อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 30 : กำเนิดใหม่ของราชันย์อสูรสวรรค์

    " ไอ้หนู เจ้าเป็นตัวอันใด ใยจึงมาเห่าหอนที่นี่ " หมาป่าเดินออกมายังหน้าประตู


    " ที่นี่ เป็นของตระกูลฟู่ พวกเจ้าจงเร่งออกไปจากที่นี่โดยเร็ว " ชายหนุ่มขั้นราชันย์สูงสุดขั้นที่สามเอ่ยขึ้น


    " หากพวกเรามิไปเล่า ตระกูลฟู่จะทำเช่นไร " หมาป่ายียวน


    " หากพวกเจ้ามิไป จะหาว่าข้ามิเตือน " ชายหนุ่มเริ่มใช้น้ำเสียงกดดัน


    " เจ้าก็ลองดู " หมาป่ายังคงกวนโทษะของชายหนุ่ม


    " ครืน " ปรานสังหารแผ่กระจายเข้ากดดัน


    แม้นจะเป็นแรงกดดันราชันย์ขั้นสูงสุดขั้นที่สาม ก็มิอาจทำอันใดหมาป่าที่ขั้นฝึกต่ำกว่าสองขั้นได้


    " เจ้ามีพลังเพียงแค่นี้รึ " หมาป่าเอ่ยขึ้น พลางส่ายหน้า


    " ครืน " หมาป่าระเบิดแรงกดดันเข้าใส่ชายหนุ่มทันที


    " อั่ก " ชายหนุ่มทิ้งเข่าทั้งสองข้างลงที่พื้นในทันที


    " เด็กน้อย ข้าจะบอกให้ ที่นี่เป็นสำนักอักกะ สาขาแดนเทพ มิใช่บ้านตระกูลฟู่ หากเจ้าคิดที่จะช่วงชิง เจ้าก็เตรียมตัวถูกจิตทัศนะแห่งแดนเทพลงทัณฑ์ " หมาป่าสะบัดหางของตน ส่งร่างของชายหนุ่มปลิวไปไกล


    " นี่คือป้ายของสำนัก " นนท์วาดมือส่งป้ายสำนักขึ้นติดที่ซุ้มประตู และภายในวิหารกลาง


    " ครืน " แสงสีทองสว่างวาบจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพ 


    " วิ้ง " ชื่อสำนักอักกะ สาขาแดนเทพ ปรากฎขึ้นที่ศิลานทีทำเนียบสำนักและตระกูลในแดนเทพ


    " มีสำนักตั้งขึ้นใหม่รึ "


    " สำนักอักกะ สาขาแดนเทพ " เหล่าผู้อาวุโสที่เร่งมายังจิตทัศนะแห่งแดนเทพต่างฉงน


    " ช่างมิรู้จักที่ต่ำที่สูง แดนเทพสูงส่งเพียงใด กลับเป็นได้แค่สำนักสาขา " เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ยังแดนเทพมานานต่างรู้สึกโกรธแค้น


    เหล่าผู้อาวุโสต่างเร่งมายังสำนักอักกะ เพื่อมาดูว่าผู้ใดที่อาจหาญให้แดนเทพเป็นเพียงสำนักสาขา 


    " พวกเจ้าใจกล้ายิ่งนัก ถึงกับใช้แดนเทพเป็นเพียงสำนักสาขา " เหล่าผู้อาวุโสร้องตะโกนอยู่หนัาประตูสำนัก


    " เป็นข้าเอง " นนท์ลอยตัวมายังหน้าประตู


    " เป็นเจ้าเองรึ " นนท์พยักหน้า


    " เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้ " นนท์ยกยิ้ม


    " ข้าอยากทำ ข้าก็ทำ " เหล่าผู้อาวุโสจากหลายสำนัก หลายตระกูล ต่างโกรธแค้นระเบิดพลังหมายสั่งสอนนนท์ 


    " ครืน " แรงกดดันแผ่ทะยานเข้าหาร่างของนนท์อย่างรวดเร็ว เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างทิ้งตัวลงที่พื้นพลางกระอักเลือด


    " พวกเจ้าทำให้ศิษย์ของข้าได้รับบาดเจ็บ พวกเจ้าต้องชดใช้ " นนท์ระเบิดพลังกลับ


    " ตูม " ร่างของผู้อาวุโสทั้งหลายต่างปลิวออกไปไกลนับร้อยลี้


    " นั่นคือบทลงโทษที่พวกเจ้าได้รับ และอย่าได้มาวุ่นวายที่นี่อีก " นนท์ผินกายกลับเข้าไปในสำนัก


    " ไอ้หนู เจ้ามายังแดนเทพเพียงสองวัน เจ้ากลับสร้างศัตรูมากมายิ่งนัก " หมาป่าส่ายหน้า


    " เจ้าจะให้ข้ายืนดูศิษย์ของเจ้าตายรึ " นนท์มองยังหมาป่า


    " เจ้าจะทำเช่นใดต่อ " หมาป่าเอ่ยถาม


    " ข้าพบเห็นเส้นปรานมังกรจักรวาลมากมายที่จำศีล " นนท์ยกยิ้ม


    " ดี คืนนี้เราจะไปจัดการ " นนท์พยักหน้า นนท์เดินไปยังห้องลับที่สร้างขึ้น


    นนท์วาดมือสร้างห้วงมิติ " ไอ้หนูเจ้าจะทำอันใด " นนท์ยกยิ้มแล้วเรียกแก่นจักรวาลขนาดหนึ่งส่วนล้านของเม็ดทรายออกมา 


    แสงสีขาวเรื่อเรืองสว่างทั่วฝ่ามือของนนท์ ปรานจักรวาลแผ่กระจายกดดันเหล่าสหายจนเหงื่อกาฬรินไหล ทั้งมรรคาแห่งเต๋ายังสวดส่งทั่วทั้งแดนไกล


    เหล่าสหายและภรรยาต่างแข็งค้าง นนท์กวาดตามองแล้วยกยิ้ม


    " พวกเจ้าหลอมเถิด " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " มันเหมือนแก่นโกลาหลรึ " นนท์พยักหน้า


    " มิว่าเป็นอันใด หากมาจากเจ้า ข้านั้นเชื่ออย่างสนิทใจว่า เจ้ามิเคยหลอกลวงข้า " หมาป่าเร่งกลืนแก่นจักรวาลทันใด 


    " อ้าก " หมาป่าทิ้งร่างของมันลงที่พื้นพร้อมทั้งดิ้นอย่างทุรนทุราย 


    " ไอ้หนู " ร่างหมาป่ากลับกลายเป็นร่างทอง ทั้งยังเปล่งแสงสีทองออกทั่ว 


    " อวัยวะภายในของข้า ทั้งของเหลวในร่าง จะเหือดแห้งแล้ว " นนท์มองดูร่างของหมาป่าที่ เริ่มถูกแก่นจักรวาลระเบิดพลังมหาศาลทะลวงอวัยวะภายใน


    " อ้าก " เปลวเพลิงจักรวาลแผดเผาอวัยวะภายในจนเดือดพล่าน ร่างทองเริ่มปริแตกเพลิงจักรวาลทะลวงออกมา แล้วแผดเผาร่างทองจนไหม้เกรียม


    อือ " เสียงครางทุ้มต่ำของหมาป่าดังระงมทั่ว หมาป่าชันกายนั่งขัดสมาธิ 


    " วิ้ง " ปรานจักรวาลมหาศาลทะลักออกจากตันเถียน ทะลวงผ่านเส้นชีพจรทุกจุด 


    " กร็อบแกร็บ " นนท์เงี่ยหูฟังเสียงกระดูกของหมาป่าเลื่อนระดับ ทั้งเสียงของอวัยวะภายในต่างเพิ่มพูนขั้นสูงขึ้น


    " ตูม " หมาป่าพลันเปิดเปลือกตา นนท์พยักหน้าเร่งพาหมาป่าไปยังทุ่งทัณฑ์สวรรค์ในทันใด 


    " ครืน " ขุนเขายักษ์ลอยตระหง่านอยู่กลางนภา แผดกลิ่นอายบรรพกาลน่าครั่นคร้าม


    " นั่นมันขุนเขาเทพบรรพกาลนี่ เป็นผู้ใดที่ทะลวงขั้นพลัง "


    " ข้ามิได้เห็นขุนเขานี้นานมากแล้ว ราวล้านปีน่าจะได้ " 


    " เร่งไปดูเถิด "


    " ครืน " ท้องนภาพลันวิปริตมืดมัวในทันใด บังเกิดวายุอัสนีคลั่งทอดผ่านปกคลุมครึ่งแดนเทพ


    " เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน สายอัสนีสีฟาดผ่าทั่ว หมาป่ายืนจ้องวายุอัสนีคลั่ง 


    " หมาป่า " นนท์โยนขวดหยกบรรจุน้ำปรานสรรพสิ่งที่กลั่นรวมจากพันหยดเป็นหนึ่งหยดให้หมาป่า


    " ข้าจะเริ่มแล้ว " หมาป่าสูดหายใจเข้าลึก


    " เข้ามา " หมาป่าร่างทองตะโกนท้าทายวายุอัสนีคลั่ง 


    " เปรี้ยง " เสียงระเบิดสะท้านทั่วแดนดิน ผืนพสุธาสั่นไหวคลับคล้ายจะแตกดับ


    " นี่เป็นเพียงทัณฑ์สวรรค์สวรรค์ระลอกแรก เหตุใดจึงใด้ทรงพลังเช่นนี้ "


    " ข้ายังมิแน่ใจว่า หากข้าเป็นหมาป่าร่างทองนั่นจะรับทัณฑ์สวรรค์รี้ได้รึไม่ "


    " หนักหน่วงและรุนแรงยิ่งนัก "


    " ตูม " ร่างทองกระดอนออกมา ร่างทองทั้งฉีกขาดและติดไฟ หมาป่าแสยะยิ้มให้อัสนีสายแรก 


    " ดี " หมาป่าร้องออกมาสุดเสียงแล้วรีบกลืนน้ำปรานสรรพสิ่งเข้มข้นหนึ่งหยด ปรานสรรพสิ่งไหลเข้าสู่แก่นต้นกำเนิดแล้วเติมจนเต็ม


    " ไอ้ชั่วเข้ามา " หมาป่าท้าทายทัณฑ์สวรรค์อีกรอบ


    " เปรี้ยง " สายอัสนีใหญ่ยักษ์นับหมื่นจั้งพุ่งเข้าหาหมาป่าอย่างบ้าคลั่ง


    " ตูม " ร่างของหมาป่าปลิวไปไกล 


    " เร่งนั่งขัดเกลากระดูกด้วยสายอัสนีในร่างเจ้า " หมาป่าพยักหน้าแล้วเร่งนั่งขัดสมาธิเพื่อใช้สายอัสนีในร่างขัดเกลากระดูกของตน


    " กร็อบ " เสียงกระดูกเลื่อนลั่น นนท์พยักหน้า


    เมื่อหมาป่าขัดเกลากระดูกของตนเสร็จ จึงทะยานเข้ารับทัณฑ์สวรรค์ครั้งต่อไป


    " ไอ้ชั่ว ครั้งสุดท้ายแล้ว " หมาป่าสูดหายใจเข้าลึกแล้วยกขวกหยกขึ้นดื่ม 


    " เปรี้ยง " สายอัสนีเส้นสุดท้ายนั้นช่างพิศดารพันลึกเป็นยิ่งนัก


    นนท์มอยังสายอัสนีสุดแปลกปรากฎเป็นร่างเงาสัตว์สวรรค์มากมายถาโถมเข้าหาร่างทองของหมาป่า เสมือนหนึ่งร่างทองนี้เป็นดั่งศัตรูคู่อาฆาต


    " สายอัสนีร่างมังกรทอง ร่างหงษ์สวรรค์ ร่างกิเลน " นนท์เอ่ยร่างของสัตว์สวรรค์ทั้งสิบสองจนครบ นนท์ยกยิ้ม


    " สายอัสนีระลอกสุดท้ายคืออันใด "


    " เหตุใดข้ามิเคยพบเจอ "


    " รึหมาป่าตนนี้เป็นสายเลือดของราชันย์อสูรสวรรค์ "


    " กำเนิดใหม่ของราชันย์อสูรสวรรค์ " นนท์พึมพำ


    " วิ้ง " หมอกควันเก้าสีแผ่กระจายปกคลุมทั่ว แล้วกลั่นรวมกลับกลายเป็นบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี


    แสงสวรรค์เก้าสีสาดส่องรัศมีเรืองรอง ทั่วท้องนภากลับกลายเป็นแดนสววรค์ อสูรสวรรค์น้อยใหญ่ต่างโห่ร้องกึกก้องทั่ว


    " ครืน " บ่อน้ำสวรรค์เก้าสีลอยลงมาต่อหน้าหมาป่า เสมือนดั่งเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ให้กับหมาป่า


    ร่างทองนอนแน่นิ่งที่พื้นพยายามอย่างหนักที่จะหยัดกายไปยังบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี


    " ข้าจะช่วยเจ้าเอง " นนท์ยกร่างของหมาป่าแล้วหย่อนร่างของหมาป่าลงใหบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี


    " ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นในตันเถียนของหมาป่า นนท์มองดูการทะลวงขั้นพลังของหมาป่าอย่างใกล้ชิด


    " ราชันย์ขั้นปลายขั้นที่เจ็ด แปด เก้า สูงสุด ราชันย์ชั้นสูงสุดขั้นที่หนึ่ง สอง สาม . . . เก้า สมบูรณ์ " นนท์พยักหน้า


    " ทั้งยังหยั่งรู้อักขระเทพตัวที่สามได้ " นนท์ยกยิ้มออกมา


    " วิ้ง " ตราราชันย์อสูรล่องลอยอยู่เหนือหัว 


    " ดี " นนท์ฉีกยิ้มด้วยความดีใจ หมาป่ารับรู้ถึงตราราชันย์อสูรของตน


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเจ้ามนุษย์หน้าเหม็นทุกคน พวกเจ้าจงก้มหัวให้กับเรา ราชันย์อสูรสวรรค์ผู้นี้ " หมาป่าตะโกนออกมาสุดเสียง


    " น้องเขยต่อไปเป็นข้า " นนท์พยักหน้า แล้ววาดมือสร้างห้วงมิติ เอี้ยชิงและนนท์อยู่ในห้วงมิติ


    " พี่ชิงเริ่มเลย " เอี้ยชิงพยักหน้า แล้วเร่งกลืนแก่นจักรวาลขนาดหนึ่งส่วนล้านของเม็ดทราย


    " อ้าก " ร่างของเอี้ยชิงดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น นนท์จับจ้องทุกการแผดเผาของเพลิงจักรวาล 


    " ข้าพร้อมแล้ว " นนท์พาเอี้ยชิงออกจากห้วงมิติ 


    " ครืน " ขุนเขาเทพบรรกาลปรากฎขึ้นอีกครา เหล่าผู้อาวุโสจากหลายสำนัก หลายตระกูลต่างพากันแข็งค้าง


    " นั่นมันพวกบ้านนอกมิใช่รึ ใยได้รับเลือกจากขุนเขาเทพบรรพกาล " 


    " ใช่ ขนาดฟู่อัน ที่ว่าเป็นอัจริยะล้านปีจะมีครั้งยังมิได้รับการยอมรับจากขุนเขาเทพบรรพกาล "


    " พวกมันใช้สิ่งใดในการทะลวงขั้นพลัง ข้ารู้สึกว่าไอ้หนุ่มคนนั้นจะมีของดีอยู่ " 


    " ใช่ ส่งคนของเรามาเฝ้าไว้ หากมันออกจากแดนเทพเมื่อใดค่อยลงมือช่วงชิง " 


    " พี่ชิง ระลอกสุดท้ายแล้วอดทนเข้าไว้ " นนท์ส่งเสียงทางจิต เอี้ยชิงพยักหน้า


    ร่างของเอี้ยชิงยามนี้นั้น บังเกิดบาดแผลใหญ่ทั่วทั้งร่าง แม้นกายจะแกร่งเพียงใด แต่เมื่อต้องเจอกับทัณฑ์สวรรค์จากขุนเขาเทพบรรพกาล กายแกร่งกลับมิใช่คู่ต่อสู้ที่ทัดเทียม 


    เอี้ยชิงสูดหายใจเข้าลึก แล้วกลืนน้ำปรานสวรรพสิ่งเข้มข้น


    " เข้ามา " เสียงของเอี้ยชิงกู่ร้องก้องโลกา ท้าทายทัณฑ์สวรรค์เส้นสุดท้าย


    " เปรี้ยง " สายอัสนียักษ์หมื่นจั้งทะลวงห้วงมิติจนแตกดับพุ่งเข้าหาเอี้ยชิงอย่างรวดเร็ว 


    เอี้ยชิงระเบิดแก่นต้นกำเนิดในร่างทั้งยังผสานอักขระเทพแล้วทะยานร่างเข้าหาสายอัสนี ฟาดฝ่ามือสยบมารเข้าใส่ ฝ่ามือยักษ์สีทองทะยานเข้าหาสายอัสนีอย่างรวดเร็ว


    นนท์ถึงกับหน้านิ่ว พลังของเอี้ยชิงด้อยกว่าหมาป่าแต่เหตุใดสายอัสนีจึงทรงพลังกว่าของหมาป่าถึงครึ่งเท่า


    สายอัสนียักษ์หมื่นจั้งกลับกลายกองทหารนับพันหมื่น พุ่งทะยานเข้าใส่หมายสังหารร่างทองให้สิ้น


    " ตูม " แรงระเบิดกวัดกวาดสรรพสิ่งราบพนาสูญ ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย นนท์วาดมือสลายฝุ่นควัน


    เมื่อฝุ่นควันจางหาย ร่างทองคุกเข่าหนึ่งข้างที่พื้น ทั้งแขนยังเหลือเพียงเดียว หยาดโลหิตสีทองหลั่งรินหยดลงยังพื้นดิน


    " หนักหนาสาหัสจริงๆ " นนท์พึมพำ


    " วิ้ง " บ่อน้ำสวรรค์เก้าสีปรากฎขึ้นต่อหน้า ร่างทองแขนเดียวหยัดกายลุกยืนแล้วก้าวเท้าลงแช่ในบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี


    " วิ้ง " ปรานสวรรค์เก้าสีแทรกซึมเข้าสู่ร่างทอง ช่วยขัดเกลาและยกระดับร่างทองให้สมบูรณ์ 


    " วืด " แขนข้างที่ขาดกลับงอกขึ้นมา นนท์พยักหน้า


    " ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นที่ตันเถียนของร่างทอง 


    " ราชันย์สูงสุดขั้นสมบูรณ์ ทั้งยังหยั่งรู้อักขระเทพสี่ตัว " นนท์ยกยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ


    " วิ้ง " ตราจักรพรรดิ์สงคราม พลันบังเกิดอยู่เหนือหัวของร่างทอง 


    " พี่ชิงเป็นกายจักรพรรดิ์สงครามรึ " นนท์พึมพำออกมา


    เอี้ยชิงเปิดเปลือกตาขึ้น พลางสำรวจร่างทองของตนแล้วพยักหน้า ยกยิ้มให้กับนนท์ 


    " พี่ชิง ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " นนท์เอ่ยชมเอี้ยชิง


    " ศิษย์น้อย ข้าเจิ้งตันลี่ มาจากสำนักสงครามอยากชวนเจ้าเข้าร่วมกับสำนักสงคราม หากเจ้าเข้าร่วมด้วยศักยภาพของเจ้าในเวลานี้ เจ้าจะได้เป็นศิษย์สายในทันที เจ้าต้องการจะเข้าร่วมรึไม่ " เจิ้งตันลี่เอ่ยขึ้น


    " ผู้อาวุโส ตัวข้านั้นเป็นผู้อาวุโสของสำนักอักกะ หากจะเข้าร่วมกับสำนักสงครามเกรงว่าจะมิเหมาะสม ต้องขออภัยท่านด้วย " เอี้ยชิงเอ่ยปฏิเสธ


    " หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็คงต้องตัดใจจากท่าน แต่หากวันใดท่านเกิดเปลี่ยนใจให้ท่านมาหาข้าได้ " ชายชราผินกายจากไป


    เหล่าผู้คนมากมายต่างแข็งค้างเพราะเอี้ยชิงเป็นผู้ใดจึงกล้าปฏิเสธสำนักอันดับต้นๆของแดนเทพ


    " หึ บ้านนอกก็เป็นบ้านนอก โอกาสมาแล้วแท้ๆ กลับทิ้งขว้างไปได้ "


    นนท์หันมองยังชายที่พูด แล้วยกยิ้ม


    " พี่เขย ต่อไปเป็นข้า " นนท์พยักหน้า วาดมือสร้างห้วงมิติ แล้วพาน้องสิบเข้าไปภายใน


    " ไอ้หนุ่มนั่นเป็นผู้ใดใยจึงสร้างห้วงมิติได้ "


    " ใช่ อายุก็ยังมิมาก แต่ข้ากลับรู้สึกว่าตบะช่างแก่กล้ายิ่งนัก "


    " น่าสนใจจริงๆ " 


    เหล่าสหายและภรรยาต่างทะยอยทะลวงขั้นพลังจนครบทุกคนแล้ว ทั้งนนท์ยังให้เหล่าผู้อาวุโสได้ดูดกลืนแก่นจักรวาลเพื่อยกระดับของเหล่าผู้อาวุโสขึ้นมา


    เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด 


    " เวลานี้ เหล่าผู้อาวุโสต่างก็มีขั้นพลังราชันย์สมบูรณ์กันครบแล้ว ทั้งอักขระเทพยังหยั่งรู้ตัวที่สามได้ เมื่อข้าจากไปข้าจะได้มิต้องกังวลมาก " นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่าผู้อาวุโส 


    " ต่อไปนี้ ให้ทุกคนฝึกตามที่ข้าได้วางรูปแบบไว้ ยิ่งฝึกมากกายก็ยิ่งแข็งแกร่งมาก " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า


    " เวลานี้ข้ามีความคิดว่า เมื่อครบพันปีให้ศิษย์ที่อยู่ครบกลับไปฝึกต่อที่สำนักหรือตระกูลของตน เพื่อเป็นกำลังที่แข็งแกร่งของโลกเบื้องล่าง เพราะข้ามีลางสังหรณ์มิดีอีกแล้ว " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า


    " แต่เหล่าสหายของข้าคงต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสักระยะ เพื่อเป็นปราการปกป้องสำนักก่อน " หมาป่ามิสบอารมณ์เท่าใดนัก


    " ไอ้สาระเลวตัวใดที่บังอาจทำร้ายคนตระกูลฟู่ " เสียงดังขึ้นที่หน้าประตูสำนัก 


    หมาป่าเร่งทะยานร่างมายังหน้าประตู " เป็นข้าเอง " หมาป่าร่างทองยืนจังก้าที่หน้าประตู


    " เจ้ารึ " หมาป่าร่างทองพยักหน้า ชายชราที่มานั้นพลันเหงื่อตกในทันใด 


    " ข้าอยากถามเจ้าว่าเหตุใดจึงได้ลงมือต่อคนของตระกูลฟู่อย่างหนักเช่นนี้ " ท่าทีขึงขังพลันหายไปจากชายชรา


    " เจ้ามิรู้จริง หรือแกล้งมิรู้กันแน่ " หมาป่ามองยังร่างของชายหนุ่มที่ซ่อนอยู่หลังชายชรา


    " เป็นมันที่มาบอกให้พวกข้าย้ายออกจากสำนัก แล้วมันยังระเบิดพลังใส่ข้าอีก เจ้าจะให้ข้ารอให้มันทำร้ายข้างั้นรึ " หมาป่าร่างทองใช้สองมือไพล่หลังเอ่ยขึ้น


    " ข้าว่าเรื่องนี้คงมีการเข้าใจผิดเป็นแน่ เพราะกฎของแดนเทพนั้นมีอยู่ มิให้ผู้ใดรุกรานสำนักหรือตระกูลใด " หมาป่าแสร้งพยักหน้า


    " ข้าเบื่อที่จะพูด เจ้าต้องการสิ่งใด " หมาป่าตัดบท


    " เพียงเจ้าชดใช้ผลึกปรานสรรพสิ่งแสนก้อนก็เพียงพอแล้ว " หมาป่าแสยะยิ้ม


    " ข้ามิให้  " ชายชราถึงตัวสั่น


    " เจ้าหมายความว่าเจ้าจะมิชดใช้เช่นนั้นรึ " หมาป่าร่างทองพยักหน้า


    " ดี เราจะได้เห็นกัน " ชายชราสูดหายใจเเข้าลึกแล้วผินกายจากไป


    " หึ ข้าจะรอดู " หมาป่าส่ายหน้าแล้วเดินกลับไปยังตำหนัก


    " เจ้าก็ดีแต่ว่าข้าที่ชอบสร้างปัญหา " นนท์แสยะยิ้มใส่หมาป่า 


    " ชิ " หมาป่าทำเป็นมิสนแล้วเดินไปยังตำหนักของตน 


    " ท่านพี่ ร่างทองของเย่เอ๋อร์แข็งแกร่งขึ้นมาก จึงอยากท้าประลองกับมังกรน้อยกายทอง " หลันอิงเย่ส่งเสียงทางจิต


    " มาดูกันว่า ผู้ใดจะแกร่งกว่ากัน " นนท์พาเหล่าภรรยาไปยังตำหนักของตน แล้วผสานร่างกับอักขระเทพเปิดศึกกับเหล่าภรรยาร่างทองทั้งหลายอย่างดุเดือดและเร่าร้อน เสียงร้องครวญครางของเหล่าภรรยาทำเอามังกรน้อยกายทองแทบคลั่ง จนในที่สุดมังกรน้อยกายทองก็สิ้นฤทธิ์ที่ร่องสวยของฟางจื่อซิน 

    นิยายแนะนำ