AIBO相棒
บทที่ 1
กรุงเทพมหานคร เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหวังผู้คนมากมายต่างพาตัวเองมาที่นี่เพื่อหวังที่จะพบชีวิตที่ดีกว่าเดิม
“นิน” ก็เป็อีกคนที่้าจะอยู่รอดให้ได้ภายในเมืองใหญ่นี้
มากกว่า 3 เดือนหลังจากที่เขาตกงานแล้วยังหางานใหม่ทำไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะออกหางานทุกวันแต่ก็เพราะอายุเยอะแล้ว.
อายุ 45 ไม่ใช่วัยที่จะหางานได้ง่ายๆ และตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความรู้ความสามารถมากมายเสื้อมือสองที่เขาขายออนไลน์ก็ยอดขายย่ำแย่ ลงทุกวันๆเขาต้องเขาพยามอย่างมากที่จะจ่ายบิลต่างๆและเมื่อมาถึงวันที่เค้าไม่มีจริงๆ คนรักที่เคยมีก็จากไป
ครอบครัวก็หันหลังหนี “
“.........โลกนี้มันโหดร้าย.........”
เป็คำพูดติดปากที่เขาพูดเป็ประจำ
เขาเริ่มมีอาการซึมเศร้า แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ยอมรับ ภาพในอดีตที่เลวร้ายเริ่มตามหลอกหลอนเขาไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็ไม่สามารถเห็นความทรงจำที่สวยงามได้อีกต่อไป
วันนี้.......เขา ไม่มีแรงแม้จะขยับตัวเพื่อจะต่อสู้อีกต่อไปแล้วไม่ใช่เพราะร่างกายไม่ไหว แต่จิตใจมันพังทลายลงไปแล้วต่างหาก “ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป เราต้องแย่แน่ๆต้องรู้ให้ได้ว่าเราเป็อะไรเขา ตัดสินใจโทรไปสายด่วนสุขภาพจิต
หลังจากพูดคุยกันได้สักพักและได้ทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาที่แพทย์ได้เตรียมให้แล้ว เ้าหน้าที่ก็พูดกับเขาว่า
“คุณคะ ไม่ทราบคุณพักอยู่ที่ไหนคะ?”
ผมอยู่กรุงเทพครับ
“ผลจากการประเมิน พบว่าคุณเป็โรคซึมเศร้าระดับรุนแรง และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำร้ายตัวเองค่ะ”
!!??.....
“ทางเราขออนุญาติให้เ้าหน้าที่ไปพบได้มั๊ยคะ?
!!??.....เอ่อ...ไม่....ไม่... ไม่เป็ไรมั๊งครับ
“ทางเราขออนุญาติให้เ้าหน้าที่ไปพบได้มั๊ยคะ?
เอ่อ..........อะ.........เอ่อ...................................
เอ่อ..........ผมไม่เป็ไรครับ ขอบคุณมากครับ
“งั้นพรุ่งนี้ขอโทรไปติดตามอาการนะคะ”
เอ่อ..........อะครับได้ครับ ขอบคุณมากครับ....
ตื๊ด......หลังวางโทรศัพท์ ความรู้สึกของเขาสับสนไปหมด
ตกลงเราเป็โรคซึมเศร้า? ?
แล้วเราต้องไปรักษา??
แล้วถ้าเราเป็โรคซึมเศร้าใครจะรับเราเค้าทำงานหล่ะ??
แล้วถ้าเราไม่ได้งาน แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนรักษาตัว?
โรคซึมเศร้านี่มันจิตเวช?
เราเป็.....บ้า!!! ไปแล้วเหรอออ????????
!@#2!526#2&43@3!3@1#@3!@#2!526#2&43@3!3@1#@3
เขาเริ่มพูดออกไม่เป็ภาษา....................
!@#2!526#2&43@3!3@1#@3!@#2!526#2&43@3!3@1#@3
!@#2!526#2&43@3!3@1#@3!@#2!526#2&43@3!3@1#@3
!@#2!526#2&43@3!3@1#@3!@#2!526#2&43@3!3@1#@3
เขาสติแตกไปเรียบร้อยแล้ว.
.......................................
ใกล้ค่ำ.....ขณะที่นินเดินไปตามทางเท้าของสะพานพระรามแปดเขาก็อดรู้สึกทึ่งกับความสวยงามรอบตัวไม่ได้
พระอาทิตย์เพิ่งเริ่มตกดินทอแสงอุ่นๆ เหนือแม่น้ำเ้าพระยาเบื้องล่าง ที่ด้านใดด้านหนึ่งของสะพานเขา
สามารถมองเห็นเมืองที่ทอดยาวออกไปเบื้องหน้า ผสมผสานระหว่างตึกระฟ้าและอาคารเก่าแก่ที่ดูเหมือนจะคงอยู่ตลอดไป
“อ่า...นี่มันสวยจริงๆ นะ แม่น้ำเ้าพระยายามพระอาทิตย์เริ่มอัสดง “เขาค่อยๆ นั่งลงมองไปที่ห้างร้านหรูหราริมแม่น้ำ
“ทำไมคนพวกนั้น เขาถึงรวยจังนะ?” นินรำพึง เขารู้สึกอิจฉาและชื่นชมผสมปนเปกัน
เขาค่อยๆ หลับตาลง.....ปล่อยให้ความคิดล่องลอย.....และปล่อยให้สายลมพาดผ่านร่างกายไป
...........................................
เมื่อค่ำคืนเปลี่ยนเป็รุ่งสาง นินค่อยๆ พยุงตัวเองขึ้นบนราวสะพาน
เขามองลงไปที่ผืนน้ำเบื้องล่างแล้วยิ้ม รู้สึกถึงความสงบที่ปกคลุมตัวเขา
ขอให้ทุกคนพบเจอแต่ความสุข หากมีความทุกข์ใดขอให้มันจากไปพร้อมผมละกันนะ
ขอโทษ.........แล้วก็...........ลาก่อน......... เขาพุ่งตัวลงไปแม่น้ำอย่างไม่ลังเล
ในที่สุดเขาก็พบวิธีที่จะปลดปล่อยความเ็ป และความทุกข์ทรมานทั้งหมดของเขา
................................................
เปรี้ยงงงงงง......เสียงดุจสายฟ้าฟาดลงมาตรงข้างหู ร่างของเขาถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศพร้อมกับเสียงะเิดังสนั่น
เขารู้สึกว่าตัวเองตกลงไปในน้ำ แต่ขณะที่กำลังจะแตะผิวน้ำก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าทุกอย่างมืดสนิท
เขารู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมที่ไม่มีก้นบึ้ง ขณะที่เขาล่องลอยไปในความมืด ความทรงจำจากอดีตก็หวนกลับมา
ั้แ่เขายังเป็เด็ก มีแฟนตอนมัธยม จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ความทรงจำมากมายหลั่งไหลพรั่งพรูเข้ามา
“เอ๊ะ?” นี่คือภาพย้อนอดีตก่อนตายที่คนพูดถึงกันเหรอ" เขาคิดกับตัวเอง สงสัยว่านี่คือจุดจบ
ทันใดนั้น...ภาพความทรงจำของเด็กผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เธอโตขึ้นเป็หญิงสาวที่งดงาม
มีภาพเธอเต้นรำในงานเลี้ยงที่หรูหรา ผู้คนต่างหลงรักเธอ แต่เอ๊ะ....? อะไรน่ะ.....?
า? พ่อและแม่ของเธอถูกฆ่าเหรอ? “นี่มันอะไร? ความทรงจำของใคร? ตาเขาค่อยๆ ปิด ทุกอย่างค่อยๆ มืดลง
“ปึก” เสียงบางอย่างแข็งๆ ร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง “อู๊ยยย........เจ็บ” นินอุทานออกมา
เขากระเด็นกลับมาอยู่บนสะพานอีกครั้งโดยไม่รู้ว่ากลับมาที่นี่ได้อย่างไร
นินยันตัวลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆ รถยนต์คันหนึ่งชนเข้ากับอีกคันหนึ่งแล้วจมดิ่งลงไปในแม่น้ำ
บางคันก็หยุดสนิทในขณะที่บางคันโยกไปมา เสียงเครื่องยนต์ที่หมุนดังไปทั่วอากาศ
หัวใจของเขาเต้นแรงในขณะที่พยายามทำความเข้าใจกับความวุ่นวายรอบๆ เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
เขาหันไปดูพบว่าริมสองฝั่งแม่น้ำเ้าพระยาที่สวยงามกลายเป็ทะเลเพลิง อาคารห้างร้านพังพินาศย่อยยับ
เรือโดยสารสุดหรูกลายเป็ลูกไฟขนาดใหญ่มุ่งตรงไปยังโรงแรมริมน้ำ เสียงกรีดร้องและเสียงะเิดังกึกก้อง
"นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย?” เขาะโ ขณะมองความสยดสยองรอบๆ ตัวที่กำลังเกิดขึ้น
ทันใดนั้นเสียงดังทะลุอากาศจากท้องฟ้านินหันไปเห็นอาคารที่อยู่ไกลออกไปหลายหลังพังทลายลงกับพื้น
“โอ้ พระเ้า” เขาสูดลมหายใจเข้าตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยิ่งใหญ่กว่าความวุ่นวายบนสะพานนี้
โดยไม่รีรอเขาเริ่มวิ่งไปยังที่กำบังที่ใกล้ที่สุดโดยหวังว่าจะปลอดภัยจากความบ้าคลั่งที่กลืนกินเมือง
“บรื้น” ........รถที่ควบคุมไม่ได้พุ่งตรงมาที่เขาอย่างแรง “เฮ้ย” ....เขาร้องเสียงดังยกมือขึ้นบังตามสัญชาตญาณ
จังหวะพอดีกับที่รถอีกคันพุ่งมาชนรถคันนั้นส่งผลให้ทั้งสองคันพุ่งตกลงแม่น้ำไป
...............................................................
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” นินะโออกมา จากตรงนี้เขาแทบไม่ได้ยินเสียงตัวเอง
“ครืนนน” .....ทันใดนั้น เสียงดังทะลุอากาศมาแต่ไกล เขาหันไปเห็นเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้ เขามองดูด้วยความใเมื่อเห็นมันชนเข้ากับอาคารสำนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างจัง
“บึ้มม...” เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว พื้นใต้เท้าของเขาสั่นะเืบริเวณที่เครื่องบินตกนั้นถูกไฟลามแผดเผาในพริบตา
นินแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเห็น มันช่างเหมือนกับภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์ แต่ความโกลาหลและความหายนะที่อยู่รอบตัวเขานั้นเหมือนจริงเกินไป เขาจ้องอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดลอดออกมา
ภาพเครื่องบินตกหรือแรงะเิไม่ได้ทำให้เขาใจนพูดไม่ออก หากแต่ท้องฟ้ายามเช้าในวันนี้.....มีพระจันทร์สามดวง
นินตะลึงกับภาพพระจันทร์สามดวงบนท้องฟ้า เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนมันเหมือนกับสิ่งที่อยู่ในความฝัน
เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่มองไปรอบๆ เขาก็รู้สึกว่าสะพานสั่นะเืเหมือนมีอะไรหนักๆ ขึ้นมา
ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเขา “ลงจากสะพาน”
เขาได้ยินเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดและรู้สึกว่าสะพานข้างใต้สั่นไหว
นินเริ่มสติแตกเขาพยายามขยับแขนขาแต่พวกมันถูกแช่แข็งด้วยความกลัว ไปเสียแล้ว
ดูเหมือนว่าเขาจะทำให้ร่างกายของเขาเชื่อฟังไม่ได้ “ลงจากสะพานเดี๋ยวนี้” เสียงอันเฉียบขาดของผู้หญิงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง
“หูแว่ว.....นี่เราบ้าไปแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย? หรือว่า.....ทุกอย่างที่เราเห็นอยู่ตอนนี้คือภาพหลอน?”
เสียงผู้หญิงคนนั้นทำให้เขามีสติขึ้นมา ตอนนี้นินพอจะจัดการความกลัวที่เกาะกุมเขาอยู่ได้
เขาลุกขึ้นยืนและพยายามวิ่งแต่ขาของเขาสั่นมากจนเดินแทบไม่ได้
เขาสะดุดและล้มลงแต่ก็สามารถลุกขึ้นได้อีกครั้งและวิ่งต่อไป
“เร็ว.......รีบลงจากสะพานเดี๋ยวนี้” ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน
“ฮูมมมมมม” .....เสียงคำรามดังลั่น สะพานถึงกับแกว่งไปมา
นินได้ยินเสียงคำรามดังอยู่ข้างหลังจึงหันไปดู สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหมีตัวใหญ่หัวเป็ช้างใกล้เข้ามา
มันเหมือนฝันร้ายอะไรบางอย่าง เขารู้สึกหวาดกลัวจนขนลุกตั้งชันทั้งตัว
“ตึง......ตึง......” เสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กลิ่นสาบอย่างแรงปะทะเข้ากับจมูกของเขา
สติกลับมาชั่วขณะ เขาเริ่มสงสัยในตัวเอง “ลงจากสะพานไปแล้วจะได้อะไร? ขึ้นมาบนสะพานนี้เพราะอยากจะตายนะ”
พูดจบแล้วเขาก็ทรุดตัวลงนั่งซบหน้าลงแนบกับหัวเข่า “ผมไม่ไหวแล้วหล่ะ ผมน่ะมันอ่อนแอ”
เสียงมุ่งมั่นชัดเจนของผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นมาในหัวเขา “แต่ชั้นแข็งแกร่งมากและชั้นต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป”
เขาพูดเสียงสะอึกสะอื้น “งั้นเธอปล่อยให้ผมตายได้มั๊ย? “
เสียงกระแทกของผู้หญิงลึกลับในหัวของเค้าดังขึ้นมาทันควัน “ไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะนั่งอยู่แบบนี้แหละเธอจะทำอะไรก็เื่ของเธอ” พูดจบเขาก็นั่งกอดเข่าก้มหน้า ไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป
ก่อนที่เ้าสัตว์ร้ายนั่นจะถึงตัวเขา ก็มีหุ่นยนต์สีเงินปรากฏขึ้นมาคั่นกลางระหว่างนินและเ้าสัตว์ประหลาด
หุ่นต์รูปร่างเป็ผู้หญิงที่รูปทรงองค์เอวช่างสมบูรณ์แบบราวกับนางแบบระดับโลก “ชั้นทำอะไรก็ได้ใช่มั๊ย?” หุ่นยนต์ตัวนั้นถาม
นินยังนั่งกอดเข่าก้มหน้าอยู่แบบเดิม “...............” “อือ”
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงคำตอบของนิน เสียงร้องคร่ำครวญโหยหวนด้วยความเ็ปออกมาจากสัตว์ประหลาด
แล้วทุกอย่างก็เงียบลง..................
เขาลืมตาขึ้นมาช้าๆ ด้วยความสงสัยว่าเ้าสัตว์ร้ายหายไปไหน เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าหุ่นยนต์สีเงิน
กำลังกระชากหัวของเ้าตัวประหลาดนั่นออกมาแล้วก็โยนทิ้งลงในแม่น้ำราวกับว่ามันเป็แค่เศษกระดาษ
จากนั้นร่างของสัตว์ร้ายก็ค่อยๆ ระเหิดกลายเป็ควันสีม่วง หุ่นยนต์ตัวนั้นเอี้ยวคอกลับมามองที่นิน
“จะนั่งแบบนั้นอีกนานมั๊ย?”
.....................................................................................................................................................
つづく