ยังไงก็มาถึงขนาดนี้แล้วเขาก็คงต้องก้มหน้ายอมรับอย่างเดียวแล้วล่ะ แต่มาคิดๆ ดูอีกทีก็ถือว่าโชคดีกว่าใครหลายๆ คนที่ไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่แบบนี้อักโข เขาควรดีใจน่ะถูกแล้ว
ในชีวิตก่อนเด็กหนุ่มเคยแอบฝันอยู่เงียบๆ ว่าจะได้ใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าพ่อแม่และพวกพี่ๆ จะไม่สบายใจ แต่ตอนนี้เขาสามารถใช้ชีวิตแบบนั้นได้แล้ว น่าตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย
" ว่าแต่ทำไมระบบถึงเลือกผมล่ะ " ทั้งที่สามารถหาคนที่ดีกว่าตนได้อีกมากมายแท้ๆ
' เพราะโฮสต์อยากมีความสุขอย่างแท้จริงครับ '
คำตอบของระบบทำเอาโมเรย์อึ้งไปชั่วขณะ ใช่แล้วล่ะ เขาอยากมีความสุขแบบนั้นมากจริงๆ และอยากให้ครอบครัวของเขาได้รับมันอย่างแท้จริงด้วย แต่มันเป็ไปไม่ได้ก็เท่านั้น
" ผมเข้าใจแล้ว "
โมเรย์พยักหน้ารับรู้ก่อนทำความเข้าใจกับระบบ 'มอบความสุข' อย่างละเอียด ระบบจึงแสดงหน้าจอโฮโลแกรมรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายจอโทรทัศน์ในโลกก่อนพร้อมข้อมูลที่ต่างๆ เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มทันที
ระบบ 'มอบความสุข' ฟังก์ชัน Happy999 Number : 999
โฮสต์ : โมเรย์ โคลร์
เพศ : ธีโอ
อายุ : 24 ปี
สูง : 165 ซม.
น้ำหนัก : 45 กก.
ระบบค่าพลัง : F
ค่าความสุข : 10
Star : 0
Coin : 0
ทักษะ : 1] โภชนาการ : F
2] ทักษะพิเศษ : ยังไม่ปลดล็อค
3] รักษา/ฟื้นฟู : ยังไม่ปลดล็อค
4] สมรรถภาพทางกาย : F+
เด็กหนุ่มมองข้อมูลแสดงค่าเบื้องต้นของตนเองอย่างงุนงง ก่อนปัดหน้าจอเพื่อดูข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ จนได้ข้อสรุปเกี่ยวกับกาแล็กซีที่เขายืนอยู่ขณะนี้ได้คร่าวๆ
กาแล็กซีที่เขาอาศัยอยู่นี้มีชื่อว่า 'ฟิวเจอร์สตาร์' เป็กาแล็กซีที่กำเนิดขึ้นใหม่ในอีกหมื่นปีนับจากดาวเคราะห์โลกล่มสลายด้วยไวรัสประหลาด
สิ่งมีชีวิตที่หลงเหลืออยู่มีน้อยนิด หนึ่งในนั้นก็คืุ์โลกที่ไหวตัวทันขึ้นยานอวกาศหลบหนีไปล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสแพร่ระบายไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่น นักวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้นจึงใช้ะเินิวเคลียร์หลายแสนลูกเพื่อะเิดาวเคราะห์โลกให้สิ้นซาก ก่อนเดินทางยาวนานหลายแสนล้านปีแสงเพื่อค้นหาดาวเคราะห์ใหม่เพื่อตั้งถิ่นฐาน จนกระทั่งค้นพบกาแล็กซีฟิวเจอร์สตาร์แห่งนี้ในปี 500 ปีถัดมา โดยเริ่มนับปีกาแล็กซีฟิวเจอร์สตาร์ในวันแรกที่มนุษย์เหยียบย่างลงบนพื้นดวงดาวเป็ครั้งแรก หรือเรียกย่อๆ ว่า เอฟเอส1 (F.S.1)
เนื่องด้วยการเวลาที่ยาวนานเกือบ 500 ปีที่มนุษย์อาศัยอยู่บนยานอวกาศ ทำให้มนุษย์เกิดการกลายพันธุ์เพื่อปรับสมดุลให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายในชั้นบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย สิ่งมีชีวิตจึงมีพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยก็เพิ่มมากขึ้นจากสามารถมีอายุขัยได้ไม่เกิน 90 ปี เพิ่มขึ้นเป็ไม่ต่ำกว่า 300 ปี ยิ่งคนที่มีค่าพลังมากก็จะยิ่งมีอายุขัยมากแต่ก็ไม่เกิน 500 - 800 ปี ดังนั้นเมืุ่์มีอายุแรกเกิดถึง 25 ปีจึงนับว่ายังเป็ผู้เยาว์ นับแต่นั้นมามนุษย์ไม่ถูกแบ่งแยกตามเชื้อชาติอีกต่อไปแต่แบ่งแยกตามค่าพลังที่มีจำเพาะในตัวบุคคลนั้นๆ แทน
และเพราะมนุษย์สามารถมีพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งขึ้น เด็กทารกที่ถือกำเนิดจากมนุษย์กลายพันธุ์จึงมีเพศสภาพพิเศษแตกแขนงออกมาอีกเพศหนึ่ง เรียกว่า ธีโอ
เพศสภาพธีโอจะแตกต่างจากเพศชายและเพศหญิงปกติทั่วไป หากเป็ธีโอเพศชายจะมีกายภาพที่อ่อนแอและบอบบางว่าเพศหญิงปกติ ทั้งยังสามารถให้กำเนิดทารกได้ แต่การพัฒนาพลังจะเพิ่มความยากมากกว่าเพศปกติทั่วไปหลายเท่า แต่หากเป็ธีโอเพศหญิงจะมีกายภาพที่แข็งแกร่งกว่าเพศชายปกติ การพัฒนาค่าพลังจะราบรื่นกว่าธีโอเพศชายและเพศปกติเป็เท่าตัว และทารกที่ถือกำเนิดจากธีโอจะมีค่าพลังไม่ต่ำกว่าระดับ D+ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าพลังของคู่สมรสว่ามีมากน้องแค่ไหนด้วย คนส่วนมากจึงนิยมแต่งงานกับธีโอเพศหญิงมากกว่าธีโอเพศชาย
ซึ่งค่าพลังนี้มีั้แ่ระดับ SS+ S P D และ F ที่มีค่าพลังต่ำสุด โชคดีที่ค่าพลังสามารถพัฒนาได้ตามการฝึกฝนเพียงแต่การจะเพิ่มค่าพลังนั้นเป็เื่ยากและใช้ทรัพยากรเป็จำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่มีฐานะร่ำรวยจึงมีโอกาสในการฝึกพัฒนาค่าพลังได้มากกว่าคนธรรมดาทั่วไป แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลพิเศษที่เกิดมาพร้อมกับค่าพลังพิเศษ บุคคลจำพวกนี้ไม่จำเป็ต้องฝึกฝนอย่างหนักเหมือนคนอื่นๆ ก็สามารถมีค่าพลังมากมายมหาศาลได้โดยไม่เปลืองแรง ซึ่งคนเหล่านี้มักจะเป็บุตรหลานของผู้ทรงอำนาจในกลุ่ม 3 อำนาจหลักทั้งสิ้น
เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างบุคคลมากจนเกินไป เหล่าผู้มีอำนาจจึงก่อตั้ง 'สหพันธรัฐฟิวเจอร์สตาร์' ขึ้น เรียกสั้นๆ ว่า 'สหพันธรัฐ' บริหารงานโดยสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็ตัวแทนมาจาก 3 กลุ่มอำนาจหลักที่มาจากการเลือกตั้ง มีประธานาธิบดีกุมอำนาจสูงสุด มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 10 ปี โดย 3 กลุ่มอำนาจหลักแบ่งออกเป็
สถาบันความมั่นคงแห่งกาแล็กซี แบ่งออกเป็ 2 กองกำลังใหญ่ คือ กองกำลังทหารอวกาศ และกองกำลังตำรวจอวกาศ ซึ่ง 2 กองกำลังนี้เป็ขุมอำนาจที่ทรงพลังมากที่สุดใน 3 กลุ่มอำนาจหลัก โดยกองกำลังทหารอวกาศจะมีหน้าที่ต่อสู้กับกองกำลังเอเลี่ยนอวกาศที่พยายามเข้ายึดครองพื้นที่ดวงดาวและสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เป็หลัก ส่วนกองกำลังตำรวจอวกาศดูแลความสงบภายในดวงดาว
ต่อมาคือสถาบันการแพทย์และพลเรือนแห่งกาแล็กซี แบ่งออกเป็ 6 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย
1. สถาบันการแพทย์อวกาศ
2. สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการแพทย์และการศึกษาอวกาศ
3. สถาบันการศึกษาอวกาศชีวมวล
4. สถาบันการศึกษาแห่งกาแล็กซี
5. สถาบันดวงดาวและพลเรือนแห่งกาแล็กซี
6. สถาบันฟื้นฟู เยียวยา และควบคุมสิทธิประโยชน์แห่งกาแล็กซี
สุดท้ายคือสถาบันอุตสาหกรรมแห่งกาแล็กซี ซึ่งมีความสำคัญพอๆ กับสถาบันการแพทย์ฯ แบ่งออกเป็ 7 กลุ่มย่อย คือ
1. สถาบันวิจัยเทคโนโลยีแห่งกาแล็กซี
2. สมาคมอาหารและเชฟแห่งอวกาศ
3. สมาคมการแสดงและสื่อสารมวลชน
4. สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งกาแล็กซี
5. สมาคมฟื้นฟูวัฒนธรรมและศิลปะโลกโบราณ
6. ระบบคมนามคมแห่งกาแล็กซี
7. สถาบันการเงินแห่งกาแล็กซี
ด้วย 3 กลุ่มอำนาจนี้จึงทำให้ดาวเคราะห์ในกาแล็กซีที่มีอยู่หลายหมื่นล้านดวงไม่วุ่นวายโกลาหล โดยทางสหพันธรัฐจะเรียกดาวเคราะห์ที่ได้รับการค้นพบและบันทึกเข้าสถาบันดวงดาวแล้วว่า สตาร์ ตามด้วยหมายเลขที่ค้นพบ แน่นอนว่าดาวเคราะห์ที่เป็จุดศูนย์ของดวงดาวทั้งหมดก็คือ สตาร์วัน (Star1)
วันเวลาผ่านไปล่วงเข้าสู่กาแล็กซี F.S.500 มนุษย์ค่อยๆ เริ่มฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่างๆ ในโลกเดิมที่สูญหายไปจากบันทึกเก่าแก่ที่หลงเหลืออยู่ กลุ่มอำนาจหลักให้ความสำคัญกับเื่นี้เป็อย่างมาก หลายองค์กรในความดูแลทำการวิจัยและฟื้นฟูอย่างหนัก จนกระทั่งกาแล็กซี F.S.1552 จึงสามารถพลิกฟื้นธรรมชาติ วัฒนธรรมและความเป็อยู่ได้ใกล้เคียงกับโลกโบราณถึง 60% ยกเว้นเพียงวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารที่ยังล้าหลังอยู่มาก ชาวฟิวเจอร์สตาร์จึงบริโภคสารอาหารที่บรรจุแคปซูลหรืออาหารเหลวเป็หลัก เพราะมีราคาถูกและมีประโยชน์
และดวงดาวที่เขาอาศัยอยู่ในขณะนี้ชื่อว่า สตาร์9999 เป็ดาวเคราะห์ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อ 240 ปีก่อน เทคโนโลยีต่างๆ ยังเข้าถึงไม่มากนัก แม้จะถูกจัดอันดับว่าเป็ดวงดาวที่ยากจนอันดับต้นๆ ของกาแล็กซี แต่อย่างน้อยก็มีอุปกรณ์พื้นฐานอย่าง นาฬิกา AI ที่ประชากรดวงดาวต้องมีเพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานของบุคคลนั้นๆ รวมถึงไว้ใช้สื่อสารกันระหว่างดวงดาวผ่านช่องทางเสมือนจริง และ ช่องทางเทเลพอร์ต ในการสื่อสารโทรคมนาคมต่างๆ ระหว่างกาแล็กซี
ตัวตนเดิมนี้มีชื่อว่า โมเรย์ ซึ่งเหมือนชื่อเดิมในโลกเก่าของเด็กหนุ่มต่างกันแค่นามสกุล จาก มหาไพศาล เปลี่ยนเป็ โคลร์ เท่านั้น พ่อของโมเรย์มีพลังระดับ P จึงสามารถหารายได้จากการสังหารสัตว์กลายพันธุ์ได้ไม่น้อย สภาพความเป็อยู่ในตอนนั้นไม่ถือว่าร่ำรวยแต่ก็ไม่ลำบาก แม่ของเขาเป็ธีโอเพศหญิงที่ทางฝั่งครอบครัวได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สัตว์กลายพันธุ์อาละวาด จึงได้รู้จักกับพ่อของเขาที่ไปช่วยเหลือ ไม่นานทั้งคู่ก็แต่งงานกัน
คนในตระกูลบิดาคาดหวังในตัวโมเรย์ไว้มาก แต่พอโมเรย์เกิดมากับมีค่าพลังเพียงระดับ F ทั้งยังเป็ธีโอเพศชาย เด็กน้อยจึงเป็ที่รังเกียจของตระกูลบิดา โชคดีที่พ่อและแม่ของเด็กน้อยรักใคร่บุตรชายของตนเสมือนแก้วตาดวงใจ แม้คนในตระกูลจะรังเกียจเด็กน้อยแค่ไหนก็ไม่กล้าแสดงออกมากนักเพราะยังหวั่นเกรงพ่อและแม่ของเด็กน้อยอยู่ ด้วยในตระกูลไม่มีใครมีค่าพลังที่โดดเด่นเท่าพ่อและแม่ของเด็กน้อยในขณะนั้น
พอโมเรย์อายุได้ 12 ปี อยู่ๆ พ่อของเด็กน้อยก็ประสบอุบัติเหตุทำให้ค่าพลังลดลงไปที่ระดับ F+ ไม่สามารถเดินทางไปเข้ากองกำลังทหารอวกาศประจำปีได้ทั้งที่มีจดหมายแนะนำจากกองกำลังโดยตรง คนในตระกูลบิดาไม่อยากเสียโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่ดีแบบนี้จึงรวมหัวกันแย่งจดหมายแนะนำจากแม่ของเด็กน้อยไปให้น้าชายที่มีค่าพลังเพิ่มขึ้นจากระดับ D เป็ระดับ P เมื่อไม่นานมานี้แทน ทั้งยังอาศัย่ที่พ่อไม่ได้สติเพราะการเปลี่ยนแปลงค่าพลังกะทันหันยึดทรัพย์สินทั้งหมดและตัดชื่อครอบครัวของเด็กน้อยออกจากตระกูล ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมกองทัพและถือโอกาสย้ายถิ่นฐานไปยังดาวหลักนับแต่นั้น
แม่ของเด็กน้อยได้รับาเ็ภายในเนื่องจากพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องสามีและลูก โชคดีที่พ่อของเด็กน้อยฟื้นขึ้นมาในวันถัดไป พ่อของเด็กน้อยโกรธมากจึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของฝั่งภรรยา ก่อนพาภรรยาและลูกน้อยไปยังอีกชุมชนหนึ่งเพื่อซื้อบ้านและที่ดินในราคาถูก เพื่อป้องกันสัตว์กลายพันธุ์จึงสร้างบ้านต้นไม้หลังเล็กๆ กับที่ดิน 50 ตารางวา
ทว่าผ่านไปไม่ถึงสองปี แม่ของเด็กน้อยก็จากไปด้วยอาการาเ็เรื้อรังเพราะไม่มีเงินรักษา พ่อก็ล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุและเสียชีวิตตามภรรยาไปไม่ถึง 2 เดือน โมเรย์ที่อายุเพียง 14 ปีจึงกลายเป็เด็กกำพร้าใช้ชีวิตตามลำพังโดยอาศัยสวัสดิการอันน้อยนิดจากสหพันธรัฐที่มอบให้สำหรับเด็กกำพร้าโดยเฉพาะ โชคดีที่ยังมีสหายมารดาคอยแวะเวียนมาดูแลบ่อยๆ จึงมีชีวิตรอดอยู่มาได้จนโต
แต่จู่ๆ วันนี้เด็กหนุ่มก็เกิดหน้ามืดเป็ลมเสียชีวิตไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และโมเรย์คนนี้ก็เข้ามาแทนที่ด้วยประการฉะนี่....
เอ่อ..... ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเื่นี้มันฟังดูทะแม่งๆ ยังไงชอบกล.....
-----------------------------------------------
*หวังว่าทุกคนจะเอนจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)