บทที่ 7 ห้ามแบ่งให้เ้าห้าเด็ดขาด! (รีไรต์)
ซูโหรวเอ๋อร์ไม่คิดว่าเื่จะเป็เช่นนี้ พอถูกถามนางก็พูดไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้น แม่เฒ่าเว่ยถามเสียงดังต่อหน้าหลานชายหลายคนเช่นนี้ นางที่เป็ผู้ใหญ่ก็รู้สึกเสียหน้าอยู่มิน้อย จึงเป็ธรรมดาที่นางจะรู้สึกตะขิดตะขวงอยู่ภายในใจ!
แม่สามีถามนางว่าเลี้ยงดูอวี้หย่งจวี๋อย่างไรงั้นหรือ?
นางว่าตนเองเลี้ยงดูลูกชายมาเป็อย่างดีแล้ว!
ซูโหรวเอ๋อร์พยายามทำท่าทางมั่นใจเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง "ท่านแม่ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น อวี้หย่งจวี๋ร้องไห้เสียใจขนาดนี้ ข้าเป็แม่ของเขา จะไม่ให้กระวนกระวายใจได้อย่างไร..."
แม่เฒ่าเว่ยมองซูโหรวเอ๋อร์ด้วยความผิดหวังอย่างปิดไม่มิด
ลูกสะใภ้คนที่สามเป็สาวจากในเมืองที่แต่งเข้ามาในหมู่บ้านหนานถัวของพวกเขา ตระกูลอวี้นั้นเห็นว่าหญิงสาวจากในเมืองยอมแต่งงานกับคนในหมู่บ้านเล็ก ๆ เช่นนี้คงต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แถมซูโหรวเอ๋อร์ยังอายุน้อย ยังมีพี่สะใภ้อีกสองคนที่คอยช่วยเหลือ ปกติก็ตามใจให้ทำงานบ้านน้อยหน่อย ทว่าทุกคนก็รู้สึกว่าก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อันใด
ปกติแม่เฒ่าเว่ยมักจะทำเป็ไม่สนใจเื่พวกนี้
แต่สะใภ้สามคนนี้ พออวี้หย่งจวี๋ก่อเื่ขึ้นมา สิ่งแรกที่นางทำคือโทษคนอื่น จากนั้นก็แก้ตัวให้ตัวเอง น่ารำคาญยิ่งนัก!
"แล้วอีกอย่าง อวี้หย่งจวี๋อายุยังน้อย..."
ซูโหรวเอ๋อร์พยายามแก้ต่างไม่หยุด แต่ก็ไม่ยอมเอ่ยปากให้ลูกชายตนขอโทษสักคำ!
แม่เฒ่าเว่ยยิ่งผิดหวัง จึงไม่สนใจนางอีกต่อไป บอกกับอวี้หย่งไหวว่า "พวกหลานเก็บผลไม้ที่อยู่บนพื้นไปล้างเสีย"
"ขอรับ" อวี้หย่งไหวรับคำพร้อมกับน้องชาย
"เ้าค่ะ" ซิ่งซิ่งก็รีบตอบรับด้วยน้ำเสียงน่ารัก
แต่แม่เฒ่าเว่ยกลับยกมือขึ้นลูบผมน้อย ๆ ของซิ่งซิ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า
"ซิ่งซิ่งเข้าไปในบ้านกับย่านะ"
ซิ่งซิ่งชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเชื่อฟัง "เ้าค่ะ" จากนั้นนางก็ยื่นมือไปจับมือของแม่เฒ่าเว่ยอย่างว่าง่าย
แม่เฒ่าเว่ยพูดสิ่งเหล่านี้โดยที่ไม่แม้แต่จะเหลือบมองซูโหรวเอ๋อร์กับอวี้หย่งจวี๋เสียด้วยซ้ำ นางเดินจูงมือซิ่งซิ่งไปยังห้องโถงใหญ่
เื่ยังไม่ทันที่จะจัดการจนแล้วเสร็จ แม่เฒ่าเว่ยก็เดินจากไป เห็นได้ชัดว่าตอนนี้นางก็ไม่อยากสนใจซูโหรวเอ๋อร์อีกแล้ว! สู้ทิ้งให้นางคิดทบทวนอย่างมีสติคนเดียวดีกว่า!
ซูโหรวเอ๋อร์ถูกแม่สามีทิ้งไว้แบบนั้น ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนถูกไฟเผา รู้สึกอับอายขายหน้าอย่างที่สุด!
"สมน้ำหน้า!" ไป๋เสี่ยวเฟิ่งผู้แอบดูเหตุการณ์อยู่หลังม่านในห้องของตัวเอง แอบเยาะเย้ยอยู่ในใจ เมื่อเห็นแม่เฒ่าเว่ยเข้าไปในห้องแล้ว นางก็ได้แต่ชื่นชมท่าทีอับจนหนทางของซูโหรวเอ๋อร์ ก่อนจะปล่อยม่านลงอย่างพอใจ และกลับไปถักต่อผ้าเช็ดหน้าของตัวเองต่อ
ท่าทางของน้องสะใภ้สามผู้นี้ นางทนดูมิได้มานานแล้ว!
มาจากเมืองแล้วอย่างไรเล่า? ก็ไม่ใช่คุณหนูอันใดเสียหน่อย แค่บุตรสาวที่ทางบ้านขายเต้าหู้อยู่ในเมืองก็เท่านั้น แต่งเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านกับพวกเขา ยังทำท่าทางเป็คุณหนูอยู่ทุกวี่ทุกวัน!
วัน ๆ เอาแต่บอกว่าตนทำอาหารไม่เป็ พ่อกับแม่สามีก็พลอยตามใจนาง ไม่ให้สะใภ้สามจัดการทำอาหารให้ทุกคนในบ้าน และสุดท้ายหน้าที่นี้จึงตกเป็หน้าที่ของนางกับพี่สะใภ้ผลัดกันทำ
ซูโหรวเอ๋อร์วัน ๆ เอาแต่ให้อาหารไก่ ส่งข้าวส่งน้ำให้ผู้ชายที่ทำงานในไร่นา ในสายตาของไป๋เสี่ยวเฟิ่ง แบบนั้นเรียกว่าสบายจะตายไป!
ตอนนี้เห็นซูโหรวเอ๋อร์โดนแม่เฒ่าเว่ยดุเช่นนี้ ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรู้สึกสะใจยิ่งนัก!
แล้วก็ยังมีเื่ของอวี้หย่งจวี๋อีก
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งอดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก
เด็กคนไหนบ้างที่ไม่เคยเป็เด็กเล็กมาก่อน?
แต่ตอนที่เด็ก ๆ ในบ้านยังเล็ก พวกเขาไม่ได้ซุกซนเหมือนกับอวี้หย่งจวี๋สักหน่อย!
"สมควรโดนสั่งสอนเสียให้เข็ด!"
ขณะที่ไป๋เสี่ยวเฟิ่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี หยิบงานปักขึ้นมา ทันใดนั้นก็นึกถึงท่าทางของแม่เฒ่าเว่ยที่มีต่อซิ่งซิ่ง ไป๋เสี่ยวเฟิ่งลังเลไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจ เอาผ้าผืนหนึ่งที่ค่อนข้างนุ่มจากในหีบออกมา
นี่เป็เศษผ้าที่นางเคยใช้เย็บเสื้อผ้าให้ลูกชายของนาง ในยามนี้ผ้าเหลือ จึงสามารถนำมาทำผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ๆ ให้เด็กหญิงในบ้านได้
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งร้อยด้ายเข้าเข็ม คิดในใจว่า การมีซิ่งซิ่งคนนี้ ดูเหมือนตระกูลอวี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสียแล้ว
...
แม่เฒ่าเว่ยพาซิ่งซิ่งเข้าไปในห้อง ก่อนจะหันหลังปิดประตู
ซิ่งซิ่งยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความหวาดกลัว เด็กหญิงยังคงกลัวว่าแม่เฒ่าเว่ยจะโกรธ
"ถอดเสื้อผ้าออก" แม่เฒ่าเว่ยอุ้มซิ่งซิ่งขึ้นไปบนเตียง "เมื่อครู่ย่าเห็นแผลถลอกบนตัวเ้า... มาให้ย่าดูหน่อยเถิด"
ซิ่งซิ่งรู้สึกงุนงง
เมื่อเห็นเด็กหญิงทำหน้าตาเลื่อนลอย ในใจของแม่เฒ่าเว่ยก็อดสงสารไม่ได้
นางถอดเสื้อผ้าของซิ่งซิ่งออก ร่างกายผอมบางของเด็กหญิงตัวน้อยเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน น่าสงสารนัก ก้นน้อย ๆ ของซิ่งซิ่งก็แดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าล้มลงอย่างแรง โชคดีที่ไม่มีเืออก น่าจะไม่เป็อันใดมาก
ซิ่งซิ่งเห็นแม่เฒ่าเว่ยเงียบอยู่นาน นางไม่กล้าหันกลับไปมองสีหน้าของหญิงชรา จึงถามอย่างกังวลเล็กน้อยว่า "ท่านย่าเ้าขา ซิ่งซิ่งทำอันใดผิดหรือเปล่าเ้าคะ?"
แม่เฒ่าเว่ยช่วยซิ่งซิ่งสวมเสื้อผ้าอีกครั้ง ลูบหัวนางเบา ๆ "ไม่มีอันใด ซิ่งซิ่งเป็เด็กดีนะ"
ซิ่งซิ่งเม้มปากเล็กน้อย ปรากฏรอยบุ๋มเล็ก ๆ สองรอยบนแก้ม เห็นได้ชัดว่าคำชมของหญิงชราทำให้นางมีความสุขมาก เด็กหญิงยิ้มให้กับแม่เฒ่าเว่ยอย่างเขินอาย
"ท่านย่าเ้าขา ซิ่งซิ่งจะเป็เด็กดีตลอดไปนะเ้าคะ"
หัวใจของแม่เฒ่าเว่ยแทบละลาย!
"ท่านย่า ผลไม้ล้างหมดแล้วขอรับ”
อวี้หย่งไหวผลักประตูเข้ามา ในมือถือตะกร้าไม้ไผ่ใบหนึ่งที่นำมาจากครัว บนตะกร้าเต็มไปด้วยผลไม้ป่า เขายังย้ำเป็พิเศษว่า
"ข้าใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดผลไม้ ไม่ได้เปลืองน้ำเลยขอรับ"
แต่แม่เฒ่าเว่ยกลับจ้องมองเขาแวบหนึ่ง "ต่อไปนี้ซิ่งซิ่ง จะมาอยู่กับย่าในห้องนี้ นางเป็เด็กผู้หญิง เวลาเ้าเข้ามาในห้องย่าต้องขออนุญาตก่อน เข้าใจหรือไม่!"
อวี้หย่งไหวรับคำอย่างว่าง่าย พยักหน้ารัว ๆ "ขอรับ ท่านย่า"
เขาถือตะกร้าไม้ไผ่ใบนั้น ยื่นไปข้างหน้าเพื่อให้แม่เฒ่าเว่ยเห็นผลไม้ป่าเ่าั้
"ท่านย่า อยาหลองชิมหรือไม่ขอรับ?"
ก่อนหน้านี้ตอนที่แม่เฒ่าเว่ยกำลังโมโหในลานบ้าน พี่น้องทั้งสามคนของอวี้หย่งไหวไม่มีใครกล้าเข้ามาเลยสักคน
ในฐานะพี่ชายคนโต อวี้หย่งไหวจึงได้แต่ต้องยอมเข้ามาคนเดียว
แม่เฒ่าเว่ยเหลือบมองผลไม้ป่าที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่
มันคือผลไม้เล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่บนพุ่มไม้ ขนาดไม่ใหญ่ รสหวานไม่มาก ออกเปรี้ยวเล็กน้อย แต่ใช้แก้กระหายและคลายความอยากได้ดียิ่ง
แม่เฒ่าเว่ยหยิบผลไม้จากตะกร้าไม้ไผ่มาวางไว้บนโต๊ะหนึ่งกำมือ แล้วหยิบอีกหลายลูกใส่ลงในมือของซิ่งซิ่ง "ที่เหลือในตะกร้า เอาไปแบ่งกับพี่หลิ่วและพี่กุ้ยนะ"
อวี้หย่งไหวอุทานออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจว่า "อ๊ะ" แล้วก็ยืนนิ่ง
อวี้หย่งไป๋กับเขาต่างก็เป็ลูกชายของบ้านใหญ่ ก็ไม่ใช่เื่แปลกอันใดที่ท่านย่าจะไม่พูดถึงน้องรอง และพูดถึงแต่อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยที่เป็น้องชายของบ้านรอง แต่ปัญหาคือที่บ้านไม่ได้มีแค่พวกเขาสี่คน ยังมีอวี้หย่งจวี๋ลูกชายของอาสะใภ้สามอีกคน!
ดูเหมือนแม่เฒ่าเว่ยจะมองออกว่าหลานชายคนโตลังเล นางจึงทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตายังคงฉายแววโกรธ "ไม่ต้องไปสนใจเ้าห้าหรอก!"
พูดจบ แม่เฒ่าเว่ยก็เปลี่ยนคำพูดแล้วเน้นย้ำว่า "ห้ามแบ่งให้เ้าห้า! แบ่งกันแค่พวกเ้าสี่คน! เอาไปซะ จะกินเองก็กิน จะให้พ่อแม่พวกเ้าก็ให้ แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามให้เ้าห้า! ให้สะใภ้สามก็มิได้เด็ดขาด!"
อวี้หย่งไหวตอบรับคำอย่างว่าง่ายว่า "ขอรับ" ไม่กล้าพูดอันใดมาก รีบถือตะกร้าไม้ไผ่ออกไป
ในลานบ้าน อวี้หย่งจวี๋ไม่ร้องไห้แล้ว ซูโหรวเอ๋อร์ตักน้ำมาหนึ่งกะละมัง เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าให้ลูกชายของตน
ตอนที่อวี้หย่งไหวออกมา เห็นน้ำในกะละมังแล้วก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย
เพราะตอนที่เขาล้างผลไม้ ไม่กล้าใช้น้ำเยอะเลยด้วยซ้ำ!
กลัวว่าวันไหนจะไม่มีน้ำใช้
เด็ก ๆ พากันกลับเข้าไปในห้องของตัวเองแล้ว ในฐานะที่เป็เด็ก อวี้หย่งไหวก็ไม่อาจพูดอันใดได้ จึงถือผลไม้ป่าไปที่บ้านรอง ตั้งใจว่าจะแบ่งให้กับน้องชายสองคนที่บ้านรองก่อน
"ท่านแม่ขอรับ" อวี้หย่งจวี๋จ้องมองผลไม้ป่าในตะกร้าไม้ไผ่ที่อวี้หย่งไหวถืออยู่ด้วยแววตาเว้าวอน "ข้าอยากกิน…"
ซูโหรวเอ๋อร์หันไปมองอวี้หย่งไหวทันที "พี่ไหว มานี่ซิ"
อวี้หย่งไหวรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก เด็กหนุ่มยืนถือตะกร้าไม้ไผ่อยู่ตรงนั้น นิ่งเงียบ ไม่รู้จะพูดอันใดดี
ซูโหรวเอ๋อร์ขมวดคิ้ว "พี่ไหว ยืนนิ่งด้วยเหตุใด ข้าเรียกให้มานี่ไง เ้ามิได้ยินที่น้องชายบอกว่าอยากกินผลไม้หรือ"
อวี้หย่งไหวตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ "อาสะใภ้สาม... ท่านย่าบอกว่า ห้ามข้าแบ่งให้น้องห้ากินขอรับ"
"อันใดนะ!" ซูโหรวเอ๋อร์ขึ้นเสียงอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ท่านย่าของเ้าพูดแบบนั้นจริง ๆ หรือ?"
อวี้หย่งไหวพยักหน้า ไม่กล้าพูดอันใดมาก
ซูโหรวเอ๋อร์รู้ดีว่า ด้วยนิสัยของอวี้หย่งไหวแล้ว คำพูดนี้คงเป็คำพูดของแม่สามีนางจริง ๆ แต่อีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
นี่มันตบหน้านางกับลูกชายชัด ๆ!
ซูโหรวเอ๋อร์โกรธจนเืขึ้นหน้า ถึงจะไม่กล้าไปหาเื่หรือต่อว่าแม่สามี แต่นางกล้าต่อว่าอวี้หย่งไหว
นางเอ็ดเสียงดัง "อวี้หย่งไหว มานี่!"
อวี้หย่งไหวลังเล ไม่กล้าขยับแม้เพียงนิด
"เ้ายังเห็นข้าเป็อาสะใภ้สามอยู่หรือไม่?" ซูโหรวเอ๋อร์ยิ่งฉุนเฉียวขึ้นไปอีก
หลี่ชุนฮวาที่กำลังแอบฟังอยู่ในห้องตัวเอง ได้ยินดังนั้นก็ทนไม่ไหว รีบเปิดม่านออกมา จ้องเขม็งไปที่ซูโหรวเอ๋อร์อย่างไม่เกรงกลัวเอ่ยว่า "น้องสะใภ้สาม เ้าเป็อาแท้ ๆ ท่านแม่โกรธจะลงโทษอันใด มันเกี่ยวอันใดกับหลานชายเ้า ไม่ต้องไปทำให้หลานลำบากหรอก!"
พูดจบก็ไม่สนใจอีกฝ่าย ดึงอวี้หย่งไหวออกไปทันที
ซูโหรวเอ๋อร์โมโหจนพูดไม่ออก เหลือบไปเห็นพี่สะใภ้รองไป๋เสี่ยวเฟิ่ง กำลังแอบมองเหตุการณ์อยู่ จึงรีบหาเื่ชวนคุย แต่ไป๋เสี่ยวเฟิ่งกลับปล่อยม่านลง แสดงท่าทีไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย!
ทำให้ซูโหรวเอ๋อร์ที่ยืนอยู่กลางลาน โมโหจนแทบคลั่ง!
นางเริ่มรู้สึกว่า ปกติแม่สามีที่ไม่ค่อยว่าอันใด พี่สะใภ้ทั้งสองก็ทำดีด้วย แต่พอแม่สามีพูดจาแรง ๆ กับนางหน่อย พี่สะใภ้ทั้งสองก็กล้าตีตัวออกห่างทันที!
และทั้งหมดนี้ เป็เพราะเด็กที่ชื่อซิ่งซิ่งคนนั้น!