ด้วยความเข็ดขยาด แสงเทียนหายวับไป...หนึ่งคืน
คืนถัดๆมา ฉันตั้งเทียนไขเล่มเล็กบนคร่าวผนังปูนด้านตรงข้าม
ต้องหลับๆตื่นๆ ลุกเดินไปต่อเทียน 7-9 เล่มกว่าจะเช้า...
“แม่ดูดิเจ๊งไหม” คนพูดโชว์ ‘สิ่งประดิษฐ์ใหม่’
“อะไรอีก”
“นี่กบใช้ตูดแก้วตั้งเทียน”
“ยังไม่เลิกอีก”
“เออน่าอันนี้เป็สแตนเลส รับรองไม่ไหม้ แถมจะได้ใกล้ๆ ถ้าอยู่ตรงฝา บางทีกบเผลอหลับ ตื่นมาห้องมืดตึดตื๋อเลยไม่ชอบ”
แม่ทำหน้าคร้านจะแย้ง
จังหวะนั้น...
วิทยุทรานซิสเตอร์ขาประจำมีคลื่นแทรกเสียงเพลงดังติดๆดับๆกระท่อนกระแท่น
ฉันค้นมือถือในกระเป๋าสะพาย มากดรับสายดังเช่นเคย
“กิ๊กฝากให้แม่ซื้อส้มตำเข้าไปด้วย” บอกพลางเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า
“ได้แล้วอีกกี่วันจะกลับบ้าน”
ฉันลุกไปส่งแม่ที่หน้าประตู “ซักอาทิตย์หน้ากะทิน่าจะหายแล้วแหล่ะ”
นับจากนั้น ฉันมักใช้ ‘สิ่งประดิษฐ์ใหม่’ มาเรื่อยๆ
...กระทั่งคืนหนึ่ง
ฉันสะดุ้งตื่น เพราะเสียงเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ดังติดๆดับๆกระท่อนกระแท่น
ดึกดื่นเที่ยงคืนที่บ้านเกิดเื่อะไรขึ้น??
สีหน้าฉันวิตกกังวล ขณะควานหาอุปกรณ์สื่อสารโดยอัตโนมัติ...
โทรศัพท์ในมือหน้าจอดำ ว่างเปล่า ไม่มีสัญญาณเรียกเข้า...
...งงในงง แค่อึดใจ...
พอเหลียวไปเห็นปลายเทียนจวนมอดริบหรี่ ฉันก็คว้าพาราฟินเล่มใหม่จุดต่อ...
สมองค่อยๆ ลำดับทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น....
ก่อนฉันจะลุกขึ้นยืนเปิดสวิตซ์ไฟฟ้า
เป่าเทียนดับ
และไม่คิดอยากจุดเทียน...อีกเลย