ตอนที่แปด
หมัดเดียว
หลิงเฉินทำการต่อลองเื่เงินกับเถ้าแก่กระนั้นเองเขารู้อยู่แล้วว่าในขนาดนี้เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมผู้นี้คงจะต่อรองอันใดกับเขามิได้
โดยปกติแล้วเหล่านักสู้ที่ขึ้นไปประลองบนเวทีจะได้รับเงินเดิมพันจากเราผู้ชมในสัดส่วน 3 ส่วน 10 แต่เมื่อสถานการณ์เป็เช่นนี้หลิงเฉินจึงเรียกเงินในจำนวน 7 ส่วนใน 10 ส่วน
แน่นอนว่ามันเป็จำนวนที่มากพอสมควรแต่ ทว่ามิให้หลิงเฉินขึ้นประลองก็มิรู้ว่าผู้ใดจะกล้าแล้ว เพราะว่าผู้ที่เป็คู่ต่อสู้ของหลิงเฉินในวันนี้เป็ถึงทหารผ่านศึกาจึงมิมีผู้ใดหาญกล้าขึ้นไปเพราะรักตัวกลัวตายทั้งสิ้น
เมื่อถึงเวลาเริ่มประลองเสียงระฆังดังลั่นราวผู้ชมมากมายต่างโห่ร้อง พวกเขาตั้งหน้าตั้งตารอการประลองครั้งนี้มากพอสมควร
ผู้ที่เป็คู่ต่อสู้ของหลิงเฉินก็ได้ะโขึ้นมาบนเวทีขนาดใหญ่ที่ถูกยกสูงขึ้นจากพื้นประมาณนึง เขาเป็บุรุษวัยกลางคนที่มีร่างกายใหญ่โตกำยำล่ำสัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขุม
สำหรับคนธรรมดาแล้วคงจะมิมีผู้ใดกล้าขึ้นไปต่อกรกับเขา เพราะว่าการประลองใต้ดินนั้นแตกต่างจากการประมือกันธรรมดา บนเวทีแห่งนี้แม้ตายก็มิมีผู้ใดว่า ผู้ที่ก้าวขาขึ้นมาบนเวทีแห่งนี้แล้วเท่ากับทิ้งชีวิตของตนเองไปครึ่งนึง
วัยกลางคนกำลังมองไปที่อีกฝั่งของเวทีเพื่อรอชมคู่ต่อสู้ของตนเองที่กำลังปรากฏกายออกมา
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้ชมเด็กหนุ่มที่มีวัยเพียง 16 ปีก็ได้ะโขึ้นมาบนเวทีแห่งนี้สายตามากมายจับจ้องพลันสะกดให้เสียงโห่ร้องเ่าั้เงียบสนิทลงไป
อีกฝ่ายหรี่ตามองหลิงเฉินด้วยความสงสัยก่อนที่จะกล่าวออกมา “ ผู้ใดปล่อยเด็กขึ้นมาเล่นกัน ”
“ ผู้ใดว่าข้ามาเล่นข้ามาเพื่อประลองกับท่านต่างหากล่ะ ” หลิงเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มแห่งความทะนงตน
เมื่อผู้ชมได้ยินยิ่งประหลาดใจผู้ใดกันให้เด็กผู้นี้มาประลองกับทหารผ่านศึก เพียงแค่ขนาดตัวก็อย่างกับพ่อกับลูกแล้ว
เถ้าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมใจสั่นทันทีที่เห็นพวกผู้ชมเงียบไป หรือว่าเขาจะตัดสินใจพลาดจริงๆที่ให้เด็กหนุ่มผู้นั้นขึ้นไปสู้
นักสู้ที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับหลิงเฉินได้หันไปมองหน้าของผู้ตัดสินที่ยืนอยู่ด้านล่างของเวที ก่อนที่จะพยักหน้าให้กันเพื่อส่งสัญญาณบอกให้รู้
“ ดูเหมือนว่าเ้าจะเป็คู่ต่อสู้ของข้าจริงๆสินะ ” เขากล่าวออกมาด้วยเสียงที่ไม่พอใจสักเท่าไหร่ ผู้ใดกันเล่าจะพอใจให้นักสู้เยี่ยงเขาประลองกับเด็กอมมือเช่นนี้ แบบนี้มันหยามเกียรติกันชัดๆ
“ เอาแบบนี้แล้วกันเ้าหนูเ้าอายุเท่าไหร่กัน ” เขาเปล่งเสียงถามหลิงเฉิน
“ เรียนท่านลุงข้าอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น ”
“ ข้าอายุ 46 พวกเราห่างกัน 30 ปี ข้าจะต่อให้เ้า 30 หมัด เป็อย่างไร ”
เขาคงคิดว่าการต่อให้เช่นนี้มันคงจะลดการเสียหน้าของเขาลงได้บ้าง แต่อย่างไรเสียมันก็เป็การตัดสินใจที่ผิดพลาด
หลิงเฉินที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับฉีกยิ้มที่มุมปาก 30 หมัดงั้นรึไม่จำเป็ต้องถึงขนาดนั้นหรอกเขาขอเพียงแค่หมัดเดียวเ้านี้ก็ลงไปนอนแล้ว
“ โอ้!!! ขอบคุณขอรับท่านลุงงั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ ” หลิงเฉินกล่าวออกมาพลันยกมือขึ้นมาคารวะตามมารยาท
เขามิใช่คนโง่ที่จะปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปเพราะว่าศักดิ์ศรีของตนเองหรอกนะ เมื่อฝ่ายยื่นโอกาสมาให้เช่นนี้มีหรือเขาจะไม่รับไว้
หลิงเฉินก้าวเท้าตรงเข้าไปหาร่างของชายวัยกลางคนผู้นั้นที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หลิงเฉินไปหยุดลงตรงหน้าของชายผู้นั้น ร่างกายที่สูงใหญ่มองต่ำลงมาที่เด็กหนุ่มที่สูงได้เพียงหน้าท้อง
หมัดของเ้าหนูนี่อย่าว่าแต่ต่อย 30 หมัดเลยเขาให้ต่อยสัก 100 หมัดก็คงจะมิสามารถทำอันใดเขาได้หรอก
เพียงมองครั้งแรกหลิงเฉินก็รู้ได้ทันทีว่าชายผู้นี้มิใช่ผู้ฝึกตนเขาไม่มีแม้แต่พลังิญญาแผ่ออกมาจากร่างกาย
ถ้าเป็เช่นนี้เขาไม่จำเป็ต้องใช้อักขระก็ได้เพียงแค่รวบรวมพลังิญญามาไว้ที่ฝ่ามือแล้วซัดออกไปตรงๆอีกฝ่ายก็คงจะกระอักเืแล้ว
หลิงเฉินมิรอช้าเขารวบรวมพลังิญญาเอามาไว้ที่ฝ่ามือข้างขวาก่อนจะซัดออกไปที่หน้าท้องของชายวัยกลางคนผู้นี้ ผัวะ!!!
เสียงฝ่ามือดังลั่นเืสีแดงออกจากปากของชายวัยกลางคนร่างของเขานั้นกระเด็นลากยาวตกลงไปจากเวที เพียงแค่ฝ่ามือเดียวเท่านั้นอย่างที่หลิงเฉินคิดเอาไว้ไม่มีผิด
ผู้ตัดสินที่ยืนอยู่ข้างเวทีรีบวิ่งไปดูร่างของชายวัยกลางคนผู้นั้น เพียงตรวจเช็คได้ครู่เดียวเท่านั้นผู้ตัดสินก็ได้กล่าวขึ้นมาทันที “ ผู้ชนะคือหลิงเฉิน!!! ”
ผู้ชมต่างพากันอึ้งอยู่สักพักก่อนที่จะะโโห่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ดูปฏิกิริยาของเหล่าผู้ชมแล้วพวกเขาคงพอใจกับการประลองคู่นี้มากพอสมควร
เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมที่กำลังวิตกอยู่ก็ยิ้มออกมาหลังจากที่กลั่นกุมใจมานาน เขารู้สึกโล่งใจมากกว่าที่ผู้ชมมากมายพอใจในการประลองครั้งนี้ เพราะว่าการประลอง
เพราะว่าถ้าการประลองครั้งนี้ทำให้ผู้คนนั้นเลิกสนใจเกี่ยวกับโรงเตี๊ยมผู้ที่อยู่เื้ัของการประลองใต้ดินครั้งนี้คงจะมิปล่อยเขาเอาไว้แน่ๆ
แบบนี้โชคเข้าข้างกันชัดๆเขาเกือบรักษาหัวเอาไว้มิได้
หลังจากที่การประลองบนเวทีมันจบลงหลิงเฉินก็รีบลงมาจาก้าเพื่อรับรางวัล ถ้าอยู่ที่นี้นานกว่านี่คงจะไม่เป็ผลดีต่อเขาเท่าไหร่
เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมก็ทำตามสัญญาเขานำเงินรางวัลถุงใหญ่มาให้กับหลิงเฉินโดยใส่เอาไว้ในถุงผ้าสีน้ำตาล
ทันทีที่หลิงเฉินรับเงินเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็หวังจะกล่าวทาบทามเขาทันที “ นี่เ้าหนูเ้ามาทำงานกับข้ามั้ย… ”
เพียงครู่เดียวที่เขาละสายตาจากเด็กหนุ่มปริศนาเขาก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“ เอ๋!!! หายไปแล้ว… ”
จบบท