【Perfect Life】

    46 – เพื่อนใหม่

    46 – เพื่อนใหม่

            เดินทางข้ามผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ผ่านเมืองแห่งเหมืองแร่หินอันดับหนึ่งของอาณาจักรเมืองที่เต็มไปด้วยสินแร่มากมายขึ้นชื่อเรื่องเครื่องประดับสวยงาม

            แวะนำวัตถุดิบได้ระหว่างไปขายตามร้าน นำเงินที่ได้ไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารและทำบัตรผ่านข้ามอาณาจักร

            และเห็นว่าไหนๆก็อุตส่าห์มาเมืองนี้ทั้งทีจึงแวะซื้อพวกของน่าสนใจอย่างพวกเครื่องประดับสวยงามอุปกรณ์ใช้สอยในการเดินทางแสนสวยและแสนสะดวกในหลายๆอย่าง

            ที่เป็นที่ต้องตาต้องใจจนพริสทีนซื้อมาก็คงไม่พ้นพวกอุปกรณ์ทำอาหารจากเงินและเครื่องประดับจำพวกสร้อย

            ถึงจะมีสัญลักษณ์แสดงว่าเป็นนักผจญภัยแล้วก็ต้องทำการตรวจสอบยืนยันว่าไม่ใช่พวกหลบหนีหรือนักโทษหนีคดีที่กำลังมีค่าหัว

            “เดี๋ยวนี้โจรเยอะจัง”มองตามทางเดินที่มีประกาศจับแปะไว้

            ทั้งบนกระด่านข่าวประจำเมืองหรือกำแพงต่างๆ

            “ถ้าสมัยก่อนพวกจำเป็นต้องทำเยอะแต่สมัยนี้พวกที่เป็นเพราะปล้นฆ่าสนุกกว่าทำงานทั่วไปเยอะยิ่งกว่าซะอีกพวกเดนสังคมเอ๊ย...”

            “จะว่าไปในยุคเก่าก็เหมือนกันนะขนาดสถานที่ที่ปลอดภัยโจรก็ยังเข้ามาขโมยของไม่สนใจอะไรเลย ปล้นข่มขืนเองก็เยอะขึ้นจนไม่ว่าจะไปที่ไหนก็อันตรายทั้งนั้น”

            “ไม่ว่าจะสมัยไหนก็มีพวกพรรค์นี้อยู่สินะ...”

            “คงงั้นแหล่ะ”

            กาลเวลาเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน แต่ความมืดในใจไม่มีอะไรเปลี่ยนหากเลือกทางผิดจะไม่มีทางถอยหนีได้ ถึงถอยห่างจากมันใช่ว่าจะรอดพ้นความรู้สึกผิด

            ถึงอย่างนั้นก็ควรให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้งหนึ่ง

            หากแก้ตัวแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนก็จำเป็นต้องตัดสินโทษ

            “แล้วเจ้าบัตรผ่านนั่นใช้เวลาทำเท่าไหร่?”

            “เห็นว่าหนึ่งวันน่ะ ไหนๆก็ไหนๆ ไปทำภารกิจระหว่างรอมั้ย?”

            “ยังไงข้าก็ไม่ปฏิเสธเจ้าอยู่แล้วนี่” ยกยิ้มกว้าง

            ทั้งสองตรงไปยังกิลด์ประจำเมืองภารกิจส่วนใหญ่คือการไล่ล่าค่าหัวพวกโจรตัวร้ายกับทำงานกำจัดมอนสเตอร์ในเหมืองแร่หรือไม่รู้จะเลือกอะไรก็สามารถไปช่วยขุดแร่อีกแรง

            งานได้เงินเยอะก็คือล่าค่าหัวพวกโจรโจรที่มีค่าหัวมากสุดมีมูลค่าถึง 1,000 โกลด์

            จนเดฟไกส์เหลือบไปเห็นใบประกาศใบหนึ่ง

            “เจ้าหมอนี่เห็นตอนไปสำรวจเมืองเมื่อกี้”

            “นี่ไปสำรวจมาตอนไหนเนี่ย...?”

            “ก็ตอนเจ้าเอาของไปขายนั่นแหล่ะ จะให้ข้ายืนรอเฉยๆก็เบื่อแย่เอาเจ้านี่ไปด้วย นี่ด้วย นี่อีก”

            “หวา— ใจเย็นๆสิ!”

            หยิบใบประกาศใส่มือพริสทีนไม่หยุดไม่สนใจเสียงฮือฮาของพวกนักผจญภัยคนอื่นเลยแม้แต่น้อย

            พริสทีนก็ต้องยกกองใบนำจับไปยื่นให้พนักงานต้อนรับเพราะเป็นนักผจญภัยระดับสูงจึงสามารถรับงานได้ถึงสิบอย่าง หากเป็นนักผจญภัยธรรมดาทั่วไปที่ต้องรับแค่ภารกิจเดียวหากหยิบขนาดนี้คงโดนต่อว่าไปเรียบร้อยแล้ว

            และทุกการกระทำนั่นทำตกอยู่ในสายตาใครบางคน

            เจ้าของสายตานั่นแอบลอบยิ้มเล็กๆ..

            “น่าสนใจจัง...”

    •

            ตุบ!!! โครม!! ผัวะ!!

            “คนสุดท้าย เช็ค”

            ยืนขีดค่าใส่ประกาศจับพวกกองโจรวายร้ายที่นอนกองพะเนิงบนพื้นหลังจากออกตามล่าตลอดทั้งวันด้วยฝีมือเดฟไกส์เขาจัดการเพียงคนเดียวเหมือนระบายความอัดอั้นที่ไม่ได้สู้พริสทีนไม่ต้องออกแรงอะไรมากในภารกิจนี้นอกจากช่วยตรวจสอบหน้าตากับช่วยรักษาโจรให้

            สภาพตอนโดนท่านไลแคนสีครามอัดยับมันดูไม่ได้

            เรียกได้ว่าน่าสมเพชเวทนามาก

            “โดยรวมพวกนี้ก็น่าจะได้มา 1,000 กว่าโกลด์เลยล่ะ”

            “แค่นั้น? ข้านึกว่าจะได้มากกว่านี้ซะอีก”บ่นเล็กๆ

            “แค่นี้ก็เยอะแล้วนะ” หัวเราะขณะมัดพวกโจร“รีบพาไปส่งกองทหารกันเถอะ”

            “โอ้” เดฟตอบขณะแบกโจรทั้งสิบคนขึ้นด้วยท่าทีปกติ

            ทว่ากลับต้องชะงักหันไปมองข้างบนอาคารแถวนั้น

            “มีอะไรเหรอเดฟ?”

            “อา... นิดหน่อยน่ะ เจ้ารู้สึกรึเปล่า?”

            “รู้สิ แต่อย่าพูดถึงเลยนะ ขอล่ะ!”

            พริสทีนตัดบท รีบเดินนำออกไปไม่สนใจอะไร เดฟไกส์ยังคงปรายตามองบนอาคารเล็กน้อยก่อนเดินตามพริสทีนออกจากตรอกซอยมืดนั่นเงาดำบนอาคารแถวนั้นขยับเล็กน้อยก่อนโผล่ออกมากระโดดข้ามอาคารไปโผล่บริเวณกองทหารยาม

            โจรตัวร้ายทั้งสิบที่โดนหมายหัวมานานหลายปีโดนลากเข้าคุกรอตัดสินโทษ

            “รางวัลนำจับตามที่ตกลงกันไว้จะส่งไปที่กิลด์ในวันรุ่งขึ้นขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการตามล่าครับ!!”

            ผู้บัญชาการกองทหารยามกล่าวขอบคุณและทำความเคารพทั้งคู่ด้วยความตื้นตันจากที่พวกทหารยามตนอื่นเล่าโจรพวกนี้เคยก่อปัญหาจนเขาเดือดร้อนมาหลายต่อหลายครั้ง

            หนักสุดคือโดนขโมยเงินเก็บทั้งหมดที่จะไปขอสาวแต่งงาน

            ช่างน่าสงสารซะจริง....

            “พริสทีน”

            “ไม่ต้องพูดเลย”

            รีบตัดบทอีกครั้งก่อนเดฟไกส์จะพูดอะไรสิ่งที่เขาพูดเธอสามารถรับรู้ได้โดยไม่ต้องบอก แถมย้ำเตือนไนกีอีกแรง

            ว่าอย่าพูดสิ่งนั้นออกมา...

            เงาดำบนอาคารยกยิ้มก่อนหายไปจากตรงนั้น...

             

            รุ่งเช้าวันใหม่มาถึง พริสทีนไปรับรางวัลนำจับพวกโจรที่กิลด์และบัตรผ่านข้ามอาณาจักรเสร็จ ไม่รีรอรีบออกเดินทางโดยไวเพื่อจะได้ไปจาก ‘สิ่งนั้น’ที่แอบตามพวกเธอมาตลอด

            พอหลบสายตาจากคนอื่นได้ก็ให้เดฟไกส์เปลี่ยนเป็นหมาป่าและใช้เวทย์[ล่องหน] อำพรางตัววิ่งออกจากเมืองให้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้

            เร่งฝีเท้าก้าวข้ามผ่านพื้นทรายของเมืองแห่งเหมืองแร่

            วิ่งผ่านหน้าหอคอยตรวจตราของทหารยามเข้าป่า

            กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางทุกสิ่งที่ขวางหน้า

            ให้เร็วยิ่งกว่านี้ ว่องไวยิ่งกว่านี้

            เร็วจนให้คนที่แอบตามพวกเขามาตลอดตามไม่ทัน!!

            .

            .

            .

            .

            .

            ยามราตรีมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความเร็วของไลแคนสีครามในร่างแปลงหมาป่าสามารถหลุดออกมาจากป่าที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาเดินทาง1-2 วันไม่รวมการเผชิญหน้ามอนสเตอร์ตัวอันตราย

            มาไกลขนาดนี้ควรรู้สึกปลอดภัย...

            ทั้งคู่ก็ยังรับรู้ได้ว่าถูกตามมาทัน...

            เดฟไกส์กลับเป็นร่างมนุษย์ “เฮ้ย!!!เลิกซ่อนตัวแล้วโผล่ออกมาซะทีสิฟะ!!!!”

            “ด เดฟ!”

            “ถ้ายังไม่ยอมโผล่มา ข้าก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปหาเองและไม่รับประกันเรื่องความปลอดภัยแน่!!”ตะโกนเสียงดังขณะยังจดจ้องปากทางเข้าป่าที่มืดจนมองไม่เห็นใคร

            ‘แหม... ใจร้อนเสียจริง...’

            เฮือก!!!พริสทีนสะดุ้งโหยงรีบหลบหลังชายหนุ่มอย่างไว วู้ม.. แสงสว่างวาบเบื้องหลังต้นไม้ก่อนจะมีร่างหนึ่งปรากฏออกมา..

            หญิงสาวผมทรงฮิเมะคัทสีดำยาวปอยผมยาวด้านขวามีกระพรวนผู้เอาไว้ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโต ในชุดอนนะบากามะเสื้อกิโมโนแขนยาวสีขาวลายซากุระและฮากามะที่ไม่เย็บเป้าตรงกลางทรงคล้ายกระโปรงยาวสีเทาดำรองเท้าบูทสีน้ำตาล

            ในมือถือตะเกียงเหล็กลวดลายสวยงามที่ภายในคือคริสตัลเรืองแสงของขายในเมืองแห่งเหมืองแร่ที่ผ่านมา น่าสนใจสุดคือดาบขนาดใหญ่คล้ายคาตานะแต่มีความยาวน่าจะประมาณ200 เซนติเมตร

            ไม่ว่าจะดูยังไง... ก็เป็นสาวชาวญี่ปุ่น

            “ไม่ให้ใจร้อนได้ยังไงเจ้าตามพวกข้ามาตั้งแต่ตอนเข้ากิลด์เมื่อวันก่อนตามตลอดเวลาจนยัยนี่จะบ้าอยู่แล้วเนี่ย!!!”

            ชี้พริสทีนที่หลบอยู่ข้างหลังตน

            ถ้าเป็นปกติ มีคนตามก็จะไปจัดการไต่ถามความจริงแต่มันไม่น่าจะใช้ได้กับหญิงสาวตรงหน้าเพราะมันมีอะไรมากกว่านั้นจนถึงขั้นทำให้พริสทีนไม่อยากพูดถึง!

            “ต้องขออภัยด้วยค่ะดิฉันไม่ได้มีความคิดจะทำให้คุณกลัวหรอกนะคะ แค่มีธุระกับพวกคุณเท่านั้นเอง...”

            “ล แล้วสรุปว่ามีธุระอะไรคะ...”

            หญิงสาวยิ้มให้ “พระเจ้าท่านได้มอบภารกิจให้ดิฉันค่ะและสั่งให้ดิฉันมาร่วมเดินทางไปกับพวกคุณค่ะ...”

            “พระเจ้าท่านบอกงั้นเหรอ...”

            “ค่ะ ท่านบอกรวมถึงเรื่องของคุณด้วยนะคะคุณไลแคนสีคราม”พูดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง “ส่วนเหตุผลก็เพราะ... ฉันเองก็เป็นผู้มีความทรงจำจากยุคอดีตเช่นเดียวกับคุณไงคะความทรงจำ...ในโลกที่มีแต่เทคโนโลยีนั่น”

            “!!!”ประโยคนั่นสร้างความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ถึงกระนั้นเธอก็ยังคงยิ้มให้

            “ถ้ายังไงตั้งแคมป์กันก่อนดีกว่านะคะจะได้คุยกันง่ายกว่านี้”

            ตั้งแคมป์พักผ่อน จุดไฟทำอาหารตลอดเวลาพริสทีนแทบไม่จ้องหน้าหรือมองเจ้าหล่อนเลยแม้แต่น้อยแถมหลบไปอยู่หลังเดฟไกส์แทบตลอด อายาโกะเองก็ได้แต่แอบขำ

            “เอาล่ะ เริ่มคุยกันได้แล้วก่อนจะดึกไปมากกว่านี้”

            “ถ้ายังไงขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ดิฉันมีชื่อว่า ทาจิซาว่าอายาโกะ ค่ะ อ๊ะ ทาจิซาว่าคือนามสกุล ส่วนอายาโกะคือชื่อจริงนะคะ”

            “ข้าเดฟไกส์ ส่วนยัยนี่พริสทีน ....เจ้าเป็นภูติ?”

            “จะว่างั้นก็ได้ค่ะ เรียกว่าครึ่งมนุษย์ครึ่งภูติดีกว่าค่ะ”

            “....คุณมีความทรงจำจากอดีตจริงเหรอคะ”

            “ใช่ค่ะพระเจ้าท่านบอกว่าฉันน่าจะเป็นเพื่อนกับคุณได้ เพราะตอนโลกนั้นฉันก็ตายเพราะโรคชรานี่แหล่ะค่ะ”ยิ้มกว้าง “ตอนได้มาเกิดบนโลกแบบนี้คุณเองก็คิดว่าวิเศษไปเลยใช่มั้ยคะ!”

            “อ่า...ค่ะ... วิเศษมาก”

            “ได้รับความสาวอีกครั้งได้มีชีวิตใหม่ลืมเรื่องอายุสมัยก่อนไปเนี่ยดีที่สุดแล้ว จริงมั้ยคะ~”

            “ค่า....”

            ถามยาวตอบคำทำเอาบรรยากาศแอบอึดอัดเล็กน้อยเดฟไกส์ที่อยู่กลางบนทนาก็มีแต่ต้องถอนหายใจ

            “จัดการเรื่องพลังตัวเองไม่ได้รึไง”

            “คะ?”

            “รีบๆจัดการเจ้าพวกแขกไม่ได้รับเชิญซะไม่งั้นยัยนี่ก็จะสั่นงันงกพูดอะไรไม่มากอย่างนี้เนี่ยแหล่ะ!!!”

            ใช่... สาเหตุที่พริสทีนพูดขัดเขาแทบทุกประโยคให้เมินเฉยอายาโกะแทบตลอดก็เพราะ...ทั้งเดฟและไนกีต่างก็เตือนว่ามีวิญญาณอยู่รายล้อมเจ้าหล่อนตลอดเวลา!!!

            ตั้งแต่เหตุการณ์ตามหาผู้ครอบครองเจ้ามนตราลุ่มหลงพริสทีนก็เปิดใช้[ตรวจสอบ] และ [ป้องกันภัย] ขั้นสูงไว้ตลอดเวลาเพราะงั้นข้อมูลของคนน่าสงสัยจะแล่นเข้ามาในหัวทันทีทันใด แถม 1ในนั้นมีข้อมูลของอายาโกะอยู่!

    < 

            [ทาจิซาว่า อายาโกะ]

            • Main Weapon: ยันต์

            • Secondary Weapon: ดาบใหญ่

            • Accessories: กระพรวนชำระล้าง

            • MP: 50,000

            • Ability: [เวทย์แห่งแสง] [ชำระล้าง][อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์]

            • Skill: [รำดาบ] [ความเร็ว] [เสริมแรงกาย]

            • ฉายา: มิโกะแห่งการเยียวยาเหล่าวิญญาณ

    > 

            จะไม่ว่าเลยถ้ามันไม่มีคำว่า ‘วิญญาณ’มาเกี่ยวข้อง!!!!!

            พริสทีนไม่เห็นแต่ก็สามารถรับรู้ได้จากการตรวจสอบของไนกี

            ขนาดรับรู้ได้ยังขนลุกเจอของจริงคงได้อาละวาดเหมือนตอนลงไปห้องใต้ดินกับเหตุการณ์มังกรดำครั้งนั้นเป็นแน่

            “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณพริสทีนไม่ชอบวิญญาณ”ว่าจบก็กาง [อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์] ด้วยยันต์ประจำตนเอง “ถ้าเป็นแบบนี้น่าจะไม่เห็นวิญญาณแล้วล่ะค่ะ”

            สาวผมเงินมองซ้ายขวาเล็กน้อย รู้สึกโล่งอกเล็กน้อย“ต้องขอโทษด้วยนะคะ... ไม่ถูกกับพวกผีจริงๆ”

            “ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจไม่ว่าใครก็กลัวกันทั้งนั้น” ขำเล็กๆ

            “งั้นขอถามต่อเลยนะคะคุณอายาโกะนึกเรื่องในอดีตออกตั้งแต่ตอนไหนเหรอคะโดนอะไรกระทบหัวหรือว่าจำได้ตั้งแต่เกิดแล้ว?”

            “เรียกอายาโกะเฉยๆก็ได้ค่ะตอนนี้ฉันน่าจะอายุเท่าคุณ ส่วนเรื่องที่จำได้เหรอคะ อืม....น่าจะเพราะตอนเด็กเผลอเข้าไปอาณาเขตต้องห้ามน่ะค่ะ พวกวิญญาณบางตนที่ยังอยู่ที่นั่นเข้าสิงเลยทำให้ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา...”

            “ร เหรอคะ...” แอบเหงื่อตกเล็กๆ

            คงเพราะเป็นเพื่อนมาจากยุคสมัยเดียวกันอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกันจึงมีเรื่องให้พูดคุยเยอะแยะถ้าไม่ติดที่ส่วนใหญ่เรื่องที่อายาโกะพูดนั้นเกี่ยวข้องกับวิญญาณซะส่วนใหญ่

            ในอดีตเธอก็เป็นมิโกะประจำศาลเจ้าแต่ไม่ได้มีความสามารถในการเห็นวิญญาณเหมือนสมัยนี้ตอนแรกเธอก็กลัวพวกวิญญาณเพราะทำให้ต้องจำอดีตได้แถมยังกลายเป็นตัวประหลาดประจำหมู่บ้าน

            แต่ก็ได้พวกวิญญาณดีทุกตนช่วยไว้จึงมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งนั่นรวมถึงเจ้าของดาบใหญ่ด้วยเช่นกัน...

            “วิญญาณของดาบเล่มนี้เป็นคนรักของฉันเองค่ะ”

            เธอทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นและพูดเรื่องอื่น

            มีความคิดหนึ่งแว่บขึ้นมาในสมองของพริสทีนว่าจะทนอยู่กับเจ้าหล่อนไหวหรือไม่

            คนหนึ่งก็แสนจะกลัววิญญาณ...

            อีกคนก็เป็นมิตรกับวิญญาณ...

            คนกลางอย่างเดฟไกส์ก็คงทำได้แค่ช่วยพูดให้ คอยปลอบคอยอยู่ข้างๆพริสทีนให้หายกลัว ในเมื่อหลังจากนี้ต้องเดินทางร่วมกันอีกนาน

            อย่างน้อยเขาก็ได้กำไร(?)จากการโดนเกาะล่ะนะ

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน