แน่นอนว่าซิงเยียนที่ได้รับกระบี่เล่มใหม่มาบวกกับไม่มีความกังวลอยู่ในจิตใจของนางกับเป็ฝ่ายไล่ต้อนเฟยหรงอยู่ฝ่ายเดียว นอกจากนั้นระดับพลังยุทธ์ของนางยังก้าวไปถึงรวบรวมิญญายุทธ์ขั้น 9 แล้วมากกว่าจื่อหลิงเทียนที่เป็ผู้ว่าจ้างของถังเว่ยคราวที่แล้วเสียอีกแถมอายุของนางยังน้อยกว่าถึง 2-3 ปี
เฟยหรงนำหอกของเขาค้ำยันพื้นเอาไว้พร้อมกับนำมือสาปาดเหงื่อบริเวณหน้าผากลมหายใจของเขาเข้าออกด้วยความลำบาก ต้องบอกเลยว่าพอซิงเยียนอยู่ในสภาพเต็มร้อยเขาไม่ใช่คู่มือของนางเลย จริงอยู่ที่ว่าระดับขั้นพลังของนางและเขาต่างกันถึง 2 ขั้น แต่ในความเป็จริงนางไม่ได้ใช้ข้อได้เปรียบนั้นในการกดดันเขาเลย
ปัญหาก็คือกระบี่เล่มใหม่ของนางต่างหากไม่รู้เป็เพราะอะไรยามเมื่อหอกของเขาัักับกระบี่ของซิงเยียนเหมือนกับว่าคลื่นพลังยุทธ์ของเขาถูกดูดซับออกไปยิ่งนานเข้าก็ยิ่งถูกดูดซับมากขึ้นจนเขาเริ่มที่จะหมดแรง แน่นอนว่าเฟยหรง้าจบการประลองให้เร็วที่สุด
ปัญหาต่อมาคือเพลงกระบี่ที่ซิงเยียนใช้มันทั้งหนักแน่น คล่องแคล่ว และหนักหน่วง องค์ประกอบทั้งหมดเหล่านี้แทบจะทำให้เพลงกระบี่ของนางนั้นสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ พอเฟยหรงจะโจมตีก็ถูกปัดป้องเอาไว้ได้ เลือกที่จะจับก็ไม่สามารถตามความเร็วได้ทัน พอถึงคราวตั้งรับก็โดนทำลายลงอย่างง่ายดาย เหมือนกับว่าผู้ชนะมันถูกตัดสินเอาไว้ั้แ่ซิงเยียนเอาจริงแล้ว…. เฟยหรงก็ค่อยๆทิ้งตัวลงบนพื้นอย่างช้าๆ ยกมือขึ้นและหอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“เ้าชนะแล้วซิงเยียน…”
เฟยหรงยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีในตอนแรกเขาคิดเพียงแค่ว่าคงใกล้จะตามนางทันแล้วแต่ความเป็จริงก็คือยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเขาและนางอยู่ ซิงเยียนเองก็สะบัดกระบี่เล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปที่ถังเว่ยพร้อมกับยื่นกระบี่คืนให้กับเขา
“เ้าชอบมันรึไหม?”
ถังเว่นกล่าวถามผู้เป็น้องสาวออกมาดูเหมือนว่านางจะเข้ากันได้กับกระบี่เล่มนี้เป็อย่างดีแม้แต่คลื่นพลังยุทธ์ของนางกับตัวของกระบี่เองก็ยังตอบสนองหาซึ่งกันและกัน
“ข้าชอบมันทั้งที่ข้าจับมันเป็ครั้งแรกแต่ความรู้สึกคุ้นเคยทำให้ข้ากวัดแกว่งมันได้อย่างเชี่ยวชาญ อีกอย่างนึงยามที่ข้าถือกระบี่เล่มนี้อยู่เหมือนกับว่าพลังยุทธ์ในร่างกายของข้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเวียนได้ดี”
ถังเว่ยก็พยักหน้ากับคำพูดของนาง จริงๆแล้วสิ่งที่ซิงเยียนััได้ก็คือทักษะติดตัวของกระบี่เล่มนี้มันคือผลงานที่เขาตีขึ้นมาตอนกำลังว่างเขาเห็นแค่ว่ารูปลักษณ์ของมันและทักษะค่อนข้างดูดีก็เลยเก็บเอาไว้นั้นเอง
“เ้าอยากได้มันหรือ?”
เห็นการแสดงออกของนางถังเว่ยก็พอจะเดาถึงความคิดของนางได้เพราะสายตาของนางจดจ้องอยู่แต่กับกระบี่ที่ถังเว่ยถืออยู่
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกท่านพี่ มันเป็กระบี่ของท่านข้าจะอยากได้มันได้อย่างไร…”
แต่ถึงนางจะกล่าวออกมาแบบนั้นแววตาของนางกับไมได้เหมือนกับที่นางกล่าวออกมาเลยแม้แต่น้อย ถังเว่ยเองก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกล่าวออกมา
“ไม่เป็ไรหรอกถ้าเ้าอยากได้ก็เอาไปเถอะข้ายกให้แต่ดูเหมือนว่ามันมีบางจุดที่ต้องได้รับการแก้ไขเมื่อเสร็จแล้วข้าจะมอบให้เ้า…”
เหมือนกับเด็กน้อยที่ได้รับของขวัญบนใบหน้าซิงเยียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มนางรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ถังเว่ยจะมอบกระบี่เล่มนี้ให้กับนาง ตามจริงนางคิดว่ามันเป็กระบี่ของถังเว่ยก็เลยไม่กล้าที่จะขอกลับกลายเป็ว่าถังเว่ยกับยอมยกกระบี่เล่มนี้ให้กับนางซะอย่างงั้น
“ขอบคุณนะท่านพี่…”
ในโลกใบนี้คงจะไม่มีใครที่สามารถจะรักครอบครัวได้เท่ากับถังเว่ยแล้วเขาเป็เหมือนกับทุกอย่างของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็ปัญหาแบบไหนเขาก็สามารถที่จะแก้ไขให้ได้ ซิงเยียนเองก็คิดว่านางนั้นโชคดีมากแค่ไหนที่ได้เกิดมาเป็น้องของถังเว่ยและคนอื่น ๆเองก็คงคิดไม่ต่างกับนาง
“แล้วเ้าล่ะเฟยหรงจะออกจากสถาบันไหม?”
เฟยหรงที่นิ่งเงียบฟังอยู่นานก็สะดุ้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินถังเว่ยเรียกเขา แน่นอนว่าเขารอโอกาสนี้มานานแล้วเช่นกัน
“ข้าเองก็จะออกเช่นกัน…ถ้าไม่ทำเช่นนั้นข้าก็จะตามซิงเยียนไม่ทัน”
ยิ่งซิงเยียนได้รับกระบี่ของถังเว่ยมาอีกเขาไม่ก็ไม่รู้ว่านางจะก้าวหน้าไปอีกไกลเท่าไหร่แต่สิ่งนึงที่เขารู้ก็คือเขาจะต้องพยายามให้มากกว่านี้และต้องก้ามข้ามนางให้ได้จงได้
“เป็เช่นนั้นเอง”
ถังเว่ยที่เล็งเห็นประกายในตาของเฟยหรงก็อดรู้สึกยกย่องไม่ได้ขนาดซิงเยียนสามารถเอาชนะเขาได้อย่างราบคาบแต่ว่าเฟยหรงกับไม่แสดงออกถึงความอ่อนแอเหมือนกับก่อนหน้านี้ให้เห็นทำให้ถังเว่ยรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องมอบอะไรบางอย่างให้กับน้องชายผู้นี้
“ถ้าอย่างงั้นเ้าไปพักก่อนซิงเยียนและบอกซูลี่กับฟางหรงว่าข้าจะกลับช้า…ส่วนเ้าเฟยหรงตามข้ามา”
ซิงเยียนก็พยักหน้าและทำตามแต่โดยดีถึงนางจะอยากติดตามถังเว่ยไปด้วยก็ตามแต่ในคราวนี้เป็เื่ของถังเว่ยและเฟยหรงนางไม่อาจก้าวก่ายได้แถมในวันนี้นางยังได้รับของขวัญจากถังเว่ยมาอีกด้วยแค่นี้นางก็รู้พอใจมากแล้ว เมื่อเห็นว่าซิงเยียนจากไปแล้ว ณ ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ถังเว่ยกับเฟยหรงแล้ว
“หลับตาลงซะ”
เฟยหรงเองก็เลือกที่จะหลับตาลงอย่างรวดเร็วเขาไม่ได้สงสัยอะไรเกี่ยวคำพูดของถังเว่ย พี่ชายของเขาคนนี้มีเื่ลึกลับอีกมากมายให้มานั่งสงสัยทั้งวันก็คงจะไม่หมด เห็นเฟยหรงหลับตาลงไปแล้วถังเว่ยก็ทำเหมือนตอนที่อยู่ในห้องตีเหล็กนั่นก็คือโบกสะบัดมือเบาๆก่อนที่ทัศนียภายโดยรอบจะเปลี่ยนไป
จากลานกว้างหน้าบ้านก็แปรเปลี่ยนเป็ูเาขนาดใหญ่นับ 10 ลูก โดยลูกที่พวกเขายืนอยู่ก็มีน้ำตกลงมาเป็ระยะๆ คลื่นพลังยุทธ์อัดแน่นไปทั่วชั้นบรรยากาศเพียงแค่เข้าใกล้ก็สามารถััได้ สายลมที่กระทบเข้ากับใบหน้าของเฟยหรงทำให้เขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับไม่เชื่อว่าภาพตรงหน้าที่เห็นนั่นคือเื่จริง
“ที่นี่มัน…ที่ไหน?”
เฟยหรงจะรู้สึกใก็ไม่แปลกนักจากลานกว้างหน้าบ้านก็เปลี่ยนเป็ูเาที่ไหนไม่รู้พอมองไปรอบๆเองก็พบเจอแตู่เา ระหว่างที่เขากำลังตื่นใอยู่นั้นเองก็ได้ยินเหมือนเสียงของใครกำลังกวัดแกว่งบางอย่างอยู่ เฟยหรงก็พยายามมองหาต้นตอของเสียงก็ปรากฎว่าเสียงนั้นก็คือถังเว่ยนั้นเอง
โดยภาพที่เขากำลังเห็นก็คือถังเว่ยที่ใช้แขนขวาถือหอกสีขาวนวลเอาไว้มือส่วนแขนซ้ายก็นำไขว้หลังเขายืนหันหน้าไปทางน้ำตกพร้อมกับหลับตาลงเหมือนกับรออะไรบางอย่าง จนกระทั่งมีหยดน้ำหยดนึงหยดลงมาที่ตัวปลายของหอก ถังเว่ยก็จะเริ่มที่ขยับอย่างช้าๆเขาขยับหอกไปตามเส้นทางการไหลหยดน้ำอย่างไหลลื่น แทงขึ้น กวาดลง ควงไปมา ทุกกระบวนการไม่ได้มีความรวดเร็วแต่มันกับหนักแน่นและพลิ้วไหวในตัวของมันเอง
“ไม่มีช่องว่างเลย!”
เฟยหรงไม่สามารถที่จะมองหาช่องว่างขณะที่ถังเว่ยกำลังควงหอกไปมาได้เลย ถึงแม้ว่าตัวถังเว่ยเองจะไม่ได้ใช้กระบวนท่าในการป้องกันก็ตาม มันทั้งงดงาม และดุดัน จนกระทั่งถึง่นึงถังเว่ยก็ขยับหอกเร็วขึ้นทว่าหยดน้ำก็ยังไม่ได้หายไปไหนมันยังคงไหลไปไหลมาตามการเคลื่อนไหวของถังเว่ย ฉลับพลันแรงกดดันมหาศาลก็กระจายไปทั่วบริเวณแม้แต่เฟยหรงก็ยังต้องคุกเข่าลงไป
ก่อนที่เขาจะอ้าปากค้างด้วยความใ! เพราะว่าภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือถังเว่ยกำลังควงหอกไปมาก็เกิดแรงกดดันมหาศาลและให้กำเนิดัสีขาวขนาดใหญ่ดวงตาสีฟ้าสดใสความยาวนับ 1000 เมตร กรงเล็บอันแหลมคม 5 เล็บ เสียงคำรามของมันกู่ก้องไปทั่วชั้นฟ้าพร้อมกับแหวกไปว่ายไปตามการเคลื่อนไหวของทั้งถังเว่ย
ในวินาทีนี่เฟยหรงไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยายเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเขาได้ ในโลกใบนี้มีทักษะหอกที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามถึงขนาดนี้เชียวหรือ? บางทีคนอื่นอาจจะไม่แน่ใจนักแต่ในตอนนี้มันกลับมาปรากฏต่อหน้าเขาแล้ว…
จนในที่สุดถังเว่ยก็ลืมตาขึ้นมาเขาง้างหอกที่อยู่ในมือไปทางด้านหลังก่อนจะกวาดขึ้นเป็แนวตั้งไปทางน้ำตกัขาวเองก็แหวกว่ายตามคลื่นของหอกไปด้วยเช่นจนมันผ่ากระแสน้ำออกเป็สองซีก! ไม่เพียงเท่านั้นกระแสน้ำเองก็ไหลย้อนกลับ้าไปเช่นกัน อานุภาพของการการโจมยังคงขยายวงกว้างออกไป จนในสุดัขาวก็คำรามออกมาด้วยเสียงอันแกร่งกล้าก่อนที่มันจะสลายไป พร้อมกันกับที่ถังเว่ยจะหันมาทางที่เฟยหรงที่นั่งคุกเข่าและชี้หอกมาทางเขา
“ถังเฟยหรง! เมื่อครู่นี้คือการกวัดแกว่งหอกขั้นพื้นฐานที่ข้าจะสอนเ้า จดจำมันไว้ให้ดี”
เฟยหรงเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับมองแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้าก็ปรากฎว่าท้องฟ้ามีรอยแยกออกจากกันอยู่สาเหตุของมันก็มาจากการสะบัดหอกของถังเว่ยเมื่อครู่นั้นเอง