เคยมีเื่เล่าจากนิทาน หรือตำนานปรัมปราต่าง ๆ มากมายกล่าวขานถึงนกชนิดหนึ่ง และชื่อของนกชนิดที่ว่านี้ก็คือ นกฟินิกซ์ ว่ากันว่าหากมันหมดอายุขัย หรือสิ้นชีวิตลงมันสามารถกำเนิดใหม่ได้ ภายใต้เถ้าถ่านที่เกิดจากร่างของมันที่หมดลมหายใจ แล้วถูกไฟของตัวเองแผดเผา
ทว่าผมจะนึกถึงปรัมปราเหล่านี้ทำไม…
ตอนนี้ร่างของผมคงจะแน่นิ่งอยู่ในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อรอเกิดใหม่อยู่แน่นอน กระนั้นรอบกายที่มืดมิดนี้คืออะไร
มันควรจะเป็ห้องสีขาวบริสุทธิ์ที่มีเก้าอี้กับโต๊ะสีทองสุดหรู หรือไม่งั้นก็ต้องมีโซฟานุ่ม ๆ สักสองสามตัวไว้ให้นั่งรอเกิดใหม่สิ
วูบ!
ร่างของผมลอยลงบนพื้นอย่างนิ่มนวล ผมค่อย ๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ความรู้สึกตอนนี้ของผม เหมือนกับยืนอยู่กลางความวังเวงที่มืดสนิท มองไปทางไหนก็มีแต่ความว่างเปล่า
สักพักหนึ่งเสียงของระบบจึงดังขึ้น ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้อยู่ที่จุดรอเกิด
‘เนื่องจากผู้เล่นเควินมีเผ่าพันธุ์เป็นกฟินิกซ์ เผ่าพันธุ์ที่มีทักษะฟื้นคืนชีพได้ 2ครั้งภายใน 1 เดือนหากผู้เล่นตาย ดังนั้นระบบจึงไม่ได้นำผู้เล่นไปยังจุดรอเกิดในทันทีค่ะ ขณะนี้ระบบนำท่านเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง เพื่อยืนยันการเปิดใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์ค่ะ กรุณาตอบตกลงเพื่อฟื้นคืนชีพ หรือยกเลิกเพื่อไปยังจุดรอเกิดค่ะ
อนึ่งแม้ว่าผู้เล่นเควินจะเลือกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์เพื่อฟื้นคืนชีพ แต่ระบบไม่สามารถคืนค่าประสบการณ์เดิม และเงินเซียจากการถูกสังหารได้ค่ะ ดังนั้นผู้เล่นเควินจึงอยู่ในระดับ 99 เช่นเดิม
ผู้เล่นเควินได้รับค่าประสบการณ์จากเพื่อนร่วมปาร์ตี้ก่อนตาย จำนวน 23,502,500 จุดค่ะ
เนื่องจากผู้เล่นเควินแบ่งค่าประสบการณ์ให้กับผู้ติดตามไคน์ 20% ผู้ติดตามเวียร่า20% และการ์ดดาบัพิโรธ 10% เหลือค่าประสบการณ์ 11,751,250 จุดค่ะ
ผู้เล่นเควินเลื่อนระดับเป็99...100...101 ค่ะ
เนื่องจากว่าผู้เล่นเควินทำภารกิจเลื่อนชั้นเป็ชั้นไดม่อนผ่านแล้วจึงไม่ต้องทำภารกิจอีกค่ะ
ดาบัพิโรธมีค่าประสบการณ์สะสมในปัจจุบัน 7,425,175 / 10,000,000 จุด ขาดอีก 2,574,825 จุด ดาบัพิโรธจะเลื่อนระดับเป็ดาบัเพลิงค่ะ
ผู้ติดตามไคน์เลื่อนระดับเป็ มอนสเตอร์ระดับ 9 ค่ะ
ผู้ติดตามเวียร่าเลื่อนระดับเป็ มอนสเตอร์ระดับ 7 ค่ะ...’
ผมยืนฟังรายละเอียดต่าง ๆ ที่ระบบแจ้งมาอย่างมึนๆ แต่ก็พอจะสรุปได้ว่าผมตายแล้ว แต่เผอิญมีทักษะของเผ่าพันธุ์ตัวเองช่วยไว้ เลยสามารถฟื้นคืนชีพได้ 2 ครั้งภายใน 1เดือนในเกม แต่การฟื้นคืนชีพแบบนี้ก็ไม่ได้คืนเงินเซียกับค่าประสบการณ์ให้สินะ ยังไงก็เท่ากับว่าตายอยู่ดี เพียงแต่ว่าแทนที่จะกลับไปยังจุดที่ระบบกำหนดให้เกิด ก็เกิดเอามันซะตรงที่ผมตาย ณ ปัจจุบันมันซะเลย
แน่นอนว่าข้อดีของมันคือไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมายังจุดสิ้นชีวิต แต่ข้อเสียคือสิ่งที่เสียไปจะไม่ได้คืนมา แต่ก็เอาเถอะถึงยังไงค่าประสบการณ์จากปาร์ตี้ ก็ทำให้ผมกลับมาอยู่ชั้นเดิมเพียงแค่ว่าอดระดับเพิ่มก็เท่านั้น...
ติ๊ด!
ความข้องใจในทักษะเผ่าพันธุ์ของตัวเองยังมีอยู่ ดังนั้นผมจึงเปิดหน้าต่างรายละเอียดทักษะขึ้นมาดู ซึ่งแม้จะอยู่ในที่มืดแต่ความสว่างของหน้าจอโฮโลแกรม ก็ทำให้เห็นรายละเอียดความสามารถได้ชัดเจน และจากที่ไล่สายตาอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ก็เจอทักษะเผ่าพันธุ์ที่ช่วยชีวิตผมไว้
ทักษะเผ่าพันธุ์ กำเนิดะ
ทักษะเรียกใช้อัตตโนมัติ ที่จะแสดงผลก็ต่อเมื่อผู้ใช้ตาย
ซึ่งสามารถฟื้นคืนชีพได้2 ครั้งภายในระยะเวลา 1 เดือนภายในเกม
แต่ไม่สามารถคืนเงินเซียกับ ค่าประสบการณ์ที่เสียไปให้คืนกลับมาได้
จำนวนครั้งที่ใช้ทักษะเกิดะ 0 / 2 ครั้ง
‘ระบบขออนุญาตถามย้ำ ผู้เล่นเควิน้าเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ หรือ ้ายกเลิกเพื่อไปยังจุดรอเกิด...’
“เปิดใช้ทักษะ” ผมตอบอย่างไม่ต้องคิด แล้วสักพักร่างกายของผมก็ค่อย ๆ เรืองแสงสีทองอ่อนๆ
ทักษะเผ่าพันธุ์ กำเนิดะ
‘ขอบคุณค่ะ...กรุณารอสักครู่ระบบกำลังนำท่านกลับไปยังพิกัด ที่เสียชีวิตล่าสุดค่ะ...’
“นายท่าน...”
เวียร่าร่ำร้องแบบนี้มาได้พักใหญ่แล้ว เธอมองร่างของเ้านายตัวเองที่ร่วงหล่นมาจนกระทบกับพื้นข้างล่าง แล้วถูกกลืนหายไปในฝูงมอนสเตอร์นับพัน ตอนนี้เวียร่าแทบไม่มีกะจิตกะใจต่อสู้เลยสักนิดแต่กลับยืนนิ่งเป็หินอยู่ จนทำให้ไมร่าต้องคอยกำจัดมอนสเตอร์ที่จะเข้ามาทำร้ายเธออยู่เป็พักๆ
“เวียร่าตั้งสติหน่อย...เดี๋ยวเ้านายเธอก็กลับมา”
ไมร่าหมายความตามแบบนั้น เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าหากผู้เล่นตายยังไงก็สามารถเกิดใหม่ได้ เพียงแต่ต้องกลับไปเกิด ณ จุดที่ระบบของเกมส์กำหนดก็แค่นั้น ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าที่เกาะเริ่มต้นนี้จุดเกิดมันอยู่ตรงไหน...
“มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นตรงที่นายท่านตาย”
จู่ๆ เวียร่าก็มีท่าที่เปลี่ยนไป ใบหน้าของเธอฉายแววประหลาดใจ จนไมร่าต้องแอบหันกลับไปยังจุดที่เพื่อนของเธอตายแล้วตกลงมา ซึ่งเมื่อสังเกตดี ๆ ไมร่าก็พบว่า ณ ที่ตรงนั้นกำลังมีกองไฟเล็ก ๆ ค่อย ๆ ลุกโชติ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉับพลันนั้นก็มีร่างของใครบางคนค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากกองไฟปริศนา และพริบตาที่ร่างนั้นโผล่พ้นเปลวไฟมาได้ มันก็กลับกลายเป็เถ้าถ่านไปในทันที
“ข้าลืมไปได้ไงนะ...ว่านายท่านเป็เผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์...นกที่มีชีวิตเป็ะ” เวียร่ากล่าวด้วยใบหน้าที่ชื่นมื่นกว่าเดิม
ตอนนี้เธอเห็นร่างที่เป็เถ้าถ่านของเ้านายตัวเอง ค่อย ๆ สลายล่องลอยตามสายลมแต่ ณ กลางร่างที่เป็เถ้าถ่านนั้น พลันผุดดวงไฟสีแดงขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้ววินาทีนั้นเองร่างของบุคคลที่เธอห่วงหา ก็พุ่งทะยานออกมาพร้อมกับปีกไฟสีดำทมิฬอย่างอัศจรรย์...
“ให้ตายเถอะ...ฉันคงไม่ได้ตาฝาดนะ”
ไมร่ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตกตลึง แม้เธอจะเคยรู้จักเ้าของฉายาจอมดาบสยบศาสตรามานาน แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้ว่าคนที่คว้าอดีตอันดับ2 ไว้ได้อย่างเควินนั้น มีเผ่าพันธุ์นกฟิกซ์ นกที่ต่างกล่าวขานกันว่ามีชีวิตที่เป็ะ แต่นั่นมันไม่น่าใเท่าว่าเผ่าพันธุ์นี้เป็ถึง7 เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมเซียออนไลน์...
ทักษะเผ่าพันธุ์ หมื่นลำแสง์
ไมร่าเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์เทวดาของตัวเองอย่างเร่งรีบ ด้วยว่าเธอมัวแต่ตลึงกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ เลยปล่อยให้พวกมอนสเตอร์เกือบจะโจมตีเธอได้ ตอนนี้รอบกายของไมร่า ปรากฏดวงแสงสีทองนับร้อยลูกลอยนิ่ง ๆ รายล้อมอยู่ และชั่วขณะนั้นเอง มันก็ยิงลำแสงเลเซอร์สีทองไปทั่วทุกทิศทาง ส่งร่างของมอนสเตอร์ที่เคราะห์ร้ายหลายตัว ให้กลายเป็แสงหายไปอย่างรวดเร็ว
“เวียร่า...ข้างหลัง” ไมร่าะโบอก เมื่อเห็นว่ากำลังมีมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนลิงกับคางคกผสมกัน กำลังจะทำร้ายอีกฝ่ายจากด้านหลัง
ทักษะเผ่าพันธุ์ ฝนน้ำแข็งพิโรธ
เวียร่าหันขวับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว แล้วรีบใช้ทักษะสร้างเกล็ดน้ำแข็งขนาดเท่ากำปั้นจำนวนเป็ร้อย พุ่งโจมตีเข้าใส่อย่างฉิวเฉียด ส่งร่างของมอนสเตอร์ที่ดูไม่ออกว่าเป็คางคกหรือลิงกันแน่ ให้กลายเป็แสงตามเพื่อน ๆ ของมันไปก่อนหน้า...
“ขอบคุณที่ช่วยค่ะ...ข้าขอโทษที่เหม่อไปหน่อย”
เวียร่าหันมาทำสีหน้าสำนึกผิดให้กับไมร่า ก่อนเธอจะเริ่มตั้งหน้าตั้งตากำจัดมอนสเตอร์ต่อไปอีก
“เป็ไปไม่ได้”
นี่คือคำพูดของแม่ทัพเผ่าโกลุนที่หลุดออกมาอย่างใ
มันเห็นร่างที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟสีดำของผม พุ่งบินเข้ามาแล้วหยุดอยู่ที่ตรงหน้าของมันอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และตอนนี้ผมก็อยู่ห่างจากแม่ทัพที่มีรูปร่างครึ่งคนครึ่งหงส์ไปเพียง10 กว่าเมตรเท่านั้นเอง
“ข้าฆ่าเ้ากับมือ...เ้าสมควรตายไปแล้ว”
“งั้นแกก็ควรรู้ไว้ ว่าคนที่แกฆ่าน่ะมีเผ่าพันธุ์ที่เป็ะ”
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นที่ 2 คมดาบตราอสูร (ประทับตรามาร)
สิ้นคำพูดของผม ดาบัพิโรธที่ล่องลอยอยู่ข้าง ๆ ก็พุ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับสร้างปราณดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ 3เล่มให้เรียงซ้อนกัน ก่อนจะฟาดลงทีเดียวที่ร่างของแม่ทัพเผ่าโกลุน
ทักษะเผ่าพันธุ์ ปราการวายุ
ตูม!
แม้ผู้เป็เป้าหมายจะสร้างกำแพงลมขึ้นมาต้านได้ทัน แต่ดูเหมือนมันจะไม่สามารถต้านรับพลังโจมตีของผมไว้ได้ แถมปราณดาบโปร่งแสงของผม ก็ยังทะลวงกำแพงลมเข้าไปจนปะทะเข้ากับร่างกายของแม่ทัพเผ่าโกลุน ส่งร่างของของมันให้พุ่งลงสู่พื้นข้างล่าง แล้วจมหายลงไปในพื้นดินราว 3 เมตร
“ทุกคน...หาที่หลบให้ดีๆ ”
ผมตัดสินใจะโบอกคนในปาร์ตี้จนสุดเสียง เพราะเห็นทีว่าผมจะต้องปิดฉากมันเสียแล้ว อาจจะทำลายมอนสเตอร์ที่ยัวะเยี๊ยะเป็พันนี้ไม่หมด แต่อย่างน้อยมันก็จะลดจำนวนลงบ้าง
ที่เหลือก็คงต้องเพิ่งคนในปาร์ตี้ให้จัดการต่อแล้วล่ะ…
ทักษะเพลงดาบมหนภา ดับโลกันตร์
ดาบัพิโรธกลับเข้ามือผมอีกครั้ง ก่อนที่มันจะลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟทมิฬที่ร้อนแรง ในขณะที่ผมค่อย ๆ ยกมันขึ้นเหนือศีรษะช้า ๆ พลันบรรยากาศรอบกายของผมก็เริ่มเปลี่ยนไป ห้วงอากาศบิดเบี้ยว คลื่นลมรอบกายพัดแรงขึ้น ไอร้อนหลายร้อยองศาเริ่มแผ่กระจายไปหลายสิบเมตร แล้วในพริบตานั้นเองผมก็ตัดสินใจดิ่งลงพื้นไปด้วยความรวดเร็ว เป้าหมายคือจุดที่แม่ทัพเผ่าโกลุนจมอยู่ในดิน...
ฟ้าว!
บึ้ม!!!!!!
แรงปะทะของทักษะส่งผลให้เกิดะเิดังกึกก้องกัมปนาท มันแผ่พลังโจมตีให้ขยายเป็วงกว้าง ดุจดั่งเอาลูกะเิปรมาณูมาทิ้งไว้ที่เดียวกันนับ10 ลูก ตอนนี้ทุกอย่างในรัศมีร่วม2 กิโลเมตร ตกอยู่ภายใต้แรงโจมตีของทักษะที่กระจายพลังไฟทมิฬให้แผดเผาไปทั่ว มีเสียงร้องโอดครวญของมอนสเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ แต่มันก็เพียงครู่เดียวเพราะไม่นานพวกมันก็กลายเป็แสงหายไป
จากสิบเป็ร้อยจากร้อยกลายเป็พัน เนิ่นนานนับ 10 นาที กว่าการโจมตีนี้จะจบลง
‘ผู้เล่นเควินได้สังหารมอนสเตอร์.....’
เสียงระบบแจ้งเตือนถึงค่าประสบการณ์และไอเทมที่ได้รับมาอย่างอื้ออึง แต่ร่างของผมที่นอนแน่นิ่งในหลุมใหญ่รัศมีประมาณ 500 กว่าเมตรนี้ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ณเวลานี้พลังชีวิตของผมเหลืออยู่หน่วยเดียวเท่านั้น และทุกอย่างที่อยู่รอบกายก็ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันทั้งหมด มันหนาทึบจนมองไม่เห็นว่าอะไรเป็อะไร คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่ามันจะจางลง
ส่วนผมก็ได้แต่ภาวนาว่าคงไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนเข้ามาโจมตีในเวลานี้ ไม่งั้นคงต้องไปอยู่ในห้องมืด ๆ แล้วใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ตัวเองอีกแน่นอน...
‘ผู้เล่นเควินได้รับค่าประสบการณ์ จากการสังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดเป็จำนวน 85,500,800 จุดค่ะ
เนื่องจากผู้เล่นเควินอยู่ในปาร์ตี้ค่าประสบการณ์ถูกแบ่งเหลือ 17,100,160 จุดค่ะ
เนื่องจากผู้เล่นเควินแบ่งค่าประสบการณ์ให้กับผู้ติดตามไคน์20% ผู้ติดตามเวียร่า 20% และการ์ดดาบัพิโรธ10% เหลือค่าประสบการณ์ 8,550,080 จุดค่ะ
ผู้เล่นเควินเลื่อนระดับเป็101...102 ค่ะ
ดาบัพิโรธมีค่าประสบการณ์สะสมในปัจจุบัน 8,280,183 / 10,000,000 จุด ขาดอีก 1,719,817 จุด ดาบัพิโรธจะเลื่อนระดับเป็ดาบัเพลิงค่ะ’
เป็โชคดีของเอกอนกับเซฟที่ได้รับหน้าที่ให้จัดการมอนสเตอร์ที่บินได้บนอากาศ เลยสามารถบินขึ้นสูงเพื่อหลบการะเิทักษะโจมตีอย่างกะทันหันของผู้ที่ได้ชื่อว่าเคยเป็ถึงอันดับที่2 ได้ แต่ทว่าคนอื่น ๆ ที่รับหน้าที่อยู่ข้างล่างรวมถึงดราก้อนฟิชนั้น พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปหลบ ณ ที่แห่งใด
“สุดยอด” นี่เป็คำอุทานของเซฟที่มีต่อสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า เขาตกตลึงจนไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เพราะไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่สามารถใช้ทักษะโจมตีทำลายล้างได้ถึงขนาดนี้
“เควินเป็ยังไงบ้างนะ” เอกอนกล่าวเพียงเบา ๆ เขาแตกต่างจากเซฟที่ไม่ได้ใกับทักษะนี้ เนื่องจากเอกอนรู้ดีว่าทักษะนี้มันรุนแรงแค่ไหน เพราะว่าเขาเคยพ่ายแพ้ให้กับทักษะนี้มาแล้วจึงรู้อานุภาพของมันดี
“ฝุ่นหนาทึบ” เซฟบอก ซึ่งเอกอนก็คิดแบบนั้น ยังไงซะตอนนี้พวกเขาก็ต้องรอเวลาให้ม่านควันพวกนี้จางลงเสียก่อน จึงจะลงไปข้างล่าง เพื่อไปดูว่าเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่ใช้ทักษะนี้นั้นตอนนี้เป็เช่นไร
...10 นาทีผ่านไป...
ฝุ่นควันจางลงบ้างแล้วเอกอนกับเซฟจึงตัดสินใจบินลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว กระทั่งพ้นฝุ่นควันมาได้เขาก็เห็นหลุมขนาดใหญ่ที่มีใครบางคนกำลังนั่งอยู่บนพื้น รอบ ๆ ของคน ๆ นั้นมีเพื่อน ๆ ในปาร์ตี้ของเขารวมอยู่ด้วย แล้วทันทีที่ไปถึง เอกอนก็ได้ยินเสียงของไมร่าบ่นเป็นกแก้วก่อนเป็อันดับแรก
“โอ๊ย!! จะใช้ทักษะนี้ก็บอกล่วงหน้าสัก10 นาทีสิ นี่ฉันเกือบตายแนะ”
ผมเอามือปิดหูอย่างเร่งด่วนเพราะดูเหมือนรอบนี้คุณเธอนักบวชจงใจจะสวดยาว ตอนนี้ผมได้รับน้ำยาฟื้นพลังชีวิตกับพลังออร่าแล้วเลยสามารถลุกขึ้นมานั่งได้ แต่ดูเหมือนการสวดด่าของไมร่า น่าจะอันตรายกว่าที่เขามีพลังชีวิตเหลือหน่วยเดียวเยอะเลย...
“ก็มันกะทันหันน่ะ”
“ต่อให้กะทันหันก็ต้องแจ้งก่อน ดีนะที่ทุกคนหลบได้ไม่งั้นได้ม่องเท่งกันหมดแน่ แถมถ้าพวกเราวิ่งเข้ามาหาไม่ทัน นายก็คงโดนัหรือโกเลมเหยียบตายไปแล้ว”
“เอาน่าแต่มันก็ได้ผลนะ...ยังไงคราวหลังผมจะบอกก่อนก็ได้”
“ไม่มีคราวหลังย่ะ...แล้วนี่ไม่รู้แม่ทัพอีกตัวตายหรือปล่าวเนี่ย” ประโยคหลังเธอหันไปถามกับดราก้อนฟิชที่ยืนอมยิ้ม อย่างกับผู้ใหญ่กำลังมองดูการทะเลาะกันของเด็กๆ
“ไม่รู้สิ ตอนที่เควินใช้ทักษะลุงก็รีบหลบไปซะก่อน”
“แต่ข้าเห็นมันกลับเข้าไปทางช่องเขานะ” ไคน์เป็คนแสดงความเห็น ก่อนจะทรุดลงนั่งข้าง ๆ ผม แล้วทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจใส่
“คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะค่ะ” เวียร่ากล่าวขึ้นมาบ้าง เธอเกาะแขนผมไว้แน่นราวกับว่าผมจะหายตัวไปอีก ซึ่งผมก็ได้แต่พยักหน้าอย่างยอมจำนน...
“เฮ้อ!!....ฉันล่ะ....”
ครืน!!!!
เสียงของไมร่าขาดหายไปเสียดื้อๆ เพราะจู่ ๆ กลับมีพลังอะไรบางอย่างมากดดันจนพวกเราให้รู้สึกอึดอัด มันเป็ความรู้สึกเหมือนกับมีก้อนหินแข็ง ๆ มากดทับที่อกจนหายใจไม่คล่องคอ และก่อนที่พวกเราจะสำรวจที่มาของพลัง พลันเสียงของบุคคลที่พวกผมไม่คาดคิดก็ดังขึ้นเบื้องบนเหนือศรีษะของทุกคนขึ้นไป
“สวัสดี...ผมคืออเล็กซ์ ยินดีต้อนรับสู่เกมที่ผมกำลังจะเป็คนกำหนด”
ทันทีที่เ้าของเสียงกล่าวจบ ก็ปล่อยอะไรบางให้หลุดมือลงมา 2-3 ก้อน และทันทีที่พวกผมจ้องมองมันก็ถึงกับเบิกตากว้าง เพราะสิ่งที่ทิ้งลงมานั้นมันคือศิลาแดง และมันคงจะไม่เลวร้ายไปกว่านี้ถ้าหากว่าแสงจากศิลาแดงนั้นไม่ส่องมาทางพวกเรา แต่ก็คงจะสายไปสำหรับจะทำลายมันเสียแล้ว เพราะตอนนี้พวกเราทุกคนกำลังอาบแสงของมันอย่างหนีไปที่ไหนไม่ได้…
วาบ!
“เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะหนีจากเกมส์นี้ไม่ได้แล้ว ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า”