" ธารณ์ " ั้แ่จำความได้ธารณ์เติบโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ปัจจุบันกำลังทำงานเป็นายแพทย์อยู่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากได้ทุนเรียนเก่งจึงต้องมาทำที่โรงพยาบาลเเห่งนี้ ธารณ์เป็คนเข้ากับคนง่ายนิสัยดีอุปนิสัยส่วนตัวเป็คนค่อนข้างจริงจังกับงาน ในทุกเดือนธารณ์จะแบ่งเงินเดือนให้กับ " แม่ใหญ่ “ นำเงินไปใช้จ่ายให้กับเด็กๆ ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า
“ พี่ธารณ์มาแล้ววว กรี้ดดดด ”นะโมน้องน้อยสุดในบรรดาเด็กทุกคนที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า วิ่งมากอดเอวของธารณ์และเด็กๆทุกคนวิ่งเข้ามาหา ทันทีเขาก้าวเข้ามาเหยียบที่นี้
“ ว่าไงครับเด็กๆ สบายดีมั้ย” ธารณ์กล่าวออกมาอย่างมีความสุข ที่กำลังอยู่ในวงล้อมของเด็กๆ อยู่
“ สบายดีครับ/ค่ะ ” เด็กๆ เอ่ยตอบรับทันทีที่ธารณ์กล่าวจบ
“เป็ไงบ้างธารณ์ ” เสียงนุ่มนวลน่าฟังของแม่ใหญ่กล่าวขณะที่กำลังเดินมาหาธารณ์
“ ่นี้งานที่โรงพยาบาลก็ยุ่งๆหน่อยครับแม่ใหญ่ ” ธารณ์หันมาพูดกับแม่ใหญ่
“ พักผ่อนบ้างนะธารณ์ อย่าหักโหมมากแม่เป็ห่วง ” แม่ใหญ่พูดด้วยความเป็ห่วง เพราะธารณ์เป็คนเดียวที่ยังให้ความช่วยเหลืออยู่ในรุ่นเดียวกัน เด็กคนอื่นๆก็ออกไปใช้ชีวิตหมดแล้ว
“ ครับแม่ใหญ่ ” ธารณ์ตอบพลางยิ้มไป เขารู้ดีว่าแม่ใหญ่เป็ห่วงมาก จึงปัดที่จะบอกความจริงกับแม่ใหญ่ไป
ธารณ์อยู่กินข้าวกับแม่ใหญ่ในมื้อเที่ยง ขณะที่ธารณ์กำลังทานข้าวเสร็จนั้นธารณ์มีความรู้สึกว่า การกินข้าวมื้อนี้จะเป็มื้อสุดและเป็ครั้งสุดท้าย ธารณ์รู้สึกวูบโหวงที่ใจ แต่ก็ปัดความรู้สึกนี้ออกไป คิดว่ามันเป็ความคิดชั่ววูป
เนื่องจาก่ที่ผ่านมาตนพักผ่อนน้อยจริงๆ
เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ธารณ์จึงกล่าวลาทุกคน “ บ๊ายยบายย พี่ธารณ์ “ นะโมโบกมือพลางยกยิ้มไปให้กับธารณ์
“ ไว้เจอกันใหม่ครับเด็กๆ ” ธารณ์กล่าวเสร็จพร้อมหันไปกอดลาแม่ใหญ่
“ กลับดีๆนะธารณ์ดูแลตัวเองด้วย ” พลางลูบหัวธารณ์ไปด้วย เธอรักและเอ็นดูธารณ์มาก เปรียบเสมือนเป็ลูกคนหนึ่งเลย
“ ครับแม่ใหญ่ ” ธารณ์น้ำตาซึม ั้แ่เกิดมาก็มีแม่ใหญ่คนนี้แหละที่ดูแลเอาใจใส่ ั้แ่จำความได้ ตนจึงรักและเคารพอย่างที่สุด
หลังจากกล่าวลากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ธารณ์ก็ขับรถคันโปรดออกจากสถานรับเลี้ยงเด็กโดยทางกลับบ้าน ต้องขึ้นเขาไปหลายสิบกิโล จังหวะที่เขากำลังขับรถอยู่ทางเชิงเขา
จู่ๆๆ ธารณ์ก็เห็นชายชราผมยาวสีขาว แต่งกายชุดสีขาวคล้ายยุคจีนโบราณตัดผ่านหน้ารถไปอย่างเร็ว ทำให้ต้องหักรถหลบอย่างรวดเร็ว
เอี๊ยด!!
โครม!!
เสียงรถเบรกลากยาวไปตามแนวถนน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ตัวรถได้ตกลงไปในหุบเหว ส่งผลให้ร่างของธารณ์อัดกับตัวรถจังๆ
‘เจ็บจังเลย…ขยับตัวไม่ได้…แม่ใหญ่ช่วยธารณ์ด้วย’ธารณ์ไม่สามารถพูดออกมาได้แต่คิดทำไมชีวิตเขาถึงสั้นเพียงนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำเลย ทั้งยังเป็ห่วงแม่ใหญ่และเด็กทุกๆคนอีกด้วยพลางน้ำตาซึม ดวงตาของเขาค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ ความรู้สึกทุกอย่างได้เลือนหายไปราวกับว่าเขาจมดิ่งสู่ความมืดมิด ที่เวิ้งว้างจนมองไม่เห็นสิ่งได้เลย…….
“เฮ้อ!!….อายุก็เเค่นี้ ทำไมต้องมาตายเร็วขนาดนี้…. ”
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นราวกับฝัน เขาทิ้งร่างกายให้คุดคู่อยู่ท่ามกลางความมืดมิด ยอมรับต่อโชคชะตาที่ไม่เคยแม้แต่เข้าข้างเขาเลย ชีวิตเขานี้มาความสิ้นสุด
“กลับบ้านเราเถิดเย่วเอ๋อร์ กลับไปอยู่ที่ๆเ้าสมควรอยู่ั้แ่แรกแล้ว ภพนี้เ้าได้หมดอายุขัยแล้ว… ” จู่ๆก็มีเสียงแหบชายปริศนาชุดขาวพูดขึ้นหลังจากที่เหตุการณ์การนี้ขึ้น พร้อมเลือนหายไปตามสายลมราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย……