"เ้านี่ฉลาดใช้ได้" มู่เสินฉวนเหลือบมองอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม "แต่มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก เ้าไปที่ตระกูลหลี่ แล้วไปก่อเื่เล็กๆน้อยๆ ก็พอ"
มู่หลางได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็ประกาย เขาเข้าใจความหมายของผู้นำตระกูลได้ทันที
นี่มันโอกาสแสดงฝีมือชัดๆ
แต่ถึงอย่างนั้นบนใบหน้าของเขายังคงมีแววลังเลอยู่เล็กน้อย
ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน
นี่คือการบุกเข้าไปในท่ามกลางของศัตรูซึ่งเป็เื่ที่อันตรายอย่างยิ่ง
หากอีกฝ่ายโกรธจนหน้ามืดตามัวไม่สนใจผลที่ตามมา ตัวเขาอาจไม่รอดกลับมาก็ได้
มู่เสินฉวนพอจะเดาความคิดของอีกฝ่ายได้จึงพูดดักขึ้นเสียก่อน...
"เื่อื่นๆ เ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะให้ผู้าุโใหญ่คอยคุ้มกันเ้าอยู่ห่างๆ"
มู่หลางได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจแล้วรีบรับคำ
"ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล"
"มู่หลางจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จขอรับ"
"อืม ไปเถอะ"
...
ไม่นานหลังจากนั้น...
ผู้าุโใหญ่มู่ชิงหยุนและมู่หลางก็ออกเดินทาง
พลังฝึกตนของมู่ชิงหยุนอยู่ที่ระดับแก่นปราณขั้นแปดอยู่แล้วและสั่งสมประสบการณ์มานานหลายปี
หลังจากฝึกฝนด้วยการกินยาเม็ดเจิ้งหยางมาหลายวันการทะลวงระดับจึงเป็เื่ง่ายดาย
ไอพลังที่แผ่ออกมานิ่งสงบและลึกลับมากยิ่งขึ้น
บางทีอีกไม่นานเขาอาจจะกลายเป็ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงคนที่สองของตระกูลมู่ก็ได้!
ในตอนแรกมู่ชิงหยุนยังไม่เข้าใจการกระทำของผู้นำตระกูลสักเท่าไรนัก
แต่เมื่อเขาเห็นระดับพลังฝึกตนของมู่หลางเขาก็ตกอกใอยู่เหมือนกัน
เด็กหนุ่มคนนี้เป็อัจฉริยะในการฝึกตนอย่างแท้จริง
ในเวลาเพียงไม่กี่วันระดับพลังฝึกตนของเขาก็เพิ่มขึ้นมากถึงขนาดนี้
แม้แต่มู่เฉินอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลในอดีต ก็ยังนับว่าด้อยกว่าเขาอยู่มาก
ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกนับถือไหวพริบอันเฉียบแหลมของผู้นำตระกูล และยินยอมที่จะเป็ผู้คุ้มกันให้อย่างเต็มใจ
เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป...
มู่หลางก็มาปรากฏตัวอยู่ที่เมืองเฮยสือแล้ว
ภายในเมืองคึกคักผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ไปมา ดูเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
โรงเตี๊ยมที่พัก โรงรับจำนำ หอนางโลม ส่วนใหญ่เป็กิจการการค้าของตระกูลหลี่ที่ดูแลมานานหลายปี
บนท้องถนนยังคงเห็นสมาชิกตระกูลหลี่และผู้ฝึกตนอิสระบางคนเดินไปเดินมา
เป็สถานที่ชุมนุมของคนธรรมดาและผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง
มู่หลางเดินไปเดินมาพลางคิดว่าตัวเองควรจะไปที่ใด
ทันใดนั้นเสียงหวานๆ ก็ดังมาจากจุดที่อยู่ห่างมู่หลางออกไปไม่ไกล
"คุณชาย เข้ามาสนุกด้วยกันหน่อยสิเ้าคะ"
"่นี้ที่หอชุนเซียงของเรามีหญิงงามเข้ามาใหม่เยอะเลย..."
แม่เล้าหอนางโลมที่แต่งหน้าจัดจ้านส่งสายตาเย้ายวนมาให้มู่หลาง
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกว้างตอบกลับไป
"ได้สิ วันนี้ข้าอารมณ์ดีพอดี"
แม่เล้าได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างรีบเข้ามาคว้าแขนของเขาพาเดินเข้าไปในหอชุนเซียง
การตกแต่งภายในหอนางโลมแห่งนี้หรูหรามีทั้งหมดสามชั้น และห้องเล็กห้องน้อยอีกเป็จำนวนมาก
กิจการคึกคักมากทีเดียว
บรรดาแขกหลายคนกำลังดื่มกินกันสนุกสนานโดยมีหญิงงามมากหน้าหลายตานั่งขนาบเคียงข้างกายไม่ห่าง
กลิ่นแป้งหอมตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศเอ่อล้นด้วยกลิ่นอายโลกีย์
มู่หลางทิ้งตัวนั่งลงโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านก่อนจะะโบอกเสียงดัง
"เรียกหญิงงามที่งามที่สุดของพวกเ้ามาให้ข้า"
แม่เล้าเห็นท่าทางแบบนั้นของชายหนุ่มก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็คนมีเงิน นางฉีกยิ้มกว้าง รีบวิ่งไปจัดการให้ชายหนุ่มทันใด
หลังจากนั้นไม่นาน...
หญิงงามจำนวนมากก็มายืนอยู่เบื้องหน้าให้มู่หลางเลือก
มู่หลางเองก็ไม่ได้ทำตัวมากเื่ทำการเลือกหญิงงามคนหนึ่งมานั่งดื่มเป็เพื่อน
หญิงสาวคนนี้นามว่าเสี่ยวเถาหง รูปร่างหน้าตาถือว่าพอใช้ได้
แต่มู่หลางกลับทำสีหน้าเฉยเมยแค่พูดคุยกับหญิงสาวแบบขอไปทีเท่านั้น
หลังจากดื่มไปสองแก้ว
มู่หลางก็ถลึงตาโตมือตบโต๊ะเสียงดัง จนแขกหลายคนหันมามองทางเขา
"แม่เล้า!"
"มานี่!"
แม่เล้าได้ยินเสียงะโเรียกก็รีบปรี่มาถามด้วยความสงสัย "คุณชาย มีอะไรรึ?"
มู่หลางตอบกลับเสียงเ็า
"ผู้หญิงคนนี้น่าเบื่อ เปลี่ยนคนอื่นมา"
แม่เล้าถึงกับพูดไม่ออก
แม้จะไม่พอใจแต่ก็ได้แต่ส่งยิ้มเจื่อน แล้วเปลี่ยนหญิงสาวคนใหม่ให้
หญิงงามคนใหม่ที่เดินเข้ามามีนามว่าเสี่ยวเฟิ่งเซียน
กิริยามารยาทเรียบร้อยสดใสร่าเริง ถูกใจมู่หลางอย่างมาก
มู่หลางกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับลูบไล้มือนุ่มๆ ของหญิงสาวด้วยความสำราญใจ
หนึ่งก้านธูปต่อมา...
ในที่สุดมู่หลางก็กินอิ่มแล้วลุกเดินออกจากหอชุนเซียงไป
ทว่าทันใดนั้นเสี่ยวเอ้อ[A1] ที่ตาไวคนหนึ่งก็วิ่งมาขวางเขาไว้เสียก่อน
"คุณชาย ท่านยังไม่ได้จ่ายเงินเลย"
มู่หลางขมวดคิ้ว"เงินอะไร?"
"ก็เงินค่าบริการของเสี่ยวเฟิ่งเซียนไง" สีหน้าของเสี่ยวเอ้อคนเดิมเปลี่ยนไปทันควันด้วยคิดว่าอีกฝ่ายมาเพื่อกินฟรี
"ข้าสั่งให้เปลี่ยนตัวจากเสี่ยวเถาหงมาเป็เสี่ยวเฟิ่งเซียน แล้วจะให้จ่ายเงินอะไรอีก?"
"เอ่อ..."
"แล้วเสี่ยวเถาหงเล่า ค่าตัวของเสี่ยวเถาหง ท่านเองก็ยังไม่ได้จ่ายเงินเหมือนกัน"
"ข้าไม่ได้พูดคุยอะไรกับเสี่ยวเถาหง แล้วเหตุใดต้องจ่ายด้วย?" มู่หลางให้เหตุผล
เสี่ยวเอ้อผู้นั้นอึ้งกิมกี่ยืนงงงันอยู่กับที่
"บ้าเอ๊ย..."
"เหมือนจะถูกนะ"
เสี่ยวเอ้อประจำหอนางโลมเกาศีรษะมึนงงพึมพำกับตัวเอง "เดี๋ยวนะ แล้วเงินค่าอาหารเล่า?ท่านจะไม่จ่ายหรือ?"
ตอนนี้เสียงโต้เถียงได้ดึงดูดแขกหลายคนให้เข้ามามุงดู
บางคนถึงกับคิดตามนิ้วมือขยับนับเลข
นั่นสิ...
เปลี่ยนตัวจากเสี่ยวเถาหงมาเป็เสี่ยวเฟิ่งเซียน
ในเมื่อไม่ได้ยุ่งอะไรกับเสี่ยวเถาหงแล้วไฉนจะต้องให้ค่าตัวด้วย?