นี่ก็เกือบอาทิตย์แล้วที่ฉันต้องมานิ้วซ้นเพราะนายเมลล์ อันที่จริงอาการปวดมันก็หายดีแล้วแหละ เหลือแต่ที่มันยังเขียวยังช้ำเนี่ยดิ ฉันล่ะไม่อยากจะมองนิ้วตัวเองเลย รู้สึกหลอนๆ ยังไงไม่รู้
“ฟีน เมื่อไหร่เธอจะหายเนี่ย เขียนให้จนเมื่อยมือแล้วนะ” นายกรีนเริ่มบ่น
“นั่นดิ ของตัวเองยังไม่เคยจด แล้วนี่ต้องมาทำให้คนอื่น ใช่เื่ป่ะเนี่ย บ่อนเซ็งจริงๆ” เสริมด้วยนายพีท
“อย่าบ่น อย่าบ่น มีหน้าที่จดก็จดไป โตแล้ว รู้หน้าที่ตัวเองดิ”
ยัยแจงตอบแทนฉันในขณะที่ยังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือปรัชญาชีวิต
สมน้ำหน้านักไอพวกกวนประสาททั้งหลาย! สะใจจริงๆ ที่พวกสเต็ปเทพต้องมาทำตามคำสั่งของเราอย่างขัดขืนไม่ได้ วะฮ่าๆ เขียนกันให้มือหงิกไปเลยนะนายพวกบ้า ฉันไม่ยอมหายง่ายๆ หรอก
“แจง! พี่เอิร์ทอยู่ห้องอะไรอ่ะ”
อยู่ๆ รถเมล์ที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่ก็โพล่งขึ้นมาเสียงดัง สีหน้าสดใสของยัยแจงเปลี่ยนเป็บึ้งตึงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้
“ไม่รู้ดิ ไม่ได้สนใจ” ยัยแจงตอบเสียงแข็ง “ห้อง 11A มั้ง”
ไหนมันบอกไม่สนใจไงฟะ ว่าแต่รถเมล์ถามไปทำไมเนี่ย
“เดี๋ยววันนี้ครูปล่อยก่อนเวลานิดนึงนะคะ ใครยังทำงานไม่เสร็จก็นั่งทำต่อไป ส่วนใครเสร็จแล้วก็อยู่ในห้องเงียบๆ อย่ากวนเพื่อน รอเวลาหมดแล้วค่อยไปพักเที่ยงนะคะ แล้วอย่าลืมรวบรวมสมุดไปส่งครูด้วยนะ พุฒิพิชญ์ บอกชั้นค่ะ”
“ใครวะ พุฒิพิชญ์ ชื่อโคตรเพราะเลยอ่ะ” ยัยแจงวางหนังสือลงและมองหาเ้าของชื่อนั้นทันที
“เออ ชื่อโคตรหล่อเลยอ่ะ” สาเสริมก่อนจะตามมาด้วยบิว
“จริง เพราะดีเนอะ”
“ใครอ่ะ” คำถามนี้จากฉันบ้าง “ถ้าหล่อจริงๆ นะ แม่จะจีบซะ”
“Everybody...”
ฉันหันไปตามเสียงนั้นแล้วก็ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อปรากฏว่าเ้าของชื่อเพราะๆ นั้นคือนายไอซ์ หัวหน้าห้องจอมเด๋อของเรานี่เอง
ทำไมฉันโง่แบบนี้! อาจารย์จะใช้ให้ใครบอกชั้นได้อีกนอกจากหัวหน้าห้อง
“ฮ่าๆๆๆ เป็ไงอ่ะ หล่อมั้ย ไปจีบดิ” นายเมลล์ส่งเสียงหัวเราะล้อเลียนฉัน
“นี่”
ฉันเงื้อมือขึ้นเตรียมฟาดแต่ก็ต้องชะงักเมื่อนายนั่นชี้หน้าฉันแล้วพูดว่า
“อย่านะ! นิ้วเจ็บอยู่นะ ตีนี่เลิกเลคเชอร์ให้เลยนะ”
เออใช่ ลืมไป ฮึ่ย…
“รอให้มือฉันหายดีเถอะ”
“ก็รีบๆ หายดิ ี้เีจดให้เหมือนกันแหละ” นายนั่นบ่นอุบแล้วะโไปหน้าห้องอีกครั้ง “เฮ้ย! ไอติสม์...อย่าลืมเอาสมุดกองนี้ไปส่งด้วยนะ!”
ใครอีกอ่ะ ห้องเราไม่มีคนชื่อติสม์นะอันนี้ฉันจำได้
“มึงสั่งใครวะ ไอเมลล์” นายมุทำหน้างงไม่แพ้ฉัน
“ก็หัวหน้าห้องไง ไอซ์ พุฒิพิชญ์ สุดหล่อของสาวๆ อ่ะ!” แล้วนายเมลล์ก็หันมาทำประชดใส่ฉัน “มึงดูเค้าแต่งตัวดิ แม่งโคตรติสม์เลย”
พอนายเมลล์พูดจบก็หันไปแท็กมือหัวเราะกับนายเจลีกับนายพีท
“เออว่ะ ดูแม่งดิ ใส่แว่นโคตรใหญ่อย่างกับจะไปดำน้ำ แม่งโคตรจี้เลย เชี่ยเอ้ย ฮ่าๆๆ” นายมุเสริม
“นี่พวกนาย! เลิกล้อเลียนคนอื่นได้แล้ว ถึงไอซ์เค้าจะดู...ซื่อๆ แต่เค้าก็นิสัยดีกว่าพวกนายเยอะย่ะ!” ฉันแทรก
“ใช่!”
ปึง
รถเมล์ตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน
“สเต็ปเทพนิสัยไม่ดี ชอบว่าให้คนอื่น รถเมล์ไม่ปลื้มเลยนะ” พูดจบยัยนั่นเค้าก็เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไป
“สงสัยวันนั้นของเดือน” บิวหันมายักไหล่ให้ฉันที่กำลังทำหน้างงอยู่ “คาบต่อไปเรียนไรอ่ะฟีน”
“อ๋อ พักเที่ยง” ใครมันมาแย่งฉันตอบเนี่ย
“ชื่อฟีนเหรอ ฉันถามฟีนไม่ได้ถามนายซะหน่อย นายพีท”
“อ้าว แล้วใครตอบคุณอ่ะ ประโยคเมื่อกี้ยังไม่มีชื่อคุณเลยนะครับคุณบิว”
“นี่นาย!”
“ครับ! ว่าไงครับ ^^” พีทพูดแล้วยิ้มกวนประสาทบิวต่อ
ฉันไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับคู่นี้เล้ย เชื่อแล้วแหละว่าบิวคงไม่ชอบขี้หน้านายพีทจริงๆ ก็ดูรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมานั่นดิ บิวจ้องนายพีทซะอย่างกับว่าจะกระทืบให้ตายด้วยสายตาเอาซะตอนนี้ยังไงยังงั้น หันไปป่วนยัยแจงแทนดีกว่า
“แกทำไรอ่ะ”
“กำลังจดคำพูดคมๆ จากหนังสืออยู่ แกมีปากกาแดงป่ะ”
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ตอบยัยแจงก็มีอีกเสียงหนึ่งแหลมขึ้นมา
“งานการไม่ทำ นั่งจำแต่คำคม”
“เอ๊ะนายเจลี! สักเื่ได้มะ แล้วนี่มันก็การบ้านวิชาภาษาอังกฤษต่างหาก โง่แล้วยัง...”
“ไม่มีอ่ะ! เมื่อวานฉันทำปากกาตกหัวแตก หมึกกระจายเลย” ฉันรีบตอบแทรกขึ้นมาก่อนที่สองคนนี้จะเถียงกันต่อเพราะเบื่อจะฟังเสียงทะเลาะแต่ทว่านายเจลีก็ยังไม่วาย
“เย็บกี่เข็มอ่ะ”
“ยังอีก!!!” ยัยแจงหันไปเอ็ด “เออ แล้วนายอ่ะมีรึเปล่า ปากกาแดงอ่ะ”
“มี ปากกาน้ำเงินอ่ะ อยู่ในกระเป๋า”
“เอ๊ะ!!!” ยัยแจงขึ้นเสียง
ทำไมพวกสเต็ปเทพมันถึงได้กวนประสาทกันแบบนี้นะ! -*-
“เฮ้ย กูไปยืมกีต้าร์ไอปริ๊นซ์มา ร้องเพลงกันดีกว่า ทำไรที่มันสร้างสรรค์หน่อย” เสียงนายอาร์ตะโดังมาจากหน้าประตู
ฉันว่าฟังนายพวกนี้ร้องเพลง ไปฟังหมาหอนที่วัดยังจะดีซะกว่านะ
โอ๊ย นายพวกนี้ไม่น่ามานั่งใกล้ฉันเลย น่ารำคาญจริงๆ
“ไออาร์ต กูอยากร้องเพลงนี้” นายเจลีบอกพร้อมกับเปิดหนังสือเพลง
“เพลงไรของมึงเนี่ย ขวัญใจพี่หล่อ โดย หลวงเป็ด โห่ วัยรุ่นหน่อยดิ”
“มึงตกภาษาไทยป่ะไอมุ นี่มันชื่อเพลงว่าขวัญใจพี่เมลล์เว้ย เล่นเลยไออาร์ต” แล้วนายเจลีก็เริ่มแหกปากร้องเพลงกับนายพีท
“~ ภาแล่งให้รอ ห้าปีให้ภาเรียนจบ... ~”
ใครวะภา
“เล่นเหี้ยไรของพวกมึงเนี่ย” นายเมลล์ขยำกระดาษปาใส่เจลีทันที แต่นายพวกนี้ก็ยังไม่หยุด
“~ ไปอยู่ที่ไหน...ขวัญใจพี่เมลล์ โอ้พรวิภาเธอลืมพี่เมลล์แล้วไหมมม ~”
“ไอห่า กูบอกว่าไม่เล่น” นายเมลล์พูดอีกครั้งพร้อมกับถีบโต๊ะเลคเชอร์ไปโดนนายพีทอย่างจัง
โครม
“โอ๊ย เจ็บนะไอห่า ดูไว้ครับ ดูไว้ นิสัยคนพาล อย่าเอาเป็เยี่ยงอย่าง”
“ไม่ฮากูเปลี่ยนเพลงก็ได้นะ” นายเจลีพูดอย่างไม่เดือดร้อนแล้วก็เริ่มบรรเลงต่อ…
“~ อ่านปากของฉันนะ แม่พีทชื่อ... อยากจะพูดอีกครั้ง ว่าชื่อ... ~”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ทุกคนพากันหัวเราะยกเว้นนายพีทที่เปลี่ยนมาไล่เตะนายเจลีแทน แล้วเสียงออดบอกเวลาพักก็ดังขึ้น
กริ๊งงง!!!
“เลิกๆ กินข้าว!”
สิ้นเสียงนายอาร์ตพวกสเต็ปเทพก็แข่งกันวิ่งออกจากห้องไปก่อนที่ยัยแจงจะหันมาตีหน้าซื่อร้องเพลงให้ฉันฟัง
“~ อ่านปากของฉันนะ แม่ฟีนชื่อ…. ~”
“ตลกละไอแจง”
“เฮ้ย หิวแล้วอ่ะ ยัยรถเมล์ไปไหนเนี่ย” บิวเริ่มบ่น “เออมาพอดีเลย”
“รถเมล์ไปไหนมาเนี่ย” สาเอ่ยถาม
“ไปทำในสิ่งที่ควรทำมา”
“ไว้ก่อนเหอะ ป่ะๆ หิวจนไส้จะขาดอยู่ละ” เสียงบ่นสุดท้ายจากยัยแจง
ฉันกับเพื่อนๆ สั่งข้าวกระเพราไข่ดาวกินมาสามวันติดแล้ว ก็แหม ร้านนี้เค้าทำได้เผ็ดแซ่บสะใจมากเลยไงล่ะ ไม่เชื่อถามยัยแจงได้ ดูยัยนี่ดิ เขมือบข้าวจนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว
“ค่อยๆ กินก็ได้ อ่ะ น้ำเฉาก๊วยที่แจงชอบ พี่ซื้อมาให้”
อ้าว พี่เอิร์ทนี่หว่า มาได้ไงวะเนี่ย O_O
อยู่ๆ พี่เอิร์ทก็มาปรากฏตัวอยู่ที่โต๊ะของพวกเรา ทำเอาพวกฉันทั้งงงทั้งเกร็งทำตัวไม่ถูกเลย ตามนิสัยของยัยแจงแล้วนางเป็คนโกรธง่ายหายเร็ว ติดอย่างเดียวว่าฟอร์มจัดเท่านั้นแหละ
“เรียนเป็ไงบ้าง” พี่เอิร์ทเอ่ยถามต่อ
“ก็ดี ลุกๆ อิ่มแล้ว จะเอาจานไปเก็บ” พูดจบยัยแจงก็ไล่เก็บจานของพวกเราทุกคนไป ทั้งที่ข้าวของฉันยังเหลืออยู่ตั้งครึ่งจาน
เฮ้ย ยัยนี่ ฉันยังกินไม่อิ่มเลย!
“พี่รู้ความจริงหมดแล้วนะ เื่ที่หัวหินอ่ะ” พี่เอิร์ทพูดพร้อมกับส่งสายตาสำนึกผิดหล่อๆ มาบาดที่กลางใจฉันจนแทบจะละลาย แล้วยัยแจงก็เดินกลับมาซะก่อนที่ฉันจะทันได้ตอบอะไรพี่เอิร์ทไป
“ไปกันเถอะ”
แจงพูดโดยไม่มองหน้าพี่เอิร์ทพร้อมกับลากแขนฉันกับเพื่อนๆ เดินหนีพี่เอิร์ทวนไปวนมาอยู่ในโรงอาหาร ขณะที่พี่เอิร์ทก็ยังเดินตามกลุ่มเราต้อยๆ
พี่น้องคู่นี้เค้าทำอะไรกันเนี่ย =_=
“ทำไมแกต้องเดินวนไปวนมาด้วยวะ”
ฉันกระซิบถามยัยแจงแต่ก็ไม่มีคำตอบ แล้วในที่สุดก็ถึงบางอ้อเองจนได้ เมื่อพบว่ากลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นคือพี่หมิว พี่ดรีม พี่แพน กับพวกสเต็ปนางครบแก๊งเลย
“พี่เอิร์ท” อยู่ๆ ยัยแจงก็หยุดเดินแล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเสียงดังฟังชัด “มีอะไรจะพูดรึเปล่า”
ฉันหันไปมองยัยพวกนั้นที่มองมาที่กลุ่มพวกเราอย่างไม่เชื่อสายตาแล้วก็หันกลับไปหาพี่เอิร์ทต่อ ยัยแจงคงจะอยากให้ยัยพวกเห็นว่าพี่เอิร์ทมาง้อนี่เอง!
“...พี่ขอโทษ”
และในที่สุดคำๆ นี้ก็ออกมาจากปากของพี่เอิร์ทจนได้
“ผิดอะไร ทำไมต้องขอโทษ”
“ผิดที่ไม่เชื่อใจแจง ผิดที่ไม่ฟังแจง” พี่เอิร์ทตอบอย่างชัดเจนทำเอายัยพวกนั้นอึ้งไปเลย
“พูดดังๆ ให้ฟังอีกทีซิ”
“พี่ขอโทษ”
พี่เอิร์ทพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังและดังพอที่จะทำให้ยัยพวกนั้นได้ยินจนแสดงออกมาทางสีหน้าว่าไม่ชอบใจอย่างชัดเจน
“ได้ยินแล้วสินะคะ”
แจงหันไปแสยะยิ้มสะใจอย่างยัยตัวร้ายให้แม่พวกนั้นอีกทีก่อนจะเดินควงพี่เอิร์ทพร้ะโกนทิ้งคำส่งท้ายไว้กลางโรงอาหารประกาศให้โลกรู้ว่า
“ยังไงเืมันก็ต้องข้นกว่าน้ำ!”
ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยยย สะใจเป็บ้า ยัยพวกนั้นต้องเจ็บใจมากแน่ๆ
“พี่ก็ต้องขอโทษพวกเราด้วยนะที่ตอนนั้นพี่ฟังความข้างเดียว ยกโทษให้พี่นะ” พี่เอิร์ทหันมาพูดประโยคนี้กับพวกฉันเมื่อพวกเราเดินมาถึงหน้าห้องเรียน
“พวกเราโกรธพี่เอิร์ทไม่ลงหรอกค่ะ” สาตอบพร้อมทำตาเยิ้ม
“แต่ฟีนว่า มีอีกคนหนึ่งที่พี่เอิร์ทควรจะไปขอโทษนะ”
“อืม” พี่เอิร์ทหันมายิ้มให้ฉันเบาๆ “พี่คุยกับโอปอมาแล้วแหละ”
ตอนนี้ช่างเป็เวลาแห่งความสุขซะจริงๆ ยัยแจงกับพี่เอิร์ทก็คืนดีกันแล้ว สเต็ปนางกับยัยรุ่นพี่พวกนั้นก็หน้าเหวอไปตามๆ กัน แล้วตอนนี้พี่เอิร์ทสุดหล่อก็เดินมาส่งเราถึงหน้าห้องเรียนเลยด้วย กรี๊ด ฝันที่ไม่กล้าฝัน ฝันที่เป็จริง >w<
“งั้นพวกแจงไปเรียนก่อนนะ”
“จ้า ตั้งใจเรียนนะ อย่าไปมีเื่มีราวกับใครเค้าอีกล่ะ”
พี่เอิร์ทพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหัวยัยแจงอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป
ยัยนี่เค้าโชคดีจริงๆ ที่มีพี่ชายที่น่ารักและใจดีแบบนี้ นี่คือโชคชั้นที่หนึ่ง ส่วนโชคชั้นที่สองคือพี่เอิร์ทหล่อมาก
พวกฉันเดินเข้าห้องเรียนมาด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีกันทั่วหน้า เราเรียนกันอย่างมีความสุขมากตลอด่บ่ายจนพวกเสต็ปเทพยังแปลกใจที่พวกเราไม่อารมณ์เสียใส่ตอนนายพวกนั้นมาแหย่ ตอนนี้ก็ใกล้จะหมดเวลาคาบสุดท้ายแล้ว
ปึง!
เสียงตบโต๊ะดังขึ้นจากรถเมล์ที่ทำหน้าเครียดทั้งวันมาั้แ่ก่อนกินข้าว
“รถเมล์มีเื่จะสารภาพ”
“อะไรนะ??? รถเมล์ฆ่าคนตาย”
“ยัง!” แล้วนายมุก็โดนนายเจลีตีหน้าผากไปทีนึง
แปะ!
“เื่พี่เอิร์ทอ่ะ…”
รถเมล์พูดแล้วตีหน้าเศร้า
“ตอนที่พวกแจงมีเื่กับพวกรุ่นพี่ รถเมล์ก็ถ่ายคลิปไรเรื่อยเปื่อยเอาไว้แล้วมันก็ติดเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นมาด้วยั้แ่เริ่มเลย รถเมล์เพิ่งจะมานั่งดูไฟล์เก่าๆ เมื่อเช้าแล้วก็คิดได้ว่าถ้าให้พี่เอิร์ทดูคลิปนี้ั้แ่แรกแจงกับพี่เอิร์ทก็คงไม่โกรธกันนานขนาดนี้อ่ะ รถเมล์โง่เอง รถเมล์ผิดมั้ยอ่ะ รถเมล์ขอโทษนะ T^T”
“ผิด!!! ผิดอย่างแรงเลย” เสียงนายมุแหลมขึ้นมา
“แล้วต้องทำยังไงอ่ะ” ยัยนี่ก็บ้าจี้ไปตามเค้า
“เอาคลิปมาให้ดูเดี๋ยวนี้นะ”
นายมุพูดแล้วคว้ามือถือรถเมล์ไปดูทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต แล้วไอพวกสเต็ปเทพมันมายุ่งอะไรด้วยเนี่ย -*-
“ไอเชี่ยลี มึงเขยิบไปหน่อยดิ๊ เบียดอยู่นั่น มึงจะอัดตูดกูเหรอ”
นายเมลล์บ่นในขณะที่พวกเรากำลังเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมออกจากห้องเรียนไปหาไรกินฉลองให้กับการคืนดีของยัยแจงกับพี่เอิร์ท ในขณะที่พวกสเต็ปเทพพากันมุงดูคลิปที่ว่านั่น แต่ฉันไม่สนใจหรอก ในเมื่อก็รู้ผลกันอยู่แล้ว เื่ตบพวกฉันชนะ แต่เื่ตอแหล พวกเราแพ้!
“เอามือถือคืนรถเมล์เลยนะ พวกฉันจะไปกันแล้ว”
“โห่ บ่อนเซ็งจริงๆ เลยอ่ะ”
นายพีทบ่นเมื่อฉันเดินไปแย่งมือถือของรถเมล์คืนมาแล้วนายนั่นก็ทำเป็เลียนเสียงฉันในคลิป
“ฉันชื่อฟีน คนชื่อนี้น่ากลัวเสมอ”
“น่ากลัวตรงไหนวะ” นายเมลล์หัวเราะแล้วสะพายกระเป๋าพาดบ่าก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยทิ้งประโยคสุดท้ายให้ฉันเจ็บใจเล่น “วันก่อนนิ้วซ้นร้องแทบตาย อ่อนชะมัด”
ย่ะ!!! ก็ตอนตบกันฉันไม่ได้นิ้วซ้นนี่อีตาบ้า! ฮึ่ยยย หงุดหงิด หงุดหงิด!
พวกฉันเดินลงมาจากตึกเรียนและด้วยความที่ยังไม่อยากกลับหอตอนนี้เราก็เลยไปซื้อขนมกองโตจากมินิมาร์ทมานั่งกินกันที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวางข้างๆ สนามฟุตบอล พวกเรากำลังเม้าท์กันสนุกปากเื่สีหน้าของพวกยัยแอ๋มกับรุ่นพี่พวกนั้น แต่แล้วสัจธรรมที่ว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอก็ดูจะเป็จริง
“นังแจง เมื่อกลางวันแกหมายความว่าอะไร”
ยัยแอ๋มเดินเข้ามาทักทายเราด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหู พวกฉันลุกขึ้นแล้วจ้องหน้าพวกสเต็ปนางตอบ
“แหม มันก็เป็คำพูดที่ไม่น่าจะเข้าใจยากเลยนะ ถ้าเธอมีสมองก็น่าจะคิดเองได้อ่ะ” ยัยแจงย้อน
“แกคิดว่าแกแน่มากนักเหรอถึงได้มาท้าทายพวกฉัน”
“ก็ไม่แน่เท่าไหร่หรอก แต่ก็ทำให้พี่เอิร์ทกลับมาเข้าข้างได้ก็แล้วกัน”
ตอนนี้เสียงของกลุ่มเราดังขึ้นจนทำให้คนแถวนั้นเริ่มหันมามอง
“อย่ามั่นหน้าให้มันมากนักนะ ไม่งั้นแกได้เจอพวกพี่หมิวแน่”
“โห ไม่ยักรู้นะเนี่ยว่ายัยพี่พวกนั้นจะส่งเบ๊ฝีมือกระจอกมาเจรจากับพวกเรา” บิวพูดเสียงนิ่มแต่สำหรับยัยพวกนั้นคงฟังดูน่าหมั่นไส้มากอ่ะ
“พวกพี่เค้าไปเรียนบัลเลต์ย่ะ ถ้าเค้าว่างเค้าคงมาตบพวกหล่อนลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว” เสียงยัยเจนแหลมขึ้นมา
“อ๋อเหรอ! ก็นึกว่าไปเรียนวิธีจับผู้ชายอยู่”
“ว้ายสา!!! แกพูดออกมาได้ยังไงน่ะ”
“แหม ฉันรู้แกก็คิดเหมือนฉันอยู่แหละบิว” ว่าแล้วสากับบิวก็ผสมโรงกันหัวเราะด้วยน้ำเสียงชวนหมั่นไส้สุดๆ
“ปากดีนักนะ วันนี้เืปากพวกแกได้ออกแน่” ยัยพวกนั้นพูดขึ้นแล้วกำลังจะเข้ามาขวิดพวกฉันแต่เสียงนกหวีดก็ดังขึ้นซะก่อน
ปรี๊ดดด!!!
ฉันหันไปยังต้นเสียง ปรากฏว่าไม่ใช่อาจารย์แต่เป็ นายไอซ์ พุฒิพิชญ์ หรือว่านายติสม์ที่สเต็ปเทพเรียกกัน หัวหน้าห้อง 10F ของพวกเรานั่นเอง
“หยุดนะครับ พวกเธอจะทำอะไรเด็กห้องผมครับ”
ไอซ์วิ่งเข้ามาขวางไม่ให้ยัยพวกนั้นได้เข้ามาใกล้กับพวกฉัน
“ถอยไปเลยนะไอบ้า ไป๊!”
ยัยพิมส่งเสียงด่าพร้อมกับเงื้อมือขึ้นจะตบไอซ์ แต่ทันใดนั้น
หมับ!!! เข้าให้
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” ยัยพิมโวยวายใหญ่เมื่อโดนไอซ์รวบตัวไว้อย่างแนบชิดโดยการเข้าไปกอดล็อคตัวไว้
“ติสม์! เอ๊ย! ไอซ์! อย่าไปโดนตัวมัน เดี๋ยวติดโรคตอแหลลงไส้ติ่ง ฮ่าๆๆๆ”
“อีสา!!!”
“ทำไมอ่ะ อีเจน!”
“ปากดีนักนะมึง กลับบ้านไปเล่นงิ้วไป๊!”
จบประโยคนี้จากยัยเจน สีหน้าสาก็เปลี่ยนไปทันที
“จะเอาใช่ป่ะ อีด๋อยหน้าเม็ด” มันแปลว่าไรวะ? แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาหาคำตอบแล้วเพราะสากำลังยกเท้าขึ้นมาถีบไปที่หน้าของยัยเจนเต็มแรง
“สา!!!” พวกฉันะโพร้อมกับเข้าไปล็อคสาไว้ทัน
โชคดีของยัยเจนที่เท้าสายังไม่โดนหน้าของแม่นั่น แต่อยู่ห่างจากจมูกไปไม่ถึงห้าเซ็น แล้วก็ค้างอยู่อย่างนั้นเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้
“ใจเย็นแก ตรงนี้คนเยอะ” บิวพูดเพื่อยับยั้งสา
“แต่มัน…เออก็ได้ วันนี้แกรอดตัวไปนะ” และในจังหวะที่สายอมหยุดแล้ววางเท้าลงนั้น รองเท้าของสาก็ไปโดนเสื้อของยัยเจนโดยไม่ได้ตั้งใจ
“กรี๊ดดดดดดด” เสียงยัยเจนกรีดร้องดังลั่น
นั่นมัน...อะไรเหลืองๆ ดำๆ ติดเสื้อยัยเจนน่ะ O_O
“ขี้....ขี้....ขี้” เสียงนายติสม์ดังขึ้น พวกฉันพากันอึ้งรับประทานแต่ก็สู้ยัยเจนที่เหงื่อแตกพลั่กไม่ได้
ปรี๊ดดด!!!
“มาดูครับ ขี้ครับ!!! มาดูเลยครับ”
แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อนายติสม์เป่านกหวีดเรียกให้คนแถวนั้นเข้ามาดู ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“แก! ฉันเหยียบขี้ โอ๊ย ฉันเหยียบขี้” สาโวยวายพร้อมกับสะบัดรองเท้าข้างที่เหยียบโดนขี้หมาปลิวไปเฉียดหน้านายติสม์ แล้วกระเด็นไปโดนพวกสเต็ปนางจนแตกกันทั้งฝูง
“อ๊ายยย อีสา อีบ้า! เจน แกออกไปไกลๆ หน่อย อ๊ายยย” ยัยพวกนั้นพากันโวยวายวงแตก แม้แต่เพื่อนกันเองก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ยัยเจน
“ไม่ส่งไม่ใส่มันแล้ว”
ว่าแล้วสาก็สะบัดรองเท้าข้างที่เหลือทิ้งแล้วนำทีมวิ่งออกจากที่เกิดเหตุ
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ทีแรกที่ฉันเห็นยัยเจนนิ่ง ก็นึกว่ายัยนั่นจะกลัวจนตัวสั่นแต่ที่ไหนได้ คงจะเหม็นขี้หมาน่าดู ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ยัยแจงหัวเราะไปหอบไป “โอ๊ย โอ๊ย เหนื่อย พักก่อน พักก่อนนน”
“จะมีใครซักเสื้อให้แม่นั่นมั้ยเนี่ย ขนาดสาของเรายังโยนรองเท้าทิ้งเลย” บิวแหย่
“ไม่รู้จะตลกใครดีระหว่างสากับยัยเจน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” ฉันพูดขึ้นบ้าง
“พอแล้วน่า พวกแกเลิกตอกย้ำฉันเื่นี้สักทีได้มั้ย” สาะโกลับมา
“ใช่!!! แจง บิว ฟีนพูดกันแบบนี้ ไม่น่ารักเลยนะ เลิกล้อสาได้แล้ว”
“รถเมล์พูดถูก!”
“เปล่า รถเมล์จะบอกว่าสาไม่ได้เหยียบขี้ แต่เหยียบกับะเิต่างหาก”
“ฮ่าๆๆ สาเหยียบกับะเิ ก๊ากๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”