“ตูมๆๆๆๆ”
ใจกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่สงบนิ่งตลอดมาในไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้กลับกลายเป็บ้าคลั่งซึ่งสาเหตุนั้นเกิดมาจากมนุษย์ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งที่พยายามจะปรับตัวให้ตนเองชินกับสภาพบนพื้นผิวโลก
เซนนั้นกำลังเกร็งร่างกายอย่างยากลำบากเพื่อไม่ให้ตนเองเผลอขยับเร็ว หรือใช้แรงกายมากเกินไป เป็โชคดีเป็อย่างมากที่เซนนั้นยังไม่ได้ขึ้นไปบนฝั่งซึ่งมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆอาศัยอยู่ ไม่อย่างนั้นมีแต่หายนะเท่านั้นที่จะเกิดขึ้น
การปรับตัวนั้นใช้เวลากว่าครึ่งวันในที่สุดเซนก็สามารถว่ายน้ำเหมือนคนปกติได้โดยที่สภาพของผิวน้ำนั้นได้สงบลงอย่างมากแม้ว่ามันจะมีบางครั้งที่เกิดขึ้นสูงเป็เมตรก็ตาม ในการแหวกว่ายของเขา อาร์เจนโต้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เบื่อเลยที่ได้คอยมองดูมนุษย์คนหนึ่งซึ่งเป็เพื่อนของมันว่ายน้ำอยู่บนผิวน้ำ
“อาร์เจนโต้ ฉันว่าเราไปทางตะวันออกดีกว่าเผื่อจะได้เจอกับผืนแผ่นดินที่มีสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้อาศัยอยู่”
เมื่อเซนกล่าวเช่นนั้นอาร์เจนโต้ก็ใช้ปากของมันคาบแขนของเซนยกขึ้นและสะบัดขึ้นไปบนหัวของมันทันที ก่อนที่จะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก ปากของอาร์เจนโตนั้นเต็มไปด้วยฟันที่แหลมคมและอันตรายยิ่งกว่าดาบทุกชนิด หากเป็มนุษย์ปกติเพียงแค่ถูกมันคาบด้วยปากนั่นจะต้องตัวขาดอย่างแน่นอน แต่กับเซนนั้นต่างออกไปเพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งเป็อย่างมาก
ในระหว่างที่อาร์เจนโต้เคลื่อนไหวอยู่ใต้ผิวน้ำนั้น เซนที่ว่างๆ อยู่ก็พยายามขยับตัวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากอยากจะชินกับสภาพในปัจจุบันนี้เร็ว
เซนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามและพบว่าตอนนี้ดวงอาทิตย์นั้นได้อยู่กลางศีรษะของเขาแล้ว เซนไม่รู้ว่าเวลาของโลกแฟนตาซีใบนี้กับโลกเก่าของเขานั้นจะเหมือนกันหรือเปล่า และเขาก็ไม่มีความสามารถแม้แต่จะนับเวลาได้อย่างแม่นยำเสียด้วย
“โอมมมมมม…”
อาร์เจนโต้นั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วเป็อย่างมากอยู่ๆ มันก็ได้ส่งเสียงออกมาพร้อมกับลดความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันลงอย่างกะทันหัน ความเร็วของมันเหลือเพียงพอๆ กับเรือลำหนึ่งเท่านั้น
“มีอะไรเหรออาร์เจนโต้? ”
เซนกล่าวถามอาร์เจนโต้ และในจังหวะเดียวกันนั้นสายตาของชายหนุ่มก็พึ่งเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างกำลังลอยอยู่กลางทะเล มันคือเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่มีใบเรือกว้างและโดดเด่นอย่างมากทั้งสองลำ เรือทั้งสองลำนั้นจอดอยู่เทียบข้างกันและหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่กลางทะเล เซนที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบบอกให้อาร์เจนโต้พาเขาเข้าไปใกล้เรือสองลำนั้นเร็วๆ
…..
วันนี้เป็่เวลาปลายปีซึ่งเรือสำเภาการค้าของสมาคมการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสมาคมการค้าเฮเว่น ได้ถูกมอบหมายภารกิจให้ส่งสินค้าจำนวนมากไปขายทางทวีปเหนือ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังล่องเรืออยู่กลางทะเลนั้นก็ได้บังเอิญพบกับกลุ่มโจรที่มักจะชอบดักปล้นกลางทะเลเข้า
“ข้าผู้นี้คือผู้กุมชะตาของเรือสินค้าลำนี้แล้ว เรือสินค้านี้เป็ของหัวหน้าสมาคมการค้าไม่ใช่ของพวกแก ดังนั้นอย่าคิดจะทำอะไรโง่ๆ ไม่อย่างนั้นข้า! หัวหน้ากลุ่มกองโจรัทะเลจะฆ่าพวกแก! ”
ชายคนหนึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำที่ดวงตาซ้ายสวมผ้าปิดตาได้กล่าวขึ้น ในขณะที่ยิ้มจนเห็นฟันซี่เหลืองของเขา เหล่าลูกเรือของสมาคมการค้าเฮเว่นนั้นต่างไม่ได้หวาดกลัวพวกกองโจรเหล่านี้เลย พวกมันต่างพากันมองไปที่ชายผู้หนึ่งซึ่งกำลังยืนเผชิญหน้ากับหัวหน้ากลุ่มโจรัทะเลอย่างไม่เกรงกลัว
ชายผู้นี้มีชื่อว่าเวกเตอร์เป็กัปตันของเรือการค้าลำนี้ และได้รับมอบหมายให้ส่งสินค้าไปให้ถึงจุดหมายได้อย่างครบถ้วนและปลอดภัย
“อย่าคิดว่ากลุ่มโจรอย่างพวกแกจะสามารถทำอะไรกับเรือลำนี้ได้ ถ้าฉันคนนี้ยังเป็กัปตัน! ”
เวกเตอร์ได้กล่าวขึ้น ท่าทางของเขาเปี่ยมไปด้วยรัศมีของความเป็ผู้นำ อย่างไรก็ตามเพียงแค่ท่าทางนั้นไม่สามารถจะทำให้พวกกลุ่มโจรพวกนั้นหวาดกลัวได้
“พูดแบบนี้ก็สวยสิ! ”
หนึ่งในลูกน้องของกลุ่มโจรัแดงกล่าวขึ้นก่อนที่จะชักดาบออกมา ทำให้เกิดเสียงดาบกระทบกับปลอกดาบ ดาบของโจรคนนี้มีทรงโค้งเหมือนกับพระจันทร์เสี้ยวไม่ได้ดูพิเศษอะไร
โจรคนนั้นได้ฟันดาบลงไปที่กลางศีรษะของเวกเตอร์ทันที อย่างไรก็ตามท่าทางของเวกเตอร์นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย เขายังคงสงบนิ่งและมองดาบที่ฟันลงมาด้วยสายตาเ็า กระบวนท่าดาบนี้สำหรับเวกเตอร์แล้วมันช้ายิ่งกว่าเต่าคลานเสียอีก
“ชิ้ง! ”
เวกเตอร์ได้ชักดาบออกมาและฟันมันออกไปด้วยความเร็วที่เหนือยิ่งกว่าโจรกระจอกนั่นหลายเท่า
“ฟึบ! ”
ดาบได้ตัดหัวของลูกน้องโจรคนนั้นบินออกไปและตกลงไปในทะเลได้อย่างง่ายดาย โดยที่สายตาคนปกตินั้นไม่สามารถตอบสนองกับความเร็วนี้ได้ทัน
“เฮ้! ”
เหล่าลูกเรือของสมาคมการค้าเฮเว่นที่เห็นว่ากัปตันเรือของตนเองแข็งแกร่งถึงขนาดนี้จึงพากันะโร้องเชียร์หลังจากโจรคนนั้นถูกตัดหัวบินไปอย่างง่ายดายเช่นนี้
“แปะๆๆ”
เมื่อหัวหน้ากลุ่มโจรัทะเลเห็นว่าหนึ่งในลูกน้องของมันถูกตัดหัวขาดมันก็ไม่ได้มีท่าทางโกรธแค้นแต่อย่างใด กลับกันบนใบหน้าของมันกลับปรากฏขึ้นซึ่งรอยยิ้มที่ผ่อนคลายก่อนที่จะตบมือสองสามทีและหยุด จากนั้นก็กล่าวกับเวกเตอร์ว่า
“แกเป็คลาสนักดาบที่ฝีมือดาบนับว่าไม่เลว แค่การฟันดาบธรรมดาๆ โดยไม่ใช้สกิลกลับสามารถเร็วได้ถึงขนาดนี้”
เมื่อเวกเตอร์ได้ยินคำกล่าวชมของหัวหน้าโจรนั้นมันก็รู้สึกกังวลในใจเล็กน้อย เพราะหัวหน้าโจรผู้นี้ไม่เพียงแต่มีท่าทางสบายๆ เมื่อเห็นฝีมือดาบของมัน แต่ยังมีท่าทางเหมือนกับจะมองฝีมือของมันทะลุปรุโปร่งไปได้อีกด้วย
“แกเองก็เป็นักดาบเหมือนกัน? ”
เวกเตอร์กล่าวถามออกมา ซึ่งหัวหน้ากลุ่มโจรก็ทำเพียงพยักหน้าหนึ่งทีเท่านั้นก่อนที่จะชักดาบโค้งซึ่งมีลักษณะไม่ต่างกับอันที่ลูกน้องของมันใช้ก่อนหน้านี้เลย
“ระดับ 6 นับว่าไม่เลว! ”
หัวหน้ากลุ่มโจรกล่าวออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น ในโลกนี้นั้นความแข็งแกร่งถูกกำหนดด้วยซึ่งที่เรียกว่าระดับหรือเลเวล เราจะสามารถรับรู้ระดับของคนอื่นได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายเริ่มการต่อสู้หรือแสดงพลังออกมา โดยปกติแล้วจะเห็นเป็ข้อมูลเด้งขึ้นมาและแสดงภาพขึ้นมาในสมองให้เรารับรู้ได้ การที่หัวหน้ากลุ่มโจรไม่ได้ลงมือเองั้แ่แรกนั้นก็เพื่อที่จะลองหยั่งเชิงอีกฝ่ายดูก่อน หากอีกฝ่ายมีความสามารถที่มากกว่าตนนั้น ตนจะได้ถอยทันทีไม่เข้าปะทะแบบโง่ๆ แต่ในสถานการณ์นี้ดูเหมือนว่าระดับของเวกเตอร์จะไม่ได้ทำให้หัวหน้ากลุ่มโจรัทะเลรู้สึกหวาดกลัว
“อย่ามัวแต่พูดรีบมาสู้กันให้จบๆ ซะ ฉันอยากจะรู้เหมือนกันโจรกระจอกแบบพวกแกจะแน่สักแค่ไหน! ”
เวกเตอร์นั้นแม้จะกังวลเล็กน้อยกับท่าทางของอีกฝ่าย แต่เขาก็ยังไม่เชื่อว่าโจรกระจอกที่ดักปล้นกลางทะเลเช่นนี้จะมีระดับสูงกว่าตน เวกเตอร์ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะแสดงกระบวนท่าฟันออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับะโว่า
“ดาบตัดหิน! ”
ทันใดนั้นดาบปกติธรรมดาๆ กลับเกิดประกายแสงสีฟ้าล้อมรอบทำให้ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น สกิลนั้นเป็ทักษะที่จะได้รับมาเมื่อคนผู้นั้นได้ผ่านการทดสอบและได้รับคลาสจากวิหารเทพเ้าที่แท้จริง คลาสนั้นจะเหมือนกับอาชีพซึ่งเป็ตัวกำหนดเส้นทางในการต่อสู้ของผู้คน คลาสนั้นมีอยู่มากมายซึ่งในแต่ละคลาสเองจะสามารถแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่จะต้องจำเป็ต้องใช้อาวุธประเภทที่ถูกกำหนดไว้ จะเป็เื่โง่อย่างมากหากคนผู้นั้นใช้อาวุธไม่ตรงกับคลาสของตนเอง ไม่เพียงแต่มันจะทำให้แสดงพลังต่อสู้ออกมาได้ไม่เต็มที่ แต่จะไม่สามารถใช้ทักษะสกิลใดๆ ออกมาได้เลย
-ดาบตัดหิน เป็สกิลพื้นฐานของคลาสนักดาบ เสียค่าพลังิญญาเล็กน้อยเพื่อแลกกับการฟันหนึ่งครั้งที่พลังพลังเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
“ดาบตัดหิน! ”
หัวหน้าโจรเมื่อเห็นอีกฝ่ายใช้ท่าดาบตัดหิน ตนเองที่เป็คลาสนักดาบเหมือนกันก็ไม่ยอมน้อยหน้า ปลดปล่อยกระบวนท่าของตนเองออกมาด้วยเช่นเดียว
“เคร้ง! ”
ดาบทั้งสองเล่มเข้าปะทะกันเกิดประกายไฟออกมา ในตอนแรกนั้นทั้งสองดูเหมือนจะเสมอกันอย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาร่างของเวกเตอร์ก็เริ่มสูญเสียการทรงตัวถูกแรงดาบของหัวหน้ากลุ่มโจรัทะเลกดดันจนต้องถอยหลังออกไปสองสามก้าว และมือข้างที่ถือดาบก็รู้สึกชาขึ้นอย่างช่วยไม่ได้เป็ผลมาจากแรงปะทะ
“ระ…ระดับแปด! ”
เมื่อเวกเตอร์รู้ระดับของอีกฝ่ายมันก็แทบจะบ้าขึ้นมาทันที ความ้าจะสู้ทั้งหมดของมันหายไปในพริบตา อย่างไรก็ตามดูเหมือนอีกฝ่ายนั้นจะไม่ได้้าจะหยุดการต่อสู้ครั้งนี้เลย หัวหน้ากลุ่มโจรเดินหน้ากดดันโดยการฟันดาบไปที่เวกเตอร์อย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่าเวกเตอร์จะสามารถรับดาบไว้ได้ แต่ไม่นานเขาก็ต้องทำดาบตกจากมือเนื่องจากทนจับดาบต่อไปด้วยสภาพนั้นไม่ไหว การรับการโจมตีจากหัวหน้ากลุ่มโจรเป็เวลานานทำให้สภาพมือของเวกเตอร์แทบจะแตก
“ตายซะ! ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไร้ทางต่อสู้แล้ว หัวหน้ากลุ่มโจรัทะเลก็ถึงคราวที่จะต้องสังหารอีกฝ่าย อย่างไรก็ตามจังหวะนั้นเองคลื่นทะเลก็เกิดการกระเพื่อมอย่างรุนแรงส่งผลให้เรือเอนไปมาจนทำให้ผู้คนที่ยืนอยู่บนเรือต้องเซ บ้างก็ถึงกับล้มลงไปก้นกระแทกพื้น
“ตูมมมมมม! ”
เสียงบางอย่างที่ฟังดูเหมือนกับเสียงอะไรบางอย่างถูกทำลายดังขึ้น ทันใดนั้นหนึ่งในลูกน้องกลุ่มโจรที่เหมือนจะเห็นบางอย่างก็ได้รีบวิ่งเข้ามาหาหัวหน้าของมันด้วยสีหน้าซีดเผือดพร้อมกับกล่าว
“หะ…หัวหน้าครับ เรือของพวกเราถูกทำลายแล้ว”
“มันเกิดบ้าอะไรขึ้น! ”
เมื่อหัวหน้ากลุ่มโจรได้ยินดังนั้นก็รู้สึกคลั่งขึ้นมาทันที เรือลำนั้นของมันเป็เรือที่มันปล้นได้เมื่ออาทิตย์ก่อน ซึ่งเป็เรือที่มันประทับใจอย่างมากและได้ตั้งชื่อให้ อย่างไรก็ตามวันนี้เรือที่มันรักกลับพังไปเสียแล้ว ลูกน้องโจรเมื่อได้ยินคำถามของหัวหน้าที่ถามหาสาเหตุก็ไม่สามารถตอบได้เพราะมันก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน เพราะจู่ๆ เรือของมันก็แตกกลายเป็เศษไม้ต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทันตั้งตัว
ทันใดนั้นเสียงชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างเรือ ซึ่งเสียงนั้นมาจากที่ต่ำกว่าที่พวกเขายืนกันอยู่นิดหน่อย
“ผมขอโทษด้วย! พอดีว่าผมบังเอิญไปแตะเรือลำนั่นเข้าแล้วมันก็พังไปเพราะผมออกแรงเยอะไปหน่อย! ”
สิ้นเสียงนี้ไม่นานก็ได้ปรากฏร่างของคนที่ปืนขึ้นมาข้างๆ เรือ ทันทีที่ชายคนนั้นได้ปรากฏตัวขึ้นทุกคนบนเรือก็รู้สึกแปลกประหลาดทันที เนื่องจากชายคนนี้นั้นกำลังแก้ผ้าอยู่และตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ที่สำคัญก็คือหุ่นของเขาดีมาก
เมื่อเซนเห็นว่าทุกคนจ้องมองมาที่เขาก็รู้สึกเคอะเขินเล็กน้อย เพราะสภาพของเขาตอนนี้นั้นไม่น่ามองเท่าไหร่ จากแรงกดดันใต้ทะเลเสื้อผ้าของภานุก็ได้หายสาบสูญไปนานแล้ว
“พวกคุณพอจะมีใครใจดีให้เสื้อผ้าสะอาดๆ ผมใส่บ้างไหม? ”
“….”
เรือทั้งลำตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่กล่าวตอบเซน นั่นยิ่งทำให้เซนไม่รู้จะต้องทำยังไงได้แต่ยืนเกาหัวและเอามือข้างหนึ่งปิดส่วนลับของตนเองเอาไว้เท่านั้น