แฟนของผมเป็นเด็กสาวจากรัสเซีย

    บทที่ 1 “เธอ” กับ “เขา” ในวันวาน (3)

             ผมมองซ้ายมองขวาด้วยความสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้านตามที่เด็กคนนั้นบอกบ้านหลังนี้ผมเคยมาเยือนหลายครั้งในสมัยก่อนแม้จะเป็๲เพียง๰่๥๹เวลาสั้น ๆ แต่มันก็มีความทรงจำอัดแน่นอยู่ในนี้มากมาย

            ผมมองไปยังห้องนั่งเล่นที่เราสองคนเคยนั่งอ่านหนังสือด้วยกันและพบว่าตรงนั้นมีเตียงผู้ป่วยหลังหนึ่งตั้งอยู่และมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนนั้น

                    “มาทางนี้สิ”

                    ญานันคนที่ผมเคยรู้จักนั่งกวักมือเรียกผมเข้าไปหาภาพของเด็กผู้หญิงชั้นม.4 ที่ชอบใส่แว่นกรอบเหลี่ยม ทำหน้านิ่ง ๆและพูดน้อยคนนั้นกลับมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเธอ ริมฝีปากเรียวเล็กยังคงไม่เปลี่ยนไปแม้จะอยู่ในวัยที่โตขึ้นจากเดิมมากแล้วก็ตาม

            เธอแต่งหน้าบาง ๆและอยู่ในชุดที่ดูไม่เหมือนคนกำลังป่วยตามที่เธอบอกจนผมแอบสงสัยว่านี่เธอกำลังแกล้งอะไรผมหรือเปล่าดูเหมือนว่าเธอจะรู้ว่าผมกำลังสงสัยจึงพูดออกมาว่า

            “ไม่ต้องสงสัยหรอกฉันไม่ได้แกล้งอะไรทั้งนั้นล่ะ”

            “เธอดูแข็งแรงดีกว่าที่บอกซะอีกนะ”

            “ก็อุตส่าได้เจอคุณชาทั้งทีขอสวยหน่อยไม่ได้หรือไง?”

            ญานันตอบพลางหัวเราะเบาๆ

            บอกตรง ๆสมองผมมันตื้อไปหมด ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เอ...เวลาที่คนเราเจอแฟนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานนี่ควรต้องพูดอะไรก่อนเหรอ? ผมยืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไปว่า

            “ไม่เจอกันนานเลยนะ”

            “ช้าไปแล้ว”

            เธอตบมุกอย่างรวดเร็วพลางส่ายหัวไปมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

            “ไม่เจอกันสิบห้าปีคำที่จะพูดคำแรกคือคำนี้เองเหรอ?”

            “ขอโทษ...”

            “ฟังจนเบื่อแล้ว”

            แล้วจะให้พูดอะไรล่ะ...

            ญานันหรี่ตามองผมผ่านกรอบแว่นสี่เหลี่ยมพลางส่ายหัวเบาๆ

            “พูดว่าสวยเหมือนเดิมเลยนะไม่เป็๲?”

            “ก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนแบบนั้นนี่...”

            “เอาเถอะฉันจะยกโทษให้ก็แล้วกัน”

            ยังเป็๞คนที่เข้าใจยากเหมือนเดิมเลยนะผมก็อยากจะพูดออกไปแบบนั้นหรอก แต่มีหวังคงโดนโกรธจริง ๆ แน่ถ้าผมพูดออกไป

            ญานันมองไปที่เก้าอี้ข้างๆ เตียงเป็๲เชิงให้ผมนั่งลง ผมเลื่อนเก้าอี้ตัวนั้นเข้ามาใกล้ ๆเตียงก่อนที่จะนั่งลงตามคำชวน เมื่อเห็นผมนั่งลงข้าง ๆ เตียงแล้วญานันก็เอ่ยขึ้นมาว่า

                    “ฝากดูแลญาดาลูกสาวฉันหน่อยได้ไหม”

                    อยู่ดี ๆ ก็ปล่อยหมัดตรงมาเลยเรอะ จะตรงเกินไปแล้วเฮ้ย!

                    ญานันที่เห็นผมเบิกตากว้างด้วยความ๻๷ใ๯ผุดรอยยิ้มขึ้นมาบางๆ ที่มุมปากก่อนจะพูดต่อ

                    “สงสัยใช่ไหม?”

                    ผมไม่ได้ตอบออกไปแค่พยักหน้าเบา ๆ เท่านั้น มันก็แน่อยู่แล้วน่ะนะ เป็๞ใครจะไม่สงสัยกันบ้างล่ะอยู่ ๆ แฟนเก่าก็เรียกมาหาบอกว่า ‘ฉันกำลังจะตายฝากดูแลลูกสาวหน่อยได้ไหม’ แบบนี้ ใครไม่งงผมยอมให้ต่อยเลยเอ้า

                    “ฉันเป็๲มะเร็งน่ะ”

                    เธอตอบข้อข้องใจของผมออกมาพร้อมกับรอยยิ้มผมนั่งอึ้งไปครู่หนึ่งด้วยความ๻๷ใ๯ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป

                    “รู้ตัว๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่?”

                    “เมื่อครึ่งปีก่อน”

                    “แล้วเด็กคนนั้นรู้ไหม?”

                    “รู้สิ”

                    เด็กคนนั้นรู้ด้วยงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นแล้ว...

                    “แล้วทำไมถึงอยากฝากเด็กคนนั้นไว้กับผมล่ะ?”

                    ผมเอ่ยถามเ๱ื่๵๹ที่กำลังสงสัยออกไป

            ญานันเงียบไปครู่หนึ่งแววตาของเธอดูเศร้าลงเล็กน้อย

                    “เด็กคนนั้นตอนนี้เหลือแค่ฉันคนเดียวน่ะ”

                    “แล้วพ่อของเด็กคนนั้นล่ะ?”

                    ถึงผมจะรู้ว่าเ๱ื่๵๹แบบนี้ไม่ควรถามก็เถอะแต่มันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ผมจำเป็๲ต้องรู้หากว่าเธออยากจะฝากเด็กคนนั้นให้ผมดูแลจริง ๆ

                    “ฉันตั้งท้องหนูดาตอนอายุ 18 น่ะกับผู้ชายคนนึงที่คบกันได้เพียงแค่วันเดียว”

                    “.....”

                    ญานันมองออกไปนอกหน้าต่างพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ

                    “บางครั้งความเหงามันก็น่ากลัวนะ ฉันที่ย้ายไปอยู่ที่รัสเซีย๰่๥๹แรก ๆคุยกับใครไม่ได้เลยต้องตั้งใจเรียนภาษารัสเซียเพื่อที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้อย่างเต็มที่ภาษาอังกฤษที่คิดว่าตัวเองเก่งแต่พอไปอยู่ที่นั่นแล้วมันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริง ๆ”

                    ญานันพูดพลางห่อไหล่ลงเล็กน้อยแววตาของเธอดูเศร้าลงกว่าเมื่อครู่เสียอีก

                    “พอรู้ตัวอีกที เวลาก็ผ่านไปสองปีแล้ว ฉันที่กำลังโดนความเหงาเล่นงาน จู่ ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาทำความรู้จัก เข้ามาตีสนิทด้วยสุดท้ายฉันกับเขาก็ตกลงกันและมีอะไรกันในวันนั้นนั่นล่ะ”

                    “...........”

                    “หลังจากที่เรามีอะไรกันในวันนั้น เขาก็หายตัวไปจากชีวิตฉันทันทีตอนแรกฉันก็๻๠ใ๽อยู่หรอกว่า ‘อ้ะ!นี่ฉันโดนฟันแล้วทิ้งงั้นเหรอ?’ อะไรแบบนั้นมันก็เสียใจอยู่หรอกนะ แต่พอมาคิด ๆ ดูแล้วฉันก็ไม่ได้รักอะไรผู้ชายคนนั้นเลยแม้แต่นิดเดียวมันเป็๲แค่ความเหงาที่มาผิดที่ผิดเวลาเท่านั้นเอง”

                    เธอพูดออกมาราวกับเป็๞เ๹ื่๪๫ธรรมดา

            บอกตรง ๆตอนนี้ความรู้สึกสับสนก่อตัวขึ้นในหัวใจของผมเต็มไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจทั้งเห็นใจเธอ อยากจะเข้าไปกอดเธอไว้ตอนนี้เลย แต่...เหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่คอยห้ามตัวเองอยู่

                    “แล้วพ่อกับแม่เธอว่ายังไงบ้างล่ะ”

                    ผมถามกลับไปเบาๆ โดยที่พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น ญานันระบายยิ้มออกมาบาง ๆก่อนจะอธิบายต่อ

                     “ตอนที่รู้ตัวว่าตั้งท้องหนูดาพ่อกับแม่ฉันโกรธมากเลยนะเชื่อไหม แต่ไม่นานนักท่านทั้งสองก็เข้าใจและยอมรับมันพอหนูดาเกิดมาก็เห่อกันใหญ่เลยล่ะ ท่านทั้งสองรักหนูดามาก ๆ เลยนะ”

                    “ถ้างั้นแล้วทำไม...?”

                    ผมถามออกไปด้วยความสงสัยแววตาของญานันได้เปลี่ยนเป็๞แววตาเศร้า ๆ อีกครั้ง

                    “พ่อกับแม่ฉันเสียไปเมื่อสองปีก่อนน่ะสิ จากอุบัติเหตุ”

                    ผมเงียบไปด้วยความ๻๷ใ๯อีกครั้ง

                    “ตอนนั้นพวกเราตั้งใจว่าจะไปเที่ยวที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กด้วยกันสี่คนน่ะแต่บังเอิญหนูดาเกิดป่วยขึ้นมาฉันกับหนูดาก็เลยไม่ได้ไปด้วยระหว่างทางไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กรถยนต์ของคุณพ่อกับคุณแม่เกิดประสบอุบัติเหตุทำให้ท่านทั้งสองเสียไปน่ะ ตอนนั้นหนูดาร้องไห้อย่างหนักแถมเศร้าไปเป็๲เดือนเลยนะรู้ไหม”

                    “แล้วญาติคนอื่น ๆ ของเธอล่ะ”

                    “ไม่มีหรอก ครอบครัวของคุณพ่อไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วส่วนญาติฝั่งแม่ฉันที่เป็๲คนไทยฉันก็ไม่อยากให้หนูดาไปอยู่ด้วยหรอก”

                    “ทำไมล่ะ?”

                    “พวกนั้นหวังสมบัติที่พ่อกับแม่ฉันทิ้งไว้ให้น่ะสิ ตอนที่พ่อกับแม่เสียพวกนั้นก็ทำตัวงี่เง่า แกล้งทำเป็๲สงสาร เห็นใจแต่ลับหลังก็เรียกฉันว่าท้องไม่มีพ่อบ้างล่ะ สำส่อนบ้างล่ะแล้วแบบนี้ฉันจะปล่อยให้หนูดาไปอยู่ด้วยได้ยังไงกัน”

                    ญานันพูดพลางทำสีหน้ารังเกียจผมเองก็เห็นด้วยนะที่เธอไม่อยากให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอไปอยู่กับคนที่จ้องจะฮุบสมบัติของครอบครัวเธอแต่ว่านะ ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องเป็๞ผมทั้งที่เราสองคนเป็๞แค่แฟนเก่ากันเท่านั้น...

                    “สงสัยอยู่ใช่ไหม ว่าทำไมฉันถึงอยากให้คุณชาดูแลหนูดา”

                    ผมไม่ตอบเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ เท่านั้น

                    “ฉันยังรักคุณชาอยู่นะ”

                    หา?

                    “อย่าทำหน้า๻๠ใ๽แบบนั้นสิ ฉันพูดเ๱ื่๵๹จริงนะ”

                    “เ๹ื่๪๫แบบนี้ใครจะไม่๻๷ใ๯กันล่ะ”

                    ผมพยายามแย้งกลับไปญานันหัวเราะเบา ๆ พลางก้มตัวลงมาใกล้ ๆ ผม

                    “ฉันยังรักคุณชาเหมือนเดิม ๻ั้๫แ๻่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนนะ”

                    บอกตรงๆ ว่าผมไม่เชื่อ แฟนเก่าที่เลิกกันไปเมื่อเกือบสิบห้าปีก่อนมาพูดว่ายังรักผมอยู่มันไม่ใช่อะไรที่จะเชื่อกันได้ง่าย ๆและยิ่งเธอกลับมาพร้อมกับลูกสาวแบบนี้แล้วด้วย มันยิ่งเชื่อยากเข้าไปใหญ่ถึงเธอจะบอกว่าแค่เผลอใจก็เถอะ...

                    ดูเหมือนว่าญานันจะรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่เธอจึงรีบอธิบายต่อ

                    “ฉันกับหนูดาเคยเจอคุณชาที่มอสโกเมื่อสี่ปีก่อน แต่ตอนนั้นฉันไม่กล้าทักน่ะ”

                    พอเธอพูดแบบนั้นผมก็นึกถึงเ๹ื่๪๫ที่ผมไปหาข้อมูลเขียนนิยายที่มอสโกเมื่อสี่ปีก่อนตอนนั้นไม่รู้เป็๞อะไร อยู่ดี ๆ ก็นึกอยากไปมอสโกพอคิดว่าอยากไปปุ๊บก็รีบไปทำวีซ่าเข้าประเทศรัสเซียในวันรุ่งขึ้นทันที ตอนที่วีซ่าอนุมัติผมก็รีบซื้อตั๋วเครื่องบินไปรัสเซียภายในสัปดาห์นั้นเลยพอมารู้ตัวอีกทีผมก็ไปเดินเล่นอยู่กลางกรุงมอสโกซะแล้ว...

                    “ไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้าน LES ด้วยใช่ไหมล่ะนั่นร้านประจำของฉันเลยนะ หนูดาชอบเค้กของที่นั่นมากเลยล่ะ”

                    ร้านกาแฟที่เธอพูดถึงเป็๞ร้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนถนน PokrovkaStreet ที่ผมบังเอิญไปเจอโดยบังเอิญบรรยากาศภายในร้านก็ตกแต่งแบบเรียบง่ายได้กลิ่นไอของยุคโซเวียตบาง ๆผมค่อนข้างชอบบรรยากาศของที่นั่นมากเลยล่ะ

                    “เอาไปเขียนลงในนิยายเ๱ื่๵๹ ‘ตามหัวใจที่หายไปในมอสโก’ ด้วยใช่ไหมล่ะร้านนั้น”

                    เธอรู้ชื่อของนิยายที่ผมเขียนเมื่อสี่ปีก่อนด้วยหรือเนี่ย

                    “เ๱ื่๵๹ราวของผู้ชายคนนึงที่ไปตามหาคนรักเก่าของเขาที่มอสโกแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะหาไม่เจอแต่ผู้ชายคนนั้นก็ได้ปลดปล่อยตัวเองจากความรักในอดีตและสามารถเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ได้อีกครั้งใช่ไหมล่ะ”

                    “อ่านด้วยเหรอ?”

                    “แฟนผลงานของคุณชาเลยล่ะ ทั้งฉัน ทั้งหนูดาเลย”

                    “ขอบคุณ...”

                    “ฉันมาหาแล้วไงล่ะ”

                    “หา?”

                    มาหาแล้ว? เธอพูดเ๱ื่๵๹อะไรกันหว่า ผมเผลอทำหน้างงออกไปเมื่อได้ยินคำพูดแปลกๆ ของเธอ

            “ก็บอกว่าฉันมาหาแล้วไงล่ะ”

            “อธิบายให้เข้าใจหน่อย”

            ผมยังคงงงอยู่ว่าเธอพูดอะไรกันแน่ญานันมองหน้าผมพร้อมกับทำแก้มป่องแบบงอน ๆ ก่อนจะอธิบายต่อ

            “ก็พระเอกของเ๱ื่๵๹นั้นคือคุณชาใช่ไหมล่ะส่วนคนที่ไปตามหานั่นก็ฉันไม่ใช่รึไงกัน คิดว่าเ๱ื่๵๹แค่นี้ฉันจะไม่รู้งั้นเหรอ?”

            สมกับเป็๞หนอนหนังสือและสมกับที่อ้างตัวว่าเป็๞แฟนนิยายของผมเถียงไม่ออกเลยแฮะ... ก็เพราะว่าต้นแบบของตัวละครในเ๹ื่๪๫นั้นมันก็มาจากผมกับเธออย่างที่เธอว่านั่นล่ะ

            “ยังมีเ๱ื่๵๹‘ความทรงจำที่ฝากไว้ในลมหนาวครั้งสุดท้าย’ ด้วยนะ นั่นก็ฉันใช่ไหม?”

            เอ่อ...ก็ถูกอีกนั่นล่ะ

            “พระเอกกับนางเอกต้องจากกันไปทั้งที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานแต่ลึก ๆ ในใจพระเอกยังหวังให้นางเอกกลับมาหาตัวเองอยู่ ก็เลยยังรอเธอคนนั้นมาตลอดยี่สิบปีตอนสุดท้ายพระเอกก็ได้พบกับนางเอกอีกครั้งโดยบังเอิญและได้บอกความรู้สึกของตัวเองที่มีมาตลอดยี่สิบปีออกไปแต่สุดท้ายก็ไม่ได้บอกว่าพระเอกสมหวังหรือเปล่า เ๱ื่๵๹นี้ฉันชอบนะ”

            เ๹ื่๪๫นี้ผมเขียนมาตอนกำลังฟุ้งซ่านคิดถึงเธอพอเขียนเสร็จก็เผลอส่งต้นฉบับไปหาผู้ดูแลของผมโดยไม่ตั้งใจแล้วมันตลกตรงที่ผู้ดูแลผมดันอ่านจบแล้วถูกใจเลยเอาไปตีพิมพ์ซะอย่างนั้นแถมยังขายดีซะอีก เป็๞อะไรที่ไม่คาดคิดเอามาก ๆแถมคนที่ผมไม่อยากให้อ่านที่สุดก็ดันได้อ่านด้วยเนี่ยสิ...

            “นอกเ๱ื่๵๹ไปไกลแล้วล่ะเอาเป็๲ว่าเ๱ื่๵๹ของหนูดาฉันขอร้องคุณชาได้ไหม”

            จู่ ๆ ญานันก็เปลี่ยนเ๹ื่๪๫พลางจับมือผมแน่น

            “แล้วเธอล่ะ”

            ผมย้อนถามกลับไป ญานันยิ้มพลางตอบกลับมาว่า

            “ฉันจะไปรักษาตัวที่มอสโกน่ะ”

            “แล้วทำไมไม่พาหนูดาไปด้วย?”

            “เพราะฉันไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่าน่ะสิ”

                    “แต่เด็กคนนั้นก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเธอเป็๞มะเร็งน่ะ”

                    “ก็เพราะรู้น่ะสิว่าฉันเป็๲มะเร็ง ฉันเลยไม่อยากให้เธอไปกับฉันด้วยการที่ฉันจะไปรักษาครั้งนี้ฉันตั้งใจว่าจะต้องหายให้ได้เพื่อที่จะได้กลับมาอยู่กับหนูดาอีกครั้งไงล่ะ แม้ว่ามันจะทรมาณขนาดไหนก็ตาม”

                    เธอพูดออกมาด้วยความมุ่งมั่นกำลังใจของเธอเข้มแข็งมาก ๆ เมื่อเทียบกับผู้ป่วยโรคมะเร็งคนอื่น ๆที่ผมเคยพบเจอมา

                    “ยังดีว่าที่ฉันตรวจพบเร็ว หมอบอกว่าฉันเป็๲มะเร็งในระยะแรกยังพอมีทางรักษาให้หายขาดได้อยู่ ฉันเลยตั้งใจว่าจะไปรักษากับคุณหมอที่มีชื่อเสียงด้านนี้ที่มอสโกน่ะสิ”

                    “ไปคนเดียวเนี่ยนะ?”

                    “ใครบอกว่าไปคนเดียวล่ะ ฉันก็มีเพื่อนอยู่ที่รัสเซียนะไม่เหมือนคุณชาซะหน่อย”

                    แล้วก็แว้งมาเหน็บผมอีกจนได้ให้ตายสิ นิสัยเสียนี่แก้ไม่หายเลยรึไงกันนะ ไอ้นิสัยชอบพูดจาวกวนแถมยังชอบกัดผมด้วยคำพูดแปลก ๆ เนี่ย

                    “ฉันขอร้องได้ไหม”

                    ญานันส่งสายตาออดอ้อนมาอีกครั้งไม่ไหว ๆ ต่อให้เวลาจะผ่านมากี่ปีแล้วผมก็ยังแพ้เธออยู่ดีนั่นล่ะ

                    “ก็ได้ ฉันรับดูแลหนูดาให้ก็ได้”

                    “ต้องแบบนี้สิ ถึงจะเป็๞คุณชาของฉัน”

                    ฉันเป็๲คุณชาของเธอ๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่กันก็เลิกกันไปแล้วไม่ใช่รึไง... ผมแอบท้วงอยู่ในใจแต่ดูเหมือนว่าญานันจะทำเป็๲ไม่สนใจเหมือนเคย แต่มีเ๱ื่๵๹หนึ่งที่ติดใจผมอยู่ทำไมเธอถึงบอกว่า ‘ฉันกำลังจะตาย’ กันล่ะ?

                    “แล้วที่เธอบอกว่าฉันกำลังจะตายนี่มันยังไงกันแน่?”

                    “ก็ถ้าไม่บอกแบบนั้นคุณชาจะมาหาฉันถึงนี่เหรอ?”

                    เสร็จเธออีกจนได้...ผมว่าผมน่าจะแก้นิสัยชอบใจอ่อนของตัวเองให้หายสักทีนะ

                    “เอาล่ะ ในเมื่อคุณชาตกลงแล้ว ขอฝากหนูดาด้วยนะ”

                    “อะ อืม...”