หลัวหยางยืนอยู่เบื้องหน้ากระจกบานใหญ่ที่ส่องสะท้อนเงาร่างของตนในชุดอาภรณ์ขาวสะอาด ตัดกับลวดลายสีทองเส้นบางอันแสดงถึงความวิจิตรและความสง่างามอย่างผู้มีศักดิ์ศรีสูงส่ง เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยถูกรวบมัดไว้หลวมๆด้านหลังอย่างประณีต
ดวงตาสีแดงลุ่มลึกที่เคยแฝงความสับสนจากความทุกข์ยากในการเดินทาง บัดนี้กลับฉายแววเฉียบคมและสงบนิ่งดังทะเลที่ซ่อนคลื่นพายุไว้เบื้องล่าง ชายหนุ่มในเงาสะท้อนเบื้องหน้านั้นไม่มีความคล้ายคลึงกับชายหนุ่มที่เมื่อหลายวันก่อนยังนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้
เสื้อผ้าที่เคยเปรอะเปื้อนและหลุดรุ่ยถูกแทนที่ด้วยอาภรณ์ของผู้สูงศักดิ์
กลิ่นเหงื่อและฝุ่นทรายจากทางไกลถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอ่อนของน้ำอบสมุนไพรล้ำค่าที่ช่วยขับความอ่อนล้าออกจากร่างกายทั้งหมด
ชายหนุ่มเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าภาพของตนในยามนี้ดูสง่าผ่าเผยเสียยิ่งกว่าคำใดจะอธิบายได้
เพราะสำหรับคนที่เกิดและเติบโตมาในหมู่บ้านหินผาที่ห่างไกลจากความศิวิไลซ์เช่นเขาแล้ว
ชุดผ้าธรรมดาที่ถักด้วยมือยังถือว่าหรูหราสำหรับชาวบ้าน แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ในตอนนี้นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะกล้าฝันถึงเลยด้วยซ้ำ
เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักอย่างไม่ปิดบังความตื่นเต้น
“แหมๆ คุณชายหล่อเหลาเป็อย่างมากเลยเ้าค่ะ”
“นั่นสินะ ถ้าบอกไปว่าก่อนหน้านี้เขายังมอมแมมอยู่เลย ใครจะไปเชื่อได้!”
เสียงพนักงานอีกคนกล่าวขึ้นต่อจากกันอย่างกระตือรือร้นพร้อมกับสายตาเป็ประกายที่ไม่อาจซ่อนเร้น
“คุณชายสวมใส่และมีอะไรติดขัดตรงไหนไหมคะ? พวกเราจะได้แก้ให้ในทันที”
บรรดาพนักงานสาวในร้านต่างรุมล้อมหลัวหยางอย่างตื่นเต้นด้วยความชื่นชมไม่ขาดปาก คนหนึ่งจัดปกคอให้ อีกคนจัดชายเสื้อคลุม อีกคนย่อตัวลงจัดรองเท้าบูทหนังลายเมฆสีดำให้เข้าที่ เสียงเจื้อยแจ้วของพวกนางดังก้องไปทั่ว จนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของเขา
“เอ่อ..”
หลัวหยางที่ไม่เคยเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ถึงกับยืนนิ่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป แทบจะทำอะไรไม่ถูก
ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยขณะยกมือปัดเส้นผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างเก้อเขิน ก่อนจะรีบหยิบเงินห้าตำลึงออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้หญิงสาวที่อยู่ใกล้มือที่สุดอย่างลวกๆ
“ขะ.. ข้าจะจ่ายค่าชุด!”
“รีบจัดการให้เลยเถอะ”
น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย ั์ตาสีแดงกวาดมองพนักงานหญิงที่ส่งยิ้มหวานละไมให้
ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกจากร้านด้วยท่วงท่าที่เร่งรีบ แฝงไว้ด้วยความงดงามเช่นเดียวกับคลื่นลมที่แทรกตัวผ่านูเาหิมะ
ด้านหลังเขา เสียงหัวเราะเบาๆ และเสียงโบกมือลายังคงดังต่อเนื่อง
“ขอบคุณท่านคุณชายมากเ้าค่ะ หวังว่าจะกลับมาใช้บริการอีกนะเ้าคะ!”
เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งลากยาวพลางส่งจูบกลางอากาศตามหลังชายหนุ่มไปด้วยความหลงใหล
ขณะที่หลัวหยางเดินออกจากร้านนั้นเอง เขาก็ได้ถอนหายใจเบาๆ พลางพึมพำในใจ
“เฮ้อ.. แค่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ สายตาที่มองมาในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนไปในทันที”
“เพราะงี้แหละนะ รูปลักษณ์ภายนอกถึงเป็สิ่งสำคัญมากจริงๆ”
ขณะเดียวกันนั้นเอง ระบบสังหารโชคชะตาก็ส่งเสียงจิกกัดขึ้นในหัวเขาด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์ปนขบขัน
【เป็อย่างที่คิดจริงๆ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งสินะ】
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะสั้นๆที่ดังสะท้อนอยู่ในจิตใจของหลัวหยาง
【แต่ก็ไม่แปลกอะไรหรอก เพราะรูปลักษณ์ของเ้านั้นดูดีและมีสง่าราศีอยู่แล้ว】
【ถ้าบอกไปว่าเ้าเกิดขึ้นภายในตระกูลเซียนผู้ยิ่งใหญ่ มันก็ไม่ใช่เื่เกินจริงไปเลย เพราะคนที่มีั์ตาสีแดงน่ะ มันหาได้ยาก นอกจากว่าพวกเขาจะมีพลังอำนาจพิเศษหรือดวงเนตรที่ท้าทาย์ การจะมีม่านตาสีแดงดั่งโลหิตได้นั้น ในหมื่นคนอาจมีเพียงแค่คนเดียว】
【ว่าแต่ข้าหิวแล้ววะศิษย์รัก รีบไปหาอะไรลองท้องกันเถอะ】
【เป้าหมายคือโรงเตี้ยม】
【มองหาที่พักที่ดูดีด้วยนะ】
หลัวหยางหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะพยักหน้ากับตัวเองและเริ่มออกเดินอีกครั้ง
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องประกาย ระหว่างทางที่ชายหนุ่มเดินผ่านกลางอาณาเขตเมืองอันคึกคักนั้น
บรรดาผู้คนทั้งสองข้างทางก็ต่างหันมาสบตาและลอบมองเขาด้วยสายตาตื่นตะลึงปนสงสัย
บ้างก็กระซิบกระซาบกันว่าเขาคือคุณชายจากตระกูลใด บ้างก็กล่าวว่าอาจเป็ศิษย์สำนักใหญ่ผู้ใกล้ทะลวงสู่ระดับเหนืุ์
เสียงซุบซิบเ่าั้ดังแว่วไปทั่วตลาดจนแทบกลบเสียงล้อเกวียนและฝีเท้าผู้คนที่กำลังเดินขวักไขว่
หญิงสาวที่ถือพัดใบไม้และแต่งชุดประจำชนเผ่ากำลังยืนขายผลไม้ยังถึงกับเผลอทำตะกร้าหล่นจนแอปเปิ้ลกลิ้งลงพื้นโดยที่นางไม่รู้ตัว
ชายแก่ที่กำลังยกถังน้ำกลับต้องชะงักมองหลัวหยางด้วยสายตาประหลาดใจ ขณะที่กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มสาวจากสำนักสิงหาวายุที่เพิ่งเดินทางเข้าสู่เมืองในวันนี้ ต่างหยุดกึกเพียงแค่ได้เห็นร่างของเขาที่เดินผ่านช้าๆอย่างสุขุม
ผืนผ้าคลุมที่ปลิวตามแรงลมเผยให้เห็นปลายกระบี่ที่สะพายไว้กลางหลัง ประหนึ่งเทพ์จากตำนานโบราณ
หลัวหยางเดินเข้าสู่โรงเตี้ยมกลางเมืองที่มีชื่อเสียงในหมู่นักเดินทางและผู้บำเพ็ญเพียรทันทีโดยไม่รีรอ
ที่นี่เป็สถานที่พักของผู้มากฝีมือมากมายที่แวะเวียนเพื่อฟื้นฟูพลังและเตรียมตัวก่อนเดินทาง
เขาเปิดประตูไม้ฉลุลายแล้วก้าวเข้าสู่ภายใน พลางสายตาทั้งโรงเตี้ยมต่างก็หันขวับไปยังชายหนุ่มผู้มาใหม่ในทันที
บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงถกเถียงเื่การบำเพ็ญ กลับกลายเป็ความเงียบวาบไปเพียงชั่วพริบตา
หลัวหยางเพียงยกมือลูบผมอย่างสุภาพ แล้วเอ่ยกับเ้าของร้านที่ยืนหลังเคาน์เตอร์ไม้โบราณด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม
“ข้าขอห้องพักหนึ่งห้อง!”
เ้าของร้านชายวัยกลางคนในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว พลางยิ้มกว้างจนั์ตาแทบหาย
“ได้เลยคุณชาย ห้องชั้นสามด้านหน้ามีวิวดีที่สุด!”
“ส่วนราคาหนึ่งคืนก็อยู่ที่ห้าสิบตำลึงทองแดง”
ขณะที่หลัวหยางจ่ายค่าธรรมเนียม รับกุญแจห้องและกำลังจะเดินขึ้นชั้นบน เสียงระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【รีบตรวจสอบดูห้องพักเร็วๆเข้า แล้วกลับลงมาด้านล่างชั้นแรก】
【อย่าลืมสั่งอะไรที่มีเนื้อด้วย ข้าอยากกินซี่โครงจิ้งจอกย่างน้ำผึ้ง หรือไก่ตุ๋นสมุนไพรสักชามใหญ่ๆก็จะดีไม่น้อย】
“ท่านไม่ใช่คนสักหน่อย จะกินไปได้ยังไง?”
อาจารย์ระบบถึงกับกรอกตา แล้วรีบตอบในทันควัน
【ไอ้เด็กบ้า ข้าก็แค่อยากให้เ้ากินเผื่อเว้ย! แล้วข้าก็มีวิธีการของข้าเช่นเดียวกัน】