“ข้าจะเข้าไปรายงานท่านประมุขส่วนพวกเ้าก็กลับได้แล้ว อย่าให้นายอำเภอกับหัวหน้ามือปราบไหวตัว”
“ขอรับ!”
คนทั้งหมดออกจากเรือนร้างพร้อมกันเสียงม้าหลายตัวแยกกันเดินทางเป็สองสาย หลิงจวิ้นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกดีที่เขาเอาม้าไปผูกไว้ที่ศาลเ้าใหญ่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลนักคนพวกนั้นจึงมิได้รู้ว่ามีคนซ่อนอยู่ในเรือนร้างส่วนต้วนจินเซี่ยกับสาวใช้เองก็หลอกให้คนขับรถม้ารออยู่ที่หน้าศาลเ้า
“หลิงจวิ้นนี่มันเื่อันตรายใช่หรือไม่?”
“เซี่ยเอ๋อร์!เื่ที่เ้ากับข้าได้ยินเป็เื่คอขาดบาดตายอย่าได้เอ่ยกับผู้ใดเป็อันขาดกำชับสาวใช้ของเ้าด้วย” สีหน้าของมือปราบหนุ่มจากเมืองหลวงเคร่งเครียด
“ว่าแต่เมื่อครู่ชายที่สวมชุดคลุมสีดำนั่นคือหลงจู๊โรงเตี๊ยมัเทพนะข้าจำเขาได้แม่นเพราะไปงานเลี้ยงที่จัดที่นั่นบ่อยๆ”
“เ้าแน่ใจนะ”
“แน่ใจสิ! เอ่อ...และกลุ่มชายที่เข้ามาก่อนคนที่หันหน้ามาทางเราข้าจำได้ว่าเขาคือผู้ติดตามของหัวหน้ามือปราบอู๋เจี้ยนแห่งเมืองเทียนถัง”
มือปราบหลิงชะงัก“เ้ามั่นใจนะ?”
“มั่นใจมากเ้าค่ะข้าจำเขาได้แม่นเพราะตอนนั้นเขายังได้เข้ามาคารวะท่านพ่อที่จวนของข้า”
“ดี! เราเจอเบาะแสใหญ่แล้ว”ชายหนุ่มรีบจูงมือของนางออกมาหน้าเรือนสาวใช้ที่ซุ่มรอดูด้านนอกร้องเอะอะออกมาจากที่ซ่อน
“คุณหนู! คุณหนูเ้าคะท่านปลอดภัยใช่หรือไม่?”
“เ้าเห็นคนพวกนั้นด้วยหรือ?”
“เห็นเ้าค่ะแต่ข้าเข้าไปเตือนคุณหนูกับมือปราบหลิงไม่ทัน”
“ไม่เป็ไรข้าสองคนปลอดภัยดี คนพวกนี้คือกลุ่มฏ พวกเรามาเห็นเื่ที่ไม่ควรเห็นแล้วเ้าต้องปิดปากให้สนิท เข้าใจหรือไม่?”
สาวใช้ได้ยินว่าเป็โจรฏก็หน้าซีดพยักหน้าปากคอสั่น “เ้าค่ะ ข้าจะหุบปากให้แน่นเลยเชียว”
หลิงจวิ้นรีบเตือนให้พวกนางรีบกลับจวน“เ้าระวังตัวให้ดี ข้าจะคอยตามเ้าไปห่างๆ”
หลิงจวิ้นกลับไปยังเรือนพักผู้ตรวจการก็พบว่าเ้านายของตนกำลังนั่งรออยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสด้านข้างมีมือปราบหญิงหน้าตายไป๋สือจิ่นยืนประกบอยู่
“ท่าทางมือปราบของข้าจะออกไปสืบข่าวจนลืมไปแล้วว่าภารกิจหลักก็คือการคอยดูแลข้า”
“คุณชายเว่ยหรือว่าท่านอยากจะไปเที่ยวหอคณิกาในยามนี้ข้าน้อยก็เตือนท่านแล้วว่าหากอยากไปก็ขอให้รอสักห้าหกวันก่อน”
เว่ยหลีเหว่ยเบิกตาโพลง‘เ้ามือปราบถ่อยคิดจะพูดก็โพล่งออกมาไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือเสียเลยว่าข้างๆ ข้ามีไป๋สือจิ่นอยู่’
ท่านผู้ตรวจการรูปงามเด้งตัวขึ้นยืนพร้อมทั้งเหยียบหลังเท้าของมือปราบหนุ่มร่างใหญ่ในทันที
“โอ๊ย! คุณชายท่านเหยียบเท้าข้าทำไมขอรับ?”
ด้วยความที่หลิงจวิ้นเคยติดตามพี่ชายของเว่ยหลีเหว่ยมาก่อนเขาจึงเรียกชายหนุ่มด้วยความคุ้นชินเดิมว่าคุณชายมากกว่าจะเป็ท่านผู้ตรวจการอย่างที่คนอื่นเรียก
“หลิงจวิ้นคนอย่างข้ามาเพื่อทำการแทนฮ่องเต้ มีหรือจะกล้าไปเที่ยวสถานที่เริงรมย์”เว่ยหลีเหว่ยพูดพลางขยิบตาให้กับมือปราบหนุ่ม
“เอ๋?! มิใช่คุณชายหรอกหรือ?ที่บอกข้าว่าหากเดินทางมาถึงเชียนเยาจะเที่ยวหอคณิกาให้ครบทุกที่เพราะได้ยินว่าที่นี่มีถึงสามแห่งด้วยกัน”หลิงจวิ้นะโถอยออกห่าง ทักยังทักท้วงด้วยหน้าตาแข็งขัน
เว่ยหลีเหว่ยกัดฟันกรอดๆนั่นเป็คำพูดของเขาจริงๆ ในตอนที่กำลังจะเดินทางออกจากเมืองหลวงเพราะความโมโหที่ท่านอาของเขาไปกราบทูลฮ่องเต้ให้ใช้งานเขามาเป็ท่านผู้ตรวจการเขามิได้อยากจะมาเลยสักนิด อำเภอ เชียนเยาที่ห่างไกลและทุรกันดารแห่งนี้จะมีสิ่งน่าสนใจอย่างเมืองหลวงได้อย่างไร?
แต่...พอได้พบหน้ามือปราบหญิงหรืออดีตนักฆ่าที่เขาตามหาตอนนี้เว่ยหลีเหว่ยก็รู้สึกแล้วว่าเมืองเชียนเยาช่างน่ารื่นรมย์เสียนี่กระไร?
“หุบปากเ้าเถอะ!จำไว้ว่าตอนนี้ข้าคือท่านผู้ตรวจการ อย่าได้พูดเื่เหลวไหลออกมาอีกไม่เช่นนั้นข้าจะสั่งให้มือปราบที่นี่ช่วยกันโบยเ้า”
เมื่อถูกขู่เช่นนั้นมือปราบหนุ่มก็หน้าสลด
“คุณชายรองข้ามีเื่สำคัญจะปรึกษาหารือกับท่าน” น้ำเสียงของหลิงจวิ้นเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
เว่ยหลีเหว่ยได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจนัยในคำพูดเขาจึงหันไปบอกให้ไป๋สือจิ่นและคนในห้องออกไปให้หมด
“เข้าไปพูดกันในห้องหนังสือเถอะ”
ด้านข้างห้องโถงเรือนพักมีห้องหนังสือที่เตรียมเครื่องเขียนเอาไว้พร้อมสรรพเพื่อมิให้มีคนคอยแอบฟังอยู่หน้าห้อง เว่ยหลีเหว่ยจึงต้องรอบคอบไล่คนออกไปให้หมดก่อน
“คุณชายข้าเจอเบาะแสฏแล้วขอรับ!”มือปราบหลิงเล่าถึงคนที่เขาเห็นในเรือนร้างนอกเมืองจนหมดสิ้น
“ป้ายเหวยเจียนหลงที่พบในตัวคนพรรคัเทพที่เมืองเทียนถังก็เป็การใส่ร้ายน่ะสิ!”
“หัวหน้าสาขาที่คนพวกนั้นเอ่ยถึงมีคนยืนยันว่าคือหลงจู๊ของโรงเตี๊ยมเทียมฟ้าขอรับ”
“อืม...หากว่าหัวหน้าสาขาพรรคเทียมฟ้ารู้เห็นเป็ใจเื่นี้อาจจะเกี่ยวข้องกับสองพ่อลูกสกุลฮุ่ยนั่น”
“มือปราบที่แฝงกายอยู่ในเมืองเทียนถังที่แท้ก็เป็คนสนิทของหัวหน้ามือปราบอู๋เจี้ยนเช่นนี้แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ?”
เว่ยหลีเหว่ยแม้จะเป็จอมเสเพลแต่ก็ฉลาดเฉลียวและเ้าเล่ห์พอตัวเขาหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ในเมืองเชียนเยาฮ่องเต้ทรงตรัสว่าโหลวซีห่าวได้รับการตรวจสอบในทางลับแล้วว่าไว้ใจได้เช่นนั้นเื่นี้คงต้องยืมมือใต้เท้าโหลวหาแขนขาให้ข้าแต่ตัวข้าเองก็คงต้องยอมเดินทางไปยังเมืองเทียนถังเพื่อดูท่าทีของนายอำเภอเทียนถังและหัวหน้ามือปราบอู๋สักหน่อย”
“การไปเทียนถังนับว่าอันตรายนักคุณชายรองท่านต้องคิดให้รอบคอบ”
“เ้าไม่ต้องห่วงใต้เท้าโหลวมีชนักติดหลังเื่ครอบครัวเขาต้องดูแลข้าอย่างดีมิให้ฮ่องเต้ทรงตำหนิ ยกความหนักใจนี้ไปให้เขาจะดีกว่า”
เว่ยหลีเหว่ยรู้ภูมิหลังสกุลโหลวดีหลังจากใต้เท้าโหลวผู้พ่อทุจริตและถูกปะา สกุลโหลวในเมืองหลวงก็ล่มสลายโหลวซีห่าวซึ่งเป็บุตรชายคนโตได้รับพระเมตตาให้ยังคงเป็ขุนนางแต่ก็ไม่อาจจะกลับเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงได้อีกในเมื่อฮ่องเต้สงเขามาที่นี่ โหลวซีห่าวต้องคุ้มครองชีวิตของเขาอย่างดี
*********************

