ตอน 12 วิชามรณะ
ป๋ายเหริ่นสือ...ไร้สติ เดินทางไปถึงแท่นมรณะ...ถูกจื่อชุนผลักตกแท่นมรณะ...จื่อชุนยืนยิ้มมองป๋ายเหริ่นสือ...ร่วงลงจากแท่นมรณะด้วยสีหน้าที่พึงพอใจมาก
ป๋ายเหริ่นสือ... คิดในใจว่า
"แท้จริงแล้วผู้ที่วางแผนทำให้ข้าเป็เช่นนี้ก็คือเ้า.."
ป๋ายเหริ่นสือ... ได้สติกลับมาอีกทีก็เมื่อตนนั้นได้ร่วงตกลงไปยังก้นเหวลึก
รอบด้านมีแต่ความมืดมิด...แทบจะมองไม่เห็นสิ่งใดเลย...
ระหว่างทางที่ร่วงลงไป...รอบข้างของป๋ายเหริ่นสือ..มีเสียงกรีดร้องของผู้คนมากมายเหมือนได้รับความเ็ปในชีวิต..
ป๋ายเหริ่นสือ....ที่ร้องไห้จนน้ำตาเป็สายเื ก็ไม่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือใดๆในใจมีเพียงความโดดเดี่ยวและหวาดกลัวอันแสนที่สุด
ได้หลับตาลง ปล่อยร่างของตนร่วงลงสู่พื้น...
เมื่อร่างของป๋ายเหริ่นสือตกสู่พื้น กลับลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยคล้ายกับมีบางอย่างรองรับเอาไว้....
มีเสียงชายผู้หนึ่งพูดมาจากมุมมืดว่า
"ข้าััได้ถึง...แรงแค้น ความสิ้นหวังความโดดเดี่ยวของเ้า"
"มันมีมากมายเกินไป.... "
ป๋ายเหริ่นสือ... ใ
"ท่านเป็ใครกัน"
"ข้ามิมีตัวตนใด....ข้าเป็เพียงดวงจิตในเงามือของเ้า"
"หากท่านไม่มีตัวตน เหตุใดสื่อสารกับข้าได้"
"ป๋ายเหริ่นสือ...เ้าลืมไปแล้วหรือว่า ร่างเซียนของเ้าถูกกำเนิดขึ้นจากความยินดีจากความปีติรื่นเริงของเหล่าเทพเซียนทั้งหลาย บัดนี้ดวงจิตของเ้าขุ่นมัวไม่มีความยินดี ไม่มีความรื่นเริงอีกต่อไป...์ละทิ้งเ้า..์้าเ้าเพียงแค่ยามรื่นเริง...ดังนั้นดวงจิตของเ้าจึงสามารถก่อตัวเป็ข้าได้เช่นกัน"
"งั้นข้าต้องทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่"
ป๋ายเหริ่นสือ... พยายามลุกขึ้นใช้วิชาเซียนเพื่อหาทางออกไป
"ป๋ายเหริ่นสือ... เ้าอย่าเสียเวลาเลยที่นี่ไม่สามารถใช้พลังเซียนเพื่อหลบหนีออกไปได้... พลังเซียนของท่านที่อยู่ที่นี่จะสามารถใช้ได้แค่ 1 ส่วนจากที่ท่านมี 4 ส่วน"
ป๋ายเหริ่นสือ....ท้อแท้หมดหนทางจะเดินต่อไปทิ้งตัวลงนอนท่ามกลางความเงียบเหงาและมืดมิด จนกระทั่งหลับไป
วันคืนผ่านไปนานเท่าไหร่ ป๋ายเหริ่นสือ..ไม่สามารถจินตนาการได้เลย... เขาเอาแต่โทษตนเองว่าจิ้งิตายไปแล้ว เขาสูญเสียจิ้งิไปเพราะตัวเองเป็สาเหตุ...
เมื่อวันคืนผ่านไปวันแล้ววันเล่า... ป๋ายเหริ่นสือ... คิดทบทวนหลายอย่าง จึงคิดได้ว่า
"ข้าจะปล่อยให้ตนเองตายไม่ได้...จิ้งิเอาร่างของตนมาบังสายฟ้าไว้ เพื่อจะช่วยเหลือข้าข้าย่อมไม่ทำให้การตายของหลุนจิ้งิสูญเปล่า"
ป๋ายเหริ่นสือ... ลุกขึ้นนั่งสมาธิญาณ..เพื่อฝึกตน....จนกระทั่งค้นพบวิชาเวทย์มืด... เป็วิชาต้องห้ามที่จะค่อยๆถูกกลืนกินร่างเซียน
หากผู้ใดควบคุมตนเองไม่ได้จะถูกวิชาเวทย์มืดเข้ากลืนกินจนกลายเป็มาร...ที่ไร้หัวใจ
ด้วยความเกลียดชัง ความโดดเดี่ยว ความกลัว ที่มีอยู่ในใจของป๋ายเหริ่นสือ...มากมายเป็ยาวิเศษที่ช่วยผลักดันให้ป๋ายเหริ่นสือ...สำเร็จวิชาเวทย์มืดนี้ได้เร็วขึ้น...เพียงแค่ระยะเวลาอันสั้น... ป๋ายเหริ่นสือสามารถสำเร็จวิชาเวทย์มืดถึงขั้นสูงสุด
ใช้พลังนั้นค่อยๆแยกชิ้นส่วนร่างของตนคลืบคลานขึ้นมาตามความมืด...จนกระทั่งขึ้นมาที่แท่นมรณะได้สำเร็จ
เมื่อป๋ายเหริ่นสือ.. ขึ้นมา้าได้
ป๋ายเหริ่นสือ...มองแดน์ไปรอบๆกวาดสายตามองรอบทิศด้วยความเกลียดชัง....
"ข้าป๋ายเหริ่นสือ... ขออำลาแดน์แห่งนี้...แดนที่เคยมอบความสุขสมให้ข้า บัดนี้ไม่ใช่บ้านของข้าอีกต่อไปแล้ว"
ป๋ายเหริ่นสือ... หายตัวไปที่แดนมาร... สังหารจอมมารจนตาย
แต่งตั้งตนขึ้นเป็จอมมารองค์ใหม่ ประกาศให้รู้ทั่วกันว่าผู้ปกครองแดนมารเป็จอมมารองค์ใหม่
สัญญามิตรภาพระหว่างเผ่ามารกับเผ่าเทพถือว่าเป็อันสิ้นสุดลง...
ป๋ายเหริ่นสือ...วางแผนรอคอยวันที่จะแก้แค้นสังหารจื่อชุนให้สิ้นซาก
ณ วังเทียนจวิน
เทพาุโหลายองค์ ทั้งมหาเทพต้วนหลุน(พ่อของจิ้งิ)... เทพโอสถเทพผู้มากไปด้วยบารมีทั้งหลาย ต่างร่วมกันรักษาฟื้นฟูดวงจิตสุดท้ายของจิ้งิให้กลายร่างคืนสู่ร่างเทพดังเดิม...จนกระทั่งจิ้งิฟื้นคืนเป็ร่างเทพเซียนดังเดิม... เพียงแต่คราวนี้จิ้งิพลังอ่อนแอลงนัก จำเป็ต้องลงไปบำเพ็ญเพียรที่โลกมนุษย์เพื่อสะสมบารมีฟื้นคืนความทรงจำ
จิ้งิฟื้นคืนกลับสู่ร่างเซียนแต่เพียงแก่นเซียนเท่านั้นดวงจิตยังไม่สมบูรณ์ ทำให้จำเื่ราวบางอย่างได้แค่เลือนรางเท่านั้น
องค์เทพทั้งหลายไม่รอช้า..ส่งจิ้งิลงไปจุติใช้ด่านเคราะห์ยังโลกมนุษย์
ด้วยบุญบารมีของจิ้งิ...ได้ไปจุติเป็องค์รัชทายาทของฮ่องเต้...ในนามหยวนซ่งเหรียน
แม้จิ้งิจะเกิดเป็มนุษย์ที่มียศศักดิ์สูงส่งเป็ซื่อจื่อหยวนซ่งเหรียนแห่งราชวงศ์จีน... แต่ด่านเคราะห์ของจิ้งิที่ต้องเผชิญ3 ประการ คือ... 1.การถูกบงการ...ไร้ซึ่งอิสรเสรี 2.ไม่สมหวัง ไร้วาสนาในรัก 3.ถูกปองร้ายแย่งชิงอำนาจ
3 ประการนี้คือความขมขื่นในแดนมนุษย์ที่เป็เื่ปกติของมนุษย์โลกได้ัั...ซึ่งแตกต่างจากวิมานเทพทั้งหมดทั้งปวง...
ณ พระราชวังหลวงของจีน
พระสนมเอกได้ให้กำเนิดลูกชายให้กับให้กับฝ่าา.....เป็วันเดียวกับที่ฮองเฮาให้กำเนิดลูกสาว...
แต่ด้วยความกระหายในอำนาจ ฮองเฮาแอบเปลี่ยนเด็กทารกนำลูกสาวของตนไปวางไว้ให้เป็ลูกของสนมเอก..
ดังนั้น ฮองเฮาได้ปิดเื่นี้เป็ความลับรีบให้บ่าวรับใช้ไปรายงานฝ่าาว่าตนได้ให้กำเนิดบุตรชายทายาทของฝ่าา
และแล้วเื่ราวของของหลุนจิ้งิที่กำเนิดเป็เด็กชายตัวน้อยหยวนซ่งเหรียน ก็ได้เริ่มขึ้น
หยวนซ่งเหรียน...ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าามาโดยตลอดั้แ่เล็กจนโต..
ทำให้หยวนซ่งเหรียนเอง ตกเป็เป้าหมายของผู้อื่น แม้กระทั่งเหล่าพี่น้องของตนที่เป็ลูกของนางสนมขั้นเล็กขั้นน้อย...แม้หยวนซ่งเหรียนจะเป็ถึงซื่อจื่อของฝ่าา แต่เขารู้สึกไม่มีความสุขแม้แต่น้อยต้องคอยร่ำเรียนฝึกวิชากระบี่ั้แ่ยังเล็กๆ ทั้งยังต้องเรียนตำรามากมายไม่มีโอกาสวิ่งเล่นใช้ชีวิตอิสระอย่างเด็กผู้อื่น
หยวนซ่งเหรียน...ถูกผู้อื่นรอบข้าง ทำดีด้วยเพียงเพื่อ้าหวังผลประโยชน์ หวัง่ชิงอำนาจ หวังพึ่งบารมี
หยวนซ่งเหรียน...ไม่สามารถออกไปเที่ยวเล่นได้ตามอำเภอใจจะทำอะไรจะมีขันทีคอยจับตามองและเอาไปรายงานฮองเฮาตลอด
เป็ระยะเวลา 23 ปี ที่ หยวนซ่งเหรียน...เอาแต่ใช้ชีวิตอันแสนน่าเบื่อนี้ในวังหลวง...
หยวนซ่งเหรียน ตัดสินใจแอบหนีออกจากวังไปเที่ยวเล่นที่ตลาดในเมืองหลวง...
จนกระทั่ง ถูกพบเข้ากับทหารลาดตระเวน เพราะหยวนซ่งเหรียนทำตัวน่าสงสัยแต่งตัวเป็จุดสนใจของคนทั้งตลาด เพราะเสื้อผ้าที่หยวนซ่งเหรียนสวมใส่นั้นเป็เสื้อผ้าราคาแพง...
หยวนซ่งเหรียน... วิ่งหนีไปเรื่อยๆจนกระทั่งวิ่งหนีออกไปที่ป่ามีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ตรงข้ามแม่น้ำเป็ทิวเขาสวยงามมีนกน้อยใหญ่โผบินไปมา... หยวนซ่งเหรียนยืนชื่นชมทิวทัศน์นั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เอนตัวลงนอน เผลอหลับไป...
ณ เผ่ามารป๋ายเหริ่นสือปกครองเผ่ามารมาเนิ่นนาน..เกิดความเหงาและเบื่อหน่ายคิดสนุกจึงลงมาที่โลกมนุษย์
ด้วยเหตุบังเอิญ... ป๋ายเหริ่นสือเหาะเหินมาตามท้องฟ้า ราวกับสายลม...ผ่านสายน้ำแห่งนั้น
เหลือบไปมองเห็นชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งนอนเอาหมวกปกคลุมใบหน้ามองไปที่รูปร่างของเขา
"รูปร่างของชายผู้นี้เห็นใดข้ารู้สึกคุ้นเคยนัก..."
ป๋ายเหริ่นสือ... คิดถึงรูปร่างของจิ้งิ
"รูปร่างของเขาคล้ายกันนัก ช่างน่าสนใจจริงๆชายหนุ่มผู้นี้ข้าจะปล่อยผ่านไปไม่ได้"
ป๋ายเหริ่นสือเหาะตรงลงไปอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มผู้นั้นใช้พลังเวทย์ปัดหมวกผ้า ที่ปิดบงใบหน้าของหนุ่มผู้นั้นออก
ถึงกับต้องใ
เมื่อชายหนุ่มผู้นั้น มีใบหน้าเดียวกันกับหลุนจิ้งิ
"หลุนจิ้งิ นี่ท่านใช่ไหมเหตุใดท่านมาอยู่ที่โลกมนุษย์ ท่านตายไปแล้วมิใช่หรือ"
ป๋ายเหริ่นสือรีบเข้าไปโอบกอดหยวนซ่งเหรียนที่นอนอยู่ใต้โคนต้นไม้
หยวนซ่งเหรียน... ใมาก!!!!
"ท่านเป็ผู้ใดกัน บังอาจมาถูกเนื้อต้องตัวข้าเ้าชักจะวุ่นวายมากเกินไปแล้ว ข้าจะสั่งตัดหัวเ้าซะ"
ป๋ายเหริ่นสือ... หัวเราะออกมา"นี่ไม่ใช่หลุนจิ้งิของข้าสินะ"
"เ้าพูดอะไรของเ้า ฃหลุนจิ้งิคือผู้ใด ข้าหยวนซ่งเหรียน...ซื่อจื่อแห่งวังหลวงไม่มีผู้ใดไม่รู้จักข้า"
"เ้ายังไม่รีบก้มหัวให้ข้าอีก"
ป๋ายเหริ่นสือ.. หัวเราะออกมา
"ฮ่าๆ เ้ามนุษย์โลกอ่อนหัดแม้หน้าตาของเ้าจะเหมือนจิ้งิราวกับแกะแต่ไม่ได้หมายความว่าเ้าจะพูดจาสามหาวกับข้าเช่นนี้ได้"
"เหตุใดจอมมารเช่นข้าต้องเคารพมนุษย์เช่นเ้า!!!"