บทที่ 32 ฉันแค่อยากเป็ภรรยาของคุณฉี!
“ความรักนั้นเป็สิ่งที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตาโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วมันก็จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนควบคุมไม่ได้ก่อนที่นายจะรู้ตัวเสียอีก ดังนั้นฉันถึงไม่ยุ่งกับมันเพราะมันน่าเหนื่อยใจเกินไป”
เฉิงสือจิบเหล้าพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ถ้าอยากได้ผู้หญิงจริง ๆ …แค่จ่ายเงินก็จบแล้ว จะไปทำให้ตัวเองลำบากใจทำไมกัน?
“อย่าพูดไร้สาระน่า!”
ฉีส่าวฉิงวางแก้วเหล้าลงอย่างหงุดหงิดทันที
เื่ระหว่างเขากับลู่จั่นเหยียนจะมีความรักเกิดขึ้นได้ยังไง?
“ฉันพูดไร้สาระงั้นเหรอ? งั้นฉันขอถามอะไรสักอย่างสิ นายรู้สึกโกรธตอนที่เห็นว่าเธอมากับฉีอวี้ใช่ไหม?”
“นั่นเพราะเธอจะสวมเขาให้ฉันต่างหาก!”
สีหน้าของฉีส่าวฉิงเต็มไปด้วยความโกรธทันทีที่เพื่อนพูดถึงฉีอวี้ แต่เฉิงสือกลับใช้จุดนี้มาล้อเลียนเขาซะอย่างนั้น
“นายพูดแบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยนี่นา เพราะนายก็สวมเขาให้ลู่จั่นเหยียนไปไม่น้อยเลย แล้วอีกอย่าง… ฉันขอเตือนสติว่านายกับเซี่ยงหว่านยังมีลูกชายที่โตมากจนเกือบจะช่วยงานได้แล้วด้วยซ้ำ”
ฉีส่าวฉิงกำลังจะขยับริมฝีปากเพื่อเถียงออกมาบ้าง ทว่าเขากลับพูดอะไรไม่ออก แต่ทำได้เพียงแค่กระดกเหล้าเข้าไปรัว ๆ เท่านั้น
ไม่นานนักเหล้าทั้งสองขวดก็หมดลงอย่างรวดเร็ว มีเพียงแก้วเหล้าของเฉิงสือเท่านั้นที่ยังไม่หมด
“ฉันไม่ชอบเธอ… ไม่เคยชอบ”
ฉีส่าวฉิงเอนหลังเพื่อพิงกับโซฟา ดวงตาแสนเย้ายวนของเขาฉายแววความมึนเมาอย่างชัดเจน แต่กลับยังพยายามยืนยันว่าตนเองไม่ได้หลงรักลู่จั่นเหยียนเลยแม้แต่น้อย
“ดื้อรั้นจริง ๆ เลยว่ะ ฉันน่าจะให้พ่อมาดูสภาพของนายตอนนี้จริง ๆ เลย! แกคงดีใจที่ไม่ได้มีลูกชายโง่ ๆ ติดกับดักความรักแบบนาย!”
เมื่อเฉิงสือพูดจบก็กดกริ่งเรียกพนักงานบริการทันที และพนักงานบริการก็รีบเดินเข้ามาในห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว
“เ้านาย มีอะไรจะสั่งหรือเปล่าครับ?”
“เอาเหล้าที่คุณฉีเพิ่งดื่มไปเมื่อกี้มาอีกสิบขวด”
“เอ่อ..คือ แต่ตอนนี้คุณฉีดูเหมือนจะเมามากแล้วนะครับ..”
พนักงานบริการมองไปยังร่างของฉีส่าวฉิงที่กำลังจะหมดสติเพราะความมึนเมา แล้วถ้าหากต้องดื่มเข้าไปอีกสิบขวด.. สงสัยคงต้องส่งโรงพยาบาลแน่นอน
“นายโง่หรือเปล่า? ฉันไม่ได้จะให้เขาดื่ม แต่แค่ให้เปิดขวดแล้วเก็บเงินจากเขา”
เฉิงสือะโออกมาเสียงดังจนพนักงานบริการเข้าใจทันที
“ผมจะไปเปิดเหล้าให้เดี๋ยวนี้ แล้วจะจัดการห้องสวีทชั้นบนให้คุณฉีเข้าพักด้วยครับ”
‘่นี้คุณฉีคงโชคร้ายจริง ๆ โดนเ้านายโกงไปแล้วสามครั้งในรอบสองเดือน’
หลังจากเพิ่มยอดขายของร้านได้อย่างน่าพอใจแล้ว เฉิงสือก็ยิ้มร่าออกจากห้อง และทันใดนั้นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางเข้ามา
ทั้งรูปร่างที่ทำให้ผู้ชายใจเต้นแรง สีผมสีแดงเพลิงดูเด่นสะดุดตาเป็พิเศษภายใต้แสงไฟของบาร์ราวกับว่าสามารถมองเห็นเธอได้ทันทีท่ามกลางผู้คนนับล้าน
ด้านเจียงจิ้งที่ลากกระเป๋าเดินเข้ามา แต่ดวงตาใต้แว่นกันแดดกลับยังคงเต็มไปด้วยความโกรธ
โรงแรมบ้าบออะไรกัน?
ก่อนขึ้นเครื่องเธอได้ยืนยันการจองเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อบินกลับจากต่างประเทศกลับพบว่าไม่พบข้อมูลการจอง แถมยังไม่มีห้องว่างให้เช็กอินอีก
เจียงจิ้งไม่ได้กลับมาหลายปีแล้ว แถมดึกดื่นป่านนี้คงหาโรงแรมพักไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจหาบาร์สักแห่งเพื่อพักผ่อนสักครู่
“คุณผู้หญิง จะดื่มอะไรดีคะ?”
“น้ำส้มใส่น้ำแข็งหนึ่งแก้ว”
เจียงจิ้งนั่งลงบนเก้าอี้สูงและหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อจะดทรไปร้องเรียน
[ขออภัยค่ะ ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาทำการสำหรับรับเื่ร้องเรียน ท่านสามารถฝากข้อความเสียงไว้ได้ เราจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุดค่ะ]
เมื่อเธอได้ยินดังนั้น จึงรีบโยนโทรศัพท์มือถือไปด้านข้าง พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยความหงุดหงิด
“พวกกินเงินเดือนฟรี ๆ ไม่ได้เื่เลย!”
“คนสวย โกรธอะไรอยู่คนเดียวหรือครับ?”
เมื่อน้ำเสียงเอ่ยถามแสนคลุมเครือดังขึ้น เจียงจิ้งถึงได้สังเกตเห็นว่ามีผู้ชายสามคนในชุดสูทสุดดูดีมายืนล้อมรอบเธอั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้
“ใช่แล้ว ถ้ามีเื่อะไรน่าหงุดหงิดก็บอกพวกพี่มาได้เลย เดี๋ยวพวกพี่จะจัดการให้เอง”
เจียงจิ้งยิ้มอย่างนุ่มละมุนและส่งสายตาสุดเย้ายวนให้แก่พวกเขา ส่วนพวกผู้ชายเ่าั้ก็คิดว่าตัวเองเจอเหยื่อที่ใช่แล้วจึงคิดกำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมาอีกครั้ง แต่กลับเห็นริมฝีปากสีแดงสดอันน่าหลงใหลของเธอเปิดออกอย่างเย้ยหยัน
“พี่ ๆ คิดว่าคำพูดจีบสาวของตัวเองเก่าไปไหม? ไม่มีอะไรใหม่ ๆ บ้างเหรอคะ?”
“คนสวยชอบคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สินะ”
ใบหน้าที่เพิ่งงดงามเย้ายวนเมื่อครู่กลับเ็าลง พวกผู้ชายกลุ่มนั้นก็มองหน้ากันและหมุนตัวจากไปอย่างเข้าใจทันที
เจียงจิ้งเก็บสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามกลับคืน ก่อนจะหยิบน้ำส้มที่เตรียมไว้ขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ แต่กลับไม่รู้ว่าในระหว่างที่เธอเปลี่ยนสีหน้าไปเมื่อครู่นี้มีเม็ดยาเล็ก ๆ เม็ดหนึ่งตกลงไปในน้ำส้มเรียบร้อยแล้ว
เฉิงสือมองฉากเมื่อครู่ด้วยความสนใจ เพราะผู้หญิงคนนี้กำลังถูกวางยาโดยไม่รู้ตัว
ช่างเข้ากับสุภาษิตที่ว่า ‘หน้าอกใหญ่แต่ไม่มีสมอง’*[1] จริง ๆ!
ไม่นานนักเจียงจิ้งก็เริ่มรู้สึกว่าสมองของตัวเองเริ่มมึนงง และร่างกายก็เริ่มมีความร้อนผิดปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สมองที่ยังค่อนข้างไวพลันตอบสนองทันที เธอมองน้ำส้มที่ยังไม่ดื่มจนหมดแก้วและสาปแช่งออกมาในทันใด
“ไอ้บ้าเอ๊ย! ยังใช้วิธีไร้รสนิยมแบบนี้อีก!”
เธอหยิบธนบัตรใบหนึ่งจากกระเป๋าสตางค์วางไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะพยายามโซเซลงมาจากเก้าอี้หน้าบาร์ แต่เมื่อพอขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยกลับรู้สึกเหมือนกระดูกจะละลายในทันที
ผู้ชายสามคนที่เดินจากไปเมื่อครู่ก็เดินกลับมาที่ตำแหน่งของเธอด้วยรอยยิ้มและแววตาหื่นกระหาย อีกทั้งยังกวาดสายตามองร่างกายของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง
เจียงจิ้งกัดริมฝีปากเล็กน้อย และเริ่มเกิดความกังวลใจขึ้นมา
‘ให้ตายเถอะ! ฉันไม่ได้อยากเล่นเกมที่น่ารังเกียจแบบนี้หรอก!’
เธอจึงพยายามก้าวขาเดินหนีออกไปให้ไกลที่สุดโดยไม่สนใจกระเป๋าเดินทางเลยแม้แต่น้อย และมุ่งหน้าไปยังห้องที่สามารถล็อกประตูได้
ทว่าหลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ร่างกายของเธอก็อ่อนแรงลงจนเกือบจะล้มลงกับพื้น แต่ยังโชคดีที่สามารถคว้าปกเสื้อของชายคนหนึ่งไว้ได้ทัน และทำให้ทรงตัวอยู่ได้อย่างหวุดหวิด
ด้านเฉิงสือที่ถูกดึงปกเสื้อ ทำให้รอยยิ้มแข็งค้างไปในทันใด
“คุณผู้หญิง ้าความช่วยเหลือหรือเปล่าครับ?”
เจียงจิ้งเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เธอกำลังกำปกเสื้อของเขาในมือ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
“หน้าตาก็ดูดีอยู่ งั้นคืนนี้ฉันเลือกนายก็แล้วกัน… ราคาเท่าไหร่ต่อคืน? คิดเป็ครั้งหรือทั้งคืน?”
“นายจะเอาเท่าไหร่ก็หยิบเงินจากกระเป๋าสตางค์ของฉันซะ แล้วรีบหาสักที่ช่วยทำให้ฉันสบายตัวทีเถอะ!”
ใบหน้าที่มักจะยั่วยวนของเฉิงสือมืดมนไปหมด เพราะผู้หญิงคนนี้คิดว่าเขาเป็ผู้ชายขายบริการ!
“ยังยืนนิ่งอยู่ทำไม? ระวังพี่สาวจะไปร้องเรียนเอานะ สายงานของพวกนายโทรไปร้องเรียนตอนกลางคืนได้ไหม?”
พนักงานบริการที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก้มหน้าอมยิ้มทันที แต่ไหล่ที่สั่นเทาของเขาก็เผยให้เห็นการกลั้นขำอย่างอดทน
บ้าจริง! เ้านายของพวกเขาถูกลูกค้าเข้าใจผิดว่าเป็หนุ่มขายบริการ!
เฉิงสือขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะแสดงสีหน้าโกรธออกไป กลับถูกแขนเรียวบางทั้งสองข้างโอบรอบคอเอาไว้เสียแล้ว
“นายไม่ไหวหรือไง? ถ้าไม่ไหวก็ให้ผู้จัดการของนายส่งคนที่ไหวมาแทนซะสิ! พี่สาวคนนี้มีเงินและ้าบริการที่ดีที่สุด!”
เจียงจิ้งเขย่งเท้าขึ้นและะโออกมาด้วยความร้อนรน เพราะร่างกายที่ร้อนระอุจนทนไม่ไหว ทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำ และค่อย ๆ สูญเสียสติไป
เฉิงสือยื่นมือของตัวเองออกไปเพื่อเตรียมจะดึงมือของเธอออกจากรอบคอ แต่กลับต้องหยุดลงและจ้องมองใบหน้าที่ถูกฤทธิ์ยาควบคุมอยู่ พร้อมทั้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยมาเตะจมูก
ทำไมถึงได้สวยสะพรั่งขนาดนี้… โดยเฉพาะริมฝีปากสีแดงที่เย้ายวนใจอย่างถึงที่สุด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสกระจ่างราวกับมีแสงส่องประกายอยู่ภายในที่ดึงดูดให้เขาต้องมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จบ
“คุณผู้หญิง จริง ๆ แล้วผมเป็คนมีหลักการ แต่ในเมื่อคุณเอ่ยปากขอร้องถึงขนาดนี้ ผมก็คงต้องยอมให้คุณเพื่อช่วยเพิ่มยอดขายแล้วล่ะ”
เมื่อพูดจบเขาก็ยื่นแขนยาวออกไปรวบตัวเจียงจิ้งขึ้นบ่าในคราวเดียว
ผู้หญิงที่กล้าซื้อบริการเขาจะต้องถูกเขาฟาดจนกว่าจะล้มละลายเลยทีเดียว!
[1] หน้าอกใหญ่แต่ไม่มีสมอง สุภาษิตที่ว่าเป็การเหยียดหยามผู้หญิงที่มีรูปร่างอวบอ้วนหรือมีหน้าอกใหญ่ว่าขาดสติปัญญา เป็คำพูดที่แสดงถึงความคิดเหยียดเพศหญิงและการตัดสินบุคคลจากรูปลักษณ์ภายนอก