แสงสีทองเปล่งประกายทั่วท้องฟ้าเหมือนรุ่งอรุณแห่งยุคใหม่แต่แท้จริงคือม่านพลังสนามแม่เหล็กที่ปิดล้อมโลกทั้งใบไว้ภายใต้การควบคุมของลูมิเอล
เขาเปลี่ยนอีเทอร์—พลังงานที่เคยใช้เพื่อสร้างสมดุล—ให้กลายเป็สายโซ่แห่งการกดขี่
ผู้คนในศตวรรษที่ 25 ไม่ได้ถูกเฆี่ยนตีด้วยแส้หรือกุญแจมืออีกต่อไปแต่ถูกทรมานด้วย “แสง”
เมืองเอนโดโปลิส — มหานครแห่งเถ้าธุลี
ทุกอาคารถูกติดตั้งเสาอีเทอร์สูงเสียดฟ้าเสาเ่าั้ไม่ใช่แหล่งพลังงาน แต่คือเครื่องควบคุมคลื่นสมองของมนุษย์
ทุกเช้า แสงสีขาวจะสาดลงมาผ่านชั้นบรรยากาศส่งสัญญาณเข้าควบคุมศูนย์ประสาทของประชาชน ให้ยิ้ม ให้เชื่อฟัง ให้รักในนามของ“พระบุตรแห่งอีเทอร์”
ใครต่อต้าน ระบบจะจดจำคลื่นสมองและส่งรังสีสลายตัว (Decoherence Ray) ผ่านเสาอีเทอร์ใกล้ที่สุดแผ่เป็คลื่นสั่นะเืจนร่างของผู้ก่อการละลายหายไปต่อหน้าผู้คน ไม่มีเืไม่มีศพ มีเพียงเศษเถ้าละเอียดลอยกลางอากาศ
เด็กทุกคนที่เกิดหลังยุคแห่งอีเทอร์ถูกฝัง“แกนส่องแสง” (Light Core) ใต้กะโหลกั้แ่แรกเกิดเพื่อให้ระบบอ่านค่าความจงรักภักดีได้ตลอดเวลา
พวกเขาไม่รู้จักคำว่า อิสระ อีกต่อไป
เรมิโอ วิเวียน่า และ จูเลียน่าที่หลบอยู่ในนครใต้พิภพ เฝ้ามองภาพทั้งหมดผ่านจอมอนิเตอร์เก่าขึ้นสนิมเสียงเครื่องยนต์อีเทอร์จากบนดินดังเหมือนเสียงหัวเราะของปีศาจ
“เขาไม่ใช่พระเ้า...”วิเวียน่ากัดฟัน ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“เขาคือพระเ้าจำแลงสำหรับคนที่กลัวเกินจะลุกขึ้นสู้” จูเลียน่าพูดเสียงเบาพลางมองลูกชายที่หลับอยู่ในอ้อมแขน
“เราจะรอถึงเมื่อไหร่...”เรมิโอพูด แววตานั้นเครียดและขุ่นมัว
“จนกว่าสัญญาณของเธอ...จะกลับมา”วิเวียน่าตอบ “เธอ...เรนาตา”
เหนือพื้นโลกพระราชวังแห่งอีเทอร์ลอยอยู่เหนือชั้นเมฆหอคอยคริสตัลสูงหลายร้อยเมตรสะท้อนแสงสีทองจ้า เบื้องในลูมิเอลนั่งอยู่กลางแท่นบัลลังก์ รายล้อมด้วย “ทูตแห่งแสง”เหล่ามนุษย์ที่ถูกควบคุมสมองให้กลายเป็หุ่นรับใช้
เขาเอื้อมมือออกไปเหนือแผนที่สามมิติของโลกแตะจุดแสงเล็ก ๆ บนทวีปต่าง ๆ
“เมืองนี้จะเป็ศูนย์จำลอง เมืองนี้ จะเป็สนามทดลอง...และเมืองนี้—จะเป็เครื่องบูชาของข้า”
เสียงหัวเราะแ่เบาแต่ะเืทั่วโครงข่ายอีเทอร์ คนทั้งโลกได้ยิน
ปฏิสนธิแห่งแสง
ในห้องโถงแกนกลางของ“พระราชวังอีเทอร์”
เสียงเครื่องยนต์ควอนตัมคำรามก้องทั่วพื้นโลหะสีเงินขาวลูมิเอลยืนอยู่กลางห้องทรงกลมกางแขนออกเหนือแท่นพลังงานที่หมุนวนด้วยอนุภาคเรืองแสงนับล้าน
เบื้องหน้าเขาคือ “ห้องปฏิสนธิแห่งแสง” — แท่นทดลองสูงเสียดเพดานที่ภายในมีร่างมนุษย์หญิงหลายสิบคนถูกแขวนไว้ในของเหลวใส
“พวกเธอจะให้กำเนิดบุตรแห่งอีเทอร์รุ่นใหม่”
ลูมิเอลเอ่ยเสียงนุ่มนวลแต่เ็า
“สายเืที่ไม่ต้องอาศัยเนื้อหนัง ไม่ต้องมีจิตใจมีเพียงความจงรักภักดีต่อข้า”
หญิงสาวเ่าั้ไม่ได้ตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางธรรมชาติ แต่ผ่าน “โพรโตคอลแสง (Photon Protocol)”
กระบวนการฝังพลังงานอีเทอร์เข้ากับโครโมโซมของพวกเธอโดยตรง
แสงจากแท่นพลังจะทะลวงเข้าร่างจนกลายเป็แหล่งกำเนิดสิ่งมีชีวิตใหม่— “บุตรแห่งแสง”
สิ่งมีชีวิตที่กินพลังอีเทอร์แทนอาหารและสามารถสื่อสารผ่านสนามแม่เหล็ก
เสียงร้องโหยหวนของหญิงที่ถูกทดลองดังสะท้อนทั่วห้อง
แต่ไม่มีใครได้ยิน เพราะทุกอย่างถูกปิดกั้นในมิติของเสียง
ในเวลาเดียวกัน…
ใต้ดินของเอนโดโปลิส
เรมิโอและวิเวียน่ากำลังพยายามหาทางเข้าถึง “แกนข่ายอีเทอร์”เพื่อทำลายระบบควบคุมสมองของมนุษย์ทั่วโลก
“เราทำลายมันไม่ได้หรอก”วิเวียน่าพูดพลางมองข้อมูลที่พุ่งบนจอ
“มันไม่ได้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ แต่มันอยู่ในคน”
“หมายความว่าไง?”เรมิโอถาม
“พลังของอีเทอร์ถูกเชื่อมเข้ากับคลื่นสมองมนุษย์ทั่วโลก ทุกครั้งที่เราพยายามทำลายมันมันจะฟื้นจากพลังชีวิตของคนอื่นทันที”
จูเลียน่าเดินเข้ามาเงียบ ๆ พร้อมอุ้มลูซิโอ ลูกชายไว้ในอ้อมแขน
“แล้วถ้าเราไม่ทำลายมันแต่...ชำระมันล่ะ?”
“ชำระ?” วิเวียน่าทวนเสียงเบา
“แม่เคยบอกฉันว่าแสงที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่เผาผลาญ... แต่คือสิ่งที่ให้ทางออกแก่ความมืด”
เธอวางมือลงบนหัวลูกชาย
ดวงตาของเด็กชายเปล่งแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ออกมาอีกครั้ง
แรงสั่นะเืเบา ๆ วิ่งไปทั่วฐานใต้ดิน
“นั่นมัน…”วิเวียน่าร้อง
“ใช่...”จูเลียน่ากระซิบ “เขา…คือ ผู้สืบทอดอีเทอร์บริสุทธิ์”
เบื้องบน ท้องฟ้าสั่นะเือีกครั้งลูมิเอลสะดุ้ง
มือของเขากำแท่นพลังแน่นจนเืซึม
“ใคร…กล้าปลุกพลังนั้นขึ้นมาอีกครั้ง...”
“ข้าอยู่ที่นี่ลูมิเอล…”
เสียงหนึ่งดังแ่เบาในคลื่นอีเทอร์
เสียงนั้นเป็เสียงของ เรนาตา อัลฟอนโซ
สัญญาณแห่งการหวนกลับของผู้ที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว
การกลับมาของเรนาตา
เสียงนั้นดังก้องไปทั่วท้องฟ้าโลก —นุ่มนวลแต่เปี่ยมด้วยพลังอันไร้รูป
เมฆหมอกเหนือเอนโดโปลิสแตกออกเป็รอยแยกยาวสุดสายตา
แสงสีขาวอมฟ้าทะลุผ่านชั้นบรรยากาศเหมือนม่านแห่งการอภัยโทษจาก์
ภายในพระราชวังอีเทอร์
ลูมิเอลชะงัก ดวงตาเปล่งประกายสีทองปนแดงริมฝีปากกระตุกอย่างไม่พอใจ
“ไม่...เป็ไปไม่ได้...เ้าไม่มีวันรอดจากอีเทอร์คอร์ได้!”
ลำแสงมหึมาพุ่งตกกระทบพื้นกลางเมือง
พลังะเิกระจายออกเป็วงคลื่น แต่ไม่มีความร้อนมีเพียงแรงสั่นะเืแห่งความสงบ
ฝุ่นและซากอาคารค่อย ๆ ละลายกลายเป็ผลึกใสที่ลอยขึ้นสู่ฟ้า
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากใจกลางแสงนั้น
“ข้าตายไปแล้วครั้งหนึ่ง...”
เสียงเรนาตาเอ่ยช้า ๆ แ่เบาแต่สะกดทุกสรรพสิ่งให้เงียบงัน
“...แต่ในความตายข้าได้เห็นว่า พลังของอีเทอร์ไม่ใช่เครื่องมือยึดครอง แต่คือ กระจกเงาแห่งจิติญญา”
ผมยาวสีทองแดงปลิวไหวกลางแรงลมที่พุ่งสวนขึ้นฟ้า
ดวงตาของเธอส่องแสงสีขาวสะอาด — แสงที่ไม่มีเงา
เรมิโอมองขึ้นไปจากฐานใต้ดิน
“นั่น...เธอจริง ๆใช่ไหม?”
วิเวียน่าตอบเสียงเบา“ใช่...พลังของเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
บนฟากฟ้า ลูมิเอลยกมือขึ้นพลังอีเทอร์สีม่วงดำพวยพุ่งออกมารอบตัว
“เ้ากลับมาเพื่ออะไรเรนาตา?เพื่อขอความเมตตาจากข้า? หรือเพื่อยอมจำนน?”
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง”เรนาตาเอ่ย พลางยกมือขึ้นช้า ๆ
“ข้ากลับมาเพื่อปลดปล่อยโลกนี้...จากพันธนาการของแสงเทียมที่เ้าสร้างขึ้น”
ทันใดนั้นแสงสีฟ้าบริสุทธิ์จากมือของเธอพุ่งชนกับพลังสีม่วงของลูมิเอลกลางอากาศ
การปะทะกันของสองพลังต่างขั้วทำให้สนามแม่เหล็กรอบโลกบิดเบี้ยว
เกิด “พายุอีเทอร์” ขนาดมหึมาที่ครอบคลุมทั้งซีกโลกตะวันตก
เรมิโอ วิเวียน่า และจูเลียน่าต้องรีบหลบเข้าที่กำบัง
พลังที่พุ่งกระแทกลงมาไม่ทำลายแต่ชำระทุกสิ่งให้โปร่งใสจนเห็นชั้นพลังของโลก
“เธอ...คือผู้ถือครองอีเทอร์บริสุทธิ์คนสุดท้าย”วิเวียน่ากล่าวอย่างตะลึง
“และอาจเป็คนเดียวที่ลูมิเอลทำอะไรไม่ได้”จูเลียน่าพูดต่อ
ขณะที่ทั้งโลกจับจ้องบนท้องฟ้า
เรนาตายืนนิ่ง ราวกับเป็ร่างจำแลงของความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ
“ข้า...จะคืนแสงให้โลกใบนี้”
และเมื่อคำพูดนั้นจบลง
อีเทอร์ทั้งโลกเริ่มเปลี่ยนสี จากม่วงหม่นของการกดขี่กลายเป็ฟ้าสว่างแห่งการปลดปล่อย
ปฐมบทแห่งการชำระ
แรงปะทะของสองพลังทำให้ผืนฟ้าสั่นะเื
แสงสว่างกลืนกินเงามืด และเงามืดก็กลืนกลับเป็คลื่นซัดวน
ทุกอณูของอากาศแตกออกเป็ลวดลายเรขาคณิตที่สะท้อนภาพของจักรวาล
เหมือนมิติทั้งหลายกำลังส่องกระจกหากันเอง
เรมิโอรู้สึกได้ถึงเสียงะเืที่ไม่ได้มาจากภายนอกแต่จากภายในหัวใจ
เขาได้ยินเสียงกระซิบ — เสียงของโดมินิโก
“อย่ากลัวเลย...เธอคือทางรอดของเรา...”
เรมิโอหันมองไปยังฟากฟ้า
ร่างของเรนาตาในตอนนี้ไม่ได้เป็เพียงหญิงสาวแต่กลายเป็ร่างแห่งพลังสสารและจิตบริสุทธิ์
เส้นผมของเธอกลายเป็ประกายระยิบระยับดุจอณูแสง
ทุกก้าวที่เหยียบย่างคือเสียงสะท้อนของหัวใจโลก
“เ้าจะสูญสลายพร้อมกับโลกที่เ้าคิดจะปกป้อง!”
เสียงของลูมิเอลดังก้อง ราวฟ้าร้องจากอีกจักรวาลหนึ่ง
“ถ้าโลกนี้ต้องดับเพราะเ้า...”เรนาตากล่าว “ข้าจะดับพร้อมกับมัน — แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครมันอีกต่อไป”
เมื่อสิ้นคำพูดพลังสีฟ้าบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไป
คลื่นอีเทอร์สีม่วงที่ครอบคลุมโลกเริ่มแตกสลาย
เมืองที่ถูกกลืนกินด้วยพลังของลูมิเอลเริ่มส่องแสงกลายเป็ผลึกอีเทอร์ใส
ผู้คนที่ถูกครอบงำเริ่มได้สติ บางคนล้มลงบางคนร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่...”จูเลียน่ากระซิบ “พลังของเรนาตา...มันชำระพวกเขาได้”
“ใช่...”วิเวียน่าตอบเบา ๆ “เธอกำลังคืนสมดุลให้โลก...แต่ร่างของเธออาจจะรับไว้ไม่ไหว”
บนท้องฟ้า ลูมิเอลคำรามพลังสีม่วงดำปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง
“เ้าคิดว่าโลกใบนี้จะอยู่ได้โดยไม่มีข้าหรือ?!ข้าคือแสง ข้าคือพระเ้าแห่งอีเทอร์!”
“เ้าคือเพียงเศษเสี้ยวของอีเทอร์ที่ลืมไปว่า ‘ต้นกำเนิด’ คือ ความเมตตา ไม่ใช่ การ”
เรนาตายื่นมือออกไปข้างหน้าแสงสีขาวสะอาดพุ่งออกจากปลายนิ้ว
พลังสองสายปะทะกันตรงกลางฟ้า ก่อให้เกิด “วงแหวนแห่งการชำระ” —
คลื่นพลังที่ขยายออกไปทั่วโลก
ขณะนั้น...
เรมิโอและวิเวียน่ามองเห็นสิ่งหนึ่งลอยลงมาจากฟากฟ้า —“ผลึกอีเทอร์”
มันตกลงกลางฐานที่พวกเขาอยู่
เรมิโอยื่นมือแตะผลึกนั้นพลันภาพความทรงจำจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา
เขาเห็นภาพโดมินิโก เรนาตา เบนิโต...และภาพของโลกก่อนา
ทันทีที่ปลายนิ้วััผลึกอีเทอร์
สายแสงทองจากผลึกสาดเข้าตาเรมิโอราวกับฉีกม่านเวลา
ภาพของ “อดีต” ปรากฏขึ้นตรงหน้า — ไม่ใช่เพียงภาพของาแต่คือเื่ราวของ สายเื
เขาเห็นชายหนุ่มผมดำหนวดเคราหยาบกร้าน — เดวิด
ยืนเคียงข้างหญิงสาวผมแดงที่มีแววตาอ่อนโยน— แมรี่
ทั้งคู่กำลังนำผู้คนลุกขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลของไดโอนีซัสในสองศตวรรษก่อนหน้า
ธงแห่งเสรีภาพโบกสะบัดเหนืออาคารที่พังทลาย
แสงจากะเิสะท้อนเป็ประกายบนใบหน้าทั้งสอง
“พวกเขา...”เรมิโอกระซิบ “เดวิด...กับแมรี่...”
เขาเห็นแมรี่คว้ามือของเดวิดไว้แน่นท่ามกลางเปลวเพลิง
“ตราบใดที่ยังมีลมหายใจของมนุษย์หนึ่งคน— โลกนี้ยังไม่ตาย”
เสียงของเธอสะท้อนเข้ามาในอก
เดวิดเงยหน้าขึ้น มองไปยังท้องฟ้า —
ที่ซึ่งวันหนึ่ง จะมีใครบางคนสืบทอดภารกิจของเขา
“เรมิโอ...”
เสียงนั้นแ่เบา แต่ชัดเจนราวกับพูดอยู่ข้างหู
ภาพทั้งหมดสั่นไหวก่อนละลายหายไปในละอองแสง
เหลือเพียงผลึกอีเทอร์ที่เต้นเป็จังหวะเดียวกับหัวใจของเขา
เสียงของเรนาตาดังก้องในใจเขา
“ถ้าเ้ารักโลกใบนี้จริง...จงช่วยข้ารักษามันไว้”
และทันใดนั้นเอง —
แสงสีทองจากผลึกพุ่งขึ้นสู่ฟ้า พุ่งตรงไปยังร่างของเรนาตา
เชื่อมโยงเธอกับหัวใจของโลกอีกครั้ง
แสงทั้งสองสาย — สีทองของหัวใจโลกและสีฟ้าของอีเทอร์บริสุทธิ์ —
รวมตัวกันเหนือฟากฟ้าโลกกลายเป็ “ดวงตาแห่งแสง”ที่มองลงมาจากห้วงจักรวาล
เรนาตาหลับตาน้ำตาเม็ดหนึ่งร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน
“ลูมิเอล...จงกลับไปยังที่ที่เ้ามาจากเถิด”
ท้องฟ้าเหนือโลกสั่นะเืรุนแรงอีกครั้ง
ก่อนที่แสงทั้งหมดจะดับวูบลง —
ปล่อยให้โลกทั้งใบเข้าสู่ความเงียบงันที่ไม่มีใครเข้าใจ
จบตอนที่ 10
( 30 ต.ค. 68 )