ตอนที่ 4 อารมณ์แปรปรวน
หวางชิงกำลังนั่งรับลมอยู่ที่ด้านหน้าของเรือนแม้จะอยู่ตรงนั้นเขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะน่าเบื่อเลยสักนิด แม้จะบอกให้อยู่แต่ตรงนั้นก็ตามแต่สิ่งที่ทำให้หวางชิงเบื่อก็คือการทำงานั้แ่มาอยู่ตรงนั้นเกือบจะสองเดือนนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรเลยแม้จะพยายามแค่ไหนแต่สุดท้ายเหล่าบ่าวไพร่ก็ต้องขอให้หยุด
“ท่านหวางชิงคุณชายเมิ่งมาพบขอรับ...” คุณชายเมิ่ง หวางชิงคิดตามว่าเป็ผู้ใดที่จะมาพบกับเขาเกิดมาเคยรู้จักใครบ้างหรือไม่นอกตากคนในจวนหวาง
แต่เื่นั้นมันก็ไม่ใช่ประเด็นหลักที่หวางชิงจะเก็บมาคิดเพราะคนที่เดินตามมานั้นน่าจะเป็คุณชายเมิ่งที่ตามอู่เฉิงเอ่ยบอกหวางชิงรีบลุกขึ้นก่อนจะโค้งศีรษะคำนับคนที่เป็คุณชาย
“เ้าไม่ต้องทำเช่นนี้กับข้า...” คุณชายเมิ่งเอ่ยปรามหวางชิง
“คุณชายมาพบข้ามีสิ่งใดหรือขอรับ” พูดจบหวางชิงก็เชิญคุณชายเมิ่งไปนั่งตรงเรือนรับแขกที่อยู่ไกลตัวเขาที่สุด
“ก็ไม่มีสิ่งใดเป็พิเศษข้าเคยได้ยินเื่ของเ้าจากเสี่ยวเซี่ยนมาเขาบอกว่าเ้าเป็ลูกบ่าวของจวนหวางนั้นเป็เื่จริงเช่นนั้นรึ”
“เสี่ยวเซี่ยน?คือผู้ใดหรือขอรับ....”
กะจะว่าไปหวางชิงไม่เคยรู้นามจริงๆของจินอ๋องเลยสักครั้งพอมีอีกคนพูดขึ้นมามันก็ไม่แปลกที่หวางชิงจะถามว่าเสี่ยวเซี่ยนเป็ใครมาจากไหนแล้วเขาคนนั้นมารู้เื่ของเขาได้อย่างไรกัน
เ้าคุณชายเมิ่งถึงกับถอนหายใจไปกับความซื่อของหวางชิงไม่มีใครบอกหรือไงว่านามจริงขิงสามีเขาคืออะไร และคนอย่างเขาจำเป็ต้องบอกหรือไม่
“เ้าอย่าได้สนใจเลย จริงๆเ้าก็ไม่เหมือนกับลูกบ่าวไพร่เลยสักนิด”
“ความจริงข้าเป็ลูกบ่าวในเรือนและผู้เป็พ่อของข้าคือใต้ท้าวหวางขอรับ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ยอมรับข้าแต่ก็ให้ข้าอยู่ในจวนข้าก็ไม่เคยเรียกร้องเขาว่าข้าเป็ลูก...ที่ถามข้ามาท่าน้าทราบสิ่งใดกับข้าหรือขอรับ”
“เปล่าข้าก็แค่อยากจะรู้เื่ของเ้าเ้าคิดยังไงเมื่อรู้ว่าต้องแต่งเข้าจวนของจินอ๋อง”
“ข้าไม่รู้ว่าข้าต้องคิดเช่นไรเพียงครั้งนั้นข้าสับสนว่าตอนนี้ข้ามาทำอะไรเท่านั้นเื่แต่งงานข้าไม่รู้เื่ขอรับ”
“เ้าชอบจินอ๋องบ้างหรือไม่”
เื่ชอบจินอ๋องหรือไม่นั้นหวางชิงไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นมาก่อนเพียงแค่ถูกแต่งออกมาก็นับว่าแปลกหูแปลกตาแล้วเห็นเป็ลูกบ่าวไพร่แต่ใต้ท้าวหวางก็ให้เขาได้เรียนมาบ้างเื่ออกเรือนเขาก็พอรู้
“คุณชาย ท่านสติดีหรือไม่ขอรับเห็นข้าเช่นนี้ข้าก็รู้หนังสือมาบ้างการแต่งงานจะเกิดขึ้นจริงนั้นต้องเป็คู่รักชายหญิงมิใช่บุรุษเช่นข้าที่ข้ายอมทำตามพิธีเพราะตอนนั้นข้ายังคงงงกับเื่ราวที่เกิดขึ้นที่สำคัญบุรุษเหมือนกันจะรักใคร่ได้อย่างไรขอรับ”
“เช่นนั้นรึ ฮ่าๆๆข้าต้องขอโทษข้าแล้วสิที่ถามออกไปเช่นนั้น”
“มิได้ขอรับคุณชาย...ท่านมาตั้งนานข้ายังมิได้เตรียมชาไว้ให้กับท่านเลยคุณชายรอข้าสักประเดี๋ยวได้หรือไม่”
“ได้สิ ตามใจเ้าเถิด...”
หวางชิงเดินปลีกตัวออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปหาอู่เฉิงก่อนจะกล่าวบอกความต้องของตนเองแก่อู่เฉิงให้รับทราบ
“อู่เฉิงข้า้าน้ำชากับขนมข้าไปเอาที่โรงครัวได้หรือไม่...”
“ท่านหวางชิงรอข้าอยู่ตรงนี้เดี๋ยวข้าจักไปนำมาให้ท่านขอรับ”กล่าวบอกอีกฝ่ายจบอู่เฉิงก็พร้อมจะหมุนตัวแล้วก้าวขาออกไปทันที แต่...
หมับ!! หวางชิงรีบคว้าไปจับที่แขนของอู่เฉิงเอาไว้ก่อนที่เ้าตัวจะหันกลับมาดังเดิมพร้อมกับพยายามลดมือของหวางชิงออกช้าๆ
“อู่เฉิงเ้าไม่ต้องไปข้าไปเอาเองได้”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ขอรับท่านหวางชิงรออยู่กับคุณชายเมิ่งเถิดขอรับ”
“...”
รีบเอ่ยบอกแล้วก็ต้องรีบปลีกตัวไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้หวางชิงได้กล่าวอะไรต่อเขาอีกและที่อู่เฉิงต้องลดมือของหวางชิงออกก็เพราะตัวหวางชิงเป็ของจินอ๋องแล้วหากผู้ใดแตะต้องจำต้องถูกสั่งโทษหนักเป็แน่
ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่ออู่เฉิงก็เดินกลับมาพร้อมน้ำชาและจานใส่ขนมก่อนจะวางมันลงตรงหน้าของคุณชายเมิ่งแล้วก็หวางชิง
“อู่เฉิงคนที่ข้ารู้จักต้องทำถึงขั้นนี้เชียวรึ”คุณชายเมิ่งเอ่ยท้วง เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นอู่เฉิงกระทำเช่นนี้ปกติจะคอยคุ้มกันเสียมากกว่า
“ข้าเพียงทำตามคำสั่งขอรับ”
การพบปะของคุณชายเมิ่งกับหวางชิงถือว่าตอนนี้มันช่างยาวนานจากที่คอยระวังและเกร็งตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนต่างผ่อนคลายยิ่งพูดคุยด้วยกันก็ยิ่งสนิทสนมกันมาขึ้นเหมือนกับว่าชาติก่อนพวกเขาเคยเป็สหายร่วมชาติกันมานานแล้ว
“ข้าว่าข้าถูกชะตากับเ้านะหวางชิง”
“ไม่ถึงขนาดนั้นขอรับ”
“ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วไว้วันหลังข้าจะมาหาเ้าอีกหวางชิง”
“ได้ขอรับคุณชายให้ข้าไปส่งท่านเถิด...”
“ท่านหวางชิงเดี๋ยวข้าไปส่งคุณชายเองขอรับท่านควรจะกับเรือนได้แล้ว”
“อืม...”
เื่เช่นนี้หวางชิงรู้ตัวเองดีว่าเขาไม่ความไปที่หน้าจวนที่อู่เฉิงเอ่ยออกมาเช่นนั้นเขาก็เข้าในความหมายทั้งหมดแล้ว เพราะเป็เช่นนี้เขาจึงเอ่ยกับคุณชายเมิ่งไม่กี่ประโยคก่อนที่จะฝากฝังให้อู่เฉิงไปส่งคุณชายเมิ่งที่หน้าทางเข้าของจวนแทน
เมื่อดวงอาทิตย์ลับฟ้าจากแสงสว่างกลายมาเป็ความมืดวันนี้หวงชิงไม่ได้ไปที่โรงครัวเพื่อจะทานข้าวเย็นแต่กำลังนอนอยู่ในเรือนเพราะปวดท้องอย่างกะทันหัน ตัวเขาเองนั้นก็ยังไม่รู้ว่าทำไมถึงปวดท้องได้แต่ยังไงก็พยายามกัดฟันและอดทนต่อไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามหวางชิงกัดฟันแน่นเพราะความเ็ปยิ่งนานก็ยิ่งปวดแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนร่างกายจะทนไม่ไหวเสียแล้ว
“อู่เฉิง....”หวางชิงพยายามเรียกอู่เฉิงที่คาดว่าเขาน่าจะอยู่ด้านนอกแรงที่ใช้ในการเอ่ยเรียกนั้นก็เบากว่าคนปกติเรียก
“อู่เฉิง ช่วยข้าด้วย...ช่วยด้วย...”
เคร้ง!!
หวางชิงรู้ตัวเองว่าจะไม่ไหวแล้วแถมเสียงที่จะใช้เรียกอู่เฉิงก็แทบจะไม่มีเขาจึงหาวิธีที่จะเรียกคนที่อยู่ด้วยนอกและเป็สิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำ
เสียงสิ่งของบางอย่างตกลงสู่พื้นจนเกิดเสียงดังอู่เฉิงรีบหันขวับไปมองยังเรือนของหวางชิงก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังเรือนนั้นอย่างรวดเร็วพอมาถึงเขาก็ต้องรีบเอ่ยปากเรียกคนที่อยู่ด้านในของเรือน
“ท่านหวางชิงขอรับ ท่านหวางชิง!!”
“อู่เฉิง...ช่วยข้าที...”
แม้จะเป็น้ำเสียงที่ดูแ่เบาแต่สำหรับอู่เฉิงที่ถูกฝึกมาดีจึงสามารถได้ยินเขารีบเปิดประตูเข้าไปยังด้านในก่อนจะเห็นหวางชิงนอนกองอยู่กับพื้น
“ท่านหวางชิง ท่านเป็อะไรรึขอรับ!”
“ข้าปวดท้อง...”
อู่เฉิงรีบคิดหาวิธีการอย่างรวดเร็วดึกเช่นนี้แล้วจะตามหมอได้ที่ไหนหากจะตามได้ก็มีเพียงหมอหลวงเท่านั้นที่เขารู้แต่สำหรับท่านหวางชิงของเขาจะสามารถเข้าถึงหมอหลวงได้อย่างไรแต่นั้นมันก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญหากหวางชิงเป็อะไรไปเขาต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตแน่ๆส่วนเื่ตายนั้นไม่ต้องเอ่ยถึง
“ท่านหมอหลวง...ท่านหมอ”
แม้จะเป็ยามวิกาลที่ผู้อื่นต้องพักผ่อนแต่เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วอู่เฉิงจึงมาที่จวนของหมอหลวงก่อนที่เ้าของจวนจะเดินออกมาจากเรือนและดูว่าเป็ใครที่เป็คนมาเรียกหมอหลวงในยามวิกาลเช่นนี้
หลังจากที่ก้าวเดินออกมาจากเรือนผู้เป็หมอหลวงก็ได้พบกับอู่เฉิงและเขาเองก็ยังสวมผ้าว่าเป็คนของจวนจินอ๋อง
“ท่านหมอหลวงโปรดตามข้าไปที่จวนจินอ๋องได้หรือไม่หากไปข้ากว่านี้ข้าเกรงว่าจักต้องมีคนตายในจวนขอรับ”
“ท่านอ๋องเป็อะไร?”
“ข้าตอบไม่ได้แต่ท่านต้องรีบไปเดี๋ยวนี้”
“...”
ยังไม่ได้จะตอบหรือเอ่ยตกลงอู่เฉิงก็รีบลากตัวหมอหลวงกับมาที่จวนจินอ๋องโดยเร็วหลังจากพาหมอหลวงมาแล้วเขาก็ทำการตรวจร่างกายให้กับหวางชิงก่อนจะเขียนใบสั่งยาให้กับอู่เฉิงแล้วกลับจวนของตนเอง
ยังดีที่หมอหลวงมาได้ทันเวลาไม่เช่นนั้นอู่เฉิงไม่รู้ว่าจะอธิบายเื่นี้กับจินอ๋องยังไงพอได้ใบสั่งยาแล้วเขาก็ต้องออกไปหาซื้อแม้ว่าจะเป็ยามวิกาลต่อให้เป็เช่นไรอู่เฉิงก็ต้องหามาให้ได้
กว่าจะทำอะไรแล้วเสร็จหวางชิงก็หลับไปนานแล้วที่อาการนั้นทุเลาลงเพราะหมอหลวงได้ฝังเข็มให้กับหวางชิงส่วนอู่เฉิงนั้นหลังจากหาซื้อยาได้เขาก็เข้าโรงครัวไปต้มยาเขาเองก็เหมือนกับว่าเคยทำเป็ครั้งแรก แต่ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสามารถช่วยได้
“หม้อต้มเล่า...”เพราะไม่เคยเข้ามายุ่งเื่ในโรงครัว จึงทำให้อู่เฉิงต้องเดินหากว่าจะได้มา