บทที่10 ป่าไผ่ดำ
เมื่อการต่อสู้จบลงขวานและกระบี่ประทับอยู่บนบ่าของอีกฝ่าย ผลออกมาเสมอกัน
การต่อสู้ครั้งนี้เนี่ยฟงใช้พลังิญญาแค่ระดับหนึ่งเท่านั้นเพื่อไม่เป็จุดเด่นเกินไปอีกอย่างหากเกิดอี๋เฟยเป็อะไรไปตระกูลเนี่ยคงแย่
สายตาคนนับพันต่างตกตะลึง นี่คือการต่อสู้ของเด็กอายุสิบปีจริงๆหรือมันช่างทรงพลังอะไรเช่นนี้ไม่อยากคิดเลยว่าต่อไปเขาจะก้าวหน้าเพียงใด
"ดี!!!!! ดีมาช่างยอดเยี่ยม”เสียงโหร้องด้วยความตื่นเต็น. “อ่าๆๆ เป็การต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาก" จูเก๋อกล่าว "วันนี้ข้าได้ลูกศิษย์ที่น่าทึ่งอะไรอย่างนี้ อี๋เฟยข้าจะทำให้เ้าเป็ยอดคนในอนาคต"
"ลูกข้า !!!! เ้าเก่งถึงขั้นนี้แล้วหรือ. ฮ่าๆๆๆๆ พรุ่งนี้ตระกูลหารขอเชิญทุกท่านข้าจะเลี้ยงฉลองให้ลูกชายข้า ไปลูกไปพักกัน"
อี๋เฟยและเนี่ยฟงลดอาวุธลงก่อนจะทำให้มันหายไปในอากาศ
"เนี่ยฟงเ้าเก่งขึ้นรึเปล่า”เย้หวิ๋นและหลี่ิคงพูด "พวกเ้ากล่าวเกินไปแล้วข้าแค่ได้ประสบการณ์ในการอยู่ในป่าคนเดียวมันสอนหลายอย่าง "
"ลูกแม่เราเองก็ไปพักเถอะพรุ่งนี้เ้าต้องไปสำนักแล้วนี่" หยูทรวงพูดทั้งน้ำตาไม่คิดว่าลูกต้องจากบ้านไวขนาดนี้
"ลูกพ่อเ้าเก่งขนาดนี้ได้อย่างไรพ่อไม่คิดเลยเห็นเ้าฝึกแค่กระบวนท่ากับอ่านหนังสือ ไม่คิดเลยว่าเ้าจะศึกษาวิธีใช้พลังิญญาด้วย "
"ท่านพ่อข้าค้นพบโดนบังเอิญในตอนที่ข้าหลงไปในป่าระดับสาม". "อะไรนะป่าระดับสาม เ้ารอดมาได้อย่างไร"
เนี่ยฟงเล่าถึงวินาทีเอาตัวรอดให้ทุกคนฟัง.
"เ้าเจออสูรระดับสาม5ตัวไล่ล่า" เหม่ยตู้ซาไม่อยากเชื่อ "หนุ่มน้อยเ้าไม่ธรรมดาจริงๆ ขนาดระดับิญญาเทวะสู้ตัวต่อตัวยังยากเลยเ้าหนุ่มน้อยนี่เห็นทีข้าต้องใส่ใจเขาเป็พิเศษต่อไปเขาจะเป็ยอดคนที่เหนือกว่า อัจฉริยะทุกคน"
“เขายังใช้ธาตุได้ทันทีที่ตัดผ่านขั้นก่อกำเนิดยังมีทักษะธาตุมืดอีก บางทีข้าอาจจะได้ผู้สืบทอดแล้ว ฮ่าๆๆๆ”
“หนุ่มน้อยเ้าไปอาบน้ำก่อนดีกว่าดูตัวเ้าสิยิ่งกว่าอสูรเสียอีก “
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปพัก
ในค่ำคืนที่แสงจันทร์สว่างสวยงาม เหม่ยตู้ซายืนมองดูจันทร์ด้วยความเหม่อลอย ในยามแสงจันทร์ต้องใบหน้าทำใหนางยิ่งดูสวยยิ่งนัก
"ท่านคงคิดถึงใครกระมังพี่สาว" ... "นางหันมาช้าๆหนุ่มน้อยเ้าไม่นอนรึ" "พี่สาวข้านอนไม่หลับพรุ่งนี้ข้าต้องจากบ้านไปหลายปีทำให้ข้าคิดหลายเื่ "... "เ้ากังวลรึที่จะออกไปโลกภายนอก" "พี่สาวจ้าฝันว่าจะได้ท่องโลกกว้างอยู่ทุกวัน เหตุใดข้าต้องกังวลเื่นั้นเช่นนั้น” “เ้ากังวลเหตุได้กัน" "ข้าแค่ห่วงท่านแม่เท่านั้น"
“เป็เช่นนั้นเ้าก็สบายใจได้ครอบครัวเ้าเป็ถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ ข้าเชื่อว่านางคงมีความสุขระหว่างรอเ้ากลับ”
ขณะที่เย่หวิ๋นและหลี่ิคงเดินมา เห็นเนี่ยฟงยืนอยู่กับเหม่ยตู้ซาจึงเดินเข้ามา "เนี่ยฟง" ิคงเรียก
เนี่ยฟงหันมาพร้อมกับยิ้ม รอยยิ้มของเขทำให้หญิงทั่วหล้าใจสั่นไหว. "เ้าจะไปป่าไผ่ดำพรุ่งนี้เลยใช่หรือไม่" "ถูกแล้วข้าจะไปพรุ่งนี้” “พวกเ้าเข้าสำนักไหนกัน"
“ข้าใช้หอกคงเข้าผา์ ส่วนเย่หวิ๋นยังไม่รู้ว่าจะเข้าสำนักไหนเพราะนางใช้ธนู”
“เ้าใช้ธนูรึ” เหม่ยตู้ซาใ. “หายากนักที่มีคนใช้ธนูเป็อาวุธิญญา”นางคิด.
“สำนักป่าไปดำมีอาจารย์ธนูที่เก่งมากอยู่ ถ้าเ้าสนใจข้าจะลองคุยกับเขาให้”
เย่หวิ๋นยิ้มด้วยความดีใจ “ถ้าเ้าเข้าสำนักป่าไผ่ดำเราคงได้พบกัน” เนี่ยฟงพูดแล้วมองนาง
“งั้นข้าไปก่อนหนุ่มน้อยพวกเ้าคุยกันเถอะ” จากนั้นนางก็ะโเบาๆแล้วหายไป
“จากกันครั้งนี้ไม่รู้เราจะได้พบกันอีกไหม"เนี่ยฟงถาม... "เราต้องได้พบกันอีกแน่นอน สำนักทั้งสามจะจัดงานแข่งขันขึ้นทุกสามปี ถ้าเ้าลงแข่งอาจจะได้พบกันหลี่ิคงพูด". "ข้าไม่ค่อยได้สนใจการแข่งเท่าไรข้าแต่อยากฝึกวิชาเท่านั้น"
ภายในใจของเนี่ยฟง้าที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อชดเชยสิบปีที่อยู่อย่างขมขื่นโดนดูถูกว่าไร้ความสามารถและเขายังคงคาใจเื่ของาาเต่าเื่นิมิต
“เอาล่ะพวกเราไปพักผ่อนกันดีกว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับ และหวังว่าพวกเราจะปลอดภัย"
เช้าวันรุ่งขึ้นเนี่ยฟง เตรียมตัวเดินทางไปสำนักป่าไผ่ดำ เขาอำลาพ่อและแม่
สำนักป่าไผ่ดำแม้จะเป็สำนักใหญ่แต่อยู่หางไหลจากเมืองหลวงมากสำนักต้องอยู่บนูเามีป่าไผ่สีดำล้อมรอบ และมีป่าอสูรล้อมรอบอีกทีสำนักป่าไผ่ดำเป็ที่ ที่เต็มไปด้วยอันตราย รอบสำนักมีอสูรระดับหนึ่งถึงหก
กฎของสำนักไม่ให้ลูกศิษย์ลงจากเขาจนกว่าจะจบการศึกษาเป็เวลา7ปี หากใครจะลงเขาจะต้องได้รับอนุญาตจากอาจารย์ใหญ่ ทางที่จะเข้าออกจากสำนักมาสองวิธีคือ 1 ขี่สัตว์อสูรข้ามป่าไปยังสำนักหรือเดินขึ้นเขา ฝ่าป่าสัตว์อสูรหลายกิโล
"หนุ่มน้อยพร้อมหรือไม่” “ข้าพร้อมแล้วพี่สาว" เหม่ยตู้ซาหยิบขลุ่ยเล็กๆขึ้นมา เป่า เสียงแทบจะไม่ได้ยินจากนั้น
สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายนกตัวมันสูงสองเมตรยาวสามเมตร สีฟ้าที่หัวมีขนสีฟ้าอ่อน หางยาวพริ้ว สวยงามบินลงมาและยืนข้างๆเหม่ยตู้ซา ลมจากปีกทำเขาถอยไปสองก้าว “หนุ่มน้อยเราไปกันเถอะ”
"ท่านพ่อท่านแม่ดูแลสุขภาพด้วยอีก7ปีลูกจะกลับมาและนำความรู้มาช่วยตระกูลเนี่ย"
ฟิงหาร และ หยูทรวง น้ำตาซึม
เข้านั่งบนคอนกสีฟ้าสวยเหม่ยตู้ซานั่งข้างหลังเขาบังคับสัตว์อสูร ชื่อว่านกยูงฟ้า
เสียงนกร้องแล้วก็บินหายไปบนเมฆ.....