ท่านเทพผู้เฒ่าเดินนำ ไป่ลู่จิ่วเดินตามท่านเทพผู้เฒ่าอย่างสำรวม
ตำหนักสวรรค์ใหญ่โตและประดับประดาด้วยสีขาวของหินอ่อน
และสีทองของทองคำแท้
มองเห็นก้อนเมฆสีขาวในระยะใกล้ และไกลโพ้น ดอกไม้ที่ประดับประดา
สวยงามได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งบึงบัวสีขาว ดอกเหมยที่มี
สีชมพูอร่ามและดอกกุ้ยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล
“ท่านผู้เฒ่าเจ้าคะ”
ไป่ลู่จิ่วเรียกท่านเทพผู้เฒ่าด้วยความตื่นเต้นเมื่อหันไปเห็นฝูงหงส์
ซึ่งมีหงส์เพลิงเป็นจ่าฝูงบินเข้ามายังตำหนักสวรรค์
และแปลงกายปรากฎเป็นองค์ชายรูปงาม
ท่านเทพผู้เฒ่าหันมามองนางด้วยความเอ็นดู ทั้งยังรู้ทันนางว่า
ตื่นเต้นเรื่องใด จึงอธิบายให้นางฟัง
“เผ่าหงส์ และที่เจ้าเห็นนั้นคือพญาหงส์ องค์ชายเฟิ่งหวง
หน่อเนื้อขององค์เทียนตี้และเทียนโฮ่ว”
นางมองตามด้วยความสงสัย ทุกคนต่างหลบและแสดงความเคารพ
แก่เผ่าหงส์ รวมทั้งไป่ลู่จิ่วด้วย
นางสังเกตเห็นองค์ชายเฟิ่งหวงเดินนำหน้าเหล่าหงส์ องค์ชายผู้นั้นสวมชุดสีขาว
ประดับด้วยด้ายสีแดง ดวงหน้าขาวผ่อง
ดวงตาเป็นประกาย จมูกโด่งรั้น รับกับใบหน้าเรียวรูปไข่ ปากเป็นกระจับ
เหมาะกับใบหน้านั้นนัก ผมยาวสลวยแต่เก็บผมไว้แบบเรียบง่าย
ไม่สวมเครื่องประดับใดๆ ท่าทางองอาจดุจนักรบโบราณ
ของเขานั้น ช่างดึงดูดสายตาของนางยิ่งนัก
จังหวะหนึ่งองค์ชายเฟิ่งหวงหันมาสบสายตากับไป่ลู่จิ่ว นางรู้สึกใจเต้นแรง
หน้าเริ่มแดงจัด หูแดงกล่ำ ด้วยความตื่นเต้นนี้ จึงหลบหน้า
องค์ชายเฟิ่งหวงซึ่งกำลังมองนางเช่นกัน
“รีบเดินเถิดศิษย์ข้า เดี๋ยวจะไม่ทันการ”
ท่านเทพผู้เฒ่ากล่าวเรียกสติไป่ลู่จิ่ว
“เ้าค่ะท่านผู้เฒ่า”
ไป่ลู่จิ่ว รีบเดินตามท่านเทพผู้เฒ่ามานั่งในโถงใหญ่ที่มีทั้งเทพและเซียนน้อยใหญ่
กำลังชุมนุมกันอย่างครึกครื้น ต่างทักทายกันด้วยไมตรีจิต บ้างชวนกันพูดคุย
บ้างดื่มน้ำชา ก่อนที่จะได้ยินเสียงประกาศ
“เทียนตี้และเทียนโฮ่วเสด็จ”
ทุกคนในโถงนั้นต่างยืนขึ้นคารวะ รวมทั้งท่านเทพผู้เฒ่าและไป่ลู่จิ่ว
“นั่งลงเถิด”
องค์เทียนตี้กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานและมีพลัง องค์เทียนโฮ่ว
นั่งลงข้างๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ในวันนี้ข้าตั้งใจที่จะแต่งตั้งเหล่าภูตให้ขึ้นตำแหน่งเซียน และเป็โอกาสดีเช่นกัน
ข้าจะแต่งตั้งองค์ชายเฟิ่งหวงเป็องค์รัชทายาท”
ทุกคนในโถงแห่งนี้ต่างฮือฮาที่จะได้พบกับองค์รัชทายาท ซึ่งต่างรู้ดีว่า
เป็องค์ชายเฟิ่งหวง หงส์เพลิงซึ่งเป็บุตรชาย
เพียงคนเดียวที่พระมารดามาจากเผ่าหงส์
“ข้าจะให้ท่านเทพแห่งทิศอุดร เป็ผู้ดำเนินพิธีในวันนี้”
องค์เทียนตี้กล่าว ท่านเทพอุดรเดินมาอยู่ทางด้านขวามือ
ขององค์เทียนตี้ พร้อมกล่าว
“ขณะนี้จะเป็การแต่งตั้งเซียน มีทั้งหมด 3 ท่าน พร้อมมอบสัตว์ภูตให้เหล่าเซียน”
ทุกคนในโถงต่างปรบมือแสดงความยินดี
“ท่านแรก ภูตงูขาว แต่งตั้งเป็น เซียนหลงหลี่ สัตว์ภูตประจำตัว
ตะขาบลมกรด อาวุธประจำกาย ดาบชี้ฟ้า”
เซียนหลงหลี่ นางแสดงความเคารพองค์เทียนตี้และองค์เทียนโฮ่ว
พร้อมรับสัตว์ภูตและอาวุธประจำกาย
“ท่านที่ 2 ภูติมังกรดิน แต่งตั้งเป็น เซียนต้าหวงตง สัตว์ภูตประจำตัว
พยัคฆ์เทา อาวุธประจำกาย กระบี่วายุพัด”
เซียนต้าหวงตงเป็นบุตรลับๆ ของ ท่านเทพแห่งดวงดาวและนางมังกรเกล็ดนิล
ซึ่งเดิมทีแม่ของเซียนต้าหวงตงไม่ให้เซียนต้าหวงตงติดต่อกับ
ท่านเทพดวงดาวเด็ดขาด เพราะท่านเทพดวงดาวมีภรรยามาก่อน
คือท่านเทพจันทรา ซึ่งนางเองรู้สึกต่ำต้อยเพราะ นางมังกรเกล็ดนิลนั้น
เป็นแค่เซียน จึงห้ามบุตรชายของตนพบเจอกับบิดาด้วยความกลัวว่าท่านเทพดวงดาว
จะมาแย่งลูกของนางไป
“ท่านสุดท้ายในวันนี้คือ ภูติดอกโบตั๋นขาว แต่งตั้งเป็น เซียนไป่ลู่จิ่ว
ตำแหน่งธิดาดอกไม้ ดูแลดอกไม้ทั่วทั้งตำหนักสวรรค์สัตว์ภูตประจำตัว ผีเสื้อร้อยรุ้ง อาวุธประจำกาย
พัดสะบัดเมฆาและมอบตำหนักกลางหาว
ข้ารับใช้ 30 คน เป็นของกำนัล”
ไป่ลู่จิ่วตกใจมากที่ตนเองได้รับตำแหน่งธิดาดอกไม้ ซึ่งตำแหน่งนี้
ยังไม่มีใครเคยรับมาก่อน หากพูดแล้วตำแหน่งนี้เทียบเท่าท่านเทพท่านหนึ่งได้เลย โดยนางไม่เคยรู้มาก่อน
ว่าท่านเทพผู้เฒ่าเป็นคนขอตำแหน่งนี้ให้กับนาง
ซึ่งท่านเทพผู้เฒ่าเป็นเพียงคนเดียวที่ทราบว่าแท้จริงแล้ว มารดาของนาง
เป็นเทพแห่งมวลดอกไม้ และบิดาของนางนั้นคือราชาแห่งทะเลประจิม
ซึ่งเดิมทีเป็นสหายรักขององค์เทียนตี้
แต่บิดาของนางได้สละชีพในสนามรบ
การสละชีพในครั้งนั้นเป็นปมในใจองค์เทียนตี้เสมอมา เพราะเป็นการสละชีพ
ในสนามรบที่เกิดจากศึกระหว่างเผ่ามารและเผ่าสวรรค์
ในครั้งนั้นองค์เทียนตี้เสียเปรียบราชามารนิล ราชาแห่งทะเลประจิม
จึงเข้ารับหอกเพลิงกาล ของราชามารนิลแทนองค์เทียนตี้
จนขาดใจตายในสนามรบ
หลังจากราชาแห่งทะเลประจิมสิ้นชีพพลังแห่งมนต์บุปผาวารีก็หวนคืนสู่ร่างของหญิง
อันเป็นที่รัก เพราะวิชานี้ได้เกิดจากการหลอมรวมกันของพลังสองสาย
คือของราชาแห่งทะเลประจิม และเทพแห่งมวลดอกไม้
เมื่อพลังหวนคืนสู่ร่างของนาง ก็ทำให้นางทราบได้โดยปริยายว่าบุรุษผู้เป็นที่รัก
ของนางได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว
เทพแห่งมวลดอกไม้ เสียใจมากและตรอมใจเพราะการจากไปของคนรัก
นางได้ผนึกพลังเทพของนางทั้งหมดรวมทั้ง
เคล็ดวิชามนต์บุปผาวารีไว้ในโถแก้ว
ก่อนจากไปนางได้ฝากธิดาของนางไว้กับท่านเทพผู้เฒ่า และสั่งเสียท่านเทพผู้เฒ่าไว้ให้บอกทุกคนว่า นางได้ตายไปเพราะตรอมใจ ส่วนธิดาของนางนั้น
นางได้ตัดเส้นวาสนาเทพลง
และส่งให้ไปอยู่ที่ดินแดนมนุษย์ เพื่อให้นางหลุดพ้นจากแดนสวรรค์
และไม่ยุ่งเกี่ยวกับดินแดนสวรรค์อีก ทั้งนี้จริงๆ
แล้วเป็นวิธีการที่นางใช้ปกป้องไป่ลู่จิ่ว
จากราชามารนิลและเผ่ามาร
เพราะนางรู้ดีว่าก่อนที่ราชาแห่งทะเลประจิมจะสิ้นชีพนั้น ได้ฆ่าน้องสาว
ของราชามารนิลเพราะนางเข้ามารับกระบี่ธารามลาย แทนท่านพี่ของนาง
ทำให้ราชามารนิลเสียใจมาก และคิดแก้แค้น
โดยครั้งนั้นตั้งใจจะฆ่าองค์เทียนตี้ เพราะรู้ว่าองค์เทียนตี้เป็นสหายรักของราชาแห่งทะเลประจิม แต่ราชาแห่งทะเลประจิมก็มารับหอกเพลิงกาล
ของราชามารนิลแทนองค์เทียนตี้
ทำให้การตายในครั้งนี้ของราชาแห่งทะเลประจิมเป็นปมในใจ
ของเทพแห่งมวลดอกไม้ และคิดหาทาง
ให้ธิดาของตนปลอดภัย
นางจึงฝากธิดาของตนไว้กับท่านเทพผู้เฒ่าผู้เป็นท่านลุงของนาง
และไม่ให้บอกความลับนี้กับใคร จนกว่าไป่ลู่จิ่ว
นางจะอายุครบ 500 ปี
แม้แต่ท่านปู่และท่านยายของไป่ลู่จิ่วเองก็ห้ามบอก เพราะนางกลัวว่า
หากทั้งสองรู้ว่าหลานอยู่ที่ใด จะต้องรับหลานกลับไปยังดินแดนบุปผา
และดินแดนทะเลประจิมเป็นแน่แท้ นางกลัวธิดาของนางจะ
ได้รับอันตรายจึงเลือกฝากไว้ที่ผู้เป็นลุงของนางแทน