ท้องฟ้าเหนือลาสเวกัสไร้เมฆบดบังแสงไฟจากตึกสูงและป้ายโฆษณายังส่องสว่างราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังเฉลิมฉลองแต่คืนนี้—ไม่มีใครรู้ว่ามันจะกลายเป็คืนที่คาสิโนเอ็มโพริโอ ดิ บราวี ไม่เคยลืม
ภายในห้องเพนต์เฮาส์บรรยากาศตึงเครียดจนน่าอึดอัด แม้ว่าจะวางแผนทุกอย่างมาเป็อย่างดีแล้วก็ตามแต่สิ่งที่พวกเขากำลังจะทำคืนนี้ ไม่ใช่แค่การปล้นคาสิโนธรรมดานี่คือการบุกรังของตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งในโลกใต้ดิน
“เช็คอุปกรณ์ให้เรียบร้อย”หนึ่งพูดขึ้น เสียงของเขานิ่งและทรงพลังพอจะดึงทุกคนกลับมาอยู่ในโฟกัส
สองนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แผนผังของคาสิโนยังคงแสดงอยู่บนจอ “ไวรัสแทรกซึมระบบของการไฟฟ้าของเมืองเรียบร้อยอีกสิบนาที ผมจะตัดไฟของทั้งตึก”
สามเช็คอุปกรณ์ในห้องของเธอ“พวกมันจะมีเวลาไม่เกินห้านาที หลังจากไฟดับฉันกับห้าจะลงไปถึงห้องนิรภัยชั้นใต้ดินก่อนใคร”
หกเอนตัวพิงกำแพง “ระบบไฟสำรองของตึกจะทำงานหลังจากไฟดับราวๆ หนึ่งนาที ฉันต้องไปถึงจุดควบคุมก่อนที่มันจะเริ่มเดินเครื่อง”
สี่ซึ่งเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของคาสิโนจากห้องฝั่งตรงข้ามกำลังถือกล้องส่องทางไกล “รปภ.เสริมเพิ่มขึ้นอีกสองคนที่ทางเข้าแต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนแผนของเรา กล้องวงจรปิดยังทำงานปกติ จนกว่าสองจะเริ่มดับไฟ”
“คืนนี้ไม่มีคำว่าผิดพลาด”หนึ่งมองไปที่ทุกคน “ถ้ามีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นเรามีแค่สองตัวเลือก—ปรับแผนหน้างาน หรือถอยโดยไม่ลังเล”
เจ็ดที่เงียบมาตลอดพลิกเหรียญในมือก่อนจะจับมันไว้“ฉันว่าพร้อมแล้วล่ะ ไปคว้าเงินพันล้านกันเถอะ”
ภายในคาสิโน เอ็มโพริโอ ดิ บราวี งานฉลองวันเกิดของดอน เอลิโอ บราวีดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่ แเื่ในวงการอาชญากรรมระดับโลกถูกเชิญมาเฉลิมฉลอง อาหารเครื่องดื่ม และการพนันต่างไหลเวียนตลอดทั้งคืน ขณะที่บนเวทีวงดนตรีแจ๊สกำลังบรรเลงเพลงคลาสสิก ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบไม่มีใครสงสัยเลยว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
สามในคราบของ มาเรีย เซลวิค เดินเฉิดฉายอยู่ในโซน VIP กลาง ข้าง ๆ เธอคือห้าในบทบาทบอดี้การ์ดคู่ใจของนักธุรกิจสาว
"สัญญาณยังปกติ" ห้ากระซิบผ่านเครื่องส่งสัญญาณ"เหลือแค่รอไฟดับ"
“ฉันหวังว่าวันนี้เทพีแห่งโชคลาภจะอยู่ข้างเรานะ”เสียงเจ็ดจากเครื่องสื่อสาร
สองนั่งอยู่ในรถตู้ด้านนอกคาสิโนหน้าจอของเขาเต็มไปด้วยรหัสคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของเมือง
“ตอนนี้ห้าทุ่มครึ่งพร้อมนะทุกคน...” เขาพูดพร้อมที่จะดับไฟ
ปัง!
เสียงดังทำให้ทุกคนใ และ ทันใดนั้นระบบไฟฟ้าของคาสิโนก็ดับลงทั้งตึกความมืดเข้าปกคลุมตามมาด้วยเสียงฮือฮาของแขกภายในงาน
“ทุกคน เริ่มได้!” คำสั่งจากหนึ่งให้ทุกคนเริ่มภารกิจภายในความมืด
หก วิ่งจากห้องโถงคาสิโนไปยังห้องควบคุมไฟอย่างรวดเร็วเขาจัดการรปภ.ที่อยู่หน้าประตูห้องควบคุมอย่างง่ายดาย เขาเข้าห้องควบคุมพลังงานและจัดการพนักงานที่อยู่ในห้องภายในพริบตาเขาดับเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินที่กำลังเริ่มทำงานและใส่หน้ากากเพื่อป้องกันก๊าซที่กำลังจาเข้ามาในคาสิโน
หนึ่งและเจ็ดที่อยู่ในห้องโถง หนึ่งกดรีโมทในมือเพื่อปั้มก๊าซาสลบเข้ามาในห้องโถงตามช่องระบายอากาศพวกเขาหยิบหน้ากากขึ้นมาใส่และวิ่งไปจัดการรปภ.ที่กำลังสะลึมสะลืออยู่หน้าห้อง VIP กลาง
สามกับห้าที่อยู่ในห้องน้ำชั้นดาดฟ้าย่องผ่านความโกลาหลจากที่ไฟดับไปยังลิฟต์ที่ไม่ทำการเนื่องจากเพราะไฟดับห้าง้างประตูลิฟต์ออกและติดตั้งเครื่องมือของเธอและมัดเชือกไว้กับตัวเธอและสาม
“ฉันพูดทันมั้ยว่าฉันเกลียดความสูง”สามพูดก่อนที่จะะโลงมาจากช่องลิฟต์พร้อมกับห้าโดยใช้เครื่องช่วยรั้งพวกเธอ
สามและห้าออกจากประตูลิฟต์ชั้นใต้ดิน และเห็นหลายคน สลบอยู่เพราะก๊าซและบางคนที่ยังสะลึมสะลืออยู่ก็โดนห้าจัดการภายในพริบตา
หนึ่งที่อยู่ในห้องVIPกลางทำการเปิดห้องรับรองส่วนตัวของลูเซียโนโดยใช้เครื่องมืองัดประตูออกเพราะระบบรักษาความปลอดภัยนั้นดับไปพร้อมกับไฟเขาพุ่งไปยังโต๊ะทำงานของลูเซียโนเพื่อที่จะใช้ลายนิ้วมือที่เข้าขโมยมาเปิดลิ้นชักลับในโต๊ะของเขาภายในลิ้นชักนั้นมีกุณแจที่ดูเก่าอยู่ด้านใน เราหยิบกุญแจนั่นออกมาเพื่อที่จะไขประตูนิรภัยของคลังลับประจำตระกูลบราวี
“ประจำที่”หนึ่งพูดใส่ในเครื่องสื่อสารให้ทุกคนรับรู้ในขณะที่เขากำลังเปิดประตูตู้นิรภัยออก
เขาเข้าไปในห้องนิภัย ตกตะลึงในสิ่งที่เขาเห็นด้านในคลังกลับว่างเปล่า ห้องที่ควรเต็มไปด้วยเงินสด ทองคำ งานศิลปะล้ำค่า และทรัพย์สินมากมาย กลับกลายเป็ห้องที่ว่างเปล่า
ทันใดนั้น ประตูตู้นิรภัยก็ปิดขังเขาไว้ด้านใน ไฟของทั้งคาสิโนก็กลับมาเป็ปกติ เครื่องปั่นทำงานโดยไม่มีปัญหาใด ๆ ทำให้หนึ่งใว่าเกิดอะไรขึ้น
สักครู่ประตูห้องนิรภัยก็เปิดออก
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ”วิกเตอร์ยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าของลูเซียโนพร้อมกับลูกน้องเขาอีกสองคนทั้งสามใส่หน้ากากกันก๊าซอยู่ ทำให้หนึ่งแปลกใจ
“ฉันเคยบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอ...”เสียงที่เปิดประตูเข้ามาทำให้หนึ่งนั้นเปลี่ยนสีหน้าในทันที“ว่าในชีวิตไม่มีอะไรเป็ไปตามแผนการทั้งหมดหรอก”
ดอน เอลิโอ บราวีเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเยาะเย้ยและดูเต็มไปด้วยอำนาจด้านหลังของเขามีลูกสมุนของเขาตามเข้ามาพร้อมกับ สาม ห้า สี่ และ หกที่โดนจับล็อคมือไว้
“แต่ฉันก็ไม่เคยคิดนะว่าจะโดนคนที่ตายไปแล้วมาพยายามปล้นบ้านฉันแบบนี้” เขามองไปที่หนึ่ง “น่ากลัวมากเลยว่าไหมไมเคิล? ไม่สิ หรือว่าต้องเรียกแกว่าหนึ่ง?”
ดอนเอลิโอออกคำสั่งให้ลูกน้องเขาจับทั้งห้าคนไปนั่งเรียงกันอยู่หน้าตู้นิรภัย
“แกรู้ได้ยังไงว่าฉันยังไม่ตาย?”หนึ่งถาม
“ฉันใมากู้มั้ยตอนที่มีนกส่งข่าวมาให้ฉันว่าใครกำลังวางแผนเล่นงานฉันอยู่”ดอน เอลิโอพูด “แต่นายลืมไปแล้วเหรอ ว่าเงินและอำนาจซื้อได้ทุกอย่าง”
“อีกอย่าง โชคไม่ได้อยู่ข้างพวกนายด้วย”เ้าของเสียงที่คุ้นเคยก้าวเข้ามาในห้องทำให้ทั้งห้าถึงกับช็อค
“เจ็ด”สามพูดออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“อย่าว่ากันเลยฉันเป็นักพนัน” เจ็ดทำหน้าทะเล้น“ฉันก็แค่เสี่ยงดวงกับด้านที่ดูมีสิทธิที่จะชนะมากกว่าเท่านั้นเอง”
“สอง หนีไปเจ็ดทรยศเรา” หนึ่งะโใส่เครื่องสื่อสารของเขาแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ
“เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”เจ็ดโยนโทรศัพท์ของสองที่มีรอยแตกและคราบเืลงตรงหน้าของหนึ่ง
“ทำไม?นายไม่จำเป็ต้องทำอะไรสองก็ได้นิ” หนึ่งถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“ฉันไม่ชอบให้ใครมาด้อมๆ มอง ๆ” เจ็ดตอบเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร “อีกอย่างถ้าสองยังอยู่นายคงมีแผนสำรองให้สองช่วยเหลือจากด้านนอกไม่ก็คิดจะให้สองเรียกตำรวจเข้ามาจับพวกนายใช่มั้ยเพื่อที่จะออกไปจากสถานะการณ์แบบนี้ให้ได้ก่อน ฉันพูดถูกมั้ย?”
“แต่ตอนนี้คาสิโนได้เชิญแขกทุกคนออกไปหมดแล้วพวกนายไม่มีทางสร้างความโกลาหลแล้วแอบหนีไปในฝูงชนได้หรอกนะ” เจ็ดยิ้ม
“สุดยอดไปเลยเืเย็นอย่างงี้ สนใจทำงานให้ฉันเต็มตัวมั้ย?” ดอน เอลิโอ หัวเราะชอบใจ
“ไม่เป็ไรฉันไม่ได้เข้าข้างนายหรอกนะฉันแค่ทำงานให้ใครก็ได้ที่ให้ค่าจ้างฉันได้สูงสุดเท่านั้น”เจ็ดเดินไปเทเหล้าให้ตัวเองที่บาร์
“แบบนี้ยิ่งชอบเลย”ดอน เอลิโอพูดเสริม “คนแบบนี้สิ ถึงไว้ใจได้”
“ทำไมห้องนิรภัยส่วนตัวของนายถึงว่างเปล่า” หนึ่งถาม
“โอ้ฉันรอให้นายถามพอดี” ดอน เอลิโอหัวเราะชอบใจ “เป็ไอเดียของมันสมองอันล้ำเลิศของวิกเตอร์คนนี้”
“พอได้ข่าวจากเจ็ดว่าแผนการจะเป็ยังไงวิกเตอร์ก็คิดแผนที่จะวางกับดักพวกนาย” ดอน เอลิโออธิบาย“เขาแนะนำให้ฉันแอบขนทรัพย์สินทุกอย่างออกจากคลังส่วนตัวย้ายไปยังตู้นิรภัยที่บ้านลับของฉันที่ชานเมืองนายไม่เห็นรถบรรทุกที่เข้ามาส่งของหลาย ๆ คันเหรอ พวกนั้นไม่ได้มาส่งแต่มารับของโว้ย”
“ตอนนี้ลูกชายฉันกำลังไปที่นั่นพร้อมกับทีมของวิกเตอร์เพื่อที่จะเฝ้ามันอย่างดี”
“ั้แ่ไหนแต่ไรแกชอบคิดว่าแกมันฉลาดที่สุด ไม่มีใครฉลาดไปกว่าแกแล้ว อยากรู้จริง ๆว่าตอนแกเห็นลูกเมียแกนอนตายอยู่ในกองไฟ แกยังคิดว่าแกยังฉลาดที่สุดอยู่รึเปล่า?”ดอนหัวเราะเสียงดัง ภูมิใจในชัยชนะของตัวเอง
“มารยาทฉันไปอยู่ไหนหมดเนี่ยมัวแต่คุยกับสตรีรูปงามคนนี้เลย” ดอนหันไปหาสาม“จะให้เรียกว่าอะไรดีครับคุณผู้หญิง สาม หรือว่า... แอนนา มาเรีย คอร์ดินี”
“ถึงหน้าตาดูเปลี่ยนไปแต่พอเจ็ดพูดถึงภาพวาดภาพนั้นฉันก็จำหญิงสาวที่แช่งฉันกลางร้านอาหารได้อย่างติดใจเลยแหละ” ดอนยิ้ม
“ไม่ต้องห่วงฉันจะดูแล Rose au Bord de la Mer (โรซ โอ บอร์ เดอะ ลา แมร์)อย่างดีเลย ฉันจะเอามันห้อยไว้ในส้วมบ้านฉัน เพื่อให้มันได้ซึมซับกลิ่นหอมให้สมกับชื่อของมันเลย”ดอนหัวเราะ
“ฉันอุตส่าห์ขีดฆ่ารายชื่อแกในบันทึกดำของฉันแล้วนะแต่ก็ต้องขอบคุณนายอยู่ดีนะไมเคิลนายทำให้ความรู้สึกค้างคาที่ฉันมีมาตลอดเพราะแม่สาวน้อยคนนี้ของฉันให้หายไปฉันจะได้ขีดฆ่าเธอออกจากบันทึกฉันเสียที”ดอนเอาสมุดบันทึกปกสีดำที่ดูมีอายุออกมาจากกระเป๋าหน้าอกของเขาและขีดฆ่าชื่อแอนนามาเรีย คอร์ดินีออก
“ฉันจะบ้าตาย” จู่ๆ เจ็ดก็พูดขึ้นมาทำให้ดอนใ “นายรู้ได้ไง”เขาหยิบแบงก์หนึ่งดอลลาร์ออกจากกระเป๋ากางเกงเขาและเดินไปใส่ไว้ที่กระเป๋าเสื้อของหนึ่ง
“อะไร?” ดอน เอลิโอทำหน้างง
“ก็หนึ่งพนันชนะฉันเลยเอาค่าเดิมพันไปให้เฉย ๆ” เจ็ดหันไปหาดอนที่ยังยื่นงงอยู่
“อ๋อแล้วก็ไปเอาไอ่นี่ในกระเป๋าเสื้อเขาด้วย”เจ็ดชูรีโมทขนาดเล็กขึ้นมาและกดลงไปที่ปุ่ม
“บูม”หนึ่งยิ้มกว้าง
บูม!
เสียงะเิดังสนั่นมาจากใต้ดิน ในพริบตาไฟทั้งคาสิโนดับลงอีกครั้งในห้องเกิดการโกลาหลขึ้นทันที ทั้งหกคนใช้โอกาสนี้วิ่งออกไปให้เร็วที่สุด
เครื่องปั่นไฟกลับมาทำงาน ไฟของคาสิโนกลับมาอีกครั้งด้านหน้าของคาสิโนเงาของรถบรรทุกขนาดใหญ่สีดำเร่งเครื่องออกไปจากด้านหน้าของคาสิโน
“พวกมันขึ้นรถไปกันแล้วทุกคนขับรถตามไป อย่าให้คลาดสายตา” วิกเตอร์ะโสั่งลูกน้องเขาทุกคน
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของดอนเอลิโอก็ดังขึ้น“พ่อครับ เื่ใหญ่แล้ว ตู้นิรภัยที่บ้านเราถูกงัด ทุกอย่างหายไปหมดเลย”
“หา! ว่าไงนะ?” เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้โต๊ะทำงานของลูเซียโน
“ทุกคนตามมาเราต้องไปบ้างพักฉันเดี๋ยวนี้”เขาะโเรียกบอดี้การ์ดทุกคนของเขาและขึ้นรถขับออกไปจากคาสิโน