พิธีไหว้เทพเ้าที่ไม่คาดฝัน
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วหวงตี้ มีพระราชโองการให้จัด พิธีไหว้เทพเ้า ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในลานด้านหน้า ตำหนักเฉียนชิงซึ่งเป็ตำหนักที่ประทับของพระองค์เอง
หวังโฮ่ว(จิ้งจอกเก้าหาง) ไม่ได้สงสัยในพระราชโองการนี้เลยแม้แต่น้อยนางคิดว่าหวงตี้คงจะรู้สึกถึงความอ่อนแอของตนเองและ้าทำพิธีต่อชะตาตามความเชื่อโบราณ นั่นจะทำให้ตนเองมีเวลาสูบพลังชีวิตและชะตาัของหวงตี้ได้มากขึ้น
หวังโฮ่ว (คิดในใจ): “มนุษย์โง่เขลา! เ้าจะบูชาเทพเ้าไปก็เท่านั้น พลังปราณของข้าแข็งแกร่งเกินกว่าที่พิธีกรรมโบราณจะทำอะไรได้!อีกไม่นานบัลลังก์นี้จะเป็ของข้า!”
แต่เมื่อถึงวันทำพิธี บรรยากาศในวังหลวงกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะมีเพียงเครื่องเซ่นไหว้และธูปเทียน กำแพงตำหนักของหวังโฮ่วกลับถูกล้อมด้วยธงสีเหลืองนับร้อยผืนจนบดบังทั้งตำหนักเอาไว้!ธงเ่าั้ถูกเขียนด้วยชาดแดงที่ฉีเหิงทำขึ้นโดยสวดมหากรุณาธารณีสูตรไปด้วย ทำให้ธงเหล่านี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเมตตาที่สามารถชำระล้างจิตมารของปีศาจระดับต่ำไปจนถึงระดับกลางได้ แต่กับปีศาจระดับสูงอย่างจิ้งจอกเก้าหางแล้วนั้น มันเหมือนกับถูกเพลิงนรกแผดเผาก็ไม่ปาน
ทันทีที่ธงเหล่านี้ถูกปักลง จิ้งจอกเก้าหางที่อยู่ในร่างของหวังโฮ่วก็รู้สึกได้ถึงพลังกดดันที่รุนแรง พลังที่บริสุทธิ์ของธรรมะที่ถูกซ่อนไว้ในธงเ่าั้ได้แผ่ไพศาลออกมา ทำให้ไอมารที่ปกคลุมร่างของหวังโฮ่วถึงกับปั่นป่วน!
จิ้งจอกเก้าหางไม่รอช้ารีบใช้ร่างของหวังโฮ่วก้าวออกมาจากตำหนักด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“บังอาจ!ผู้ใดอนุญาตให้ปักธงอันอัปมงคลนี้ไว้รอบตำหนักของเรา! นายกอง!จงสั่งให้ทหารนำธงทั้งหมดนี้ออกไปเดี๋ยวนี้!”
นายกองหลี่ ผู้รับผิดชอบในการคุมกำลังพลที่ล้อมตำหนักไว้คุกเข่าลงด้วยความเคารพ แต่กลับไม่แสดงความกลัวหรือเข้ามาในเขตที่ถูกล้อมธงเอาไว้
“ทูลหวังโฮ่ว!กระหม่อมไม่สามารถทำได้พ่ะย่ะค่ะ! นี่คือราชโองการจากฝ่าาโดยตรง!ฝ่าามีพระบัญชาว่า ในระหว่างที่พระองค์ทำพิธีบูชาเทพเ้า เพื่อแสดงความบริสุทธิ์แห่งดวงจิต สนมและนางในทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่หวังโฮ่วต้องอยู่แต่ในพระตำหนัก เพื่อทำสมาธิและห้ามออกมารบกวนพิธีโดยเด็ดขาด!หากฝ่าฝืน... ถือว่าขัดราชโองการ ต้องโทษปะาทุกกรณีพ่ะย่ะค่ะ!”
จิ้งจอกเก้าหางกัดฟันแน่นด้วยความเคียดแค้น!หวงตี้โง่เขลา! เ้ากล้าใช้กฏเกณฑ์ของมนุษย์มากักขังข้าอย่างนั้นรึ!
นางพยายามใช้ปราณมารพุ่งออกไปเพื่อทำลายธงเ่าั้ แต่ทุกครั้งที่ปราณมารัักับธงสีเหลืองชาดแดง มันก็เหมือนถูกแสงบริสุทธิ์แผดเผา!
ฉีเหิงที่ยืนอยู่ใกล้ลานพิธี มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจแผนการของเซียนหญิงจื่อหลันได้ผลเกินคาด!
าแห่งมนตร์ลวงตาและพลังเมตตา
ที่ลานพิธี ฉีเหิงในชุดหมอหลวงได้ยืนเป็ประธานพิธีเคียงข้างหวงตี้ที่ดูอ่อนแอแต่ดวงตาฉายแววความมุ่งมั่น
เขาได้เป็ธุระในการเชิญนักพรตจากเขาหลงหู่สามคนซึ่งเป็ผู้มีพลังเต๋าและจิติญญาอันบริสุทธิ์ที่สุดในแคว้นซางให้มาทำพิธี
ก่อนพิธีจะเริ่ม ฉีเหิงได้บอกเล่าเื่ราวทั้งหมดเกี่ยวกับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่สิงอยู่ในร่างของหวังโฮ่วให้นักพรตทั้งสามคนได้ฟัง
เมื่อพิธีเริ่มต้น นักพรตทั้งสามก็เริ่มใช้วิชาเต๋าอันศักดิ์สิทธิ์ของตน พลังจิติญญาแห่งเต๋าอันบริสุทธิ์ของพวกเขาได้รวมเข้ากับพลังที่ถูกปลุกเสกอยู่ในธงสีเหลืองชาดแดงรอบตำหนัก
เปรี๊ยะ!
มนตร์ลวงตาของจิ้งจอกเก้าหางที่ใช้ปกปิดไอมารของมันเริ่มถูกทำลาย!นักพรตทั้งสามใช้ อาคมสลายมนตร์ลวงตาอย่างเต็มที่ และเพียงชั่วอึดใจ มนตร์ที่บิดเบือนความเป็จริงก็แตกสลายลง!
ทันใดนั้น ไอมารสีดำม่วงก็ปรากฏขึ้น!มันไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มควัน แต่เป็หมอกหนาที่ปกคลุมไปทั่วพระราชวัง!ทุกคนที่อยู่ในลานพิธีต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
“ไอมาร!ไอมารมากมายขนาดนี้!” หวงตี้ถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความใ!
เมื่อมนตร์ที่ปกปิดถูกทำลายลง จิ้งจอกเก้าหางก็รู้ตัวว่าถูกพบเข้าแล้ว!นางตัดสินใจที่จะทิ้งร่างของหวังโฮ่วและหลบหนีออกจากวังไปในทันที!นางพุ่งเข้าใส่ประตูตำหนักเพื่อที่จะหนีออกไปยังด้านนอก!
แต่นางกลับต้องชะงัก!ทันทีที่ร่างของหวังโฮ่วพยายามจะก้าวข้ามธรณีประตู แสงสีทองอร่าม ที่เปล่งออกมาจากธงชาดแดงและกำแพงตำหนักก็พุ่งเข้าใส่ดวงจิตอันดำมืดของมัน!นี่คือ แสงแห่งธรรม ที่ถูกปลุกเสกด้วย มหากรุณาธารณีสูตร!
จิ้งจอกเก้าหาง กรีดร้องด้วยความเ็ปทรมาน!จิติญญาอันดำมืด ของมันถูกแสงแห่งเมตตาแผดเผาราวกับไฟ!มันต้องถอยกรูดกลับเข้าไปในตำหนักด้วยความเคียดแค้นอย่างที่สุด!
แสงแห่งธรรมจากมหาชน
เมื่อไอมารปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนนักพรตทั้งสาม ก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก แม้พวกเขาจะเก่งกาจในการใช้พลังเต๋า แต่พลังมารที่สะสมอยู่ในวังหลวงมานานนับเดือนนั้นมีมากมายมหาศาลเกินกว่าที่พลังจิติญญาของพวกเขาเพียงสามคนจะสามารถกำจัดได้!
“ไอมารนี้มัน...มันเข้มข้นเกินไปแล้ว!” นักพรตคนหนึ่งกล่าวด้วยความหวาดหวั่น
ฉีเหิงเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี เขาจึงรีบนำสำเนาพระสูตรที่จื่อหลันเขียนด้วยลายมือออกมามอบให้กับนักพรตทั้งสาม!
“ท่านนักพรต!ท่านเซียนหญิงผู้นั้นบอกว่านี่คือ พระสูตรแห่งเมตตาที่ยิ่งใหญ่! มันคืออาวุธเดียวที่เรามีในการต่อสู้กับมารตนนี้!”
นักพรตทั้งสามรับกระดาษมาอย่างลังเล แต่เมื่อพวกเขาเริ่มท่องพระสูตรในใจ แสงสีขาวบริสุทธิ์ก็เริ่มเปล่งประกายออกมาจากจุดที่เป็หัวใจของพวกเขา!แสงธรรมนั้นได้ขจัดไอมารที่ปกคลุมรอบตัวพวกเขาออกไปในทันที!
นักพรตทั้งสามตื่นตระหนกและดีใจไปพร้อมๆ กัน! พวกเขารู้ว่านี่คือพลังแห่งสัจธรรม! พวกเขาจึงเริ่ม สวดพระสูตรนี้ออกมาด้วยเสียงที่ดังและหนักแน่นขึ้น!
“นะโม รัตนะตรายายะ นะมะอาริยะ...!”
ทันใดนั้นไอมารที่ปกคลุมอยู่ก็เกิดความปั่นป่วน อย่างรุนแรง!
เหล่าข้าราชบริพารนางกำนัล และนางสนมที่ดวงจิตเคยปนเปื้อนด้วยไอมารใน่นี้ เมื่อได้ยินเสียงสวดจากพระสูตรก็รู้สึกว่าร่างกายตนเองเบาสบายขึ้น จิตใจที่เคยขุ่นมัวจากครอบงำของจิตมารก็หายไปจนสิ้น!พวกเขารู้สึกเหมือนถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจด!
พวกเขาจึงเริ่มพยายามจำพระสูตรนี้และสวดตาม!
จากสิบคน กลายเป็ร้อยคน! และเพิ่มขึ้นเป็พันคน! ทุกคนในวังหลวงที่ได้ยินเสียงสวดและััถึงแสงแห่งธรรมก็เริ่มร่วมสวดตาม!
ไม่นาน แสงสีทองที่เปล่งออกมาจากดวงจิตของคนนับพันก็แผ่ไพศาล ชำระล้างไอมารไปทั่วทั้งพระราชวัง!
การหลบหนีอันน่าอัปยศ
ภายในตำหนักที่ถูกแสงธรรมโถมกระหน่ำ จิ้งจอกเก้าหางกรีดร้องด้วยความเ็ปทรมานแสนสาหัส! มันรู้สึกเหมือนถูกเปลวไฟนับพันดวงเผาผลาญจิติญญาปีศาจของมัน!
คลื่นั์แห่งแสงธรรมจากผู้คนนับพันที่สวดพระสูตรโถมเข้าใส่มันอย่างต่อเนื่อง จนมันไม่อาจทนอยู่ในร่างของหวังโฮ่วได้อีกต่อไป!
แคว่ก!!!
จิตมารของมันถูก บีบ ให้ออกจากร่างของหวังโฮ่วอย่างรุนแรง!เงาดำทะมึน ที่มีรูปร่างเหมือนจิ้งจอกที่มีเก้าหางได้ทะลุหลังคาตำหนักพุ่งออกไปยังท้องฟ้า!
แต่เมื่อมันพุ่งออกมา แสงแห่งธรรมก็โถมกระหน่ำใส่มันอย่างไม่ปรานี!
อ๊ากกก!!!ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางกรีดร้องด้วยความเ็ปอย่างรุนแรง!
ภายใต้แรงกดดันจากแสงธรรมมันถูกบังคับให้คายเอาพลังทั้งหมดที่มันได้ดูดกลืนไปออกมา!
พลังปราณัสีเหลืองทองและพลังชีวิตของหวงตี้ไหลย้อนกลับคืนสู่หวงตี้!
ชะตาหงส์เพลิงและพลังชีวิตของหวังโฮ่วผู้บริสุทธิ์ก็ถูกปล่อยออกมาและกลับสู่ร่างของหวังโฮ่วด้วยเช่นกัน!
เมื่อสูญเสียพลังไปอย่างมหาศาล ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางก็ไม่สามารถคงร่างใหญ่โตไว้ได้อีกต่อไปมันถูกบีบให้กลายร่างเป็เพียงลูกจิ้งจอกน้อยที่มีขนสีน้ำตาลแดงและรีบหลบหนีออกจากพระราชวังอย่างรวดเร็ว!
จิ้งจอกเก้าหาง(คิดในใจ): “ข้าต้องหนี! ถ้ายังอยู่ต่อไปผู้คนเหล่านี้จะสวดพระสูตรนี้ทุกวันเพราะศรัทธาและข้าจะถูกแสงธรรมเผาผลาญจนดับสูญ! ข้าต้องไปหาที่ที่มนุษย์อ่อนแอที่สุด!เหมืองชายแดน! ที่นั่นเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน... ข้าจะไปที่นั่นเพื่อฟื้นฟูพลังและรวบรวมปีศาจตนอื่น ๆ มาเป็พวก ข้าจะเป็จักรพรรดินีและสร้างหุบเขาหมื่นปีศาจขึ้นมาให้ได้!”
จิ้งจอกเก้าหางตัวน้อยรีบควบฝีเท้าออกจากเมืองหลวงอย่างไม่คิดชีวิตมุ่งหน้าไปยัง ชายแดน ทันที!
แสงธรรมในเหมืองชายแดน
ในขณะเดียวกันที่เหมืองชายแดน จื่อหลันได้เริ่มแผนการพลิกฟื้นปัจจัย 4 และดวงจิตของคนงานแล้ว!
เธอได้ใช้แต้มบุญในการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบ และ อุปกรณ์ทำครัวมาอย่างมากมาย เธอลงมือทำอาหารแจกจ่ายให้กับคนงานและผู้คุมเหมืองอย่างเท่าเทียมกัน!อาหารทุกมื้อของเธอถูกปลุกเสกด้วยพลังแห่งมหากรุณาธารณีสูตร
ก่อนทานอาหารทุกมื้อ จื่อหลันจะนำคนงานและผู้คุมทั้งหมดสวดมหากรุณาธารณีสูตรพร้อมกันกับเธอ! แม้จะเป็เพียงการสวดตาม แต่พลังแห่งเมตตาของพระสูตรก็ค่อย ๆ ชำระล้างจิตใจที่เคยหยาบกระด้างของพวกเขาลงไปทีละน้อย!
หลังอาหาร เธอจะเดินตรวจอาการคนไข้ ทำความสะอาดาแและฝังเข็มให้ผู้คุมเหมืองที่ยังมีความชั่วร้ายอยู่ในจิตใจ เพื่อขัดเกลาจิตใจของพวกเขาไปพร้อม ๆกับการแก้อาการปวดเมื่อย!
สิ่งที่เธอหนักใจที่สุดก็คือการรับมือกับคนชั่วที่แท้จริง ซึ่งเป็กลุ่มคนงานที่เคยใช้ความรุนแรงและฉ้อโกงคนอื่นๆ หรือแม้แต่เคยฆ่าคนมาก่อน ซึ่งคนเหล่านี้ยังคงมีพฤติกรรมลักขโมยหรือทำร้ายร่างกายคนงานในเหมืองคนอื่นอยู่
“ระบบ!ข้าไม่สามารถลงโทษพวกเขาได้เลยหรือ ข้าทำได้เพียงใช้ความเมตตาในการชำระล้างดวงจิตของพวกเขาเท่านั้นหรือ!”จื่อหลันคิดในใจ แต่ระบบก็ไม่ได้ตอบกลับ
วันแล้ววันเล่าที่เธอใช้ความเมตตาและความอดทนในการดูแลทุกคนในเหมืองอย่างเท่าเทียม!
[แจ้งเตือนระบบ:ภารกิจย่อย: ชำระล้างคนชั่วให้กลับใจ (ระยะเวลา 1 สัปดาห์)สำเร็จ!]
· ผลลัพธ์: คนชั่ว 10 คน ที่มีดวงจิตแปดเปื้อนถูก ชำระล้างจนใสกระจ่าง และเลิกพฤตกรรมไม่ดี พวกเขาเริ่มช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว!
· ผลตอบแทน:+50,000 แต้มบุญ (คุณได้เปลี่ยนฆาตกรรและโจมให้กลับใจด้วยสันติวิธี!)
[แต้มบุญรวมคงเหลือ:122,990 แต้มบุญ!]
จื่อหลันยิ้มอย่างโล่งอกหนึ่งแสนสองหมื่นแต้ม! ฉันกลายเป็มหาเศรษฐีแต้มบุญแล้ว!เหมืองแห่งนี้จะต้องกลายเป็์ของผู้คนที่เหมืองได้อย่างแน่นอน!
ภัยคุกคามใหม่ ผีเ้าสาว
ในขณะที่จื่อหลันกำลังนำแสงแห่งธรรมมาสู่เหมืองชายแดน ภัยคุกคามใหม่ก็ได้ปรากฏขึ้นในหมู่บ้านใกล้เคียง
ในหมู่บ้านที่ห่างจากเหมืองไปไม่มาก ขบวนเ้าบ่าวที่กำลังเดินทางไปรับเ้าสาวได้ผ่านเข้าไปในป่าไผ่ที่มีชื่อเสียงเื่ความลี้ลับ
ทันใดนั้น หมอกหนาก็เข้าปกคลุมป่าไผ่ในทันที ขบวนเ้าบ่าวเริ่มรู้สึกถึงความเยือกเย็นที่ผิดปกติ
พวกเขาต้องพบกับ หญิงปริศนาผู้หนึ่งที่สวมชุดเ้าสาวสีแดงยืนอยู่กลางทาง!ใบหน้าของนางซีดขาวและดวงตาว่างเปล่า!
ผีเ้าสาว!
ทุกคนในขบวนรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเพราะพวกเขารู้ดีว่านี่คือ ผีเ้าสาวที่กำลังออกตามหาเ้าบ่าวมาอยู่ร่วมกับตนเอง!
เ้าบ่าวรีบควบม้าหนีอย่างสุดกำลัง แต่ก็ช้าเกินไป! มือที่ขาวซีดของผีเ้าสาวได้ยืดออกไปอย่างรวดเร็วราวกับกิ่งไม้และคว้าเข้าที่ไหล่ของเ้าบ่าว!
อ๊าก!!!
ผีเ้าสาวกระชากตัวเ้าบ่าวให้หลุดออกจากหลังม้าและลากเข้ามาหาตนเอง!
ทันใดนั้นผีเ้าสาว และเ้าบ่าวก็หายตัวไปในหมอกหนาอย่างสมบูรณ์!ทิ้งไว้เพียงข้าวของที่ถูกโยนกระจัดกระจายและม้าที่ตื่นตระหนกวิ่งหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามเท่านั้น!