ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในบ้านที่ไม่เหลือสภาพเดิม ตัวบ้านมีแต่รอยกระสุน กรามถูกขบเป็นสันนูน เมื่อใจดันนึกถึงใบหน้าบิดาแท้ๆของตนเอง ทำไมช่างโหดร้ายนัก ทั้งเมียและลูกของเขาไม่ได้มีความผิดหากจะผิดก็ผิดที่เขาเองต่างหาก มือหนากุมขมับแน่นหัวใจเขากำลังหลั่งน้ำตาออกมาแม้ดวงตาเขาจะไม่มีน้ำตาออกมาซักหยด
“นายครับ...”เสียงคุ้นเคยปลุกให้เขาออกจากภวังค์
ลุคส์หันมองเจ้าของเสียง แววตาเครียดขึ้น
“มาติช... รู้หรือยัง ที่อยู่ของลูกเมียฉัน”
“ยังเลยครับแต่ผมจะพยายามต่อไป”
ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งลงบนโซฟา หัวใจเหมือนจะหลุดออกจากร่างทั้งเป็นห่วงทั้งกังวล จะหาเมียและลูกได้ที่ไหน เขาไม่ต้องการขออะไรแค่เพียงได้พบหน้าลูกเมียเท่านั้นพอ
มาติชยืนมองเจ้านายตนเอง เขาไม่น่าพลาดเลยใจเขาเองก็นึกเป็นห่วงทั้งเมียและลูกของนาย ยังห่วงอีกหนึ่งคือผู้หญิงที่มาชิงพื้นที่ในใจ
เสียงรถยนต์ที่หน้าบ้านปลุกสองร่างให้ตื่นจากความคิดของตนเองประตูรถที่เปิดออกมาปรากฏสาวร่างอวบอัดที่ลุคส์คุ้นเคยชายหนุ่มลุกยืนจ้องมองแววตาวาวโรจน์ เอมม่าชะงักเล็กน้อยแต่ฝืนเดินต่อข่มความกลัวไว้ภายใน
“คุณมาทำไม! ถ้ายังไม่อยากตายก็ไสหัวไปซะ!”เสียงกร้าวดังออกมาจากริมฝีปากหยักลึก แววตาเจือไปด้วยโทสะกล้า
“อย่าเพิ่งไล่เอมม่าได้ไหมคะลุคส์ เอมม่าขอโทษ... เอมม่าแค่ต้องการมาบอกคุณเรื่องที่อยู่ของปรางค์ปรียาและลูก”สาวร่างอวบน้ำตาคลอบอกเขาเสียงสั่น
ชายหนุ่มชะงัก จ้องลึกลงไปในดวงตา เธอมีความจริงใจกับเขาแค่ไหนหรือเพียงแค่หลอกให้ตายใจเท่านั้น
“คุณแน่ใจแล้วหรือเอมม่าที่มาบอกผม?”
“แน่ใจแล้วสิคะ เอมม่าไม่อยากถูกคุณเกลียด...”
เจ้าของร่างอวบเริ่มมีน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม แม้เธอรักเขามากเพียงใดแต่เขาก็ไม่เคยไยดีเธอเองก็ไม่อยากฝืนอีกต่อไป หากแต่งไปเขาคงทำตามที่พูดจริงๆแววตาที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ เล่นเอาเธอเย็นไปถึงขั้วหัวใจ รู้ดีว่าคนอย่างเขาต้องทำได้แน่ไม่อยากเอาชีวิตตัวเองและพ่อมาเสี่ยง
“ลูกเมียผมอยู่ไหนเอมม่า”เขาถามเสียงเข้ม
“อยู่ที่บ้านพักของเอมม่าเองค่ะ เดี๋ยวเอมม่าจะวาดแผนที่ให้นะคะ”
เอมม่าจัดการวาดแผนที่แล้วส่งให้กับมาติช เขารับมาแล้วรีบคร่อมรถทะยานออกไปทันทีร่างอวบอัดทำทีจะก้าวเดินหนี แต่มือหนากลับฉุดรั้งเอาไว้หญิงสาวหันมามองเขาด้วยความแปลกใจ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เอมม่า... ผมขอโทษที่ในอดีตผมเคยทำไม่ดีกับคุณ ขอให้คุณอภัยให้ผม”
ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริกมองหน้าเขาน้ำตาคลอเธอไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เลยแต่ก็ดีไม่น้อยที่เขาไม่ทำท่าทีเกรี้ยวกราดใส่อีกแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะ เอมม่าไม่โกรธคุณหรอกค่ะตอนนี้เอมม่าเข้าใจทุกอย่างแล้ว”
“ขอบคุณที่เข้าใจผมเอมม่า”
“ฉันขอกอดคุณได้ไหมลุคส์ เป็นครั้งสุดท้าย...”
“ได้...”
เธอโผเข้ากอดเขาเธออยากจะซึมซับไออุ่นจากเขาอีกครั้งยังดีที่เขาไม่โกรธหรือเกลียดเธอขอเพียงแค่นี้ก็พอแล้วไม่อยากให้เขาเหมือนก่อนหน้านี้ร่างอวบอัดผละจากอ้อมกอดพลางจ้องมองเขาให้เต็มตาอีกครั้ง
“ฉันกลับก่อนนะคะลุคส์ ลาก่อนค่ะ”
“โชคดีครับเอมม่า”
ชายหนุ่มยืนมองแผ่นหลังที่ไม่นานก็ผลุบหายเข้าไปในรถไม่กี่วินาทีต่อมารถก็แล่นหายออกไปจากสายตาร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งงันพลางข่มใจตัวเองและรอรับรายงานจากลูกน้องคนสนิท
หวังว่าเธอและลูกจะปลอดภัย...เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงจะร้ายให้แผ่นดินนี้ต้องจารึกเลยทีเดียว