
ทันใดนั้นก็ประตูก็เปิดดังปัง
"ฮ่า ๆ เลี่ยหยางเ้ามาฉางอันั้แ่เมื่อไหร่?" เป็ชายอายุ 50 - 60 ผิวสีน้ำผึ้ง แต่งกายมอมแมมชุดช่างตีเหล็ก
"ท่านลุง" เลี่ยหยางยิ้มแล้วโบกมือทักทาย
ท่านลุงเมื่อเห็นหลานชายก็รีบเข้ามานั่ง ก้นกระแทกเก้าอี้จนสั่น เอาแขนโอบไหล่หลานดึงศรีษะเข้ามาใกล้
เลี่ยหยางซึ่งกำลังกินเนื้อแพะอยู่นั้นสำลักเล็กน้อย แต่สู้แรงแขนใหญ่ ๆ ล่ำ ๆ ของลุงไม่ได้จึงได้แต่คล้อยศรีษะมาตามแรงแขน
"ป่ะ! ไปกินข้าวบ้านลุงกัน" แล้วท่านลุงก็ดึงเลี่ยหยางให้ลุกขึ้น พาออกจากร้าน
เยว่หลิงคีบชิ้นสุดท้ายใส่ปากค่อยๆบรรจงกิน แล้วลุกขึ้นวางเงินไว้ที่โต๊ะแล้วเดินออกตามเลี่ยหยางไปทันที
เยว่หลิงออกจากร้านมามองซ้าย-ขวา เขาเห็นขอบชายเสื้อเลี่ยหยางอยู่ซอกมุมตึกเขาจึงเดินเข้าไป
เมื่อเขาไปถึง ก็มีมีดสั้นจ่อคอเขาทันที และผู้ที่ถือก็ไม่ใช่ใคร ท่านลุงของเลี่ยหยางนั่นเอง
"ท่านไม่ควรอยู่ใกล้หลานข้า ราชบุตรเขย!" แววตาท่านลุงดูเกรี้ยวกราดเคร่งขรึมต่างจากท่าทางสนุกสนานในร้านแพะตุ๋น
"อย่า!" เลี่ยหยางยกมือห้าม
"หึ! หลานข้า ลุงทำเพื่อปกป้องเ้า"
"ไม่ใช่! อย่าทำอะไรลุงข้า! หลิงหลิง!!"
ท่านลุงเหลือบตาจากสายตาเ็าไร้ความรู้สึกลงดูที่มือเยว่หลิง เขาชักกระบี่ออกมาจากฝักได้ครึ่งด้ามแล้ว มีไอเย็นประหลาดโพยพุ่งออกมา มันคือปราณกระบี่ที่เย็นะเืเหมือนหมอกที่สังหารทหารทั้งร้อยกว่านายวันนั้นได้ภายในวินาทีเดียว
ท่านลุงเหงื่อตกเพราะััได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่รุนแรง เขาแหงนขึ้นมามองหน้าไป๋เยว่หลิงอีกครั้ง แววตานั่น มันไม่ใช่แววตามนุษย์ แต่มันคือเทพสังหาร
ใช่! ในอดีต ข้าเคยเห็นชายที่มีแววตาแบบเดียวกันนี้ตอนข้าเป็หนุ่ม มันสังหารทหารม้าทั้งกองร้อยได้โดยไม่ขยับขาแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจำได้แล้ว!
ท่านลุงมือสั่น จนเลี่ยหยางต้องเข้าไปจับแขนและลดมือที่ถือมีดสั้นลง นั่นทำให้แววตาเยว่หลิงกลับมาเ็าในระดับปกติอีกครั้ง
เลี่ยหยางถอนหายใจแล้วลงนั่งกับพื้น
"เ้าอย่าเล่นแบบนี้บ่อยสิหลิงหลิง"
"หรือเ้าอยากเห็นข้าฉี่ราด?"
เยว่หลิงหันไปมองเลี่ยหยางด้วยแววตาสนใจ เลี่ยหยางเห็นแล้วยิ่งถอนหายใจ ไอ้หน้าหล่อนี่เริ่มโรคจิตกับตรูอีกแล้ว เง้อ
"ว่าแต่ท่านลุง นักฆ่าในร้านพวกนั้นกำลังจะทำอะไร?"
ท่านลุงอ้ำอึ้ง แววตายังคงกลัวอยู่ แต่ไม่กล้าสบตาเยว่หลิง
"บอกมาเถอะ เขาคือสหายคนสนิทของข้า"
ท่านลุงจึงพูด "คืนนี้....จะมีงานใหญ่...." เขายกมีดสั้นมาวาดผ่านคอเขาเองตามแนวขวาง "...บุคคลสำคัญมาก!"
"ค่ำนี้มีเทศกาลโคมไฟ ....โคมนับหมื่นดวงจะจุดเรียงรายตามถนนสายใหญ่ จะมีนักดนตรีพิณและขลุ่ยมาเล่นที่ตลาดใหญ่กลางเมือง รวมถึงการละเล่นต่าง ๆ ด้วย"
"เ้าห้ามไปเด็ดขาด!" ท่านลุงแววตาจริงจัง
"แต่ข้าอยากกินขนมอบจากตะวันตก" เยว่หลิงพูดขัด แววตาอ้อนเลี่ยหยางราวกับเด็กน้อย ช่างแตกต่างกับแววตาสังหารเมื่อสักครู่นี้สิ้นเชิง
"เส้นบะหมี่ซานซีด้วย" เขาย้ำความอยากของตนเองลงไปเพิ่มอีก จนเลี่ยหยางเกาหัวแกร๊ก ๆ ถอนหายใจ
"หลิงหลิง ท้องเ้าเลี้ยงทาเถี่ย(สัตว์ในตำนานยุคโบราณ)ไว้หรือไร? เพิ่งกินแพะตุ๋นไปเมื่อกี้แท้ ๆ"
"เคยคันที่ก้นบ้างไหมหลิงหลิง?" เลี่ยหยางเริ่มยียวน
"คันก้น?" เยว่หลิงไม่เข้าใจ
"ก็พยาธิไง กินเยอะขนาดนี้แต่ท้องยังแบนราบ"
โดยไม่สนใจใคร เยว่หลิงเอามืดบิดหูเลี่ยหยางราวกับกับภรรยาสั่งสอนสามี
"โอ๊ยๆ ยอมแล้ว ๆ"
ท่านลุงมองความสนิทเกินธรรมดาของทั้งสองคนด้วยหน้าตางง ๆ นี่หลานชายข้าเขามีมุมแบบนี้ด้วยหรือ? เพราะเขาคือมือสังหารชั้นยอดขององค์กร!
"พวกเ้าจะร่วมงาน?"
เลี่ยหยางหัวเราะแหะ ๆ ท่านลุงเกาหัวบ้าง กลุ้มใจ แล้วเขาหยิบพลุสัญญาณให้เลี่ยหยาง
"หากมีอะไรเ้าจุดพลุนี้ แล้วพวกเราจะออกมาช่วยเ้า"
ท่านลุงหันหลังกลับเดินออกไป แต่พอเดินไปสักพักเขานึกขึ้นได้เลยหันลังมาบอกเลี่ยหยาง
"จำไว้! อย่าเข้าใกล้คณะกายกรรม!" แล้วเขาก็เดินหายลับตาไปในมุมซอกตึก
เลี่ยหยางถอนหายใจมองไปที่คุณชายไป๋จอมเอาแต่ใจ แล้วตบที่หลังเยว่หลิงเบา ๆ
"เราไปกันเถอะ หาที่พักก่อน ข้าอยากนอนสักงีบ"
แล้วพวกเขาก็เดินออกจากตรอกนั้นด้วยกัน....
....ในห้องพักโรงแรม สรุปเลี่ยหยางไม่ได้นอน เพราะเยว่หลิงให้เขาถูหลังให้ ส่วนตัวเองแช่น้ำผ่อนคลายอย่างมีความสุข
เสียพลุเริ่มจุด เลี่ยหยางรีบเปิดหน้าต่างดูพลุสวยงาม โคมบางส่วนเริ่มทยอยจุดขึ้นฟ้า ดูสวยงามมาก ราวกับภาพในเทพนิยาย
เยว่หลิงลุกขึ้นจากถังน้ำ เลี่ยหยางใ
"อร๊ายยย เ้าบ้า! หลิงหลิงน้อยโผล่แล้ว!!" เลี่ยหยางหลับตาปี๋และรีบหันหน้าหนี
เยว่หลิงไม่สนใจ เขาค่อย ๆ เอาผ้าขาวมาห่มกายแล้วเดินไปแนบหลังเลี่ยหยางที่หน้าต่างดูพลุสวย ๆ ด้วยกัน
ทันใดนั้น! ประกายสีทองแตกกระจายออกเป็วงกลมใหญ่ ราวกับดอกเบญจมาศกำลังบานกลางหาว เส้นสายเพลิงแดงสลับเขียวพริ้วตกลงมาเหมือนฝนดาวตก ละอองแสงระยิบระยับราวเกล็ดัโปรยปราย เยว่หลิงและเลี่ยหยางมองอย่างชื่นชอบราวกับเด็ก ๆ
พลุชุดถัดไปทะยานสูงขึ้น เกิดเป็รูปคล้ายดอกเหมยห้ากลีบ เปล่งประกายชมพูอ่อนสลับขาว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของผู้คน แสงเพลิงสะท้อนบนผืนน้ำแม่น้ำที่ทอดขนานเมือง งดงามดุจ์สองชั้น
ทุกจังหวะการแตกของแสงพลุ ราวกับหมู่ดาวถูกบังคับให้เบ่งบานตรงเบื้องหน้า ผู้คนเงยหน้ามองตาค้าง เด็กน้อยหัวเราะอย่างเบิกบาน หญิงสาวซ่อนรอยยิ้มหลังพัดผ้าไหม ชายหนุ่มแอบทอดสายตาให้คู่รักในแสงระยิบจากท้องฟ้า
และแล้วความเจิดจรัสของทะเลโคมไฟก็เริ่มขึ้น โคมไฟนับไม่ถ้วนถูกจุดลอยขึ้น แสงจากโคมพร่างพรายทั่วเมืองฉางอัน
เลี่ยหยางเห็นเด็กน้อยหัวเราะร่า ถือโคมเล็กในมือ เยว่หลิงเห็นหญิงสาวสวมผ้าไหมลายบุปผาเดินเคียงข้างมารดา ส่วนชายหนุ่มต่างอ้างว่ามาเสี่ยงปริศนาโคม ทว่าแท้จริงแล้วก็แสวงหาจังหวะสบตากับหญิงงาม
บนท้องฟ้า โคมลอยนับร้อยค่อย ๆ ลอยขึ้นทีละดวง ละเอียดอ่อนราวกับดวงดาวใหม่เกิดขึ้นต่อหน้าผู้คน เมืองทั้งเมืองเหมือนถูกแปรเป็สรวง์ชั่วขณะ เสียงขลุ่ยพิณดังประสานกับเสียงหัวเราะและความชื่นบาน ผู้คนมากมายทั้งหนุ่มสาวคนแก่เฒ่าเด็กเล็กสนุกสำราญในค่ำคืนนี้
"นั่น! ร้านขนมอบตะวันตก!" เลี่ยหยางสังเกตุเห็นและชี้ให้เยว่หลิงมอง
"มีคุกกี้ด้วย ลงไปซื้อกัน" เยว่หลิงหันหลังไปแต่งตัวให้เรียบร้อย เมื่อเสร็จแล้วเลี่ยหยางก็จูงมือเขาออกจากห้องด้วยความร่าเริง
แต่...ทั้งคู่ไม่ได้เอาดาบและกระบี่ไป... (อาจเพราะเห็นว่าร้านตั้งแผงขายแค่ด้านหน้าโรงแรมแค่นี้เอง)
...."คุกกี้ตะวันตก" ลักษณะกลมแบน สีทองนวล ผิวกรอบแต่เนื้อในยังนุ่ม เมื่อกัดลงไป รสหวานผสมนวลมันละลายบนลิ้น คนฉางอันที่เคยชินกับขนมงาทอดและเกี๊ยวหวาน ต่างพากันตื่นตะลึงกับรสแปลกใหม่ราวกับต้องมนต์ เคยมีผู้เขียนบทกวีชมรสหวานคุกกี้ตะวันตกถูกจารึกในแผ่นกระดาษไผ่ว่า
“รสนี้ไม่ใช่ของโลกตะวันออก แต่เป็ของฝากจากดวงดาวไกลโพ้น ที่ฟ้าได้โปรยมาให้เมืองหลวงแห่ง์”
เด็ก ๆ แย่งกันซื้อ ผู้ใหญ่เก็บไว้กินกับชาใบหอม เยว่หลิงเห็นเด็กหญิงตัวน้อยยากจนคนหนึ่งเขายืนดูดนิ้วอยู่ แม่ของเธอก้มหน้าลูบหัวลูก
เยว่หลิงยื่นคุกกี้ที่ซื้อมาทั้งหมดให้กับเด็กน้อย ๆ ดีใจมาก ท่านแม่ยิ้มน้ำตาปริ่มโค้งศรีษะขอบคุณ
"เ้าก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย หลิงหลิงจอมเ็า"
"โอ๊ย!" ....หยิกเจ็บ ๆ ตรงเอวเลี่ยหยาง
ในขณะที่เยว่หลิงยืนกินคุกกี้อย่างเอร็ดอร่อยหน้าโรงแรมดูผู้คนเดินเที่ยวไปมาอยู่นั้น...
เสียงฆ้องกลองดังขึ้น โคมไฟสูงรูปัยาวราวจะทะยานขึ้นฟ้าคณะกายกรรม ปรากฏตัว!ชายหนุ่มร่างกำยำปีนเสาสูงหลายจั้ง ก่อนพลิกตัวตีลังกาลงมาอย่างแม่นยำ ผู้ชมพากันอ้าปากร้องตะลึงหญิงสาวนักกายกรรมก้าวออกมาสวมชุดไหมสีแดงสด เดินเหยียบเชือกเส้นเล็กที่ขึงเหนือเเสา เพียงถือพัดเล็กในมือก็ก้าวไปมาอย่างสง่างามราวเหินเดินบนลมถัดมาเป็การโยนกระบองไฟ ลูกไฟลุกวาบสะท้อนกับโคมนับพันรอบเมืองฉางอัน หมุนวนขึ้นลงเป็ทางสายรุ้งเปล่งประกายกลางราตรีนักกายกรรมอีกกลุ่มสวมหน้ากากสัตว์เทพ บางคนเป็ั บางคนเป็หงส์ ออกมาหมุนร่างกลางอากาศพร้อมกัน
"คณะกายกรรม!!" เลี่ยหยางจำคำเตือนของลุง! แต่....ไม่ทันแล้ว
ตูม!!!
ะเิดังสนั่นกลางฝูงชน และเกิดไฟประหลาดลุกไหม้หลายๆอาคาร และหอสังเกตุการณ์
กรี๊ด! อ๊าก! เสียงผู้คนมากมายเปลี่ยนจากเสียงหัวเราะเป็เสียงโหยหวนหวาดกลัว หลายคนมีเืเต็มไปหมด บางคนเสียชีวิตนอนกับพื้น
นักกายกรรมรีบนำดาบที่ซุกซ่อนไว้ออกมาแล้วทะยานไปที่เวทีประธาน ทุกคนเป็นักฆ่า! เกิดการต่อสู้กันไปทั่ว ผู้คนวิ่งหนีตาย
ไกลไม่เกินระยะสายตา เยว่หลิงมองเห็นเด็กหญิงที่เพิ่งให้คุกกี้ไปนอนจมกองเืภายใต้อ้อมกอดท่านแม่ที่ไร้ชีวิต ห่อคุ๊กกี้ตกพื้นกระจายอยู่ข้าง ๆ มือเด็กน้อย.....
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
เลี่ยหยางอยู่ข้างหลังเยว่หลิงที่ตัวแข็งทื่อกับภาพน่าสลดเบื้องหน้า
แววตาของเขาเป็ห่วงเยว่หลิงมาก แต่เขาก็อยากให้เวลาส่วนตัวกับเยว่หลิง จึงอยู่ตรงนั้นโดยไม่พูดอะไร....