ตอนที่ 14 ข้อเสนอ
หลังจากที่ดรีมรับปากที่จะเป็ผู้ 'รักษา' และทำความสะอาดตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับไปยังห้องของตัวเองเพื่อทำการบ้านและพักผ่อน
ลุงชาญลงมายังห้องนั่งเล่นข้างล่าง เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังชุดใหญ่ ดูโทรทัศน์อย่างสบายอารมณ์
เมื่อเวลาผ่านไป ปิ่น พี่สาวคนโตก็กลับมาจากที่ทำงานด้วยความเหนื่อยล้า เธอสวมชุดพนักงานออฟฟิศที่ดูเรียบร้อยแต่มีร่องรอยของการทำงานหนัก สีหน้าของเธอดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีค่ะคุณลุงชาญ”
ปิ่นทักทายอย่างสุภาพ
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอปิ่น”
ลุงชาญตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
“เหนื่อยแย่เลยใช่ไหม? ลุงทำอาหารเย็นไว้แล้วไปกินได้เลยนะ”
ปิ่นรู้สึกซึ้งในน้ำใจเป็อย่างมาก
“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง”
เธอไปที่โต๊ะอาหารและนั่งกินอย่างเงียบ ๆ
ขณะที่เธอกิน ลุงชาญก็นั่งเฝ้าดูอยู่ใกล้ ๆ
“แล้วน้อง ๆ เป็ยังไงบ้างคะคุณลุง?”
ปิ่นถามด้วยความเป็ห่วง
“ลุงว่าทั้งสองคนก็ดูโอเคนะ”
ปิ่นพยักหน้าตอบรับ
เมื่อกินเสร็จ เธอก็เก็บจานและขอตัวไปอาบน้ำพักผ่อน แต่ในจังหวะที่ปิ่นกำลังจะขึ้นบันไดไปนั่นเอง มาย น้องสาวคนกลางก็กลับมาถึงบ้าน ซึ่งมันก็ดึกมากแล้วและทันทีที่เธอเปิดประตูเข้ามา กลิ่นแอลกอฮอล์ก็ลอยคละคลุ้งออกมาจากตัวเธอ
ปิ่นหยุดชะงัก
“มาย นี่มันกี่โมงแล้ว ไปไหนมา?”
มายตอบอย่างไม่สบอารมณ์
“ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนมาไงพี่”
“แล้วนี่กลิ่นเหล้า พี่บอกแล้วว่าอย่าใช้เงินเปลือง ค่าเทอมก็ยังไม่จ่ายเลยนะ”
ปิ่นขึ้นเสียงด้วยความโมโหและความกังวล
มายโมโหกลับ
“พี่ไม่ต้องมายุ่ง! มายโตแล้ว! เดี๋ยวมายหาทางเอง!”
เธอตวาดกลับอย่างกราดเกรี้ยว แล้วเดินกระทืบเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว
ปิ่นถอนหายใจอย่างแรง เธอรู้สึกอ่อนล้ากับภาระทั้งหมด ก่อนจะเดินขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อน
ลุงชาญมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างใกล้ชิด เขายิ้มอย่างมีเลศนัย
เมื่อถึงเวลาค่ำคืน ปิ่น อยู่ในห้องนอนของลุงชาญ ร่างกายเหนื่อยล้าแต่จิตใจยิ่งหนักอึ้งยิ่งกว่า เธอนั่งอยู่บนเตียงในชุดนอนผ้าซาตินสีชมพูอ่อนที่ดูเรียบร้อยแต่ก็เผยผิวเนื้อได้อย่างเย้ายวน
ชุดนอนของเธอเป็เสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขาสั้นเข้าชุดกัน แม้จะเป็ชุดนอนที่ดูเรียบร้อย แต่ผ้าซาตินก็แนบชิดไปตามิั ทำให้เห็นสัดส่วนร่างกายที่ซ่อนเร้นของเธอได้อย่างชัดเจน
เธอดูคิดมากในหลาย ๆ เื่ ทั้งเื่งาน เื่เงิน เื่หนี้สินและภาระค่าเทอมของน้อง ๆ
ลุงชาญเปิดประตูเข้ามาในห้องเขาถอดเสื้อออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว
“หนูปิ่นเป็อะไรไป เห็นทำหน้ากังวลั้แ่ตอนเย็นแล้ว”
ลุงชาญถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
ปิ่นทำหน้ากังวลและน้ำตาคลอเบ้า
“คุณลุง...เมื่อกี้...เ้าหนี้นอกระบบโทรมาทวงหนี้ของพ่อค่ะ...มันขู่ว่าจะทำร้ายหนูกับน้อง ๆ ถ้าไม่รีบใช้คืน...หนูกลัวมากเลย”
ลุงชาญเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เธอแล้วถามว่า
“พ่อหนูติดหนี้อยู่เท่าไร”
“สามแสนค่ะ…”
ปิ่นตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หนูไม่รู้จะทำยังไงดี...คุณลุงคะ หนูขอยืมเงินคุณลุงก่อนได้ไหมคะ? หนูจะทำงานหาเงินมาใช้คืนให้เร็วที่สุดเลย”
เงินสามแสนสำหรับลุงชาญนั้นถือว่าน้อยมาก เขาจ่ายได้สบายแต่เขาแกล้งทำสีหน้าเป็กังวล
“สามแสนเลยเหรอหนูปิ่น...มันเยอะมากเลยนะ ลุงเองก็...อาจจะช่วยไม่ไหว”
ปิ่นได้ยินดังนั้นก็ยิ่งตื่นตระหนก เธอหันมาจับมือของลุงชาญไว้แน่น
“ได้โปรดเถอะค่ะคุณลุง ถ้าคุณลุงไม่ช่วย...หนูกับน้อง ๆ แย่แน่ ๆ หนูขอร้องล่ะค่ะ หนูจะยอมทำทุกอย่างเลย”
ลุงชาญยิ้มอย่างใจอ่อน รอยยิ้มนี้ดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความ้าอันมืดมิด
“ก็ได้...ลุงจะช่วยหนูเอง”
ปิ่นดีใจจนน้ำตาไหล
“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง”
“แต่…”
ลุงชาญกล่าวช้า ๆ
“หนูปิ่นต้องช่วยอะไรลุงหน่อยนะ”
“ได้เลยค่ะ หนูพร้อมทำได้ทุกอย่าง!”
ปิ่นรีบตอบทันทีโดยไม่ทันคิด
ลุงชาญโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของปิ่นอย่างแ่เบา
“งั้นหนูปิ่น...ช่วยมาเป็เมียลุงหน่อยสิ”