บทที่ 29 ไม่ใช่ว่าท่านควรดูแลเราอย่างที่ท่านดูแลเขาหรอกหรือ
เมื่อเห็นว่าศิษย์น้อง้าจะคืนหินพลังปราณเ่าั้ กวนเซี่ยงก็เอ่ยขึ้น “เ้าคือน้องเล็กของตำหนักนิพพาน และยังเป็ผู้มาใหม่ของสำนัก ในฐานะของศิษย์พี่ ข้าย่อมต้องดูแลเ้าให้ดีที่สุด แต่ข้าไม่ได้รับทรัพยากรมากขนาดนั้น ไม่เช่นนั้นคงจะมอบยาปรับรากฐานให้กับเ้าแล้ว... รอเดือนหน้านะ! หากข้าได้มากกว่านี้ ข้าจะแบ่งให้เ้าหนึ่งเม็ด... เดือนนี้ ข้าจะบรรลุสู่ขั้นสร้างรากฐานระดับห้า ข้าจำเป็ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าเดิม..."
"ไม่เป็ไร!" เซียวนั่วรีบปฏิเสธและส่งหินพลังปราณทั้งสามก้อนคืนให้อีกฝ่าย "ท่านเก็บมันไว้เพื่อบ่มเพาะเถอะ"
ชายหนุ่มไม่รับ “ยาปรับรากฐานสองเม็ดก็เพียงพอแล้ว... ไม่เป็ไร"
กวนเซี่ยงยิ้มแล้วเดินจากไป
เซียวนั่วไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยอะไรอยู่ชั่วขณะ มูลค่าของหินพลังิญญาสามก้อนนั้นหนักอึ้งจนไม่สามารถอธิบายได้
ไม่ว่าจะเป็การกระทำของโหลวชิงจากเมื่อวานหรือกวนเซี่ยงในวันนี้ ทั้งสองดูแลศิษย์น้องผู้นี้ด้วยใจจริง
ในขณะนั้นเอง ร่างหลายร่างก็เข้ามาขวางกวนเซี่ยงเอาไว้
“ศิษย์พี่กวนเซี่ยง ท่านได้ยาปรับรากฐานอีกแล้วหรือ?" ผู้พูดคือชายหนุ่มคนหนึ่ง เขามีรูปร่างผอมและดวงตาเ้าเล่ห์
เ้าของชื่อขมวดคิ้วเข้าหากันและซ่อนยาปรับรากฐานเอาไว้ด้านหลังทันที
“หลิงชาง เ้าคิดจะทำอะไร?"
"ฮ่า ๆๆๆๆ..." หลิงชางมองเหล่าคนหนุ่มสาวที่อยู่โดยรอบและหัวเราะ จากนั้นจึงเอ่ย “เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว มาเดิมพันกัน!"
"ไม่!" กวนเซี่ยงปฏิเสธอย่างไม่ลังเล "เ้าไปหาคนอื่นเถอะ! เดือนนี้ข้าต้องใช้ยาปรับรากฐานสองเม็ด”
คนทั้งหมดหัวเราะอย่างสะใจมากกว่าเดิม
หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวหัวเราะคิดคัก “ศิษย์พี่กวนเซี่ยง ท่านต้องคิดให้ดี หากท่านชนะ ท่านจะได้ยาปรับรากฐานสี่เม็ดสำหรับเดือนนี้ ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังของท่านคือศิษย์น้องที่เพิ่งเข้ามาในตำหนักนิพพานใช่หรือไม่? ไม่ใช่ว่าท่านควรดูแลเราอย่างที่ท่านดูแลเขาหรอกหรือ?"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม พลางเหลือบมองเซี่ยวนั่วที่ยืนอยู่ด้านหลังของตน หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงส่ายหน้า
“ข้าเพิ่งบอกศิษย์น้องของข้าไปว่าข้าจะมอบยาปรับรากฐานให้กับเขาในเดือนหน้า ครั้งนี้ ข้าจะไม่ถูกพวกเ้าหลอกอีกต่อไป!"
“เหอะ ขี้ขลาด!" หญิงสาวเอ่ยอย่างเหยียดหยาม
กวนเซี่ยงเพิกเฉยต่อมัน แล้วตั้งใจเดินอ้อมไป
ทันใดนั้น หลิงชางก็เอ่ยขึ้น “สองเท่า! ข้าเพิ่มเดิมพันเป็สองเท่า ตราบใดที่ท่านสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าจะมอบยาปรับรากฐานให้ท่านสองเท่า”
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ร่องรอยความลังเลปรากฏขึ้นในแววตาก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
"ข้าไม่สามารถเอาชนะเ้าได้"
เมื่อเดือนที่แล้ว ตนพ่ายแพ้ให้กับหลิงชางในสามสิบกระบวนท่า ส่งผลให้เสียทรัพยากรทั้งหมดไป
ต่อให้อีกฝ่ายเพิ่มเดิมพันเป็สามเท่าในครั้งนี้ กวนเซี่ยงก็ยังคงเรียนรู้ที่จะสงบนิ่ง ไม่คิดสนใจ และเดินจากไป
"สามกระบวนท่า…"
น้ำเสียงอันหยิ่งยโสและเ็าของหลิงชางดังขึ้นอีกครั้ง
“ตราบใดที่ท่านสามารถรับได้สามกระบวนท่า ข้าจะถือว่าท่านชนะ!"
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกเอ่ยออกมา หัวใจของกวนเซี่ยงก็เต้นแรงขึ้น
ชายหนุ่มหันไปมองอีกฝ่าย
หลิงชางและพวกต่างแสดงสีหน้ายั่วยุ
"เ้าพูดจริงหรือ?”
"แน่นอน!" หลิงชายกยิ้มขึ้น “ตราบใดที่ท่านรับกระบวนท่าของข้าได้สามกระบวนท่าโดยไม่เป็อะไรไปเสียก่อน ข้าจะมอบยาปรับรากฐานให้ท่านสี่เม็ด ท่านกล้าเดิมพันหรือไม่?"
กวนเซี่ยงกำหมัดแน่น ภายในใจร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ตนเคยรับได้ถึงสามสิบกระบวนท่า เพียงสามกระบวนท่า เช่นนั้นก็คงไม่เป็อะไร ตราบใดมุ่งเน้นไปที่การป้องกัน สิบหรือยี่สิบกระบวนท่าก็มั่นใจว่ารับไหว
"ได้!" หลังจากที่คิดได้ดังนี้ กวนเซี่ยงก็ตัดสินใจ “เมื่อถึงเวลา อย่าเล่นตุกติกอีก!"
สีหน้าของหลิงชางเผยรอยยิ้ม “กฎก็เหมือนเดิม ฝากของเดิมพันไว้กับศิษย์น้องหงเยี่ย"
"เอามาให้ข้า!" หญิงสาวสวมกระโปรงยาวเดินไปด้านข้างและเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
หลิงชางโยนยาปรับรากฐานสี่เม็ดให้กับอีกฝ่าย
กวนเซี่ยงไม่ลังเล ส่งยาปรับรากฐานสองเม็ดที่เพิ่งได้รับให้หญิงสาว
คนอื่น ๆ ถอยห่างเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับทั้งสอง
ชายหนุ่มตั้งท่า ตัดสินใจจะทำการป้องกันเท่านั้น
หลิงชางยกแขนขึ้นกอดอก แย้มยิ้มอย่างซุกซน "พร้อมแล้วใช่หรือไม่?"
"ฮึ่ม!" กวนเซี่ยงเอ่ย “เข้ามา! ครั้งนี้ ข้าจะเอาสิ่งที่ข้าเสียไปครั้งที่แล้วกลับคืนมา!"
“ฮ่า ๆๆๆ มันก็ขึ้นอยู่กับท่านว่ามีความสามารถพอหรือไม่"
ตุบ!
สิ้นสุดเสียงพูด หลิงชางก็กระทืบเท้าลงบนพื้น จากนั้นจึงะโขึ้นสูงสามจั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
เร็วอะไรเช่นนี้!
ครั้งที่แล้วหลิงชางไม่ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้!
เร็วเท่าความคิด ชายหนุ่มกระตุ้นพลังปราณในร่างให้ไหลมารวมกันที่แขน
"โล่เงาทองคำ!"
แขนยกขึ้นไขว้กัน ลำแสงสีทองส่องประกาย ปรากฏโล่แสงตรงหน้ากวนเซี่ยง
โล่เงาทองคำ เคล็ดวิชาระดับกลาง
มันจะเปลี่ยนพลังปราณมาเป็โล่ป้องกัน ซึ่งเป็เคล็ดวิชาที่ใช้สำหรับการป้องกันโดยเฉพาะ
ตู้ม!
แต่ก่อนที่โล่จะก่อตัวโดยสมบูรณ์ หลิงชางก็ต่อยไปที่มันอย่างรุนแรง
พลังอันดุร้ายกระแทกเข้าใส่โล่เงาทองคำ ตัวโล่สั่นะเื ก่อนจะปรากฏรอยร้าวจำนวนมาก
"อะไรกัน!?" กวนเซี่ยงตกตะลึง
แววตาของเซี่ยวนั่วที่อยู่ด้านหลังเ็าขึ้นเล็กน้อย
หลิงชางหัวเราะออกมาอย่างหยิ่งผยอง “ฮ่า ๆๆๆ ของแบบนี้สามารถเรียกว่าโล่ได้ด้วยหรือ?"
ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายฟื้นฟูการป้องกันของตน หลิงชางก็กระแทกศอกเข้าใส่โล่เงาทองคำอีกครั้ง
เพล้ง!
โล่ร้าวดุจกระจกบาง แตกออกเป็เสี่ยง ๆ ทันที!
กวนเซี่ยงตกตะลึง
เป็ไปได้อย่างไร?
“ข้าขอโทษด้วย ศิษย์พี่กวนเซี่ยง” ขณะที่หลิงชางเอ่ยเย้ย ร่างผอมก็ตวัดขาเตะราวกับแส้
"ลูกเตะทลายศิลา!"
ตุบ!
พลังอันรุนแรงพุ่งเข้าสู่ร่างกาย ชายหนุ่มร่างโค้งงอราวกับกุ้ง ดวงตาเบิกกว้าง กระอักเืจำนวนมาก แล้วทรุดลงกับพื้น
สามกระบวนท่าจบลง และผู้ชนะก็ได้รับการตัดสิน
กวนเซี่ยงคุกเข่าลงกับพื้น ความเ็ปรุนแรงแพร่กระจายไปทั่วร่าง
“ข้าขอโทษด้วย ศิษย์พี่ ดูเหมือนว่าท่านจะแพ้อีกแล้ว" หญิงสาวหัวเราะออกมาและโยนยาปรับรากฐานในมือเล่น “คุณภาพของยาปรับรากฐานของเดือนนี้ดีมาก น่าเสียดายที่ท่านไม่มีวาสนาพอจะรักษามันไว้"
ตู้ม!
ภายในหัวว่างเปล่า ชายหนุ่มจ้องมองหลิงชางอย่างตกตะลึง “เ้า… เ้าบรรลุขั้นสร้างรากฐานระดับห้าแล้วหรือ!?"
เมื่อเดือนที่แล้ว อีกฝ่ายเพิ่งอยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับสี่เท่านั้น
สำหรับระดับสี่ ตนยังพอสามารถตอบโต้ได้บ้าง
แต่นี่กลับพ่ายแพ้ในสามกระบวนท่า มีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คืออีกฝ่ายบรรลุแล้ว
ดวงตาของหลิงชางฉายแววเหยียดหยาม “ไม่ใช่ขั้นสร้างรากฐานระดับห้า... แต่เป็ครึ่งก้าวสู่ระดับหก!"
"ครึ่งก้าวสู่ระดับหก!?" ชายหนุ่มร่างสั่นเทา ภายในใจรู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก
ถูกหลอกอีกแล้ว
เขาถูกคนเหล่านี้หลอกอีกแล้ว…
"ยาของข้า..." กวนเซี่ยงกำมือทั้งสองข้างแน่น นี่คือทรัพยากรจำเป็สำหรับการบรรลุสู่ขั้นสร้างรากฐานระดับห้า
ไม่เต็มใจ!
ไม่เต็มใจอย่างมาก!
ชายหนุ่มดวงตาแดงก่ำ ราวกับกลายร่างเป็อสูรคลั่ง สูญเสียสติของตน "เอายาของข้าคืนมา!"
ร่างสูงลุกขึ้นจากพื้นและพุ่งเข้าใส่หญิงสาว
"เอาคืนมา!"
แต่ก่อนจะได้เข้าใกล้หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาว ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งก็พุ่งออกมาและเตะไปที่หน้าของกวนเซี่ยงอย่างแรง
“ถอยไป!"
ตู้ม!
ชายหนุ่มเสียการทรงตัวและกระเด็นออกไปหลายจั้ง ใบหน้าซีกหนึ่งบวมเป่ง
ชายผู้นั้นมองอย่างเหยียดหยาม “ต่อให้มอบยาให้เ้าไป มันก็เปล่าประโยชน์ ข้าจะบอกให้นะ เดือนหน้าพวกเราจะกลับมาอีก!"
"ฮ่า ๆๆๆ"
ทั้งสามหัวเราะออกมา
กวนเซี่ยงกระอักเืคำโต “หลิงชาง หลานหงเยี่ย อี้โม่ ทำไมพวกเ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้? ตอนที่อยู่ตำหนักนิพพาน ข้าปฏิบัติต่อพวกเ้าอย่างดี ทรัพยากรที่ได้มาข้าก็แบ่งให้กับพวกเ้า... ทำไมถึงทำเช่นนี้?"
"ท่านยังมีหน้ามาพูดอีกหรือ?" หยานหงเยี่ยแค่นหัวเราะ “มันไม่ใช่ท่านหรอกหรือที่หลอกให้เราเข้าตำหนักนิพพานั้แ่แรก ไม่เช่นนั้นเราคงบรรลุถึงระดับปัจจุบันตั้งนานแล้ว ท่านบอกว่าตำหนักนิพพานเป็อย่าไร แล้วความจริงเป็อย่างไร? ตำหนักนิพพานคือความอัปยศของสำนักพยับเร้นลับ สถานที่เช่นนั้น ไม่มีวันไปถึงจุดสูงสุดได้หรอก!”
"ใช่!" หลิงชางเองก็เอ่ยด้วยสีหน้ามืดมน “ดีที่พวกเรารู้ความจริงเร็ว และเข้าร่วมตำหนักัได้ทัน ไม่เช่นนั้น เราคงจะกลายเป็เศษสวะไร้ค่าเช่นเดียวกับเ้า!"
“เ้า… เ้า!" กวนเซี่ยงลุกขึ้นยืน มุมปากยังคงมีเืไหลซึม น้ำตาคลอเบ้า “ข้า… ข้าไม่ยอมให้เ้า... มาดูถูกตำหนักนิพพานเช่นนี้!"
"ดูถูกอย่างนั้นหรือ? มีเพียงตำหนักนิพพานที่เป็ความอัปยศของสำนักเท่านั้นที่สามารถเลี้ยงดูสวะอย่างเ้าได้ แม้แต่ผู้ที่อยู่ข้างหลังของเ้าก็ไม่กล้าจะเอ่ยอะไรออกมาด้วยซ้ำ มันคือสวะในหมู่สวะดี ๆ นี่เอง” หลิงชางเย้ย
"หุบปาก!" ชายหนุ่มเดือดดาล เขาคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ข้าจะสู้กับเ้า!"
สิ้นคำ เขาก็พุ่งตัวออกไปอีกครั้ง
"รนหาที่ตาย!" พลังปราณของหลิงชางปะทุออกมา แล้วต่อยไปที่ศีรษะของอีกฝ่ายเต็มแรง!
หงเยี่ยและอี้โม่ไม่คิดหยุดสหายของตน นับประสาอะไรกับการนึกถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่า
ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความยินดี
ขณะที่หมัดของหลิงชางกำลังจะปะทะร่างของกวนเซี่ยง ทันใดนั้น ร่าง ๆ หนึ่งก็พุ่งมาจากด้านหลัง
"โจมตี!" น้ำเสียงไร้คลื่นอารมณ์ดังขึ้น
ชายหนุ่มกำมือเป็หมัดโดยไม่รู้ตัว และด้วยพลังที่พวยพุ่งดุจกระแสน้ำหลาก มันพุ่งออกไปพร้อมแขนของเขา
กำปั้นของกวนเซี่ยงและหลิงชางปะทะเข้าใส่กัน
ตู้ม!
เสียงะเิดังสนั่นส่งผลให้กระแสอากาศโดยรอบสั่นะเื และพลังปราณที่ถูกทำลายก็แตกกระจายไปโดยรอบ กวนเซี่ยงพลันรู้สึกว่าแขนของตนกำลังจะะเิ กล้ามเนื้อตื้อชาและเ็ป
ทว่าแขนของหลิงชางกลับะเิเป็ชิ้นเนื้อ!
ตู้ม!
เืสาดกระเซ็น หลิงชางเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ชั่วขณะที่ัักับกำปั้นของอีกฝ่าย แขนของเขาก็แหลกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ด้านหลังของกวนเซี่ยง แววตาของเซียวนั่วเ็าและเฉยเมย “เมื่อครู่นี้ เ้าบอกว่าข้าไม่แม้แต่จะกล้าเอ่ยอะไรออกมาอย่างนั้นหรือ?"