The truth
เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงมไปทั่วห้องสีขาวครีมสไตล์เ้าหญิงกับแสงแดดใกล้รุ่งที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาทำในทั่วทั้งห้องกลายเป็สีเหลืองนวลตา ทุกคนภายในห้องแห่งนี้โศกเศร้าราวกับมีการจากไปของบุคคลอันเป็ที่รัก
ถ้าฉากนี้เป็ฉากในนิยายต้องเป็ฉากที่เรียกน้ำตานักอ่านได้ไม่น้อย... แต่ เดี๋ยว ก่อน คนที่อยู่ในห้องคือ ฉันเอง และฉัน ก็ยังไม่ตาย แค่สลบเอง ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็นึกว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว เพราะทั้งพ่อ แม่ และทุกคนในบ้าน ต่างพากันร้องห่มร้องไห้ ใส่ชุดขาวกันทั้งบ้าน จนฉันคิดว่าฉันตายไปแล้วจริง ๆ โถ่...ใจหายใจคว่ำหมด
หลังจากฟื้นคุณหมอนับสิบชีวิตที่มาจากในวังและที่ท่านพ่อเชิญมา ก็มามุงดูอาการฉันราวกับว่าฉันเป็โรคร้ายแรง ตรวจละเอียดยิบเพื่อความสบายใจของทุกคน แถมยังมีของเยี่ยมที่ใครต่อใครก็ไม่รู้ส่งมาเต็มไปหมด
เหล่าคุณหมอสรุปอาการว่าฉันแค่สำลักน้ำและใจนสลบไปเท่านั้น ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง แต่ที่น่าห่วงกว่าคือฉันจำอะไรไม่ได้เลย เกิดอาการภาพตัดั้แ่ตอนอยู่ในวัง จำได้แค่ว่าเดินกินขนมทั่วงาน แล้วจู่ ๆ ภาพก็ตัด มีคนไปพบฉันนอนตัวเปียกอยู่ที่สวนคิมหันต์ในวัง ทุกคนเลยรีบพาฉันไปหาหมอวุ่นวายกันทั้งวัง จนเ้าของงานต้องตามหมอด่วนและจะให้รักษาตัวอยู่ในวัง
แต่พอส่งข่าวไปที่บ้านเท่านั้นแหละ ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ร้องไห้โวยวายกันยกใหญ่ เล่นใหญ่กันทั้งบ้าน จนพระาาต้องรีบส่งตัวฉันกลับบ้านแบบด่วน ๆ แถมคุณหมอมาอีกโขยง เรียกได้ว่าคนรู้กันทั่วเมืองจนต้องยกเลิกงานเลี้ยงคืนนั้นทันที
ฉันเฉียดความตายทั้ง ๆ ที่ยังไม่เจอนางเอกของเื่ได้ยังไง ไปตรงนั้นได้ยังไง ตกน้ำได้ยังไง และขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คือ ฉันเกือบตายเลยนะ และที่สำคัญคือองค์หญิงอลิสเบธ เ้าของงานคงต้องหมายหัวฉันแน่ ๆ ก็เล่นทำงานสำคัญที่สุดในชีวิตของเด็กผู้หญิงที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยสาวเต็มตัวพังขนาดนี้ หัวยังอยู่บนบ่าจนถึงตอนนี้ ฉันก็ต้องเชื่อวลีที่ว่า ‘ปาฏิหาริย์มีจริง’ แล้ว
หลังจากเหตุการณ์นี้ ท่านพ่อสั่งให้มีอัศวินประจำตัวมาเฝ้าฉันอย่างใกล้ชิด แถมยังเพิ่มหญิงรับใช้ ให้มาดูแลฉันเพิ่มอีก 3 คน กลายเป็ว่าฉันมีคนเฝ้าจับตายิ่งกว่ากล้องวงจรปิด 10 ตัว อวสานความเป็ส่วนตัวไปเลย
ถึงจะรู้สึกดีอยู่บ้างที่รู้สึกห่างไกลจากความตายเพราะมีคนเฝ้าอย่างใกล้ชิด แต่บางทีมันก็ใกล้ชิดเกินไปยิ่งกว่าเงาเสียอีก
ฉันอดคิดไม่ได้ว่าผู้สร้างนิยายกำลังปั่นหัวฉันอยู่รึเปล่า ฉันไม่เคยอ่านนิยายแล้วรู้สึกโง่ขนาดนี้มาก่อน ใครที่กำลังจะด่าตัวละครในนิยายขอร้องล่ะหยุดด่าก๊อนนนนนน ฉันไม่ได้โง่ แค่ลืมเท่านั้นเอง แต่ดันลืมฉากสำคัญซะด้วย ตอนนี้ชีวิตเหมือนจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ให้กำลังใจฉันเถอะนะ ฮืออออออออ.........
หลังจากที่ไอรีนกำลังดราม่าเกี่ยวกับชีวิตตัวเองให้ใครก็ไม่รู้ฟังอยู่!? ก็มีแขกคนสำคัญมาเยี่ยม
“ท่านหญิงคะ องค์หญิงเบลมาเยี่ยมค่ะ”
องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ในชุดกระโปรงสีชมพูพาสเทลฟูฟ่อง พร้อมเครื่องประดับที่เข้ากับชุดแลดูสมฐานะองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาบลายธ์ เข้ากันกับผมสีบรอนด์ ในตาสีน้ำตาลอ่อนเป็ประกาย เอ่ยทักด้วยเสียงใส
“เลดี้ไอรีน ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
ไอรีนผุดดันตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบองค์หญิง ที่ใคร ๆ ขนานนามว่า ‘องค์หญิงเชลย’ ผู้หญิงที่แสนน่าสงสาร ถูกส่งมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีของอาณาจักรหนึ่ง ๆ ที่มีต่ออาณาจักรซอท
องค์หญิงเบลเป็ผู้ที่พบเห็นไอรีน แล้วไปเรียกอัศวินคนอื่น ๆ ในวังมาช่วย นางกล่าวกับคนอื่นว่าเห็นไอรีนนานสลบอยู่โดยไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นด้วย ตอนนี้จึงยังเป็ปริศนาว่าทำไมไอรีนถึงตกน้ำได้
“ข้าไม่เป็ไรแล้วค่ะ ขอบคุณองค์หญิงเบลอีกครั้งนะคะ ที่ช่วยชีวิตของข้าไว้”
“เลดี้ไม่เป็ไรก็ดีแล้วล่ะค่ะ ข้าไม่ได้ช่วยอะไรท่านเลยด้วยซ้ำ ข้าแค่ไปตามอัศวินกับพวกทหารมาช่วยท่านเท่านั้นเอง”
“แค่นั้นก็ถือเป็บุญคุณอย่างมากแล้วค่ะ ถ้าองค์หญิงไม่เรียกคนอื่นมาช่วย ข้าคงไม่มีโอกาสได้ขอบคุณองค์หญิงเลยก็ได้ค่ะ”
“อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ ข้าเป็ห่วงท่านแทบแย่ พอรู้ว่าท่านฟื้นแล้ว ข้าก็รีบมาเยี่ยมท่านเลย”
“ขอบคุณนะคะ”
“อ่อ ข้ามีของฝากมาให้ท่านด้วยค่ะ”
พอพูดจบประโยคก็มีข้าวของมากมายถูกขนเข้ามาในห้อง พร้อมกับการที่องค์หญิงกล่าวถึงสรรพคุณต่าง ๆ อย่างละเอียดของสมุนไพรนานาชนิด
องค์หญิงเบลเป็เพียงองค์หญิงจากอาณาจักรที่กำลังจะล่มสลายแต่กลับนำข้าวของมีค่ามากมายมาให้ไอรีนทั้งที่เพิ่งรู้จัก แถมองค์หญิงยังเรียกได้ว่าเป็คนช่วยชีวิตอีก ทำเอาไอรีนซาบซึ้งจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว
“องค์หญิงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ข้าวของพวกนั้นมันมากมายเกินกว่าที่ข้าจะรับไว้ แค่ท่านช่วยชีวิตข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านเช่นไรแล้ว”
“เลดี้ไม่ต้องคิดมากอะไรเลยค่ะ ข้าแค่อยากให้ท่านหายดี แล้วก็อยากจะขอโทษที่ทำได้เพียงไปเรียกคนอื่นมาช่วยเท่านั้น”
“ข้าต่างหากล่ะคะ ที่ต้องขอบคุณองค์หญิง_”
“ไม่ค่ะ ตอนนั้นข้าเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ขี้ขลาดเกินกว่าจะเข้าไปช่วยท่าน”
“เห็น เห็นอะไรเหรอคะ”
“ข้าเห็น เห็น เอ่อคือ มีคนผลักท่านลงไป มันไม่ใช่อุบัติเหตค่ะ มีคนจงใจที่จะทำร้ายท่าน ข้าแค่กลัวเกินกว่าที่จะพูดออกไป ถึงพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อเชลยเช่นข้า..........”
“ใครกันคะ!?”
“หญิงรับใช้คนสนิทขององค์หญิงอลิสเบธค่ะ”
“คะ!?”
“ข้าเห็นจริง ๆ นะคะ หญิงรับใช้ผลักเลดี้ลงไป แล้วองค์หญิงอลิสเบธก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย”
“....”
“เลดี้จะไม่เชื่อข้าก็ได้นะคะ แต่ได้โปรดอยู่ให้ห่างองค์หญิงอลิสเบธไว้เพื่อความปลอดภัยของเลดี้เอง”
.
.
.
‘นี่นอกจากนางเอกอย่างเอวาที่กำลังจะฆ่าฉัน แล้วยังจะมีองค์หญิงอลิสเบธอีกเหรอ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรใครเลยนะ แล้วฉันจะมีชีวิตรอดจนไปให้นางเอกฆ่ามั้ยเนี่ยะ..........’
ไอรีนบ่นในใจพลางหันไปมองจดหมายเชิญไปงานเลี้ยงน้ำชา งานที่องค์หญิงอลิสเบธจัดขึ้นเพื่อขอโทษที่ดูแลไอรีนไม่ดีจนเกิดอุบัติเหตุ ‘หรือเห็นฉันไม่ตายเลยอยากจะฆ่าซ้ำกันแน่’ และที่แน่ ๆ คือไอรีนไม่สามารถปฏิเสธงานเลี้ยงนี้ได้เลย...
TALK : อย่าทำน้อนนนนนนนนน
ไรท์ขอโทษค่ะรี๊ดที่น่ารักทุกคน ไรท์คิดวิธีเขียนไม่ออกเลยหายไปฝึกวาดปกมา อย่าพึ่งทิ้งไรท์ไปเลยนะ จะไม่หายไปนานอีกแล้ว สัญญาาาาาาาาาา กลับมาอ่านกันก๊อนนนนนน
เอารูปปกกับจิบิน่ารัก ๆ มาฝาก วาดรูปไม่เป็ก็เลยหายไปสองอาทิตย์ ขอโทษค๊าบบบบบบ
ติชมกันได้น้าาาาา ทั้งเื่เนื้อหา ปก และไอต้าวจิบิคาแรคเตอร์เลยยยยยยย