ฉลามคลั่งรัก10 : หนึ่ง สอง สาม
#ฉลามคลั่งรัก
ถ้ามัจจุราชหยิบยื่นโอกาสให้คุณจะคว้ามันไว้ไหม ?
มันคงเป็คำถามที่ทำให้ใครหลายๆ คนคิดหนัก เพราะการที่เราได้โอกาสตรงนั้น และอีกฝ่ายเกิดทวงคืนขึ้นมาผลตอบแทนย่อมคุ้มค่ากว่าที่เสียไปหลายเท่าคนส่วนใหญ่เลยเลือกที่จะปฏิเสธโอกาสนั้นเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่สงบสุขกว่า
แล้วถ้าเปลี่ยนคำถามใหม่...
ถ้าเกิดมัจจุราชหยิบยื่นโอกาสเดียวที่คุณจะรอดตายได้คุณจะรับโอกาสนั่นไว้ไหมครับ ?
เอี๊ยด !
รถยนต์คันหรูที่ผมไม่สนใจยี่ห้อจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ดวงตาสีสวยกวาดมองไปทั่วเป็การสำรวจสถานที่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตัวบ้านถูกสร้างให้มีขนาดใหญ่ และมีน้ำล้อมรอบอารมณ์เหมือนศูนย์วิจัยที่เชื่อมต่อกับพื้นดิน
ผมเลียปากไม่คิดว่าดีแลนจะร่ำรวยขนาดนี้แต่ผมรู้สึกว่าที่นี่...
มีบางอย่างติดอยู่ในหัวผม
“คุณอยากลงไปไหม ?”
“แน่นอน” ผมพยักหน้าคนขับรถเ้าของใบหน้าคมคายเลยยิ้มรับเขาลงจากรถอ้อมมาอีกฝั่งเปิดประตูให้ผมที่รับข้อเสนอนั้นราวกับโดนป้ายยา
ใช่ผมมากับเขา ออกจากโรงพยาบาลโดยที่ไม่เสียเงินสักแดงเดียวแถมยังได้มาอยู่ที่ใหม่ซึ่งดีกว่าโรงบาลเป็ไหน ๆกลิ่นอายของทะเลทำผมเม้มปากแปลกใจ ตัวหน้าบ้านอยู่ห่างจากถนนเมนค่อนข้างไกลทว่าหลังบ้านกลับติดสถานที่ที่ผมไม่อยากเข้าใกล้มากที่สุด
“ผมไม่รู้ว่าบ้านคุณติดทะเล”
“คุณไม่ชอบเหรอ ?”
“แค่ตอนนี้” ผมตอบกลับไม่ยี่หระเนื่องจากตัวเองมีทางเลือกไม่มากเวลานี้สองทุ่มกว่าเราใช้เวลาเดินทางจากโรงบาลมาบ้านเขาค่อนข้างนานจนผมยังแอบคิดเลยว่าเราขับรถข้ามประเทศหรือเปล่าเกาะก็มีอยู่แค่นี้ก็ไม่น่าจะนานเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งคือมาจากที่เขาพาผมเถลไถล
พาไปกินข้าวและซื้อเสื้อผ้าติดตัว
“ผมได้แผลจากมันค่อนข้างเยอะ”
“นั่นคงเพราะคุณชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงมากกว่า”
“อะ...”
“ไม่เป็ไรหรอก ยังไงคุณก็ต้องอยู่กับมันอยู่ดี” เขาหัวเราะท่าทีขบขันไม่ได้ทำให้ผมยิ้มตามเลยสักนิด กลับกันผมเลือกที่จะย่นคิ้วใส่เ้าตัวเลยแสร้งทำเป็ไปหยิบข้าวของที่ซื้อมาให้ก่อนจะผงกหัวให้ผมเดินตามไปด้วยกัน “ไปกันเถอะป่านนี้พี่ชายผมคงรอแย่”
“คุณมีพี่ชายด้วยเหรอ ?” เขาพยักหน้า “ไม่เห็นคุณเคยเล่า”
“ผมคิดว่าเคยพูดถึงเขาไปแล้วนะ คุณน่าจะลืมเอง”
“จริง ?” ผมเลิกคิ้วพยายามนึกว่าเขาพูดตอนไหนทว่าแม้จะค้นในความทรงจำมากเท่าไหร่ผมก็พบเพียงความว่างเปล่าเลยตัดใจไล่มันออกไปผมไม่ได้มาอยู่กับเขาเพราะสนใจใคร ผมแค่้าบ้าน ้าที่พักจนกว่าแผลผมจะหาย
อยู่ที่ไหนก็ได้ให้ไกลจากความรู้สึกเลวร้ายทั้งหมด
ดีแลนนำทางผมเข้ามาในบ้านเดินบนทางเท้าที่มีน้ำขนาบข้าง จากตรงนี้ผมมองเห็นสระน้ำสีครามที่ค่อนข้างใหญ่ภายใต้ความมืดมีเสียงคลื่นซัดฝั่งดังเคล้าคลอกันไปพาให้ผมพ่นลมหายใจอดกอดตัวเองไว้ไม่ได้ พยายามจะมองฝ่าความมืดผมก็ไม่เห็นอะไร
นอกจากพื้นน้ำในสระที่แหวกออกราวกับโดนครีบฉลามตัดผ่าน
“มีคนอยู่ตรงนั้น”
“พี่ชายผมชอบว่ายน้ำตอนกลางคืน” ร่างสูงยกยิ้มเสตามามองผมอย่างขี้เล่น “เขาบอกว่าน้ำตอนกลางคืนมันเย็นกว่ากลางวันคุณสนใจอยากลงไปเล่นกับเขาไหมล่ะ ?”
“ผมคิดว่าแผลผมยังไม่ควรลงน้ำตอนนี้นะ”
“ผมก็เห็นคุณโดดประจำเวลามีแผล”
“ว่าไงนะ ?”
“เปล่าครับ” ผมขมวดคิ้วใส่ มั่นใจว่าเมื่อกี้ได้ยินเขาพึมพำอะไรสักอย่างแต่เผอิญลมจากทะเลมันพัดเข้ามา ผมเลยยกมือขึ้นเสยผมตัวเองไม่ทันได้ฟังซึ่งแทนที่จะอธิบายเขากลับปล่อยปริศนาทิ้งไว้ตรงนั้นพาผมเข้ามาในตัวบ้านที่โล่งกว้างกว่าที่ผมคิดไว้
ส่วนใหญ่ก็จะเป็เฟอร์นิเจอร์ของพวกเศรษฐีทั่วไปแต่บางชิ้นก็เหมือนของสะสมที่ผมเคยเห็นจากที่ไหนสักแห่งบางทีเขาอาจจะซื้อมาจากแหล่งเดียวกับบ้านเก่าผมก็ได้
จะว่าไปก็นานแล้วที่ผมไม่ได้กลับไปที่นั่น
“คุณชอบไหม ?”
“ก็สวยดี” ผมพยักหน้ากวาดตามองทุกที่ที่สายตาเลื่อนผ่านไปได้“ผมนึกว่าข้าวของคุณจะเยอะกว่านี้ซะอีกดูคุณเป็คนชอบปาร์ตี้”
“ไม่จำเป็ว่าเราต้องจัดที่บ้านหนิอีกอย่างพี่ผมค่อนข้างหวงบ้านผมเลยออกไปข้างนอกมากกว่า”
“เราถึงเจอกันที่ร้านเหล้า”
“และผมก็ติดคุณชะมัด” เขากัดปากคล้ายยั่วยวนให้ผมมีอารมณ์ตามผมเลยดันใบหน้าหล่อเหลาให้หันไปด้านข้างสั่งให้เขาเอาของไปวางขณะที่ตัวเองก็สำรวจบ้านเขาไปด้วยต้องยอมรับว่าที่นี่จัดอยู่ในโทนที่ถูกใจผมเป็ความเรียบหรูที่บ่งบอกถึงความมั่นคง
รวมถึงฐานะที่แสดงถึงตัวตนว่าเราอยู่ในฐานันดรไหน
ผมหยุดฝีเท้าตอนที่ดีแลนหายไปหันมาสนใจรูปครอบครัวที่ใส่กรอบตั้งไว้อยู่บนชั้นหนังสือดวงตาสีสวยไล่มองเด็กผู้ชายในรูป มันน่าแปลกใจที่พวกเขาไม่มีรูปตอนโตเลยสักภาพพยายามมองหาก็พบเพียงแค่รูปเขากับเด็กอีกคนที่คาดว่าน่าจะเป็พี่ชาย
ใบหน้าไม่ได้มีเค้าโครงเดียวกันเท่าไหร่แต่ที่ผมสนใจคือรูปถ่ายครอบครัวเขามากกว่า
มีพ่อมีแม่ แล้วก็เด็กผู้ชายสามคนที่สองคนแรกหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะผมไม่แน่ใจว่านั่นใช่ดีแลนไหม เนื่องจากพวกเขาไม่มีเค้าลางเหมือนกันสักนิดถ้าเกิดเขามีจริง ๆ ผมจะแน่ใจได้ไงว่าคนที่ผมอยู่ด้วยคือดีแลนตัวจริง
นี่ผมกำลังถูกดึงเข้าเกมอยู่หรือเปล่า
“คุณมีอะไรสงสัยเหรอครับ”
“อ๊ะ !”
“ผมเห็นคุณจ้องอยู่นานแล้วนะ” เสียงทุ้มต่ำรั้งผมให้หันไปหาสบตาเข้ากับดีแลนที่ยกยิ้มเอ็นดูผม เ้าตัวกอดอกขยับกายเข้ามาใกล้ ชะโงกหน้าดูรูปที่ผมกำลังสนใจก่อนจะหันกลับมามองหน้ากันดวงตาสีดำแพรวพราวอีกครั้งไม่ต่างจากเสือมองเหยื่อ “คุณสนใจครอบครัวผมเหรอ?”
“ผมแค่สงสัยว่าคุณมีฝาแฝดหรือเปล่า เห็นในภาพมีแฝดอยู่คู่หนึ่ง”
“แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าเป็ผม ?”
“เพราะผมไม่รู้จักพี่ชายคุณ” ผมไหวไหล่ มันดูเป็ข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้นที่สุดแล้ว“แล้วตกลงคุณมีฝาแฝดหรือเปล่า ถ้ามีผมจะแน่ใจได้ไงว่าคุณคือตัวจริง”
“คงต้องวัดจากเซ็กซ์คืนนี้”
“นี่”
“แต่เชื่อเถอะว่าผมไม่มี โลกนี้มีแค่ผมคนเดียว” เขาหัวเราะผิดกับผมที่มุ่ยหน้าใส่เท่าที่ผมสังเกตดีแลนชอบทำเหมือนว่าอะไร ๆ ก็สนุกไปหมดเขาทีเล่นทีจริงกับผมบ่อยจนผมอยากจะเขกกะโหลกเขาให้ความจำเสื่อมไปซะ “เด็กที่คุณเห็นคือพี่ชายผมเอง ไม่ใช่ผมหรอก”
“แบบนี้คุณไม่งงแย่เหรอว่าพี่คนไหนเป็คนไหน”
“ไม่มีทางที่ผมจะงงได้”
“แต่พวกเขาหน้าเหมือนกันเกินไป”
“นั่นมันก่อนที่จะเกิดเื่ใหญ่”
“หา ?”
“หนึ่งในพวกเขาตายไปนานแล้ว :)”
“ตายเหรอ...?” ผมทวนคำนั้นเสียงแ่หัวใจคล้ายกับถูกบีบอัดอย่างแรงให้หยุดหายใจไปชั่วขณะ ดีแลนจับจ้องไปที่ภาพนั้นเขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยภาพของเด็กคนหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็คนที่ตายไปแล้ว “นานแค่ไหนกัน ?”
“คงสักเจ็ดแปดปีได้มั้ง ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่เลย” เขาทำหน้านึกยิ้มขำเล็กน้อยคล้ายกับนี่คือเื่ตลก “นานแล้วที่ผมไม่ได้สนใจพอคุณพูดมันก็แอบคิดถึงเหมือนกัน”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่...สงสัยนิดหน่อย”
“ผมรู้ มันไม่แปลกถ้าคุณจะอยากรู้เื่ของเราบ้าง”
“…”
“ก็เรารู้เื่ของคุณมาเยอะแล้วหนิ” เขายักคิ้วดูกวนประสาทแม้ว่าคำพูดก่อนหน้านี้มันจะเศร้ามากก็ตามผมว่าบางทีเขาอาจจะกำลังข่มความรู้สึกแย่ ๆ ไว้ในหัวใจก็ได้มันไม่ตลกอยู่แล้วเวลามีคนพูดถึงคนที่เรารักซึ่งตายไปแล้วขนาดผมเองยังไม่ชอบเวลามีคนพูดถึงพ่อแม่ผมเลย
มันน่าเ็ปน่ะ
“นึกว่าคุณจะถามว่าเขาตายเพราะอะไรซะอีก”
“ผมไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายใครทั้งนั้น คุณมีสิทธิ์ที่จะเล่าหรือไม่ก็ได้”
“งั้นคุณอยากรู้ไหมว่าเขาตายยังไง ?”
“ผม...”
“เขาโดนฆ่าตายล่ะ” รอยยิ้มของดีแลนแลดูจะสนุกในคำพูดนั้นเขาละมือจากรูปมาเกลี่ยแก้มผมเบา ๆก่อนจะผละออกไปเมื่อได้ยินเสียงประตูบานเกล็ดเลื่อนออกคาดว่าพี่ชายเขาคงขึ้นจากสระน้ำเรียบร้อยขณะที่ผมยังสนใจคำพูดนั้นที่เหมือนตอกย้ำถึงการตายของครอบครัวผม
ผมไม่รู้หรอกว่าเขาพูดจริงไหมแต่การบอกว่าโดนฆ่าตาย...
มันค่อนข้างะเืใจผมเอาเื่เลย
“ไงพี่ เล่นน้ำตอนกลางคืนหัวโล่งดีไหม”
“ฉันได้กลิ่นคนที่นายพามา”
“หึ”
“มาเร็วดีหนิ” เสียงทุ้มต่ำของพี่ชายทำร่างกายผมชะงักจู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวสั่น ขาทั้งสองรีบก้าวไปยืนจุดเดียวกับดีแลนนาทีนั้นหัวใจผมเต้นแรง กวาดตามองเรือนกายสูงใหญ่กว่าคนทั่วไปค่อนข้างมากเส้นผมสีดำแนบลู่กับใบหน้า กล้ามเนื้อทั้งร่างมีหยาดใสพร่างพรายเต็มไปหมดผมกัดปากสบตากับเ้าของเสียงทุ้มที่ถูกใจ
ในตอนนั้นมันเหมือนกับโดนมนต์สะกดผมเผลอเลียปากอย่างคนไม่เชื่อสายตา
“เป็ไปไม่ได้” ผมส่ายหน้าเสยผมขึ้นไปผิดกับดีแลนที่ยิ้มขำ“คุณต้องล้อผมเล่นแน่ เขาคือพี่ชายคุณ ?”
“ใช่ ผมคิดว่าคุณน่าจะเคยเจอกันมาบ้าง”
“ดีแลน”
“คุณอยากรู้ไหมว่าเขาชื่ออะไร”
กึก !
“นี่ดีวาน พี่ชายสุดที่รักของผมเอง” เขาผายมือไปที่ร่างสูงใหญ่ทว่าผมก็ยังไม่อยากจะปักใจเชื่อว่ามันจะเป็อย่างนี้ใครจะคิดว่าคนใจร้ายที่ถูกผมไล่ไปเมื่อวานกับคนที่เช็ดตัวให้ผมวันนี้จะเป็คนเดียวกับที่ดีแลนแนะนำอยู่แถมสีหน้าเขาก็ไม่ได้มีความใหรือตื่นตระหนกเลยด้วยซ้ำราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าผมกับดีแลนรู้จักกัน
งั้นแสดงว่าเขาหลอกผมมางั้นเหรอ?
“คุณหลอกผมเหรอ ?”
“หลอกอะไรที่รัก ผมยังไม่ได้โกหกอะไรคุณสักคำ”
“คุณไม่บอกว่าเขาเป็พี่ชายคุณ คุณบอกแค่ว่าจะพาผมมาอยู่ด้วยชั่วคราว”
“นั่นเป็ความคิดของดีวานเลยนะ”
“หา ?”
“เขาบอกว่าคุณควรจะอยู่กับเรา มันดีกว่าที่จะอยู่คนเดียว” คิ้วผมขมวดกันแน่นยิ่งกว่าปมในหนังที่เคยดูซะอีกดีวานไม่แม้แต่จะแก้ตัวสักนิด เขาทำแค่เดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางพาดอยู่ที่เก้าอี้มาเช็ดหัวปล่อยผมเม้มปากแน่น พยายามประมวลผลว่าควรเอาไงต่อผมไม่ได้สนใจหรอกว่าพี่ชายเขาจะเป็ใครหน้าไหนแต่ผมใที่โลกมันกลมขนาดนี้ต่างหาก
และดีแลนยังพูดเองว่าดีวานเป็คนเสนอให้ผมมาอยู่ที่นี่แปลว่าเขาก็ต้องคุยกันเื่นี้มาั้แ่แรก
“คุณไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอดีวาน ?”
“แล้วคุณอยากให้ผมพูดอะไร”
“อะไรก็ได้ที่บอกว่าผมไม่ได้ฝันไป หรืออะไรก็ได้ที่บอกว่าพวกคุณไม่ได้กำลังหลอกผมอยู่” ดีวานส่ายหน้า เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะใแค่ไหนอย่างน้อยเขาก็ควรพูดว่าส่งน้องชายไปชวนผมมาอยู่ด้วยทำไม ก่อนหน้านี้เขายังใจร้ายและทำเหมือนว่าผมไม่มีหัวใจอยู่เลย “มันไม่ตลกเลยนะ”
“ผมก็ไม่ได้ตลก”
“อะ”
“มันคือการช่วยชีวิต” เขาตอบกลับเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ขณะที่น้องชายเขาเดินไปหยิบแอปเปิลมากัดเท้าแขนกับเคาน์เตอร์ในครัวเพื่อมองดูว่าเราจะทะเลาะกันไปถึงไหน
จริงๆ จะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่ได้ มันเหมือนกับการประชันฝีปากกันมากกว่า
เขาโน้มหน้าลงมาสบตากับผมในระยะประชิด ส่งผลให้ไออุ่นที่เขามีรินรดอยู่เหนือจมูกผมริมฝีปากขยับพูดเป็จุดเดียวที่ดึงดูดความสนใจอยากจะหลุบตาแค่ไหนผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงทุ้ม ๆ นั่นมันชวนฟังขนาดไหนคล้ายกับมันมีเวทมนตร์ให้เรายืนฟังจนกว่าจะตาย
เคล้าไปกับลมหายใจที่เริ่มไต่ลงมาจนอยู่เหนือเรียวปากของผม
“ถ้าคุณไม่รับข้อเสนอนี้คุณก็ต้องติดอยู่กับเื่น่าสลด คุณอยากจมปลักอยู่กับความน่าสมเพชที่ช่วยเด็กคนนั้นไม่ได้เหรอ”
“คุณรู้ได้ไงว่าเขาไม่รอด?”
“ผมอาจจะฉลาดกว่าที่คุณคิดก็ได้” ผมไม่ชอบเวลามีคนมาจ้องหน้าผมนิ่งๆ ความเย่อหยิ่งเป็ชนวนชวนหงุดหงิดชั้นดี “คุณไม่ได้รอบรู้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้บางทีการเงียบก็ใช่ว่าจะโง่เสมอไป”
“คุณ้าจะพูดอะไรกันแน่”
“เป้าหมายของเราคือการทำให้คุณมีชีวิตต่อไป”
“…”
“ต่อให้เ็ปแค่ไหน คุณก็ต้องทน” ไม่รอคำตอบจากปากผมริมฝีปากร้อนระอุก็ทาบทับลงมาอย่างถือวิสาสะผมเบิกตากว้างมองคนใจร้ายที่บดเคล้าอย่างหนัก กัดปากผมเบา ๆทว่าคราวนี้ไม่ได้ทำให้เืออกเหมือนตอนแรก เขาสอดลิ้นเข้ามาตอนแรกผมขัดขืนแต่เขาก็แรงเยอะ แค่บีบปลายคางผมนิดนึงปากผมก็อ้าออกให้เขามาัั
เ้าตัวดันร่างผมชิดกับขอบเคาน์เตอร์ที่ดีแลนเท้าคางมองอยู่ได้ยินเสียงหัวเราะหึ ๆ จากอีกฝ่าย ไม่มีการช่วยเหลือมีเพียงแค่การมองดูอย่างมาดร้าย เขาเลียปากขณะที่พี่ชายเขากำลังกลั่นแกล้งผมอยู่มันทำให้ผมไม่ชอบใจเอามาก ๆ
ผมเกลียดการอยู่ใต้ร่างคนอื่นเป็ที่สุด
“อื้อ” ผมครางในลำคอยามลมหายใจคล้ายจะหมดดีวานละออกจากปากผมให้ผมได้กอบโกยอากาศเข้าไปในปอดแต่คราวนี้ผมไม่ยอมให้เขาเอาคืนผมหรอก ผมเป็ฝ่ายดันเขาชิดกับขอบโต๊ะคล้องคอพร้อมกับเขย่งเท้าจูบเขา บดขยี้รุนแรงให้เขารู้ว่าเขาแกล้งผมนานไม่ได้
ผมไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมานั่งร้องไห้เสียใจที่โดนผู้ชายทำร้าย
ผมคือคนที่ไม่หวั่นแม้จะโดนจูบจนปากช้ำ
ผมคือโซล
โซลอิลเดนสัน เ้าของศูนย์วิจัยกลางทะเลที่เลี้ยงเมกาโลดอนด้วยลำแข้งของตัวเองนั่นแปลว่าการที่ผมจะอยู่เหนือพวกมันได้ ผมจะต้องฉลาดกว่าพวกมันเป็ร้อยเท่าไม่ต่างจากการเอาชนะผู้ชายใจร้ายที่ไม่เปิดโอกาสให้ผมหวนกลับ
ผมจะต้องร้ายกว่าเขาให้มากกว่าที่เขาคิดไว้ให้ได้
“ผมชักอยากร่วมด้วยแล้วสิ” ดีแลนกระซิบตอนเขาพาตัวเองมาอยู่ข้างหลังผม ริมฝีปากร้อนกดจูบลงบนแก้มขาวลากไล้ไปที่ท้ายทอยและแผ่นหลังผ่านเสื้อผ้า มือหนาบีบคลึงลงบนโคนขาขณะที่สะโพกผมถูกมือของดีวานขยำจนพอใจ ผมผละออกมองหยาดใสที่ยืดยาวเนื่องจากเราจูบกันนานเกินไป
ผมเห็นความปรารถนาในดวงตาของคนที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่
มือบางลูบไล้แผงอกกว้างแล้วหยุดอยู่ที่กางเกงว่ายน้ำที่เขาสวมใส่ดีวานเลียปากตอนที่ผมเอียงคอให้ดีแลนซุกไซ้ สีหน้าเย้ายวนนั้นทำให้ผมพอใจถึงขั้นสวมิญญามารร้ายบอกกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงเชิญชวนว่า
“พาผมไปที่เตียง” ร่างกายผมถูกอุ้มโดยดีวาน เขาพาผมขึ้นมาที่ชั้นสองของบ้านเข้ามาในห้องห้องหนึ่งที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำและแดงราวกับว่ามันคือที่คุมขังแผ่นหลังปะทะเข้ากับเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ ขณะที่ดีแลนตามมาปิดประตูให้โดยไม่คิดจะเปิดไฟใช้เพียงแสงสว่างจากไฟข้างถนนที่ลอดผ่านลงมาทางหน้าต่างซึ่งความสว่างของมันมีน้อยมาก
ทำให้ผมเห็นพวกเขาเป็เพียงเงาเลือนรางเคลื่อนไหวไปมา
“อื้ม” ผมครางในลำคอเพราะริมฝีปากยังเชื่อมติดกับดีวานอยู่รู้สึกเหมือนเราจูบกันนานมาก ชนิดที่ว่าแลกเปลี่ยนลมหายใจเท่าไหร่อากาศก็ยังไม่หมดไปจากปอดสักที ผมกัดปากเขา ละเลียดเลียเป็การปลอบประโลมลากมือไปทั่วอกกว้างให้เขาฉีกกระชากเสื้อผ้าผมเท่าที่พอใจ
“พี่จะรุนแรงไปแล้ว ดีวาน”
“อ๊ะ !”
“ถนอมเขาหน่อย” ดีแลนกระซิบ ผมไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไงรู้แค่ว่าเสียงของเขาฟังดูกำลังสนุกมากกว่าปรามพี่ชายให้อ่อนโยนกับผม จริง ๆผมไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะดีหรือใครจะร้ายกับผม ในเมื่อเลือกที่จะมีเซ็กซ์แล้วยังไงก็ต้องอดทนรับมันไปให้ได้
อีกอย่างเขาก็เป็พี่ชายดีแลนผมเลยค่อนข้างมั่นใจว่าลีลาของพวกเขาจะได้ใจผมเหมือนกัน
หรืออาจจะดีกว่าล้านเท่าถ้าเราทำพร้อมกันสามคน
“คุณใจร้อนชะมัด” ผมบอก มองคนที่ดึงเศษซากของเสื้อที่ผมใส่โยนลงไปที่พื้นลมหายใจอุ่น ๆ รินรดอยู่เหนือแผ่นอกมันทำให้ผมกัดปากรู้สึกว่าร่างกายกำลังตอบสนองกับฝ่ามือหนากายบอบ่บนถูกพรมจูบทั่วทุกที่เท่าที่จะทำได้ ขณะที่ดีแลนกำลังถอดกางเกงผมออกไป
น้องชายของคนใจร้ายกัดเบาๆ ที่โคนขาผม บีบขยำผิวขาวให้ขึ้นสีระเรื่อไม่ต่างจากพี่ชายที่หิวกระหายได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจยามปลายนิ้วลากไล้ไปตามาแที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าพันแผลสีขาวผมไม่รู้ว่าตอนนี้มันมีเืซึมออกมาบ้างไหม แต่ดูดีแลนจะพอใจ
“จะทำยังไงให้เืคุณไม่ออกดี” เขาถามก่อนที่ร่างสูงอีกคนจะกดจูบลงตรงนั้นดีวานปลอบขวัญมันเป็การกระทำที่ดูอ่อนโยนที่สุดั้แ่ผมมา
แต่ใครจะรู้ว่านั่นคือจุมพิตของปีศาจ
เพราะทันทีที่เขากดจูบลงตรงนั้นคมเขี้ยวขาวก็ฝังลงเนื้อมันก่อนที่ดีแลนจะขยับตัวมากระซิบข้างหูผมว่า
“เราจะทำให้คุณคลั่งตายไปเลย ที่รัก” ผมััได้ถึงหยาดเืที่ไหลจากาแผมคิดไว้อยู่แล้วว่าดีวานคงจะใจดีกับผมได้ไม่นานนักเขาเป็แบบั้แ่ครั้งแรกที่เจอกันผิดกับน้องชายเขาที่จะอ่อนโยนกว่าแต่จะว่าอย่างนั้นก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเวลาคนเราจะมีเซ็กซ์น่ะ...
มันสวมิญญาเสือร้ายทุกคน
ผมกัดปากแน่นลมหายใจเริ่มหอบถี่ ดีแลนจับผมให้ไปนอนทับบนตัวเขา ขณะที่ดีวานจับขาผมให้อ้าออกพรมจูบั้แ่แผ่นอกไล่ต่ำลงไปช้า ๆ แวะไปเลียเืที่ตัวเองทำแผลไว้เขาเหมือนกับแวมไพร์ที่รอเวลากินเหยื่อที่ยินยอมใจ และใช่ผมคือเหยื่อของพวกเขาในค่ำคืนนี้
“เป็เด็กดีนะโซล”
“อ๊ะ อ๊า”
“ใช่ ให้พี่เขาสำรวจร่างกายหน่อย”ผมเลียปากจิกเล็บเข้ากับกล้ามแขนของดีแลนที่จับตัวผมไว้ ดีวานกำลังก้มหน้าต่ำลงไปลมหายใจอุ่นร้อนป้วนเปี้ยนอยู่ที่กลางกายผม ในความมืด ผมเห็นดวงตาสีดำหลุบลงแววตาที่วาวโรจน์ทำเอาหัวใจของผมเต้นแรงไม่เป็ส่ำ
มือของดีวานจับโคนขาผมไว้แน่นบีบเค้นหนักหน่วงจนขึ้นสีแดงระเรื่อเป็รอยมือ ทว่ายิ่งเขารุนแรงมากเท่าไหร่ร่างกายผมกลับตอบสนองมากขึ้นเท่านั้น เขาแกล้งพ่นลมใส่ซอกขาผมเบา ๆก่อนที่ผมจะสะท้านเมื่อรับรู้ถึงปลายลิ้นร้อนชื้นที่กำลังโลมเลียอยู่ตรงนั้น
“อื้อ อ๊า !” ผมหลุดครางส่วนอ่อนไหวถูกปลุกเร้าจนแข็งขืน ดีวานมันทันทีที่มันชูชันชี้หน้าเขาขบกัดเล็กน้อยให้ผมดิ้นเร่า ลมหายใจขาดห้วงแทนที่ด้วยความเสียดเสียวที่พุ่งสูง “อื้อ อ๊ะ อ๊า”
“เสียงคุณเซ็กซี่ชะมัด”
“ดะ...ดีแลน”
“ชู่ว ไม่ต้องเรียกชื่อผมที่รัก
“อ๊า”
“เรียกชื่อเขา”ดีแลนกระซิบเสียงของเขาฟังดูยั่วยวนมากในตอนนี้ ผมหลุบตาต่ำมือขยุ้มเรือนผมสีเข้มของดีวานขณะที่เขาปรนเปรอส่วนนั้นให้อย่างเต็มใจโพรงปากร้อนกำลังโอบอุ้มระคนรูดรั้งไปพร้อมกัน แรกเริ่มมันเนิบช้าสักพักก็เริ่มบีบปากให้แน่นขึ้นเพื่อขยับในจังหวะที่ถี่กระชั้นผมเชิดหน้าครวญครางลั่นด้วยความสุขสม ดีแลนเลยก้มลงมาจูบผมเป็รางวัล
ลิ้นชื้นถูกสอดเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานบดเคล้าให้ผมตอบรับเช่นทุกครั้ง ผมได้ยินเสียงน้ำลายที่ถูกแลกเปลี่ยนกันไม่ต่างจาก่ล่างที่กำลังถูกลิ้นร้อนกลั่นแกล้งอย่างหนัก ดีวานผละออกยกสะโพกผมขึ้นสูงขึ้นเพื่อเปลี่ยนที่เลียใหม่
ผมกัดปากเนื้อตัวสั่นไหวยามปลายลิ้นไปวนไล้ช่องทางสีสวยความรู้สึกเสียวซ่านโจมตีผมอย่างหนักให้ตอดรัดสิ่งที่แทรกเข้ามาในกายมือของเขายังคงขยับส่วนหน้าให้ ส่วนอีกมือก็สอดเข้ามาด้านในพร้อมกับลิ้นที่เป็ใบเบิกทาง
“อื้อ อ๊า ดีวาน”
“คุณชอบใช่ไหมที่รัก” ดีแลนกระซิบถามเขาบดขยี้ยอดอกผมด้วยเรียวนิ้วร้อนผ่าว แค่สะกิดมันเบา ๆมันก็แข็งสู้มือเขาส่งผลให้เขาเริ่มนิสัยใจร้ายที่ผมรู้จัก “ผมอยากเลียมัน”
“งั้นก็ถอดกางเกงคุณสิ”
“หืม...?”
“ผมเองก็อยากเลียเหมือนกัน” ผมตอบกลับเสียงสั่นสบตากับเขาผ่านความมืดทว่าก็ได้ยินเสียงหัวเราะเป็คำตอบต่อด้วยเสียงซิปที่รูดลงให้ผมเป็ฝ่ายล้วงมือเข้าไปในกางเกงของเขาความรุ่มร้อนถูกส่งผ่านเข้ามาในปาก ลึกเข้าไปถึงลำคอไม่ต่างจากคราวก่อนที่ทำกันดีแลนดูดดุนยอดอกผมเป็การสวนกลับ ตอนนี้ผมเลยเหมือนโดนมัจจุราชดักไว้สองทาง
ถ้ามองข้างบนจะเจอดีแลนถ้ามองข้างล่างจะเจอดีวาน
เสียงรสััที่ส่งผ่านมาฟังดูหยาบโลนยิ่งกว่าอะไรผมครางกระเส่า ก้านนิ้วยาวกระทบกับจุดเร้าข้างใน ผมเลยเอาคืนโดยผ่านน้องชายขบกัดกายใหญ่ที่คับแน่นอยู่ในปากผม มือหนาของดีวานบีบขยำไปทั่วสะโพกเขารัวลิ้นเร็วขึ้น ส่วนดีแลนก็เคลื่อนต่ำไปส่วนนั้นให้ผม
ผมคล้ายกับจะตายเพราะพวกเขาสองคนแต่แล้วผมก็ต้องผละออกจากกายของดีแลน
บางอย่างถูกสอดเข้ามา
“อื้ม~”
“อ๊า ดีวาน !”
“ผ่อนคลายสิ” เ้าตัวบอกเสียงนิ่งขณะที่ฝังกายเข้ามาในตัวผมวินาทีนั้นคล้ายกับตัวผมจะฉีกออกจากกัน ผมเบิกตากว้างความรุ่มร้อนที่ใหญ่กว่าผู้ชายที่ผ่านมาเหมือนจะฆ่าผมให้ตายซะตรงนั้น ถึงจะพอ ๆกับดีแลน แต่ผมรู้สึกว่าพอเข้ามาด้านในมันกลับขยายตัวขึ้นดีแลนคงรู้ว่าผมเจ็บเลยพยายามปรนเปรอให้ผมรู้สึกดีขึ้น
หยาดใสไหลผ่านหางตาหยดลงบนที่นอนตอนที่ผมเงยหน้ามองเพดาน ลมหายใจผมติดขัดดีวานโถมกายมาหาผมทำให้ดีแลนต้องผละมาเป็เตียงให้ เขาจับขาผมให้อ้าออกรูดรั้งส่วนอ่อนไหวและยอดอก กดจูบลงบนซอกคอผิดกับพี่ชายเขาที่จับเอวผมไว้แทรกกายดุดันเข้ามาหาราวกับหิวกระหาย
ดีวานก้มลงมาจูบผมอีกครั้งปลอบประโลมที่ทำผมร้องไห้ทว่าผมไม่ได้เสียใจ มันก็แค่ความเจ็บชั่วครู่ที่เดี๋ยวสักพักผมก็จะคุ้นชินและสนุกกับมันเหมือนที่เป็มา ผมยอมให้เขาแลกเปลี่ยนหยาดหวาน เลียปากเขาเบา ๆ เป็การตอบรับว่าผมไหว
ดูเหมือนตอนนี้แผลที่เอวผมแลดูจะเบาบางไปเมื่อเทียบกับคมเขี้ยวร้าย
งับ !
“อึก !” พวกเขากัดผมพร้อมกันจุดแรกคือดีวานที่ฝังเขี้ยวตรงลาดไหล่ อีกที่คือดีแลนฝากไว้ที่ปีกหลังแลบลิ้นเลียเล็กน้อยให้ผมโฟกัสกับความเจ็บช้ำมากกว่าข้างล่างที่เขาดันเข้ามาจนสุดเราหอบหายใจ ผมสบตากับเขาผ่านความมืด รู้สึกเหมือนจะวูบแต่ก็ฝืนตัวเองเอาไว้
ผมลูบแผ่นอกกว้างจับตรงโคนกายร้อนเพื่อดันมันให้เข้ามาลึกอีกเผลอปลดปล่อยใส่หน้าท้องเขาเพราะดีแลนเป็คนคุมเกมตรงนั้นไว้ เขาแตะไปชิมกระซิบบอกผมว่ามันหวานแค่ไหนก่อนที่ผมจะจิกเล็บลงกับแผ่นหลังของดีวาน
เกมของเขาเริ่มขึ้นแล้ว
“อื้อ อ๊ะ อ๊า ดีวาน”
“แน่นชะมัด”
“พี่ต้องใจเย็น ๆ”
“อ่าห์” เสียงครางต่ำที่บอกถึงความพอใจทำหัวใจผมสั่นไหวยามเขาย้ำกายดุดีวานเหมือนคนคุมตัวเองไม่ได้ เขากระแทกความร้อนเข้ามาในร่างผมเนิบช้าสลับกับร้อนเร่าพาให้ผมหลังไม่ติดเตียง ดีแลนเลยต้องจับตัวผมไว้กายร้อนของเขาถูกับข้างขาของผม ขณะที่ภายในตอดรัดกายใหญ่ของดีวานผมกัดปากพยายามกลั้นเสียงเพื่อที่พวกเขาจะได้รู้สึกว่าพวกเขาข่มเหงผมไม่ได้
แต่ด้วยความ้าผมกลับทนไม่ไหวดีวานสอบเอวหาผมอย่างหนัก เขาทำให้ดีแลนที่อยู่ข้างล่างแลดูจะเคลื่อนตามไปพร้อมกับกายผมพลิกตัวให้นอนคว่ำลง กดหัวให้จูบไปตามกายของดีแลนส่วนนั้นของเขาอีกครั้งเป็การบรรเทาความเสียวซ่านที่อีกฝ่ายมอบให้
ดีแลนขยุ้มเรือนผมของผมไว้เขาดูพอใจขยับตัวมาเป็คุกเข่าเพื่อกระแทกกายเข้ามาในปากผมดวงตาสวยเบิกกว้างเมื่อมันล้วงลึกเข้าถึงลำคอเล่นเอาหยาดใสไหลเปรอะเปื้อนไปทั่วขอบปาก ผมหายใจไม่ค่อยออกถึงอย่างนั้นก็ยอมให้เขาทำกันทั้งสองทางดีวานกอดกายผมจากด้านหลังเร่งเร้าให้ส่วนแข็งขืนของเขาโจนจ้วงอยู่ในร่าง
“ดีชะมัด”
“ผมบอกแล้ว” ดีแลนหัวเราะผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาดูชอบขนาดนั้น “สนุกไหมที่ได้ทำกับพวกเรามันดีกว่าที่คุณคิดไว้ไหม โซล”
“อื้อ !”
“คุณดูสนุกนะที่รัก”ผมส่งเสียงครางอู้อี้เนื่องจากดีแลนอยู่ในปากผม มือของดีวานไล้ต่ำไปจับตรงนั้นรุดรั้งให้พร้อมกับสอบกายเข้าหา ผมเจ็บแผลนิดหน่อยมีผลมาจากการกระแทกกายอย่างหนักไม่นานนักก็ปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ตอดรัดให้ร่างสูงเสร็จในกายพร้อมกันทั้งสองคน “อ่าห์”
“อ๊า !” ผมหอบหายใจหยาดขาวข้นไหลทะลักทั้งจากปากและช่องทางมันไหลย้อยลงไปตามขาขณะที่ดีแลนจับผมให้พลิกกายไปหาดีวาน ผมกดเขาให้นอนลงจับส่วนอ่อนไหวของเราสองคนมารูดรั้งพร้อมกัน ดีแลนฝังกายเข้ามาในช่องทางผมเขาเริ่มสอบกายแม้จะรู้ว่าผมเพิ่งเสร็จไป
แต่ผมไม่เคยหยุดพักเวลามีเซ็กซ์จนกว่าตัวเองจะรู้สึกไม่ไหว
ผมแลบลิ้นเลียหยาดใสมือก็ปรนเปรอให้ดีวานด้วยความยินดีหนำซ้ำการได้ยินเสียงครางต่ำของคนที่ดึงผ้าพันแผลที่คอผมออกเพื่อฝากฝังรอยแดงก็เหมือนเพิ่มความกล้าของผมให้เพิ่มขึ้น ผมตอดรัดร่างกายของดีแลนดูดกลืนจนเขาต้องไซ้ซอกคออีกฝั่ง
ร่างกายผมเต็มไปด้วยหยาดเหนียวข้นคลั่ก มือที่ช่วยตัวเองพร้อมกับดีวานกลายเป็ต้องให้อีกฝ่ายคุมเกมอีกครั้งเสียงเนื้อกระทบเนื้อจากด้านหลังฟังดูหยาบโลนยิ่งกว่าในหนังอีโรติกยิ่งดีวานรูดรั้งรัวเร็วผมนี่แทบไม่ต้องคิดเพราะเวลานี้พวกเราแทบหลอมละลายเป็คนคนเดียวกัน
“อึก อย่ากัด”
“ถ้าไม่กัด ผมจะคุมตัวเองไม่อยู่”
“มันไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไง คุณเหมือนจะฆ่าผมให้ตาย”
“ดีแลนบอกแล้วไง”
“อ๊า !”
“เราจะทำให้คุณคลั่งตายไปเลย” ผมโถมกายไปหาดีวานตอนที่ดีแลนยกสะโพกผมให้สูงขึ้น เขาสอบกายดุดันยิ่งกว่าตอนแรกเป็สองเท่ามันทำให้ผมต้องหาที่เกาะไม่งั้นร่างกายตัวเองคงละลายหายไปสิ้นผมหันไปจูบกับเขาอีกทีขณะที่ดีวานซุกไซ้ซอกคอผม คมเขี้ยวของพวกเขายังคงฝังไปตามทั่วเนื้อตัวราวกับว่าการทำรอยมันไม่เท่ากับการกัด
ผมโอบรัดกายของดีแลนจนเขาเสร็จในตัวผมก่อนจะยกสะโพกให้ผมกดลงตัวกายของดีวานอีกครั้ง ผมเม้มปากน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ความสุขสมมาพร้อมกับความเสียวซ่านหนักหน่วงจนผมห้ามน้ำตาไม่ไหว ผมได้ยินเสียงดีแลนหอบหายใจเขาช่วยผมเคลื่อนกายอยู่บนตัวพี่ชายตัวเอง
“อ๊า !” ผมครางลั่นยามดีวานสวนกายใส่ดีแลนเลยไล้จูบต่ำไปทั่วแผ่นหลังฝากฝังรอยเขี้ยวไว้ไม่ต่างจากคนใจร้ายพวกเขาไม่สนใจเลยว่าผมจะเจ็บแค่ไหน พวกเขาจะกลั่นแกล้ง ทำให้ผมขาดใจตาย ร้องไห้ซ้ำๆ อยู่บนตัวเขาไม่ต่างจากพวกขี้แพ้ “พะ...พอ พอสักทีเลิกกัดผมได้แล้ว”
“ทำไม คุณเจ็บเหรอ ?”
“อ๊ะ อ๊า”
“ก็ดูคุณรู้สึกดีออกนี่” ดีวานตอบกลับตบมือลงกับสะโพกให้ผมตอดรัดกายเขาแน่นขึ้น“อีกอย่างเจ็บก็ไม่ถึงกับตายนี่”
“แต่คุณจะรุนแรงกับคู่นอนคุณขนาดนี้ไม่ได้”
“แต่คุณก็ชอบไม่ใช่หรือไง”
“ดีแลน...!”
“คุณชอบใช่ไหมเวลาที่พวกเราใจร้ายน่ะ” ร่างสูงขบขันยกตัวผมขึ้นให้ไปนั่งตักพี่ชายเขาเลยลุกขึ้นตามมาย้ำกายใส่ผมอีกครั้งอย่างหน่วงหนักวินาทีนั้นผมกอดพวกเขาไว้มั่น ร่างกายเหมือนจะแตกออกจริง ๆ ยิ่งกว่าตอนแรก “ไม่เป็ไรนะที่รัก คุณอาจจะรู้สึกเหมือนจะตาย มันก็แค่ตอนนี้เท่านั้น”
“อ๊า !”
“เพราะจริง ๆ คุณตายไปนานแล้วต่างหาก”
“!!!!”
“ตายในปากของพวกเรา”ผมไม่รู้ความหมายที่แฝงไว้ในคำพูดนั้นสมองของผมขาวโพลนไม่คิดอะไรเลยนอกจากเรียกชื่อของพวกเขาสลับกันพวกเขาผลัดเปลี่ยนเวียนเข้ามาในตัวผมฝากฝังรอยแดงและรอยฟันไว้ให้จนผมคลั่งตามที่เขาบอก
ผมไม่เคยเจอเซ็กซ์ที่สุดยอดขนาดนี้มาก่อนโดยเฉพาะเวลาที่พวกเขากินผมพร้อมกัน
มันเหมือนกับดึงผมขึ้น์แล้วฉุดลงนรกในเวลาเดียว
“คุณเป็ของเราแล้ว”
ราวกับมัจจุราชดูดกลืนิญญา
ร่างกายผมคล้ายจะฉีกขาดยามความร้อนรุ่มเคลื่อนไหวอยู่ในนั้นเป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่าบาปราคะมันทะลักทำให้กายนี้จมดิ่งลงสู่ความเ็ปและความสุขสม น้ำตาของผมหยดลงบนที่นอน ผสมกับเหงื่อกาฬของกิจกรรมที่ทำไปผมไม่รู้เลยว่าใช้เวลานานแค่ไหน รู้แค่ว่าผมหมดสติไป
หลังจากที่โดนกัดจนเจ็บทั้งตัว
“อือ…” แสงแดด่สายทำลายห้วงนิทราเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมไม่ฝันถึงอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดดำไม่มีภาพ ไม่มีเสียง มีเพียงแค่ความรุ่มร้อนที่โอบกอดไปทั้งร่างสิ่งแรกที่ผมััคือความร้อนจากแดดที่ส่องผ่านมาและความเ็ปที่ร้าวไปทั้งร่าง
ผมนึกว่าตัวเองฝันไปไม่คิดว่าจะเจ็บหนักขนาดนี้
ประจำทำกับแค่คนคนเดียวก็ว่าเมื่อยตัวจะแย่แต่ก็ยังพอมีแรงที่จะไปทำอย่างอื่นได้ ทว่าพอมาทำพร้อมกันสามคนมันเกินกว่าคำว่าปวดร้าวไปเยอะ ให้ความรู้สึกเหมือนโดดลงไปกลางฝูงฉลามให้มันฉีกกระชากร่างตามใจชอบ
ผมรู้สึกแบบนั้นตอนที่พวกเขากัดตัวผมั์ตาสวยหลุบมองรอยกัดตามตัว บางจุดมีคราบเืติดอยู่ พอรวมกับแผลที่มีอยู่ผมเลยรู้สึกเหมือนใกล้ตายเต็มทน
ทำเอาผมอยากคิดใหม่ว่าผมคิดถูกไหมที่ตัดสินใจอยู่กับพวกเขา
ผมแลดูจะเจ็บตัวหนักกว่าตอนอยู่ที่โรงพยาบาลซะอีก
‘เราจะทำให้คุณคลั่งตายไปเลย’
‘เจ็บไม่ถึงกับตาย’
‘คุณตายไปนานแล้ว’
“ปวดชะมัด” ผมพึมพำข่มความเจ็บที่ทำเอาน้ำตาคลอเบ้านึกถึงคำพูดพวกนั้นที่พวกเขาฝากฝังไว้ในหัวผม ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่หรอกตอนนั้นก็สนใจแค่ความสุขสมเท่านั้นผมถอนหายใจสลัดความเหนื่อยหน่ายก่อนจะสูดกลิ่นกลิ่นคาวของเืที่คลุ้งอยู่ทั่วเตียงที่ผมนอนอยู่ผมคิดว่าน่าจะมาจากตัวผม แทบจะทุกส่วนของร่างกายที่บอบช้ำผมไม่เข้าใจว่าพวกเขาจะกัดผมแรงขนาดนั้นทำไม
ทว่าก็ไม่มีคำขอโทษอะไรพอกวาดตามองไป...
ก็พบว่าในห้องไม่มีใครนอกจากผมกับเืตัวเอง