และแล้วสัปดาห์ที่สองของวิชาพละก็มาถึงรอบนี้แม่หยิบชุดว่ายน้ำใส่ถุงมาให้แล้วด้วยตอนออกจากบ้านพยายามแกล้งลืมชุดว่ายน้ำไว้บนโต๊ะ แม่ก็หยิบใส่มือก่อนขึ้นรถวางถุงชุดว่ายน้ำไว้บนพื้น แกล้งลืมวางไว้บนรถแม่ก็หยิบใส่มือเหมือนเดิม เหมือนแม่จะรู้สึกได้ผูกเงื่อนตายถุงชุดว่ายน้ำกับกระเป๋านักเรียน แกะยังไงก็แกะไม่ออก ไม่รอดแล้วสินะเราคิดในใจ
แปดโมงเช้าเข้าแถวยืนตรงเคารพธงชาติ
เสียงมาร์ชโรงเรียนดังจนจบ เป็สัญญาณของคาบแรก ครูพาเดินไปตึกสระว่ายน้ำเด็กคนอื่นเริงร่า เราเดินคอตกมือขวาหิ้วถุงว่ายน้ำที่เพื่อนแกะให้ตอนแรกจะอ้างว่าแกะไม่ออก เพื่อนก็ใจดีเกิน
ถึงแล้ว... มันมองมาอีกแล้ว สัปปะหลาดสระว่ายน้ำ
นึกหมดทุกหนทาง ไม่มีทางไหนพอจะทำให้รอดจากสระเลยหรือไงนะมืดแปดด้านยังน้อยไป เรียกว่ามืดแปดด้านครึ่งเลยตอนนี้ ในหัวพยายามคิดทุกวิถีทาง
อะไรก็ได้ที่ทำให้ไม่ต้องลงสระ…
อะไรก็ได้ที่ทำให้ไม่ต้องลงสระ…
อะไรก็ได้ที่ทำให้ไม่ต้องลงสระ…
เปลี่ยนชุดว่ายน้ำเดินเรียงแถวยืนขอบสระ ภาวนาให้ชั่วโมงนี้กายบริหารวิ่งรอบสระเหมือนเดิมคิดอะไรไม่ออกวนไปวนมา
ขอให้น้ำในสะเป็พิษห้ามเด็กลง
ขอให้ครูสอนปวดท้องสั่งยกเลิกคาบเรียน
"เอ้านั่งลงขอบสระเหยียดขาไว้" มาสเซอร์สั่ง
น่าจะไม่ได้ปวดท้อง แถมดูท่าพี่แกฟิตเต็มร้อยเลยด้วย ครูพละวัยสามสิบกลางๆผิวสีเข้มๆที่วันนี้มาพร้อมกับกางเกงว่ายน้ำที่เหมือนกางเกงขาสั้นยืนโชว์กล้ามหน้าอกสีเดียวกับผิวยิ้มให้เด็กทุกคนอย่างแข็งแกร่ง
เท้าใกล้โดนน้ำเต็มที่แล้ว เราคงไม่รอดจริงๆ
"ตีเท้ากับน้ำวอร์มร่างกายก่อนนะ"มาสเซอร์ยังคงบงการยังกับฮิตเลอร์
แววตาบ้าพลังที่บอกว่าจะต้องสอนเด็กพวกนี้ว่ายน้ำให้ได้ เผด็จการชัดๆ
เด็กคนอื่นเอาเท้าแตะน้ำตีออกกำลังกายขาด้วยความบ้าคลั่งพวกเขาคงสนุกที่ได้คลายร้อนกับแดดแปดโมงครึ่ง ไม่มีใครรู้หรอกว่าข้างล่างนั่นมันน่ากลัวขนาดไหนความเย็นและความมืดของก้นสระ
ถ้ารู้คงไม่มีใครอยากถูกสัปปะหลาดจับแน่ๆ
"อ้าวนักเรียน ทำไมไม่ตีขา"มาสเซอร์สังเกตุเห็นเด็กประถมคนนึง เหยียดขาตรงแด่วไม่ยอมแตะน้ำ
เราเงียบไม่ยอมตอบ ก้มหน้าตามองสระสีหน้าแสดงออกถึงความกังวลชัดเจน
"ไม่สบายหรือเปล่า?" มาสเซอร์ถามสั้นๆ
นี่ไงล่ะ โอกาสสุดท้ายที่รอคอยมาแสนนานถูกหยิบยื่นให้แล้ว
เราพยักหน้ารัวด้วยความเร็วมากกว่าการเตะน้ำสับขาของเด็กประถม
"งั้นทำไมไม่บอกแต่แรกไปๆเปลี่ยนชุดรอเพื่อน้า"
รอบนี้ก็รอดหวุดหวิด ขอบคุณครับมาสเซอร์
อ้อเกือบลืมไป มาสเซอร์ใช้เรียกอาจารย์ผู้ชาย