ตอนที่ 2
ความขึ้งเครียดเื่งานเื่ความรัก ถูกเก็บเข้าไปยังบันทึกสมองในส่วนที่ไม่อยากคิด เพราะยามนี้เกิด ‘ปัญหา’ ใหม่ซึ่งก่อขึ้นสดๆร้อนๆต้องหาทางออกให้ทันก่อนวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเมื่อเก็บสัมภาระส่วนตัวที่เป็ของหล่อนทั้งหมดขึ้นวางบนรถ เป้าหมายของการขับรถกลับจึงเบนจากเดิมที่คิดจะมุ่งตรงกลับบ้าน เปลี่ยนทิศไปยังเ้าของชื่อ...อานนท์
จอมพธูโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทคนนี้และกำชับให้เขารออยู่ที่บ้าน เมื่อไปถึงก็จอดรถไว้ใต้ต้นชัยพฤกษ์สีชมพูของดอกหล่นเกลื่อนกล่นไปทั่วจนสีเขียวของหญ้าในยามตะวันโพล้เพล้ถูกสีอ่อนของชมพูสว่างทาบจนทั่ว
คำแรกที่อานนท์เอ่ยทัก หลังจากจอมพธูเลื่อนประตูรั้วเข้าด้านข้างเป็คำกระแนะกระแหน อย่างเคยฟังจนชินหู “วันนี้หาเื่อะไรมาให้เพื่อนช่วยแก้ไขอีกล่ะ”
จอมพธูตวัดค้อนทีเล่นทีจริง “พูดอย่างนี้ทุกทีเลยไม่เคยได้ยินรึไงกัน ที่เขาบอกว่ามีเพื่อนไว้ปรับทุกข์ มีเพื่อนไว้ระบายแล้วก็มีเพื่อนไว้ช่วยแก้ปัญหา”
ไม่วายยังถูกอานนท์เหน็บเข้าให้ “รวมถึงมีเพื่อนเอาไว้ซับน้ำตาให้ด้วยใช่ไหมล่ะ”
จอมพธูหัวเราะแทบไม่ออกก็เพราะวันก่อน เื่ราวรักสามเส้าระหว่างหล่อน นวีนาและธรรศสิตก็ถูกระบายสู่เพื่อน หวังจะปรับทุกข์ เล่าไปเล่ามา จึงบ่อน้ำตาแตกอย่างช่วยไม่ได้
“ถ้าไม่ร้องไห้กับเพื่อนจะให้จอมไปร้องไห้กับใครกัน”
อานนท์เป็เพื่อนชายใจหญิงที่มีท่าทางเรียบร้อยกว่าผู้ชายปกติ ถึงแม้จะไม่ได้วี้ดว้ายกระตู้วู้พูดเสียงอ่อนหวาน หรือมีกิริยาอ่อนช้อยกระเดียดไปทางผู้หญิงจนโจ่งแจ้งแต่ถ้าใครมีโอกาสได้พูดจากับเขา ก็คงพอจะเดาออกว่าอานนท์นั้น ไม่ใช่ผู้ชายทั้งแท่ง
โดยเฉพาะในยามที่อานนท์เกิดถูกตาต้องใจต่อบุรุษเพศรายใดบางครั้งถึงกับลืมตัว แสดงความพอใจจนออกนอกหน้าขนาดว่าชายที่อานนท์หมายตาถึงกับทำตัวไม่ถูก ดังนั้นในวันนี้เมื่อจอมพธูเผลอหลุดใช้ชื่อ ‘อานนท์’ แอบอ้างไปเรียบร้อยเมื่อคิดสะระตะถี่ถ้วน จึงมองเห็นทางออก ว่าไหนๆก็ปล่อยเลยตามเลยใช้อานนท์ตัวจริงนี่ล่ะ ไปเล่นละครเป็นักออกแบบหนุ่มอย่างที่ลูกค้าหนุ่มรายนั้น้า
ติดอยู่นิดเดียวตรงที่ว่าอานนท์จะเล่นเป็ชายแท้ได้สมบทบาทขนาดไหนกันเชียว!
อานนท์เดินไปหยิบน้ำเย็นชื่นใจส่งให้อีกฝ่ายที่มีสีหน้าอิดโรย ดวงตาซึ่งรียาวอยู่ก่อนแล้ว บัดนี้เหมือนจะหรี่ปรือจนเกือบปิดความแช่มชื่นในสีหน้านั้นปรากฏเพียงเสี้ยว แม้จะพยายามฝืนยิ้ม หากสังเกตให้ดีจึงเห็นว่าเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์หม่นทุกข์โดยแท้
“ทำไมปั้นหน้าซังกะตายอย่างนั้นล่ะวันนี้มีเื่อะไรทุกข์ใจหนักหนาสาหัสไปกว่าการที่ผู้ชาย ซึ่งดูผิวเผินว่าเป็คนรักไปทำผู้หญิงอื่นท้องอีกเหรอ”
อานนท์พูดเข้าประเด็น ไม่อ้อมค้อมจอมพธูจึงเล่าสรุปถึงเหตุการณ์ในวันนี้ เกี่ยวกับเื่งานที่เกิดปัญหาและจบลงที่หล่อนเลือกการลาออกเป็คำตอบ เสียงของอานนท์สูงปรี๊ดอุทานขึ้น
“ลาออก!!คิดดีแล้วเหรอ กว่าที่บริษัทนี้จะตัดสินใจรับเธอเข้าไปทำงานต้องแข่งขันกับคนอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ งานสมัยนี้ก็ไม่ได้หากันง่ายๆนะคนจบปริญญาตรียังตกงานอีกถมไป แถมตอนนี้งานของเธอกำลังเข้าที่เงินเดือนก็สูงไม่ใช่เล่น อีกทั้งเ้านายเธอ...ก็เอ็นดูเป็พิเศษไม่ใช่เหรอ”
เมื่ออานนท์พูดเป็ชุดจอมพธูจึงให้คำตอบถึงสาเหตุอีกประการที่ฝ่ายชายยังไม่รู้ “ก็เพราะคุณนำโชคเอ็นดูเป็พิเศษน่ะสิจอมจึงคิดว่าควรจะตัดไฟแต่ต้นลมไม่อยากให้เื่ราวมันถูกขยายความออกไปจนบานปลายมากกว่านี้ นนท์ลองคิดดูนะถ้าขืนจอมยังลอยหน้าทำงานต่อในบริษัท โดยที่ไม่มีบทลงโทษอะไรเลยแล้วอีกหน่อยพนักงานจะให้ความเคารพเชื่อถือเ้านายได้ยังไงกัน”
อานนท์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะพลางเหน็บเพื่อนจนออกเสียงเกินชายแท้ “ตายละเดี๋ยวนี้เธอทำตัวเป็แม่พระมากเลยนะ”
“เป็แม่พระแม่ชีก็ยังดีกว่าเป็นางมารในสายตาของเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เหรอ...นนท์ก็น่าจะเดาออกนะว่าการที่คุณนำโชคเขาไม่เอาเื่จอม มันเป็เพราะอะไร”
คราวนี้อานนท์ขมวดคิ้วอย่างหนัก “อย่าบอกนะว่าเ้านายเขาชอบเธอ”
เมื่อจอมพธูพยักหน้ารับอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นป้องปาก ก่อนจะผสมโรงออกความเห็นเสียชุดใหญ่ “ถึงว่าล่ะเื่ที่เธอมีปัญหากับคุณธรรศ ดูท่าเ้านายเธอจะแสดงความพออกพอใจด้วยซ้ำที่จะได้ไม่ข้องเกี่ยวต่อกัน ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง”
เหมือนความเข้าใจทั้งสองคนจะเริ่มตรงกัน...เื่คนทั้งหมดดูจะปะติดปะต่อเข้ารูปเข้ารอย ราวกับจิ๊กซอว์ตัวเล็กๆถูกสลับวางให้ถูกที่ต่อจากนั้นจึงได้แต่ส่ายหัวทิ้ง หญิงสาวจึงพักดื่มน้ำจากแก้วให้พอคล่องคอแล้วเริ่มปูทางถึงปัญหาใหม่ ที่หล่อนแวะมาหาเขาโดยตรง
“ทีนี้ก็เป็แม่สาวสมบูรณ์แบบกลับมาเป็โสดอีกครั้งยังไม่พอ แถมจะได้ใช้ชีวิตอิสระอีกครั้งแล้วสิ”
“เื่เป็โสดน่ะมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่เื่อิสระ มันยังไม่แน่เท่าไหร่”
หัวคิ้วของอานนท์ต่อเข้าเป็เส้นตรงพลางหรี่ตามองอย่างใคร่รู้ “อย่าพูดกำกวมนะพูดอย่างนี้แปลว่าสิ่งที่จะเล่าต่อจากนี้ก็คือสิ่งที่เธอจะมาขอให้เราช่วย...ใช่ไหม”
ท้ายประโยคเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงคาดคั้นจอมพธูจึงพยักหน้าอีกรอบ “จอมมีเื่จะขอให้นนท์ช่วย”
จอมพธูเล่าถึงการรับสายของลูกค้ารายใหม่โดยละเอียดและตบท้ายที่ว่าแผนการในวันพรุ่งนี้คืออะไร เมื่อฝ่ายชายฟังจบถึงกับออกอาการลมแทบจับ
“นี่เธอจะบ้าไปแล้วเหรอจะให้เราเก๊กแมน เพื่อทำตัวเป็ชายหนุ่มร้อยเปอร์เซ็นต์”
จอมพธูยกมือขึ้นประกอบใช้นิ้วก้อยแตะปลายกับนิ้วโป้ง บ่งบอกว่าแค่นี้เป็เื่ ‘ขี้ผง’ ทว่าอีกฝ่ายรีบสั่นศีรษะ
“ไม่ไหวหรอกมั้งจอมให้เราไปจีบหญิงบังหน้ามันก็เลวร้ายพอๆกับให้เราเก๊กชง ทำตัวเป็หนุ่มมาดแมนเลยนะ”
จอมพธูขยับตัวไปนั่งใกล้ฝ่ายชายส่งเสียงอ้อน “ถ้านนท์ไม่ช่วย เราก็ต้องตกงาน แถมยังเสียคำพูดต่อลูกค้าคนนั้นอีก”
“ไม่!”
อานนท์ยังยืนกรานเสียงแข็ง...จอมพธูจึงใช้อุบายหลอกล่อเพื่อนรักด้วยจุดอ่อนของผู้ชายที่เป็เกย์ “แล้วถ้าผู้ชายคนนั้นเขาถูกสเป็กนนท์ล่ะจะโอเคไหม”
ฟังข้อเสนอของจอมพธูทำให้อีกฝ่ายที่กำลังหน้าตึงให้ความสนใจขึ้นมา แต่ยังคงรักษาเชิงไว้ด้วยการตะล่อมถาม “เธอฟังแค่เสียงเขานะจะรู้ได้ยังไงว่าหนุ่มหรือแก่...ถ้าแก่คราวพ่อ เราไม่เอาหรอกนะเราชอบแบบที่ไม่หล่อมาก แต่ยิ้มเก่งๆ จะผิวขาวหรือผิวสองสี ก็ได้ทั้งนั้น”
ว่าแล้วอานนท์ก็พูดถึงบุคลิก ‘ชายในฝัน’ ออกมาเป็ฉากๆจนทำให้จอมพธูยังอดขำไม่ได้ จึงพูดขอร้องแกมบังคับกลายๆเป็การตบท้าย
“แสดงว่านนท์รับปากจอมแล้วนะ”
.........................................................