางไว้ข้างกันก่อนเปิดมันออก ภายในมีหนอนไหมสีดำหนึ่งตัวขนาดเท่าเส้นผม ยาวครึ่งนิ้วก้อยเลื้อยยั้วเยี้ยไปมารอบๆตลับขนาดเล็ก ดูลักษณะผอมแห้งผู้มีสายตาคมกริบอย่างหานหลิงมองเห็นว่าปากเล็กของมันมีฟันที่แหลมคมอ้าหุบอ้าหุบราวกับหิวโหยมาหลายวัน
“ถูกแล้วส้าวเหยียข้าปล่อยให้มันอดน้ำอดอาหารมาสามวันแล้ว ไม่แน่เมื่อมันเข้าสู่ร่างของท่านเพียงครึ่งก้านธูปร่างกายเด็กน้อยตัวเล็กเท่านี้คงเหือดแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็เป็ได้...”
“ข้ารู้ความน่าพรั่นพรึงของหนอนไหมนี้ดี หากมันสามารถเอาชีวิตข้าไปได้ ท่านก็เร่งมือเข้าเถิด”เอ่ยราวสิ้นเยื้อใยต่อโลกใบนี้ ไม่รอตาแก่ปากมาก หานหลิงก็จัดการกรีดข้อมือตนเองจนเืซึมออกมาตามาแ
หนอนไหมเมื่อได้กลิ่นคาวอาหารก็กระวนกระวายเลื้อยพล่านอยู่ในตลับ ก่อนจะถูกหลี่เฉียงใช้ตะเกียบเหล็กคีบลงไปวางบนาแ ปล่อยให้มันเลื้อยชอนไชเข้าไปในเนื้อหนังของเด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบ
“หน้าที่ของพวกท่านเสร็จแล้วไม่ใช่หรือ ออกไปได้แล้ว”
“พวกข้าต้องคอยสังเกตการณ์ หากท่านทนความทรมานนี้ไม่ไหวจะได้เร่งขับมันออกมา”เฉินซ่านกั๋วเอ่ยอย่างเป็ห่วง
“ไม่จำเป็ หากข้าตายจริงก็ขึ้นอยู่กับลิขิตฟ้าเท่านั้น”หานหลิงกัดฟันเอ่ยเสียงเย็นเยียบเมื่อความทรมานเริ่มเข้าทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม
“นี่คือคำสั่ง ออกไป”
ตาเฒ่าทั้งสองต่างก็ได้แต่ถอนใจใหญ่ อย่างไรเสียหนอนไหมนี้ก็เป็เพียงเครื่องทดสอบว่าสารพัดพิษที่อยู่ในร่างหานหลิงนั้นมีฤทธิ์มากพอจะสกัดกั้นและกำจัดหนอนไหมนี้ได้หรือไม่เท่านั้น หากพิษที่รับมายาวนานถึงห้ามียังทานหนอนไหมนี้ไม่ได้ แล้วปราณของดาบหมื่นพิษที่จะต้องรับสืบทอดเล่าหานหลิงจะทนไหวได้หรือ
แต่แค่นี้ก็เป็เครื่องทดสอบได้ว่าหากไม่รอดในคราวนี้ ดาบหมื่นพิษก็คงต้องสรรหาฮูหยินมาให้กำเนิดทายาทคนต่อไป
เมื่อตาเฒ่าทั้งสองออกไปแล้ว ใบหน้าที่เคยนิ่งขรึมมาบัดนี้กลับบิดเบ้ มองแขนตนเองที่มีหนอนไหมชอนไชจนขึ้นรอยลดเลี้ยวไปมา ดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก ทั้งความเจ็บแปลบยามเนื้อถูกฟันซี่แหลมฉีกกระชากกัดกิน สูบเื สร้างความปวดทรามานจนเส้นเืบนขมับปูดโปน ทั้งร่างชื้นไปด้วยเหงื่อ แม้ปราณที่ฝึกยุทธจะสามารถขับมันออกจากกายได้แต่หานหลิงไม่คิดจะทำเลยแม้แต่น้อย
ร่างเล็กกัดฟันกรอด กระทั้งทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงได้ร้องลั่น ร่างทรุดนอนราบไปบนเบาะรองนั่งผืนใหญ่ กระวนกระวาย เ็ปไปทั่งร่างเมื่อเนื้อถูกกัดกิน พร้อมกับสิ่งแปลกปลอมแหวกเนื้อตนชอนไชไปทั่ว
ดวงตาเรียวเล็กเริ่มพร่า มองไปทางใดก็มืดมัวไปหมด รู้สึกว่าเ้าหนอนไหมจะแซะเนื้อกระทั่งใกล้เข้ามาถึงกล้ามเนื้อหัวใจของตนแล้ว
หานหลิงกัดปากแน่นสกัดกั้นเสียง มือเกร็งกำแน่นหลับตาพริ้มเมื่อคาดหวังว่าอีกไม่นานก็คงถึงจุดจบของตนแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ลำคอเริ่มตีบตันกระทั่งกระอักเืออกมาเป็ลิ่มๆ
ท่านพ่อ ท่านแม่ คงถึงเวลาที่ไอ้หินจะได้ไปพบท่านแล้วเป็แน่!
รำพึงรำพันหาบิดามารดาผู้มีชะตากรรมไม่ต่างจากตนด้วยเหตุมาจากสตรีนางเดียว ทำให้ครอบครัวเก้าชั่วโคตรต้องม้วยสิ้น ไม่กี่อึดใจร่างน้อย ก็สิ้นสติไปทันที
**********************************
ปล.ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ มีเขียนผิดบ้าง หรืออ่านแล้วงงตรงไหน เม้นบอกไรท์ได้นะคะ