เสียงฝีเท้าของหลิงเซียวชะลอลงขณะก้าวลงจากเวทีประลอง ร่างของเขาเหมือนจะล้มลงทุกเมื่อ กล้ามเนื้อที่ล้าเกินขีดจำกัดส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักหน่วง แต่สายตาของเด็กหนุ่มยังคงมองตรงไปข้างหน้า
ผู้คนรอบลานยังไม่หยุดส่งเสียงเรียกชื่อเขา บ้างปรบมือ บ้างยืนขึ้นแสดงความเคารพ — แตกต่างจากเช้านี้ราวฟ้ากับดิน
เขาไม่ชินกับแววตาชื่นชมเ่าั้… และในใจลึก ๆ ก็ไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี
เสียงฝีเท้าบางเบาดังขึ้นข้างหลัง เป็เสียงของหญิงสาวผู้หนึ่ง หลิงเซียวหันไปช้า ๆ
“หลิงเซียว เ้ายังดีอยู่หรือไม่?”
หลิงเซียวมองคนถาม — เฟิ่งเหยา ศิษย์พี่สาวจากตระกูลเฟิ่ง ผู้มีสายตาอ่อนโยนแต่เฉียบคม
ในตอนที่เขาถูกดูแคลน ไม่มีใครยื่นมือ… ยกเว้นนาง
“ยังไม่ตาย” เขาฝืนยิ้ม มุมปากมีเืไหลซึม
เฟิ่งเหยาเบิกตากว้าง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้ ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“เ้าดื้อเหมือนเดิม… แต่ก็ยังยืนอยู่ได้ นั่นก็นับว่าดีแล้ว”
“เ้ามาเชียร์ข้า หรือมาเย้ย?” เขายิ้มบาง มองเธออย่างเหนื่อยล้า แต่ก็มีประกายบางอย่างในแววตา
เฟิ่งเหยาไม่ตอบ นางเพียงมองเขานิ่ง ๆ แล้วเอ่ยเบา
“ข้าไม่ชอบเห็นเ้าทำเหมือนตนไม่มีค่า… ชัยชนะของเ้าวันนี้พิสูจน์ทุกอย่างแล้ว ไม่ใช่แค่ฝีมือ… แต่หัวใจของเ้าก็เข้มแข็งกว่าใคร”
คำพูดนั้น…ทำให้หลิงเซียวรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างละลายอยู่ในอก
…
ด้านข้างของเวที ใต้เงาไม้ใหญ่ หลิงจื้อยืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย แต่กำหมัดแน่น
“เขาชนะข้า…” เขาพึมพำเบา ๆ
ชายชราในชุดผ้าลินินสีจางผู้หนึ่งเดินมาหาเขาอย่างเงียบงัน
“หลิงจื้อ เ้าโกรธหรือ?”
“ไม่” หลิงจื้อหันไปช้า ๆ “แต่ข้า…ไม่พอใจในตัวข้าเอง”
“เพราะเ้าแพ้ หรือเพราะเ้าถูกสั่นคลอน?” ชายชรายิ้ม
หลิงจื้อไม่ตอบ ทว่าในแววตามีบางอย่างเปลี่ยนไป — ไม่ใช่ความแค้น… แต่เป็ความใคร่รู้ และการยอมรับในเส้นทางที่อีกฝ่ายเลือกเดิน
⸺
เมื่อค่ำคืนมาเยือน ลานประลองถูกเก็บกวาดจนเรียบร้อย แต่ใจของใครหลายคนยังไม่สงบ
ในกระท่อมหลังเล็กนอกเขตหมู่บ้าน หลิงเซียวจุดตะเกียงเล่มเล็ก แสงสีส้มอ่อนส่องสะท้อนใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยรอยช้ำและร่องรอยการต่อสู้
เขานั่งนิ่งอยู่นาน ลมหายใจเบาเป็จังหวะ
แล้วภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ
เสียงะเิ เสียงกรีดร้อง… กลิ่นควันไหม้ในห้องทดลองกลางหุบเขาโลหะในโลกก่อนหน้า
เขาหลับตาแน่น
“นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าต้องเลือกระหว่างความตายกับการก้าวต่อไป…”
ในโลกนั้น… เขาไม่ใช่นักสู้ แต่เป็นักประดิษฐ์
แต่ในโลกนี้… หากเขาไม่ฝึกฝนร่างกายให้กล้าแกร่ง เขาคงไม่มีวันปกป้องสิ่งที่รักได้
มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเปิดกล่องไม้เล็ก ๆ ข้างเตียง
ภายใน…คือเศษโลหะหลายชิ้นที่เขาเก็บจากเครื่องมือเก่า ๆ
เขากำลังพัฒนาอาวุธใหม่ — สิ่งที่เป็ทั้งศิลปะและอาวุธ…เป็ทั้งความรู้จากอดีตและพลังในปัจจุบัน
เพลิงที่ลุกอยู่ในดวงตาเขา… ไม่ได้มาจากความแค้นอีกต่อไป
แต่คือ ไฟของการสร้างสิ่งใหม่ ไฟของความฝัน
…
เสียงประตูไม้ถูกเคาะเบา ๆ
หลิงเซียวลุกขึ้นช้า ๆ เปิดประตูออก พบว่าผู้ที่มาเยือนคือาุโเจี่ยน
“าุโ…?”
“มีเื่หนึ่งที่เ้าควรรับรู้” ชายชรามองเขานิ่ง ๆ “พรุ่งนี้เช้า…จะมีประกาศผลผู้ถูกเลือกให้เข้าสำนักใหญ่ของแคว้น”
หลิงเซียวพยักหน้า ไม่ได้แปลกใจนัก
“แต่เ้าคงรู้ดี… ไม่ใช่แค่ฝีมือ หรือชัยชนะ…ที่ทำให้ใครสักคนได้ไปต่อ”
หลิงเซียวไม่ตอบ สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็ครุ่นคิด
“ข้าจะไป… ไม่ว่าจะด้วยทางใด”
าุโเจี่ยนยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินจากไป
…
ในความเงียบสงัดของยามค่ำ หลิงเซียวนั่งลงอีกครั้ง
ไฟในตะเกียงยังคงลุกไหว…เช่นเดียวกับไฟในใจของเขา