เหิงเยว่ย่อเข่า โยนดาบในมือทิ้งและใช้สองมือที่ว่างประกบรับคมดาบนั่นได้ทันอย่างฉิวเฉียด
“หัตย์วายุลำดับที่8”
แรงกดดันมหาศาลถูกส่งผ่านจากคมดาบพลังปราณของอีกฝ่ายพุ่งตรงเข้าสู่ตัวเขาหวังทำลายกระแสปราณ
“ขย้ำศาสตรา”
เพียงชั่วอึดใจ เขาเบี่ยงตัวก้าวเท้าเข้าประชิดพร้อมกับเปลี่ยนทิศกระแสดาบจากนั้นแทงศอกเข้า่ท้องของหยางเปียวเต็มแรง
ร่างมันกระเด็นไปราวสามจั้งพร้อมกับดาบที่หลุดออกจากมือ
ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะหัตย์วายุลำดับที่8 เป็หนึ่งในทักษะตั้งรับเพื่อสวนกลับขั้นสูงของพรรคหลิ่งเหอมีน้อยคนภายในพรรคที่สำเร็จวิชานี้
มันคือการดูดซับพลังปราณจากฝ่ายตรงข้ามจากนั้นถ่ายโอนไปยังบริเวณที่จะใช้โจมตีและปล่อยมันออกไปพร้อมกับการโจมตีนั้น
ยิ่งการไหลเวียนของพลังปราณดีเท่าไหนการใช้วิชานี้ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเป็สิ่งที่ผู้าุโของพรรคบอกแก่เขา
ทว่าการโคจรพลังปราณของเหิงเยว่เป็แบบหยินทุกส่วนทำให้เขารู้สึกถึงความพิสดารที่เกิดขึ้น เพราะผลลัพธ์ที่ได้ออกมามันมากเกินกว่าระดับขั้นพลังปราณของเขาไม่มีทางเลยที่ระดับขั้นกำราบทั่วพิภพของเขาจะทำให้ หยางเปียวที่อยู่ในระดับขั้นพิทักษ์ภูผากระเด็นไปได้ขนาดนั้น
อีกอย่างที่เกิดขึ้นกับเหิงเยว่ก็คือ เขาได้รับความเสียหายจากพลังปราณนั่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมันไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนเลยด้วยซ้ำ แสดงว่าการดูดซับและตีกลับพลังปราณนั่นสำเร็จกว่าเก้าในสิบส่วน
หมายความว่าการโคจรพลังปราณแบบหยินจะช่วยให้วิชานี้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
“ไม่คิดเลยว่าจะกระเด็นไปไกลถึงเพียงนี้” เหิงเยว่พูดพึมพำออกมาเบาๆ ระหว่างจัดท่าทางให้กลับมาเข้าที่ เขาก็สังเกตเห็นละอองปราณจาง ๆ โคจรอยู่รอบแขนกล
ละอองปราณพวกนี้คืออะไรกัน
นี่เป็ครั้งแรกที่มีละอองปราณโคจรอยู่รอบแขนกลของเขาถึงแม้เหิงเยว่จะเคยโคจรลมปราณให้ไหลไปยังแขนกลมันก็ไม่มีละอองปราณไหลเวียนอยู่รอบนอกแบบนี้เลย
เขาเริ่มโคจรพลังให้ไหลเวียนรอบกายดู ละอองปราณพวกนั้นก็ถูกดูดเข้าไปยังแขนกลและหลอมรวมเข้ากับพลังปราณในร่างของเหิงเยว่ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่เขาก็ััได้ถึงพลังปราณในตัวที่เพิ่มขึ้น
หรือว่ามันจะเป็เพราะแขนกลข้างนี้กันแน่เหิงเยว่เดินเข้าไปหาร่างของหยางเปียวพร้อมกับความสงสัยมากมายที่พุ่งเข้าใส่
เพราะนี่เป็การต่อสู้ครั้งแรกของเขาหลังจากที่ได้แขนกลมาถึงแม้จะฝึกจนควบคุมได้คล่องแล้วก็ตามทีแต่วิชาภายในตำราเล่มนั้นก็ยังไม่ได้ลองนำมาใช้เลยแม้แต่น้อย ยังดีที่วิชาฝ่ามือขย้ำศาสตรานี้สำเร็จ
มิเช่นนั้นเขาคงจะไม่ได้ยืนอยู่แบบนี้เป็แน่
หยางเปียวนอนกองอยู่กับพื้นมีคราบโลหิตติดอยู่มุมปาก บริเวณพื้นก็มีของเหลวสีชาดกระจายอยู่เขาสำลักเืออกมาอีกครั้งก่อนจะพูดบางอย่างออกมา
“ระดับขั้นพลัง...แค่ก ๆ...ของข้าควรจะมากกว่าแท้ ๆ เหตุใดจึงหยุดการสะบั้นของข้าได้กัน”
“รีบไปซะ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ”เมื่อสิ้นคำพูดของเหิงเยว่ หยางเปียวก็ขำออกมาเบา ๆ
“ฮะ... ฮ่า ๆ นี่เ้าพูดอะไรออกมา”มันใช้ฝ่ามือดันพื้นพยุงร่างให้ลุกขึ้นพร้อมคว้าดาบที่ตกอยู่ใกล้ ๆ ติดมือมาด้วย “คิดว่าข้าหยางเปียวผู้นี้จะกลัวเ้าอย่างนั้นหรือ”
มันตั้งท่าก่อนจะเริ่มโคจรพลังปราณ
“พลังปราณก็ระดับต่ำกว่าคนอย่างข้าไม่มีทางแพ้เ้าหรอก”
หากลังเลก็จะถูกฆ่า ในการต่อสู้โดยมีชีวิตเป็เดิมพันนั้นเหิงเยว่ฝ่าฟันมานับไม่ถ้วนเขาจึงรู้ว่าหากสูญเสียความมั่นใจว่าจะชนะศัตรูไปแล้วล่ะก็นั่นหมายความว่าเขาได้แพ้การต่อสู้นี้เรียบร้อยแล้ว
เฉกเช่นเดียวกับชายตรงหน้าถึงแม้คำพูดคำจาจะดูมั่นอกมั่นใจ แต่ปลายดาบที่เขาถือกับสั่นอยู่เล็กน้อยนี่จะเป็เหตุให้เขาเริ่มกระทำบางอย่างโดยไม่ยั้งคิดเป็แน่
หยางเปียวก้าวเท้าเข้าใกล้และวาดดาบในแนวนอนขนานไปกับพื้นวิถีดาบครึ่งวงกลมนั้นตัดผ่านทุกสิ่งที่ขว้างหน้า พลังที่หนักหน่วงถูกใส่ลงในการโจมตีครั้งนี้
ทว่าเหิงเยว่ก็ะโหลบได้อย่างทันท่วงทีมันเห็นเช่นนั้นจึงชักดาบกลับและฟาดทแยงลงหวังปิดชีพ
ความเร็วของมันตกลงอย่างเห็นได้ชัดเหิงเยว่ใช้โอกาสนี้ก้าวเข้าประชิดแทนที่จะหลบเขาสะบัดมือซ้ายที่เปี่ยมด้วยพลังปราณสะกัดเข้าจุด่ข้อมือของมัน
ดาบที่เหวี่ยงเข้าใส่หลุดออกจากมือมันทันควันหยางเปียวไม่ลดละความพยายามเปลี่ยนมาใช้มืออีกข้างชกใส่่เอวของเหิงเยว่
เหิงเยว่ไม่หลบ หากแต่ใช้มือกลรับเอาไว้ได้ทันท่วงทีปราณมุ่งร้ายของอีกฝ่ายเริ่มเข้ามาไหลเวียนอยู่ที่แขนกล และบางส่วนก็เริ่มกลายเป็ละอองปราณซึ่งเขาก็หลุดสีหน้าแปลกใจออกมาอยู่เล็กน้อย
เขาค้างอยู่ท่านี้ไม่กี่อึดใจก่อนจะซัดหมัดซ้ายเข้าที่หน้าหยางเปี่ยวหมัดนั้นปะทะใบหน้าของมันอย่างจัง ร่างไม่ได้กระเด็นไปไหนเพียงแต่ใบหน้าหันไปตามแรงปะทะจากนั้นก็ทรุดลงไปนอนกับพื้น
ก่อนหน้านี้ที่เหิงเยว่ใช้ศอกแทงเข้ากลางลำตัวของหยางเปียวในจุดที่โจมตีไปนั้นคงจะโดนเข้ากับแกนกลางพลังปราณของมันเป็แน่มันถึงได้โคจรพลังปราณได้ไม่สมบูรณ์ การเคลื่อนไหวทื่อลงหลายส่วน
เหิงเยว่หันหลังกลับไปสบตาเหล่าลูกน้องหยางเปียวในระแวกนั้นก่อนจะขมวดคิ้วและมองพวกมันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจราวกับว่า หากไม่รีบออกจากที่แห่งนี้พวกมันจักถูกทำให้ล้มลงไปกองเหมือนหัวหน้า
“ไป! ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ”
พวกเหล่าลูกน้องที่ถูกแรงกดดันจนไม่กล้าทำอะไรได้ยินเสียงนั้นก็รีบแยกย้ายและหายไปจากหมู่บ้านในทันที ซึ่งหนึ่งในพวกมันก็มาพยุงร่างของหัวหน้าพากลับไปด้วย
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะโคจรพลังปราณเพื่อดูดซับละอองปราณบริเวณแขนกลนั้นจากนั้นก็รีบวิ่งตรงดิ่งไปหาหลี่ผิงที่สลบอยู่ในทันที