“ศิษย์พี่หญิงซู ช่างบังเอิญจริงๆ!”เย่เฉินพูดออกไปอย่างเรียบนิ่ง เมื่อได้พบกับซูซินเยว่
“เอาดอกอวี้หลันหิมะมาให้ข้า”
“ดอกไม้นี้เป็ของข้า หากศิษย์พี่้า ก็ไปหาเอาเองสิ!” เย่เฉินเขี่ยหู พร้อมเก็บดอกอวี้หลันหิมะเข้าไว้ในอ้อมกอด
“หน้าไม่อาย” ซูซินเยว่ยื่นมือออกไป แสงสีขาววนเวียนอยู่รอบมืออันเรียวจากนั้นก็ตบลง
“ท่านมาแย่งสมุนไพริญญาของคนอื่นแล้วยังจะกล้าพูดได้อย่างมั่นใจอีกหรือ?” ดวงตาของเย่เฉินเปล่งประกาย เดินไปข้างหน้า ปล่อยหมัดออกไป
หมัดและฝ่ามือปะทะกัน ทำให้ทั้งคู่ถูกแรงกระแทกถอยไปด้านหลัง
ซูซินเยว่ส่งเสียงร้องอย่างเ็าจากนั้นก็เข้าโจมตีอีกครั้ง ปลายเท้าจิกลงกับพื้น ร่างกายอ่อนช้อยไร้ที่เปรียบกระบี่ิญญาบินออกมาจากแขนเสื้อของนาง จากนั้นนางก็คว้ามาถือไว้ในมือ
“สายลมวิสุทธิ์ขับขาน” เมื่อเสียงของซูซินเยว่ดังขึ้นกระบี่ิญญานั้นก็สั่นไหว แสงแห่งิญญาก็อบอวลไปทั่วและเมื่อนางปล่อยกระบี่ออกมาแหวกผ่าไปกลางอากาศกลับมีเสียงหวีดของสายลมที่แหลมคมยากจะหาสิ่งใดเปรียบได้
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินก็เริ่มมีสีหน้าเ็าขึ้น
เขาไม่เคยนึกเลยว่าซูซินเยว่จะมีเคล็ดวิชาลึกลับ และยังมีท่าไม้ตายในการลงมือ เขามั่นใจได้เลยว่าหากไม่ลงมือป้องกันไว้ คงจะต้องถูกดาบแทงเข้าเป็แน่
คิดได้ดังนั้นเขาจึงดึงกระบี่เทียนเชวียออกมาจากด้านหลัง
แกร๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมากระบี่เทียนเชวียสั่นสะท้านพร้อมส่งเสียงดังออกมา เย่เฉินถึงกับถูกแรงสะท้อนกลับถอยไปด้านหลังสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือเคล็ดวิชาสายลมวิสุทธิ์ขับขานของซูซินเยว่แม้ว่าจะถูกสกัดไว้ได้ แต่กลับมีคมมีดสายลมกระจัดกระจายอยู่ทุกทิศทางมันกรีดถูกชุดคลุมของเย่เฉิน อีกทั้งยังฝากรอยเืบนใบหน้าของเขาด้วย
“จมอยู่กับความคิดเข่นฆ่า ก็ยากจะบรรลุผลสำเร็จ” ซูซินเยว่กวาดมือออกไปแกว่งกระบี่ขึ้นอีกครั้ง เรียกเอาคมมีดสายลมรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวออกมาตัดผ่านไปในห้วงอากาศ
“เพียงแค่สมุนไพริญญาเพียงชิ้นเดียวถึงขั้นจะฆ่าฟันศิษย์ร่วมสำนักศิษย์พี่หญิงซู ท่านจมอยู่กับความคิดเข่นฆ่าหรือว่าข้าที่จมอยู่กับความคิดเข่นฆ่ากันแน่” เย่เฉินเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เขาััได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงจากกระบี่ของนางเห็นได้ชัดว่านางคือฆาตกร แต่กลับทำตัวเสแสร้งอยู่ตลอด
ภายใต้แสงสว่างวูบวาบเย่เฉินย่างเข้าไปอีกก้าว อัดพลังปราณสู่กระบี่เทียนเชวียจากนั้นก็วาดกระบี่ไปตามแนวขวาง
แกร๊ง!
เสียงของโลหะที่กระทบกันดังขึ้นอีกครั้งทั้งสองคนต่างถอยไปด้านหลังเพราะแรงสะท้อนกลับ
เย่เฉินกลายเป็ฝ่ายได้เปรียบจึงตัดสินใจที่จะสั่งสอนซูซินเยว่สักครั้ง
ทว่าขณะที่เขากำลังก้าวออกไป ทันใดนั้นเองก็ได้มีกระแสลมพัดแรงโหมเข้ามาใส่เขา
“ขั้นพลังธาตุ”ดวงตาของเย่เฉินเปล่งประกายวาบ
เพียงชั่วพริบตาเขาจึงรีบเหวี่ยงหมัดออกไปในทันที
เพียงแต่คนที่อยู่ในมุมมืดนั้นโจมตีรวดเร็วมากอีกทั้งเย่เฉินเองก็ลงมืออย่างพรวดพราดจนเกินไปจึงไม่สามารถใช้พลังลมปราณที่สมบูรณ์ได้ ดังนั้นเขาจึงถูกโจมตีจากอีกฝ่ายจนทำให้เขาถึงกับถอยไปด้านหลัง
“ช่างกล้าหาญอะไรเยี่ยงนี้เ้ากล้าแตะต้องแม้แต่คนของยอดเขาเหรินหยางเชียวหรือ”
เสียงนั้นลอยมาตามสายลมเงาร่างสีขาวเงาหนึ่งก็วูบวาบส่องประกายอยู่ในป่าด้วยความว่องไวพรุ่งพรวดออกมาอยู่ตรงหน้าของเย่เฉิน จากนั้นเงื้อมฝ่ามือเตรียมตบลงมาที่เขา
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินจึงรีบยกกระบี่เทียนเชวียขึ้นขวางไว้ด้านหน้า
เปรี้ยง!
คนโจมตีผู้นั้นได้ตบลงบนกระบี่เทียนเชวียเต็มแรง
พลังฝ่ามืออันน่ากลัวนี้ทำให้เย่เฉินถึงกับถอยพรวดไปด้านหลังและยังไม่ทันได้ทรงตัว ฝ่ามืออีกข้างก็ประทับลงบนหน้าอกของเขาทันที
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วต่อให้ใช้ความสามารถทั้งหมดของเขาที่มี ก็ยังไม่อาจจะต้านทานได้คนโจมตีเป็ผู้ฝึกตนขั้นพลังธาตุ จึงแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่งผนวกกับเป็การถูกซุ่มโจมตี ทำให้ไม่เหลือที่ว่างเอาไว้ให้เขาได้ตอบโต้กลับเลย
เฮือก!
เมื่อเขาสามารถทรงตัวขึ้นได้เย่เฉินก็กระอักเืออกมา ร่างกายซวนเซ จนเกือบจะล้มลง
เย่เฉินเพิ่งจะมองเห็นรูปลักษณ์ของผู้ที่เข้ามาได้อย่างชัดเจน
คนผู้นั้นเป็ชายหนุ่มในชุดสีขาวนับได้ว่าสง่างามยิ่งนักการเคลื่อนไหวท่าทางของเขานั้นให้อารมณ์ของความอ่อนโยนและสง่างามแต่ทว่าตรงมุมปากของเขากลับแฝงไปด้วยรอยยิ้มอันน่าขยะแขยง
“ศิษย์พี่ฉีเฮ่า”เมื่อมองเห็นผู้ที่เข้ามา ซูซินเยว่ก็ยิ้มหวานขึ้นในทันที ดวงตาเปล่งประกายชื่นชม
“ศิษย์น้องหญิงซูเ้าไม่เป็อะไรนะ!”ชายหนุ่มที่ชื่อฉีเฮ่าส่งยิ้มให้ราวกับสายลมอันอบอุ่น แต่ทว่ากลับดูเสแสร้งอย่างมาก
“ข้าไม่เป็อะไร” เมื่อได้รับความเป็ห่วงใยจากคนที่ชื่นชอบซูซินเยว่ก็ยิ้มอย่างเก้อเขิน แต่เมื่อหันไปมองเย่เฉินกลับปรากฏเป็ใบหน้าที่เย็นเยือกราวกับเต็มไปด้วยน้ำค้างแข็ง “ศิษย์พี่เขาคือเย่เฉิน”
เอ๊ะ?
เมื่อได้ยินดังนั้นฉีเฮ่าก็เริ่มสนใจขึ้นมาในทันที เขามองไปทางเย่เฉินอย่างเย้าหยอก“ที่แท้เ้าก็คือศิษย์ฝึกหัดที่เพิ่งจะเข้ามาใหม่ของสำนักเหิงเยว่นี่เอง”
“เป็ถึงผู้ฝึกตนขั้นพลังธาตุแต่กลับมาแอบซุ่มโจมตี” เย่เฉินหัวเราะเยาะ อดไม่ได้ที่จะโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจ
“อย่าคิดนะว่าเอาชนะจ้าวหลงได้แล้วเ้าจะกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ไร้คนต่อกรในใต้หล้า รู้ไว้ด้วยว่าในสายตาของข้าเ้านั้นยังอ่อนหัดยิ่งนัก” เสียงหัวเราะอันเหยียดหยามได้ดังออกมาจากปากของฉีเฮ่า“ยอดเขาเหรินหยางไว้หน้าเ้าแล้ว แต่เ้าไม่รู้จักแสวงหาความก้าวหน้าได้แต่กลับมองข้ามความหวังดีของผู้อื่น”
“ความแค้นจากการลอบโจมตีในวันนี้เ้าจดจำไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
“ข้าจะรอให้เ้ากลับมาแก้แค้นนะ”ฉีเฮ่ายิ้มอย่างเยาะเย้ย
พูดจบฉีเฮ่าก็หันหลังกลับ ก้าวย่างอย่างสง่างามมาอยู่ข้างกายของซูซินเยว่จากนั้นก็เด็ดดอกอวี้หลันหิมะยื่นให้กับนางอย่างสง่าผ่าเผย แล้วกล่าวออกไป
“ศิษย์น้องหญิงซูนี่สำหรับเ้า”
“ขอบคุณศิษย์พี่”ซูซินเยว่ยิ้มอย่างเขินอาย บนแก้มสดใสของนางปรากฏเป็สีแดงระเรื่อ
“กลับยอดเขาเหรินหยางกันเถอะ”
“อือ”
ทั้งสองคนเคียงคู่กันจากออกไปเหลือเพียงเย่เฉินที่ถูกทอดทิ้งไว้ให้ทรงตัวอยู่อย่างโงนเงน
“ความแค้นนี้ ข้าจดจำไว้หมดแล้ว เ้ารอได้เลย”ความเยือกเย็นในดวงตายังตาอยู่ เย่เฉินเช็ดเืตรงมุมปากออกอย่างแรง
เขายังไม่ได้จากไปไหนเพียงแต่หาสถานที่ลับตาในการรักษาการาเ็ของตนเองอย่างเงียบๆ
ไม่ถึงครึ่งวันพลังในการฟื้นฟูอันน่าทึ่งของเขาทำให้อาการาเ็ทั้งหมดหายเป็ปกติจากนั้นเขาจึงทำการค้นหาดอกอวี้หลันหิมะต่อไป
เขา้าดอกอวี้หลันหิมะเพื่อทำการกลั่นน้ำยาิญญาหยกเพื่อเติมเต็มความจุอันมหาศาลของทะเลลมปราณซึ่งวิธีการนี้เป็วิธีที่บุกทะลวงเข้าไปได้รวดเร็วที่สุด
จนกระทั่งย่ำรุ่งเขาจึงเดินออกมาจากูเาด้านหลัง เกือบจะสิบชั่วยามของการทุ่มเทค้นหาอย่างหนักเขาก็สามารถหาดอกอวี้หลันหิมะได้เพียงแค่เก้าดอกเท่านั้นแต่มันก็เพียงพอแล้วสำหรับการนำไปกลั่นน้ำยาิญญาหยก
ที่เนินเขาลูกนั้นอีกครั้ง
หลังจากเย่เฉินรวบรวมพลังปราณจนนิ่งสงบการเต้นของหัวใจก็ได้ปลุกอัคคีเที่ยงแท้ขึ้นมาอีกครั้งเขาใช้เคล็ดวิชาควบคุมปราณและโลหิตมาใช้คุมเปลวไฟ และควบรวมเป็ฐานตั้งเปลวไฟ
จากนั้นนำสมุนไพริญญาใส่เข้าไปโดยไม่เรียงลำดับก่อนหลัง อัคคีเที่ยงแท้พลุ่งพล่านสมุนไพริญญาที่ถูกโยนเข้าไปก็กลายเป็กองขี้เถ้าอยู่ตรงนั้น
“หรือไฟจะแรงเกินไป?” เย่เฉินพูดในใจจากนั้นจึงควบคุมความสม่ำเสมอของอัคคีเที่ยงแท้เพื่อเบาไฟให้อ่อนลง
สมุนไพริญญาอีกกว่าสิบต้นถูกโยนเข้าไปแต่ทว่าสมุนไพริญญาเ่าั้ก็เหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็วปรากฏเป็ของเหลวมีสีที่กลั่นได้หยดออกมาทีละหยด
นี่เป็ขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา
จิตใจของเย่เฉินนิ่งสงบจนว่างเหงื่อไหลออกมาจนเปียกไปทั้งตัว แต่ดูตื่นตัวมีชีวิตชีวาแม้ว่าจะล้มเหลวไปหลายครั้ง แต่เขากลับได้พบกับเคล็ดลับในขณะที่กองขี้เถ้าบนพื้นของสมุนไพริญญาเพิ่มขึ้นเขาก็เริ่มมีความชำนาญในการควบคุมไฟ
ไม่รู้ว่าเป็เวลาใดแล้วตอนนี้บนเนินเขามีกลิ่นยาหอมอบอวลอยู่
“ขึ้นจากเตา”เมื่อเย่เฉินส่งเสียงเรียกออกมา ก็มีก้อนน้ำยาิญญาลูกหนึ่งลอยออกมาจากหม้อไฟจากนั้นเขาจึงใช้ขวดหยกรับเอาไว้
เฮ้อ!
เย่เฉินปล่อยลมหายใจที่ขุ่นมัวออกมาจับขวดน้ำยาิญญาหยกไว้แน่น สูดดมกลิ่นของยาที่ออกมาจากขวดอย่างละโมบ
“ความพยายามไม่มีทางสูญเปล่า”เย่เฉินปาดเหงื่อ หลังจากสูดดมกลิ่นของยาเข้าไปทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาอ่อนเพลียเป็อย่างมาก
“ไม่รู้ว่าประสิทธิภาพของตัวยาจะเป็อย่างไร”เย่เฉินบ่นพึมพำ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นซดน้ำยาิญญาหยกเข้าปาก
ทันใดนั้นเย่เฉินก็ต้องตกตะลึง
เมื่อน้ำยาิญญาหยกไหลเข้าสู่ร่างกายมันให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านไปตามเส้นลมปราณแต่ละสายทำให้เขาหายจากความอ่อนเพลียเมื่อยล้า ม้ามและไตของเขาได้รับการบำรุงแก่นแท้พลังิญญาของน้ำยาิญญาหยก ได้เติมเต็มพลังลมปราณของน้ำยาิญญาหยกที่เขากลั่นออกมา
เอ๊ะ?
เย่เฉินอุทานขึ้นเบาๆใบหน้าของเขามีความสุขเพราะการได้รับน้ำยาิญญาหยกจะทำให้เขาสำเร็จการฝึกตนขั้นรวมพลังชั้นที่สอง
เพียรพยายามจนสำเร็จในครั้งเดียว
เย่เฉินได้หยิบขวดน้ำยาิญญาหยกที่เหลืออีกสองขวดกระดกเข้าปากจนหมดในครั้งเดียว
เวลานี้ อัคคีทองคำก็ได้พวยพุ่งออกมา
มองดูจากระยะไกลจะเห็นว่าเย่เฉินในตอนนี้นั้นมีเปลวไฟสีทองกำลังลุกท่วมร่าง ผมยาวสีดำลมนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหว ก่อเกิดกระแสพลังงานิญญาที่ไหลเป็วังวนโดยมีเขาเป็ศูนย์กลาง เย่เฉินได้รับประโยชน์จากมันแล้วร่างกายของเขาเปรียบเหมือนหลุมลึก ที่กำลังดูดกลืนพลังปราณิญญาฟ้าดิน
พัวะ...!
ไม่รู้เลยว่ามีเสียงแบบนี้ดังขึ้นมาั้แ่เมื่อใด