ตอนที่ 7 อดีต (Part1)
ตอนที่ 7
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณเกือบ 7 ปีที่แล้ว
ณ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนักศึกษาทุกคนนะคะทั้งที่เข้ามาในห้องบรรยายแล้ว กำลังเดินเข้ามา รวมถึงนักศึกษาที่กำลังลงทะเบียนอยู่หน้าห้องด้วยค่ะ”เสียงอาจารย์ท่านนึงดังขึ้นในห้องบรรยายหลัก ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
“เฮ้ย!! ภาวัช”
“อ้าว..อาทิตย์ แกเข้ามาได้ไงเนี่ย นี่มันบรรยายพิเศษคณะชั้นนะ”ภาวัชถามอาทิตย์เพื่อนของเขา ที่จู่ๆก็มานั่งข้างๆเขา
“ฮ่าๆๆ สนิทกับรุ่นพี่ที่ดูแลการลงทะเบียนหน้าห้องอ่ะขอพี่เค้าเข้ามา” อาทิตย์ตอบภาวัช
“แล้วแกจะเข้ามาทำไม ไม่เกี่ยวอะไรกับที่แกเรียนเลยนี่”ภาวัชถามเพื่อนของเขา เพราะเขากำลังคิดอยู่ว่านักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์อย่างอาทิตย์จะมาฟังบรรยายของคณะเขาทำไม
“ก็วิชาที่ชั้นจะมาเรียนวันนี้อาจารย์เค้ายกเลิกคลาสอะดิ ี้เีกลับหอ ไม่มีใครอยู่ที่ห้องสักคน เลยแวะมานั่งเป็เพื่อนนายไง”อาทิตย์พูดพร้อมทำตาปริบๆใส่ภาวัช
“อาจารย์คิดว่าตอนนี้..นักศึกษาน่าจะมากันใกล้ครบแล้วนะคะ ที่นั่งแถวหน้ายังไม่เต็มเลยค่ะ พวกเธอก็เป็แบบนี้กันตลอดเลยนะ”อาจารย์เอ่ยตำหนินักศึกษาของเธอ
“มาๆๆ แถวหลังทั้งแถว ลุกขึ้นมาเลยค่ะแยกกันนั่งที่นั่งโซนด้านหน้าให้เต็มก่อน ลุกๆๆ”
นักศึกษาได้ยินอาจารย์ประกาศก็รีบลุกขึ้นตามคำสั่งของอาจารย์ภาวัชและอาทิตย์ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
“พร้อมกันแล้วนะคะ อย่างที่นักศึกษาทุกคนทราบวันนี้ทางมหาวิทยาลัยได้เชิญวิทยากรมาบรรยายพิเศษ ซึ่งวิทยากรบรรยายในวันนี้ ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเป็รุ่นพี่ดีเด่นของคณะเรา หัวข้อบรรยายในวันนี้ เป็การแนะนำการเลือกสาขาวิชาให้กับพวกเราตั้งใจฟังพี่เค้าพูดนะคะนักศึกษา”
“ครูขอแนะนำผู้บรรยายให้พวกเรารู้จักคร่าวๆก่อนนะคะพี่เค้าเรียนจบไป 2 ปีแล้วนะ เกียรตินิยมอันดับ 1 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรมภายใน มีผลงานการออกแบบที่ได้รับรางวัลมากมายและตอนนี้ก็ทำงานอยู่ในบริษัทอันดับต้นๆของประเทศเรา”
“ตอนนี้ครูว่า..สมควรแก่เวลาแล้ว เชิญนักศึกษาทุกคนพบกับผู้บรรยายของเราได้เลยค่ะ”
สิ้นเสียงแนะนำของอาจารย์ ก็มีหญิงสาวร่างเล็กคนนึงก้าวขึ้นมาบนเวทีของห้องบรรยายเธอใส่ชุดสูทสีฟ้าอ่อนแบบเซ็ท 2 ชิ้น กางเกงรัดรูปพอดีตัวใส่เสื้อยืดสีขาวด้านใน สวมทับด้วยเสื้อสูทขนาดพอดีตัว สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว
“สวัสดีค่ะ..น้องๆนักศึกษาทุกคน เนติญา นะคะ น้องๆเรียกพี่ว่า..พี่เนย์ก็ได้ค่ะ” เนติญากล่าวแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“มึง!!!” ภาวัชเรียกอาทิตย์ พร้อมทั้งตีแขนอาทิตย์รัวๆ แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองอยู่บนเวทีบรรยาย
“เป็อะไรของแกภาวัช เจ็บนะโว๊ย”อาทิตย์โวยวายเบาๆใส่เพื่อนของเขา
“ทำไมพี่เค้าถึงน่ารักได้ขนาดนั้นอ่ะ”ภาวัชหรี่ตามองเนติญาที่ยืนอยู่บนเวทีบรรยาย กุมมือสองข้างของตัวเองไว้ตรงกลางหน้าอก
อาทิตย์เห็นภาพเพื่อนของเขา แล้วอดขำไม่ได้รีบเอามือมาอุดปากตัวเองเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะหลุดหัวเราะเสียงดังออกมา
“อยากให้แกเห็นหน้าตัวเองตอนนี้อ่ะภาวัชฮ่าๆๆ เหมือนหมามองเ้าของตอนกลับมาบ้านเลย” อาทิตย์พูดกระซิบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ตลอดการบรรยายภาวัชมองเนติญาอย่างไม่ละสายตา เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เท่มาก หน้าตาน่ารักมาก เขาชอบทุกอย่างบนร่างกายของเธอที่เขามองเห็นอยู่ตอนนี้
“ตามที่พี่ได้พูดมานะคะพวกเรากำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 2 และเลือกสาขาวิชาเอก รายละเอียดแต่ละสาขาพี่ก็พูดให้น้องๆฟังไปแล้วสุดท้ายแล้วการตัดสินใจก็อยู่ที่ตัวน้องๆเอง การเลือกในสิ่งตัวเองชอบ เลือกในสิ่งที่ตัวเองรักพี่ว่านั่นจะทำให้เราทำมันออกมาให้ดีที่สุดได้โดยไม่ต้องฝืนตัวเองค่ะ น้องๆจะได้มีความสุขในการเรียนไงคะ”
“สุดท้ายนี้พี่ขอขอบคุณน้องนักศึกษาทุกคนที่ตั้งใจฟังบรรยายนะคะก่อนจะจบใครมีคำถามอะไร ยกมือถามได้เลยค่ะ” เนติญาพูดทิ้งท้ายก่อนจบการบรรยาย
“น้องคนโน้นก็ได้ค่ะ แถวที่2 ตรงกลาง” เนติญาผายมือแบบสุ่มๆไปที่นักศึกษาชายคนนึงเพราะเหล่านักศึกษาแย่งกันยกมือเพื่อถามคำถามเธอมากมายเหลือเกิน
“พี่เนย์มีแฟนรึยังครับ” นักศึกษาชายคนนั้นถามจบ เสียงกรี๊ดเสียงโห่ ก็ดังขึ้นทั่วทั้งห้องบรรยาย
“เดี๋ยวๆๆ นี่มันเป็คำถามที่เกี่ยวกับการบรรยายมั้ยเนี่ย”เนติญาตอบกลับ พร้อมยิ้มเขินอาย
“ตอบหน่อยครับพี่เนย์”
“ตอบหน่อยค่ะพี่เนย์”เหล่านักศึกษาทั้งชายและหญิงต่างพูดประสานเสียงกัน
“เอาล่ะๆ พวกเธอก็นะ แกล้งพี่เค้าทำไมกัน”อาจารย์เดินถือไมค์ขึ้นมายืนพูดข้างๆเนติญา
“ว่าแต่..เนติญาก็ตอบน้องๆไปสิจ๊ะ” อาจารย์หันมาแซวเนติญาเล่นเช่นกัน
“โสดค่า..อาจารย์” เนติญาตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆทำเอานักศึกษาหัวเราะเกรียวกราวกันทั้งห้องบรรยายเลยทีเดียว
เมื่อฟังบรรยายจบ เหล่านักศึกษาต่างทะยอยเดินออกจากห้องบรรยาย
“พี่เนย์ครับ”
“คะ!” เนติญาที่กำลังจะเดินออกจากห้องบรรยายต้องหยุดหันหลังกลับมามองเมื่อได้ยินเสียงคนเรียกชื่อของเธอ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”เนติญาเอ่ยถามนักศึกษาชายหน้าตาดีคนนึง ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
“สวัสดีครับ คือ..คือ..ผมชื่อ ภาวัช นะครับ” ภาวัชพยายามแนะนำตัวเอง น้ำเสียงของเขาตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น
“อ๋อค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”เนติญาตอบกลับ ยิ้มและเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เสมือนเป็การถามภาวัชว่าเข้ามาหาเธอทำไม
“อ้อ!! พอดีผมสนใจสาขาภายในเหมือนกันครับ ผมเคยเห็นผลงานประกวดที่ได้รางวัลของพี่เนย์ผมชอบมาก และผมกำลังศึกษาอยู่” ภาวัชกล่าวอ้างขึ้นมา
“คือผมหมายถึง ผมจะขอ..ขอเบอร์ติดต่อพี่เนย์ได้มั้ยครับ”
“หืม!!” เนติญาอุทานเบาๆในลำคอ
“เอ่อ..คือผม..ผมไม่ได้มีเจตนาอะไรแอบแฝงนะครับ พี่อย่าเข้าใจผิดแค่คิดว่าถ้ามีข้อสงสัยอะไร หรือไม่เข้าใจตรงไหนจะได้สอบถามพี่ครับ”
“ผมสัญญา!!เลยครับ จะไม่โทรไปรบกวนโดยไม่มีเหตุผลแน่นอนครับ!!” ภาวัชรีบพูดออกตัว พร้อมทั้งยืนตัวตรงยกมือชูสามนิ้วเป็สัญลักษณ์แทนคำสัญญา
“งั้นก็..ได้ค่ะ” เนติญาตอบกลับ พร้อมก้มหน้าหัวเราะเบาๆ เพราะเธออดขำท่าทางของภาวัชไม่ได้
“yes!!” ภาวัชทำท่าทางดีใจพร้ะโกนออกมา
“เป็อะไรของแกภาวัช ท่าทางดีอกดีใจอะไร”อาทิตย์เดินเข้ามาถามเพื่อนของเขาที่กำลังทำท่าทางประหลาดๆอยู่แถวหน้าห้องบรรยาย
“ดูๆๆ ฮ่าๆๆๆ” ภาวัชรีบยื่นโทรศัพท์ของเขาให้อาทิตย์ดูรายชื่อผู้ติดต่อคนนึง
“พี่..เนย์.. แถมยังมีอีโมจิหัวใจอีก อะไรของแก เบอร์ใคร”อาทิตย์อ่านออกเสียงรายชื่อที่ภาวัชให้เขาดูช้าๆ
“เอ้า!! ก็พี่ที่มาบรรยายเมื่อกี้ไงล่ะ” ภาวัชรีบตอบเพื่อนของเขา
“อ๋อ..ว่าแต่..แกขอเบอร์พี่เค้ามาทำไม อย่าบอกนะว่าจะจีบ”อาทิตย์ทำตาโตใส่ภาวัชหลังจากถามจบ
“พี่เค้าอายุเท่าไหร่เข้าไปแล้วตอนนี้แกกำลังจะ 20 เต็ม พี่เค้าเรียนจบมา 2 ปี อืม…” อาทิตย์พูดพึมพำ พร้อมทำท่าคิดคำนวณ
“โห..ห่างกับแกเกือบ 5 ปีเต็มเลยนะ พี่เค้าคงจะมาสนใจละอ่อนอย่างแกแหละไอ้ภาวัช”
“อันนี้..ก็ไม่รู้สินะ!” ภาวัชตอบเพื่อนของเขาด้วยท่าทางและน้ำเสียงยียวนก่อนรีบวิ่งหนีไป
่บ่ายแก่ๆวันนึง
ณ ร้านก๋วยเตี๋ยว หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
“พี่เนย์เหรอครับเนี่ย”เสียงทักทายหนึ่งดังขึ้นขณะที่เนติญากำลังยืนดูเมนูก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้าน
“อ้าว! สวัสดีค่ะ น้อง..ชื่ออะไรนะ..” เนติญาทำท่าครุ่นคิด
“อ๋อ..ภาวัชใช่มั้ย มาทานก๋วยเตี๋ยวเหรอคะ” เนติญาเอ่ยถาม
“ใช่ครับ พี่เนย์มาคนเดียวเหรอครับงั้นนั่งด้วยกันมั้ย ผมมาคนเดียวเหมือนกัน” ภาวัชรีบเอ่ยปากชวนเนติญาทันที
“ได้สิคะ” เนติญาตอบพร้อมส่งยิ้มให้เขา
เมื่อสั่งก๋วยเตี๋ยวเสร็จทั้งสองพากันเดินไปนั่งที่โต๊ะลูกค้าในร้านก๋วยเตี๋ยวมีไม่เยอะมาก รอแค่ไม่นานนักก๋วยเตี๋ยวก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ
เมื่อชามก๋วยเตี๋ยววางตรงหน้า เนติญาค่อยๆใช้ตะเกียบคีบผักชีออกทีละใบออกมาวางบนกระดาษทิชชูที่เธอปูไว้ข้างๆชามก๋วยเตี๋ยวจนหมด
“พี่เนย์ไม่ทานผักชีเหรอครับทำไมไม่บอกพ่อค้าว่าไม่ใส่” ภาวัชเอ่ยถามเนติญา
“เมื่อกี้พี่ลืมบอกค่ะ จริงๆก็ทานได้นะแต่ไม่ทานดีกว่า” เนติญาตอบภาวัชด้วยรอยยิ้ม
“รับน้ำอะไรคะ” พนักงานในร้านเดินมาถามทั้งสองคนที่โต๊ะ
“น้ำเปล่าค่ะ ภาวัชล่ะเอาอะไร”เนติญาตอบพนักงานพร้อมทั้งหันมาถามภาวัช
“น้ำเปล่าเหมือนกันครับ”
“อ้อ! น้องคะ น้ำเปล่าไม่เย็นที่นึงนะคะ” เนติญาะโบอกพนักงานที่เพิ่งหันหลังเดินออกไป
“พี่เนย์จะไปไหนต่อเหรอครับ”ภาวัชเอ่ยปากถามเนติญาในขณะที่กำลังจะลากันหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว
“ไม่ไปไหนแล้วจ๊ะ จะกลับคอนโดเลยวันนี้พี่ออกมาคุยงานกับลูกค้า ไม่เข้าบริษัทแล้ว” เนติญาตอบกลับภาวัช
“สักครู่นะครับพี่เนย์”ภาวัชบอกเนติญา ก่อนจะรับสายโทรศัพท์มือถือของเขาที่ดังขึ้น
“ว่าไงอาทิตย์ถึงไหนแล้ว”ภาวัชพูดกับอาทิตย์ซึ่งอยู่ในสาย
“โทษทีเพื่อน ไปไม่ได้แล้วอาจารย์ให้ช่วยงาน เสร็จไม่ทันเวลาแน่ๆ ไหนจะรถติดอีกกว่าจะถึง”
“อ้าว!! แล้วตั๋วหนังซื้อไว้แล้ว ทำไงล่ะทีนี้ ชั้นรอแกอยู่แถวหน้าห้างแล้วเนี่ย ความจริงก็งานแกแท้ๆชั้นอุตส่าห์มาเป็เพื่อน” ภาวัชต่อว่าเพื่อนของเขา
“เออๆ ชั้นขอโทษจริงๆ”
“อืมๆ งั้นก็ไม่เป็ไร”ภาวัชพูดจบอาทิตย์ก็วางสายไป
“มีอะไรรึเปล่าคะ ทำหน้าเครียดเชียว”เนติญาถามภาวัชที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
“เพื่อนผมสิครับ เบี้ยวนัดผมเฉยพอดีมันเรียนนิเทศ เอกภาพยนต์ อาจารย์ให้ทำวิจารณ์หนังอะไรสักอย่างนี่แหละครับ ชวนผมมาดูหนังเป็เพื่อนแล้วก็ทิ้งผมเฉย ตั๋วหนังก็ซื้อไว้แล้ว 2 ใบ” ภาวัชพูดพลางทำท่าทางเหนื่อยหน่าย
ทันใดนั้นเอง ภาวัชก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ นี่มันถือเป็โอกาสที่ดีของเขานี่นา
“พี่เนย์ครับ ถ้าไม่รีบกลับไปดูหนังกับผมมั้ยครับ”