the choice

    special one

    ท่ามกลางเศษซากของสิ่งก่อสร้างมากมายที่พังทลายลง เศษอิฐปูน ฝุ่นผงรายล้อมทั่วพื้นที่ มองไปทางไหนก็พบเจอแต่ความสูญเสียและความสิ้นหวัง
    มันคือผลของการเกิดสงคราม
    ชัยชนะที่ได้มามันไม่มีอะไรเลย จะมีก็เพียงมโนภาพของผู้ชนะ ที่เอาแต่คิดว่าโลกนี้จะดีขึ้นมาได้ แต่ในความเป็นจริง มันนำมาซึ่งการสูญเสียคนสำคัญมากมายรอบตัว คนแล้ว คนเล่า พวกเขาต่างพากันตายจากไปทีละคน ทีละคน
    คนเหล่านั้นก็เป็นแค่ตัวหมากในเกมที่แยบยลเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายศัตรูหรือฝ่ายของเราเอง
    การเสียสละเพื่อให้บางสิ่งอยู่รอดต่อไป ก็เพื่อชัยชนะของสงคราม
    “นี่ไวท์ นายคิดว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันดีแล้วเหรอ” เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยขึ้นในบรรยากาศรอบ ๆ ตัวที่น่าสลด
    “ฉันก็ไม่รู้สิ...แต่สำหรับฉันมันไม่คุ้มเลย” ชายผิวขาวที่อยู่ข้าง ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่ดูอ่อนล้า เขาหลับตาลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
    ทั้งสองยืนคุยกันท่ามกลางซากศพของผู้คนในสงคราม มันเต็มไปด้วยเลือดที่อาบนองไปทั่วทุกหย่อมหญ้า พื้นดินที่มีแต่สีแดงสดเหมือนกับทะเลเลือดรายล้อม สิ่งมีชีวิตต่างเชื้อชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดต่างพากันตายเกลื่อนด้วยสภาพที่น่าอนาถ
    “นี่ ถ้านายย้อนไปได้ นายอยากทำอะไร” เขาเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
    บรรยากาศที่เงียบงัน สายลมอ่อนพัดผ่านรอบตัวชายทั้งคู่ โชยกลิ่นคาวเลือดคละคุ้งให้ได้กลิ่นชัดเจน คำถามที่ชวนสงสัยของคนด้านข้างทำให้ตัดบรรยากาศโดยรอบไปอย่างง่ายดาย
    “ย้อนไปตอนไหนกันล่ะ” ไวท์ที่ยืนข้าง ๆ ตอบกลับโดยที่ไม่ได้มองเขา
    “ตอนที่เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้น” เขาพูดเสียงเรียบที่ดูจริงจังขึ้นมาจนคนด้านข้างหันกลับมามอง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นแล้วตอบกลับด้วยความสัจจริง “ฉันก็คงจะทุ่มเทช่วยคนของเราให้มากกว่านี้”
    “งั้นนายจะต้องย้อนไป”
    ประโยคที่ตอบกลับมาทำให้ไวท์ถึงกับคิ้วขมวด เขาไม่เข้าใจกับสิ่งที่อีกคนพูดเลยแม้แต่น้อยว่าอีกคนจะสื่ออะไรกันแน่ “นายหมายความว่ายังไง” ไวท์พูดด้วยน้ำเสียงที่สงสัย
    “เมื่อกี้ ก่อนที่เราจะฆ่ามัน ผมใช้บัตรขโมยสกิลที่มีแค่ใบเดียว ขโมยสกิลของผู้หยั่งรู้มา” เขาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย“ที่จริงมันไม่ใช่ผู้หยั่งรู้อะไรทั้งนั้น มันก็แค่ย้อนเวลาได้ในช่วงสั้น ๆ แต่ต้องแลกกับค่าสเตตัสต่าง ๆ ของมัน”“นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมมันถึงได้อ่อนแอขนาดนั้น แต่มันก็ยังมีพรรคพวกที่แข็งแกร่ง” เขาพูดพร้อมหันหน้ามาทางอีกคน
    “นายกำลังบอกว่า...จะใช้ไอ้นั่นกับฉันงั้นสิ? ”“แบบนี้เราสองคนก็ย้อนกลับไปได้สินะ” ไวท์ทำท่าทางดีใจขึ้นมาต่างจากกับปฏิกิริยาก่อนหน้าอย่างชัดเจน
    “ไม่ได้หรอก” เขาก้มหน้าลงแล้วขำในลำคอเล็กน้อยเมื่อเห็นคนข้าง ๆ กำลังดีใจ ก่อนจะพูดต่อ “ถ้าผมคิดไม่ผิดล่ะก็ ถ้าเราไปสองคน เราก็คงยังกลับไปได้ไม่ถึงครึ่งทางเลย”“คนคนนั้นเขาทิ้งทางรอดให้เราตั้งมากมาย แต่เรากลับไม่เห็นค่าของมันเลย”“ในช่วงแรกที่เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น ถ้าเป็นผม...ที่มีภาระต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ไหนจะสภาพจิตใจในตอนนั้นอีก มันช่างสับสนเหลือเกิน” เขาพูดพร้อมกับส่ายหัวเบา ๆ ให้ตัวเอง
    “แล้วทำไมถึงเป็นฉันล่ะ”“นายสามารถย้อนเวลากลับไปช่วยควีนได้ไม่ใช่เหรอ” ไวท์พูดท่าทีที่จริงจัง เขามองไปยังดวงตาคมของอีกฝ่าย
    “ใช่” เขาพยักหน้ารับไวท์โดยทันที“แต่ในอดีต ผมทำร้ายจิตใจของเธอมามากเกินไป”“ตอนนี้...ผมมีคำขอเพียงอย่างเดียว”“คือนายต้องฆ่า มุก ก่อนที่อะไรจะเลวร้ายมากไปกว่านี้ เธอเป็นตัวการของทุกอย่าง” เขาจ้องตาไวท์ด้วยสีหน้าที่จริงจัง ตาคมจ้องมองโดยไม่ละสายตาไปไหน
    “เดี๋ยวสิ! ” ไม่ทันที่ไวท์จะได้พูดอะไรต่อ ก็เกิดแสงวาบจ้าสว่างขึ้นไปทั่วบริเวณ
    -tbc-