“โรงศิลปะการต่อสู้หงชวน...”
ลู่เซิ่งเดินตามการนำทางของโทรศัพท์มือถือ มาหยุดอยู่หน้าโรงศิลปะการต่อสู้แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด
โรงศิลปะการต่อสู้แห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก การตกแต่งก็ไม่ได้ดีหรือแย่ ถือว่าเป็โรงศิลปะการต่อสู้ส่วนตัวธรรมดาแห่งหนึ่ง
“เ้าของคือหนีหงชวน นักสู้ระดับสี่ เชี่ยวชาญหมัดประจำตระกูล เคยได้รับรางวัลสิบอันดับแรกในการแข่งขันศิลปะการต่อสู้เมืองไป๋เหอครั้งที่ 23...”
ลู่เซิ่งอ่านออกมาดังๆ ขณะมองโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ติดอยู่หน้าโรงศิลปะการต่อสู้
คำว่านักสู้ระดับสี่ในโฆษณาเรียกความสนใจจากลู่เซิ่งเล็กน้อย
ตามมาตรฐานที่สหพันธ์ศิลปะการต่อสู้กำหนดไว้ นักสู้ที่มีค่าพลังชีวิตสูงสุดเกินสองร้อย และค่าพลังการต่อสู้เกินหนึ่งแสนจึงจะเรียกว่านักสู้ระดับสี่
“ค่าพลังชีวิตเทียบเท่ากับตัวฉันสองร้อยกว่าคน ค่าพลังการต่อสู้มากกว่าฉันร้อยเท่า...”
ลู่เซิ่งจินตนาการถึงขอบเขตนั้นในใจ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นช่างน่าเหลือเชื่อ
ยิ่งระดับศิลปะการต่อสู้สูงขึ้น ความแตกต่างระหว่างระดับหนึ่งกับระดับถัดไปก็จะยิ่งมากขึ้น
นักสู้ระดับสี่ แม้แต่ในเมืองไป๋เหอแห่งนี้ก็นับว่าเป็ยอดฝีมือ มีหน้ามีตาในสังคม
ดูเหมือนว่าโรงศิลปะการต่อสู้แห่งนี้ยังมีรากฐานอยู่บ้าง
แต่เื่นี้ไม่เกี่ยวอะไรกับลู่เซิ่ง
ราคาที่ระบุไว้ในโฆษณาประชาสัมพันธ์นั้นเกินกำลังที่เขาจะจ่ายได้
สำหรับนักเรียนศิลปะการต่อสู้ที่มาจากครอบครัวธรรมดาอย่างเขา การจัดหาผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายที่จำเป็ต่อการฝึกฝนในแต่ละวันก็เป็เื่ยากอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับการลงเรียนคอร์สพิเศษเพื่อเรียนวิชาหมัดและพัฒนาทักษะการต่อสู้จริง
นั่นเป็สิทธิพิเศษที่ลูกหลานของครอบครัวร่ำรวยเท่านั้นที่จะได้ัั
สำหรับเด็กจากครอบครัวธรรมดา การวางรากฐานให้มั่นคงและพยายามเพิ่มค่าพลังชีวิตก็เพียงพอแล้ว
“ถ้าลู่ชิงเหออยากเรียน ที่บ้านอาจจะออกเงินให้ แต่ฉัน...ช่างมันเถอะ อีกอย่าง การมีช่องทางดูดซับความทรงจำด้านศิลปะการต่อสู้ของซอมบี้ในฝัน ฉันก็ไม่้าการติวแบบนี้เท่าไร...”
ลู่เซิ่งคิดพลางก้าวเข้าไปในโรงศิลปะการต่อสู้หงชวนอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าไปในโรงศิลปะการต่อสู้จะพบกับเคาน์เตอร์ต้อนรับ พนักงานต้อนรับเป็หญิงสาวอายุราวๆ ยี่สิบปี หน้าตาสะสวย
เมื่อเห็นลู่เซิ่ง หญิงสาวก็ยิ้มอย่างมืออาชีพและทักทายเขาอย่างกระตือรือร้น “คุณลูกค้ามาสมัครคลาสเรียนศิลปะการต่อสู้ของศูนย์ของเราใช่ไหมคะ?”
ลู่เซิ่งส่ายหัว “ผมมาทดสอบค่าพลังชีวิตและพลังต่อสู้ครับ”
โดยทั่วไปแล้ว โรงศิลปะการต่อสู้จะให้บริการทดสอบที่คล้ายกัน ผลการทดสอบก็ไม่ต่างจากในโรงเรียนมากนัก และค่าใช้จ่ายก็ไม่สูง
หญิงสาวที่เคาน์เตอร์กวาดสายตามองเครื่องแบบนักเรียนที่ลู่เซิ่งสวมใส่ พยักหน้าและพูดว่า “ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
ด้วยสายตาของเธอ เธอย่อมมองออกว่าลู่เซิ่งเป็เด็กที่มาจากครอบครัวธรรมดา จึงไม่จำเป็ต้องเสียเวลาพูดคุยกับเขามากนัก
“เดินไปตามทางเดิน เข้าไปในห้องหมายเลขแปด จะมีเครื่องทดสอบอยู่ข้างใน ใช้งานเป็ไหมคะ? ้าให้ฉันหาคนมาช่วยไหม?”
ท่าทีของหญิงสาวที่เคาน์เตอร์ค่อนข้างดี ไม่ได้ดูถูกลู่เซิ่งแต่อย่างใด
ลู่เซิ่งบอกว่าเขาทำได้ จากนั้นก็รับการ์ดเช่าจากหญิงสาวที่เคาน์เตอร์ แล้วเดินตามคำแนะนำของเธอไปยังห้องทดสอบโดยเฉพาะ
เครื่องมือทดสอบค่าพลังชีวิตมีลักษณะคล้ายเครื่องพิมพ์ ที่ส่วนล่างมีช่องเล็กๆ และข้างๆ มีเข็มเจาะเก็บตัวอย่างปลอดเชื้อแบบใช้แล้วทิ้งวางอยู่
ลู่เซิ่งเปิดเข็มเจาะเก็บตัวอย่าง เจาะที่ปลายนิ้วกลางซ้าย แล้วหยดเืเล็กน้อยลงในช่องของเครื่องมือ
แสงสีฟ้าอ่อนส่องลงบนเืสีแดงสด จากนั้นเครื่องมือก็ส่งเสียง “ติ๊ง” เบาๆ หน้าจอ LCD ของเครื่องวัดเืก็ปรากฏตัวเลข
“0.963”
ค่าพลังชีวิตมีความแม่นยำถึงทศนิยมตำแหน่งที่สาม
แม้ว่าลู่เซิ่งจะคาดการณ์ไว้ในใจแล้ว แต่เมื่อเห็นตัวเลขนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
ค่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้นจริงๆ!
แถมยังเพิ่มขึ้นไม่น้อย
เพิ่มขึ้น 0.18 เกือบ 0.2
และนี่เป็เพียงผลลัพธ์ที่เขาได้จากการล่าซอมบี้สามตัวในฝัน
“ข้อพิสูจน์ก็คือ ทุกสิ่งที่ฉันได้รับในฝันนั้น สามารถนำมาสู่โลกแห่งความจริงได้..นี่ไม่ใช่แค่เกมฆ่าสัตว์ประหลาดอัปเลเวลธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่มันคือ...
การฝึกฝนที่แท้จริง!”
ลู่เซิ่งอดกลั้นความรู้สึกตื่นเต้นในใจ
ไม่มีใครเต็มใจที่จะเป็คนธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาที่เคยเป็คนธรรมดามาแล้วหนึ่งชาติ
ในที่สุดตอนนี้ก็ได้เห็นแสงสว่างที่ส่องประกายบนเส้นทางศิลปะการต่อสู้ เขาจะไม่ตื่นเต้นยินดีได้อย่างไร?!
“ทดสอบค่าพลังการต่อสู้ด้วย”
เครื่องมือทดสอบพลังการต่อสู้มีขนาดใหญ่กว่ามาก มีความสูงมากกว่าคน เครื่องมือตรงกลางเป็ช่องที่มีแผ่นรองนุ่มๆ
ในการทดสอบ เพียงต่อยไปที่ช่องนั้นอย่างแรงก็พอ
“ในความทรงจำของซอมบี้ชุดหมี มีทักษะเกี่ยวกับการออกแรงของหมัด ลองดู...”
ลู่เซิ่งไม่รู้ว่าซอมบี้ชุดหมีที่เขาฆ่าตายไปสองตัวนั้นมีพลังเท่าไรก่อนตาย แต่ว่าต้องแข็งแกร่งกว่าเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน
ทักษะและประสบการณ์ที่ทั้งสองคนสั่งสมมาจากการฝึกฝนและการต่อสู้มากมายก่อนตายนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็ขุมทรัพย์สำหรับเขาในตอนนี้
“ฮู่!”
ลู่เซิ่งสูดหายใจเข้าลึกๆ กล้ามเนื้อแขนขวาเคลื่อนไหวไปตามทางทักษะที่อยู่ในความทรงจำ แล้วชกไปที่เครื่องวัดพลังอย่างแรง
“ปัง”
ตัวเลขปรากฏบนเครื่องวัดพลัง
“113”
พลังการต่อสู้หนึ่งร้อยสิบสาม
เกินค่าพลังการต่อสู้มาตรฐานที่ค่าพลังชีวิต 0.96 ควรจะเป็
นี่น่าจะเป็ผลที่ได้จากทักษะ
จากนั้นลู่เซิ่งก็ทดสอบการชกด้วยแขนซ้าย ค่าตัวเลขน้อยกว่าแขนขวาเล็กน้อย แต่ก็ยังเกินหนึ่งร้อย
หลังจากทดสอบหลายครั้ง ในที่สุดลู่เซิ่งก็พอใจและดึงมือกลับ
“เมื่อปีที่แล้ว คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ระดับปริญญาตรีของเมืองไป๋เหอคือ ค่าพลังชีวิต 1.05 มาตรฐานค่าพลังการต่อสู้คือ 105 นั่นหมายความว่าตอนนี้ฉันเกือบจะถึงมาตรฐานระดับปริญญาตรีแล้ว แม้ว่าตอนนี้จะไม่สามารถเข้าไปในความฝันได้อีก การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกสองร้อยกว่าวันข้างหน้า ก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ระดับสองได้อย่างแน่นอน”