บรรยากาศภายในชั้นล่างสุดของอาคารโรงพยาบาลร้างนั้นมืดสนิทและเย็นเยียบ กลิ่นอับชื้นของเชื้อราผสมปนเปไปกับกลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวคือแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของแผ่นไม้ซึ่งถูกตอกปิดตายตรงหน้าต่าง
ทว่าสำหรับฝูงหมาป่าแห่งวูลฟ์แฟงที่สวมแว่นตามองกลางคืน (Night Vision Goggles) โลกทั้งใบของพวกเขาถูกฉาบด้วยสีเขียวเรืองรอง ทุกรายละเอียดของซากปรักหักพัง เคาน์เตอร์พยาบาลที่พังทลาย และเศษกระจกที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ล้วนปรากฏชัดเจนในสายตา
ทีมจู่โจมเคลื่อนตัวข้ามผ่านซากศพของทหารฏหน้าบังเกอร์เข้ามาด้านในอย่างเงียบเชียบ โลแกนในฐานะหัวหน้าทีมยกกำปั้นขึ้นเป็สัญญาณให้ทุกคนหยุดเคลื่อนไหวและเข้าที่กำบังตามซอกเสา
ซ่า...
"ศูนย์บัญชาการเรียกทีมจู่โจมและรังซุ่มยิง" เสียงของอีวาน่า ผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซียดังก้องกังวานในหูฟังวิทยุสื่อสาร "อากาศยานไร้คนขับทำการสแกนโครงสร้างความร้อนของตัวอาคารเรียบร้อยแล้ว"
แม้อาคารคอนกรีตแห่งนี้จะหนาทึบและแซมที่ประจำการอยู่ ณ รังซุ่มยิงจะไม่สามารถมองทะลุกำแพงเข้าไปด้านในได้โดยตรง แต่เทคโนโลยีทางการทหารอันล้ำสมัยของสิรินทรากรุ๊ปที่วูลฟ์แฟงอยู่ ก็ทำให้พวกเขาได้เปรียบราวกับมีดวงตาของพระเ้า
"ภาพจากกล้องอินฟราเรดตรวจพบสัญญาณความร้อนของกลุ่มคนจำนวนมาก กระจุกตัวอยู่บริเวณปีกซ้ายของชั้นสาม" อีวาน่ารายงานข้อมูลที่ถูกประมวลผลอย่างรวดเร็ว "ตรงกึ่งกลางของกลุ่มสัญญาณความร้อนนั้น มีสัญญาณความร้อนของบุคคลหนึ่งที่อยู่ในท่านั่งนิ่งสนิท ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ คาดว่าถูกมัดติดกับเก้าอี้... มีความเป็ไปได้สูงมากถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ว่านั่นคือเป้าหมายระดับวีไอพีของพวกเรา"
"รับทราบ ศูนย์บัญชาการ" โลแกนตอบรับด้วยเสียงกระซิบ
"แซม..." อีวาน่าวิทยุสั่งการพลซุ่มยิง "นายคอยตรวจสอบความเคลื่อนไหวจากวงนอก ถ้ามีศัตรูพยายามเข้าใกล้ตึกโรงพยาบาล หรือมีพวกที่ลาดตระเวนอยู่ริมระเบียงขยับตัวผิดปกติ จัดการล่วงหน้าได้เลย"
"รับคำสั่ง บอสใหญ่" เสียงของแซมตอบกลับมาอย่างผ่อนคลาย แม้ปลายนิ้วของเขาจะกำลังแตะอยู่ที่ไกปืนสไนเปอร์ไรเฟิลขนาด .50 คาลิเบอร์ เตรียมพร้อมปลิดชีพทุกสิ่งที่ขวางหน้าก็ตาม
ภายในโถงทางเดินชั้นล่าง โลแกนหันมาสบตากับลูกทีม แม้เป้าหมายจะอยู่ห่างออกไปเพียงแค่สองชั้นและพวกเขาต่างก็รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดแล้ว แต่สัญชาตญาณของทหารผ่านศึกที่ผ่านนรกมานับไม่ถ้วนร้องเตือนโลแกนว่า การรีบร้อนพุ่งตรงขึ้นไปยังชั้นสามทันทีคือการฆ่าตัวตายหมู่
เป้าหมายสูงสุดของภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การ ‘ค้นหา’ ตัวประกัน แต่คือการ ‘นำพา’ ตัวประกันที่มีชีวิตรอดออกไปจากขุมนรกแห่งนี้อย่างปลอดภัยต่างหาก หากพวกเขาบุกทะลวงขึ้นไปชั้นสามโดยทิ้งศัตรูที่อยู่ตามชั้นล่างเอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องอพยพถอนกำลัง ทหารฏบนชั้นหนึ่งและชั้นสองก็จะแห่กันมารุมล้อมและตลบหลัง ปิดตายเส้นทางหนีของพวกเขาจนหมดสิ้น
ผู้นำทีมบุกชูมือขึ้น ทำสัญญาณยุทธวิธีเป็ภาษามือที่ลูกทีมทุกคนเข้าใจได้ในทันที
‘ควบคุมพื้นที่ เคลียร์เส้นทางทีละชั้น ล็อกทางหนีทีไล่’
ธีร์ ชายหนุ่มผู้รับหน้าที่เป็หน่วยทะลวงฟันแนวหน้า (Point Man) พยักหน้ารับคำสั่งอย่างเยือกเย็น ั์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขากวาดมองไปตามความมืดมิดเบื้องหน้า ชายหนุ่มกระชับปืนไรเฟิลจู่โจมติดปลอกเก็บเสียงในมือให้มั่น ก่อนจะก้าวเท้าออกนำหน้าทีม ขยับตัวลุกคืบเข้าไปในโถงทางเดินอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียงราวกับิญญาร้าย
ที่บริเวณทางแยกของแผนกฉุกเฉินชั้นหนึ่ง มีทหารฏสองคนกำลังยืนเฝ้าทางเดินหลักอยู่ พวกมันสะพายปืนอาก้าไว้บนบ่าและกำลังพูดคุยกันด้วยภาษาถิ่นอย่างออกรส โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
ธีร์ส่งสัญญาณมือให้ทีมหยุดรอ เขาอาศัยจังหวะที่ศัตรูคนหนึ่งหันหลังเดินไปเขี่ยเศษบุหรี่ สไลด์ตัวพุ่งพรวดออกจากเงามืดด้านหลังซากตู้ยาด้วยความเร็วที่ดวงตาของมนุษย์ยากจะมองทัน ชายหนุ่มชาวไทยไม่ได้ใช้ปืน แต่เขาเลือกใช้อาวุธที่เงียบเชียบและเด็ดขาดที่สุด... มีดพกยุทธวิธี
มือซ้ายของธีร์ที่สวมถุงมือหนาพุ่งเข้าตะปบปิดปากศัตรูคนแรกจากทางด้านหลังอย่างรุนแรง พร้อมกับรั้งศีรษะมันให้หงายขึ้น ในพริบตาเดียวกัน มือขวาที่กำมีดสีดำสนิทก็แทงสวนเข้าที่รอยต่อของกระดูกสันหลังส่วนคอ ตัดขั้วประสาทััและก้านสมองอย่างแม่นยำ ร่างของทหารฏกระตุกเพียงครั้งเดียว กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนก็อ่อนปวกเปียกลงทันที
ในวินาทีที่ศัตรูคนที่สองหันกลับมาและเบิกตากว้างเตรียมจะร้องะโ
พุ่บ!
ะุขนาด 5.56 มิลลิเมตรจากปืนไรเฟิลจู่โจมเก็บเสียงของโลแกน ก็พุ่งเจาะทะลุกลางหน้าผากของมันอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ร่างนั้นหงายหลังล้มลง แต่ก่อนที่ตัวจะกระแทกพื้นและสร้างเสียงดัง ธีร์ที่จัดการศัตรูคนแรกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พุ่งตัวเข้าไปประคองร่างนั้นเอาไว้อย่างนุ่มนวล และค่อยๆ วางศพทั้งสองลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบที่สุด
"ทางเดินหลักชั้นหนึ่งเคลียร์" ธีร์กระซิบผ่านวิทยุ พลางเช็ดคราบเืที่ใบมีดแล้วเก็บเข้าซอง
ทีมจู่โจมค่อยๆ เคลื่อนตัวต่อไป พวกเขาทำงานร่วมกันอย่างเป็ระบบระเบียบ ไร้ซึ่งช่องโหว่และข้อผิดพลาด ทุกมุมอับ ทุกบานประตู และทุกซอกซอยของชั้นหนึ่ง ถูกกวาดล้างอย่างรวดเร็ว ศัตรูที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ถูกลอบสังหารและกำจัดทิ้งก่อนที่พวกมันจะได้ทันส่งสัญญาณเตือนภัยหรือแม้แต่จะปลดเซฟตี้ปืน
เมื่อพื้นที่ชั้นหนึ่งทั้งหมดถูกยึดครองและตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยสมบูรณ์ ทีมของโลแกนก็มุ่งหน้าต่อไปยังบันไดหนีไฟเพื่อทะลวงขึ้นสู่ชั้นที่สอง
การเคลื่อนที่บนขั้นบันไดคอนกรีตที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังนั้นยากลำบาก แต่สำหรับหัวกะทิของวูลฟ์แฟง พวกเขารู้วิธีถ่ายเทน้ำหนักลงบนฝ่าเท้าเพื่อไม่ให้เกิดเสียงลั่นของเศษหิน
ทันทีที่โผล่พ้นประตูหนีไฟขึ้นมายังชั้นสอง พวกเขาก็พบกับทหารฏอีกสามคนที่กำลังตั้งวงเล่นไพ่กันอยู่บนพื้นโถงทางเดิน โดยมีอาวุธปืนวางทิ้งไว้ข้างตัว แสงไฟฉายกระบอกเล็กที่พวกมันใช้ส่องดูไพ่ กลายเป็จุดบอดที่ทำให้ดวงตาของพวกมันคุ้นชินกับความสว่างจนมองไม่เห็นความมืดมิดรอบนอก
โลแกน ธีร์ และลูกทีมอีกหนึ่งคน ประทับปืนไรเฟิลจู่โจมแนบบ่า เล็งศูนย์เล็งสโคปไปที่ศีรษะของเป้าหมายทั้งสามอย่างพร้อมเพรียง โลแกนนับถอยหลังด้วยสัญญาณมือ... สาม... สอง... หนึ่ง...
พุ่บ! พุ่บ! พุ่บ!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นพร้อมกันราวกับเป็เสียงเดียว ะุสามนัดพุ่งเจาะกะโหลกของศัตรูทั้งสามคนในเวลาเดียวกัน เืและเศษสมองสาดกระจายลงบนกองไพ่ ร่างของพวกมันล้มพับลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือเลยแม้แต่แอะเดียว
ทีมบุกไม่รอช้า พวกเขารีบเข้าไปลากศพทั้งสามเข้าไปซ่อนไว้ในห้องเก็บของที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะกระจายกำลังกันเคลียร์พื้นที่ส่วนที่เหลือของชั้นสองอย่างรัดกุม การกวาดล้างภัยคุกคามตามเส้นทางเดินดำเนินไปอย่างเฉียบขาด ทุกย่างก้าวคือความตายที่คืบคลานเข้าหาศัตรูโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว
ไม่นานนัก พื้นที่ชั้นหนึ่งและชั้นสองของอาคารโรงพยาบาลก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของทีมวูลฟ์แฟงอย่างสมบูรณ์แบบ เส้นทางสำหรับการอพยพและถอนกำลังถูกเปิดโล่งและปลอดภัยไร้ซึ่งการตลบหลัง
หลังจากยืนยันกับศูนย์บัญชาการว่าด้านหลังและด้านล่างของพวกตนปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทีมจู่โจมก็มารวมตัวกันและจัดกระบวนทัพใหม่ที่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นสู่ชั้นสาม
ความมืดมิดเบื้องบนราวกับปากของอสูรกายที่กำลังอ้ากว้างรอรับพวกเขา ทุกคนต่างกระชับอาวุธในมือให้แน่นขึ้น บรรยากาศรอบกายตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มสูบฉีดแรงขึ้นตามสัญชาตญาณของการปะทะที่กำลังจะมาถึง
โลแกนหันมาสบตากับธีร์และลูกทีมทุกคน ั์ตาของกัปตันทีมบุกวาวโรจน์ไปด้วยความกระหายเื เขายกมือขึ้นแตะที่หูฟังวิทยุ
"ชั้นหนึ่งและชั้นสองเคลียร์เรียบร้อย... เรากำลังจะทะลวงขึ้นชั้นสาม" โลแกนเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันและเยือกเย็น "ทุกคนเตรียมพร้อมรับแรงกระแทก โหมดลอบเร้นอาจจะสิ้นสุดลงที่ข้างบนนั้น... ถ้าพวกมันไหวตัวทัน จงฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้นตัวประกัน"
ธีร์และทีมบุกพยักหน้ารับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาขยับปลายนิ้วแตะที่ไกปืน เตรียมพร้อมที่จะบุกทะลวงเข้าสู่รังของกลุ่มฏหัวรุนแรง เพื่อกระชากตัวประธานาธิบดีกลับออกมาจากขุมนรกแห่งนี้!
ทันทีที่ปลายเท้าของธีร์ในฐานะหน่วยทะลวงฟันแนวหน้า (Point Man) ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายและแตะลงบนพื้นทางเดินของชั้นสาม สัญชาตญาณอันเฉียบคมที่ถูกหล่อหลอมมาจากสมรภูมิรบนรกก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด พื้นที่ชั้นสามแตกต่างจากชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้มืดมิด แต่กลับสว่างไสวด้วยแสงไฟจากเครื่องปั่นไฟฉุกเฉิน และที่สำคัญ... บริเวณโถงทางเดินเต็มไปด้วยกองกำลังของศัตรูที่ยืนเฝ้ายามกันอย่างหนาแน่นเกินกว่าจะใช้วิธีลอบสังหารทีละคนได้
เพียงแค่เงาของทีมจู่โจมทาบทับลงบนพื้น ทหารฏคนหนึ่งที่กำลังหันหน้ามาทางบันไดก็เบิกตากว้าง มันะโลั่นด้วยภาษาท้องถิ่นพร้อมกับยกปืนอาก้า (AK-47) ขึ้นประทับบ่า
"ศัตรูบุก! ยิงมัน!"
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนไรเฟิลจู่โจมของฝั่งศัตรูที่ไม่ได้ติดตั้งปลอกเก็บเสียงแผดเสียงคำรามกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งตึกร้าง ทำลายความเงียบสงัดของยามวิกาลลงอย่างสิ้นเชิง ประกายไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวาบขึ้นถี่ยิบ ะุขนาด 7.62 มิลลิเมตรนับสิบนัดพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่จุดที่ทีมวูลฟ์แฟงยืนอยู่ เศษคอนกรีตและสะเก็ดปูนปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ
"กำบัง! ยิงกดดันพวกมันไว้!" โลแกนะโสั่งการเสียงกร้าว เขาสไลด์ตัวเข้าหลบหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปลั่นไกปืนไรเฟิลในมือ
พุ่บ! พุ่บ! พุ่บ!
แม้ะุของโลแกนจะพุ่งออกไปอย่างเงียบเชียบ แต่ความแม่นยำและอานุภาพการทำลายล้างนั้นเหนือชั้นกว่าพวกฏมือสมัครเล่นหลายเท่านัก ะุเจาะเข้ากลางแสกหน้าของศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดสองคนจนล้มหงายหลัง เืสีข้นสาดกระเซ็นเปื้อนกำแพงด้านหลัง
การปะทะเดือดเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ ทีมจู่โจมแห่งวูลฟ์แฟงแสดงให้เห็นถึงการฝึกฝนระดับหัวกะทิและการทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาไม่มีการวิ่งพล่านหรือตื่นตระหนก ทุกคนเคลื่อนที่เป็ระบบ คอยคุ้มกันมุมอับและสลับกันยิงสนับสนุน (Covering Fire) อย่างไร้ที่ติ
ธีร์เคลื่อนที่ฝ่าดงะุด้วยท่วงท่าที่ปราดเปรียวและดุดัน ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่ลูกทีมคนอื่นยิงกดดัน พุ่งตัวกลิ้งหลบไปตามซากโต๊ะและเตียงพยาบาลเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้าง เมื่อศัตรูคนหนึ่งพยายามจะวิ่งชาร์จเข้ามาพร้อมมีดดาบปลายปืน ธีร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับพุ่งสวนเข้าไปในระยะประชิด เอี้ยวตัวหลบคมดาบอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะใช้ศิลปะการต่อสู้ CQC ที่รวดเร็วและหวังผลตาย มือหนาคว้าข้อมือศัตรูบิดจนกระดูกลั่น กร๊อบ! แล้วใช้ปืนไรเฟิลในมือซัดกระแทกเข้าที่ปลายคางจนอีกฝ่ายเสียหลัก ก่อนจะลั่นไกจ่อเข้าที่ใต้คาง ทะลวงสมองศัตรูดับคาที่ในเสี้ยววินาที
แต่ในขณะที่ทีมจู่โจมกำลังรุกคืบกดดันศัตรูบนทางเดินชั้นสามอยู่นั้นเอง...
เพล้ง! ปัง! ปัง! ปัง!
ห่าะุปืนกลหนักถูกสาดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกที่แตกละเอียด ะุทะลวงกำแพงและซากปรักหักพังจนฝุ่นผงตลบอบอวล บีบให้โลแกน ธีร์ และลูกทีมต้องก้มหัวหลบหลังที่กำบังอย่างกระทันหัน
"บ้าเอ๊ย! พวกมันยิงมาจากตึกฝั่งตรงข้าม!" ลูกทีมคนหนึ่งสบถพลางกดาแถลอกที่แขนจากการถูกสะเก็ดปูนบาด ศัตรูที่ประจำการอยู่อาคารฝั่งตรงข้ามไหวตัวทันและกำลังสาดะุกดดันไม่ให้ทีมบุกขยับตัวเข้าใกล้ห้องของตัวประกันได้
"แซม! จัดการไอ้พวกแมลงหวี่ฝั่งตรงข้ามที!" โลแกนกรอกเสียงสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารท่ามกลางเสียงปืนที่ดังกึกก้อง
"รับทราบกัปตัน... กำลังจัดให้เดี๋ยวนี้" เสียงของแซมตอบกลับมาอย่างเยือกเย็นและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
ตัดภาพไปที่รังซุ่มยิงซึ่งอยู่ห่างออกไปห้าร้อยเมตร แซมที่ตั้งปืนสไนเปอร์ไรเฟิลขนาด .50 คาลิเบอร์ซ่อนอยู่ในความมืดลึกของชั้นสาม (Deep Nest) ประทับพานท้ายปืนเข้ากับร่องไหล่ ั์ตาสีฟ้าจับจ้องผ่านสโคปเล็งไปยังหน้าต่างของตึกฝั่งตรงข้ามที่กำลังสาดประกายไฟจากปากกระบอกปืน เส้นกากบาท (Crosshair) ทาบทับลงบนร่างของศัตรูที่กำลังสาดปืนกลอย่างเมามัน
แซมสูดลมหายใจเข้าลึก... กลั้นหายใจ... แล้วเหนี่ยวไก
เปรี้ยงงงง!!!
เสียงคำรามของปืนสไนเปอร์ต่อต้านยุทโธปกรณ์ดังกึกก้องกังวานราวกับฟ้าผ่า หัวะุเจาะเกราะขนาดมหึมาพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง พุ่งทะลวงผ่านหน้าต่างตึกฝั่งตรงข้าม อานุภาพของมันไม่ได้เพียงแค่เจาะทะลุร่างเป้าหมาย แต่มันฉีกกระชากท่อนบนของศัตรูคนนั้นจนขาดกระจุยเป็ชิ้นเนื้อ เืและเศษอวัยวะสาดกระจายไปทั่วทั้งห้องอย่างน่าสยดสยอง
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
แซมบรรจุะุนัดใหม่และลั่นไกอย่างต่อเนื่อง ะุนัดที่สองและสามพุ่งทำลายศัตรูที่เหลือและเจาะทะลุกำแพงคอนกรีตราวกับกระดาษ กวาดล้างภัยคุกคามจากอาคารฝั่งตรงข้ามจนราบคาบภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
"ปืนกลหนักฝั่งตรงข้ามถูกทำลาย... เคลียร์ทางให้แล้ว ลุยต่อได้เลยพวก" แซมวิทยุแจ้งกลับ
เมื่อแรงกดดันจากภายนอกหายไป ทีมจู่โจมของโลแกนและธีร์ก็ไม่รอช้า พวกเขาพลิกกลับมาเป็ฝ่ายรุกไล่ สาดะุและบุกทะลวงสังหารทหารฏที่เหลือรอดบนโถงทางเดินจนสิ้นซาก ศพแล้วศพเล่าล้มลงจมกองเื
จนกระทั่งพวกเขากรุยทางมาถึงหน้า ‘บานประตูเหล็ก’ ที่ปิดสนิท ซึ่งเป็ตำแหน่งที่ตรงกับสัญญาณความร้อนของตัวประกันตามที่อีวาน่าแจ้งไว้
"ระวังยิงโดนตัวประกัน ฉันจะใช้ะเิพังประตู" โลแกนสั่งการ เขาล้วงเอาะเิพังประตู (Breaching Charge) ขนาดกะทัดรัดออกมาแปะเข้าที่บานพับและตัวล็อกของประตูเหล็กอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ธีร์และลูกทีมคนอื่นๆ ยืนขนาบข้างประตูในท่าประทับปืนเตรียมพร้อม
"พร้อม... ะเิ!"
บึ้ม!!
เสียงะเิดังสนั่นพร้อมกับบานประตูเหล็กที่ปลิวหลุดกระเด็นเข้าไปด้านใน แรงอัดอากาศทำเอาฝุ่นควันคลุ้งไปทั่วห้อง ทว่ายังไม่ทันที่ควันจะจางหาย ธีร์ในฐานะตัวเปิด (Point Man) ก็พุ่งทะยานเข้าไปในห้องราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง
ภายในห้องนั้น มีทหารฏสองคนที่กำลังมึนงงจากแรงะเิและพยายามจะยกปืนขึ้นยิงตัวประกัน ธีร์ไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ทำเช่นนั้น ชายหนุ่มลั่นไกปืนไรเฟิลจู่โจมเข้าที่หัวของศัตรูคนแรก พุ่บ! ก่อนจะพุ่งตัวสไลด์หลบะุที่ศัตรูคนที่สองยิงสวนมา แล้วตวัดมีดพกยุทธวิธีปาดเข้าที่ลำคอของมันอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เืพุ่งกระฉูดออกจากหลอดลม ร่างนั้นทรุดลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้น
โลแกนและลูกทีมคนอื่นก้าวตามเข้ามาเคลียร์พื้นที่ส่วนที่เหลือ ความโกลาหลเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่สถานการณ์ทุกอย่างจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยสมบูรณ์
กลางห้องนั้นเอง ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลที่ฉีกขาดและเปื้อนฝุ่น เขามีสภาพอิดโรยและถูกมัดมือมัดเท้าติดกับเก้าอี้เหล็กอย่างแ่า ใบหน้าของเขาคือคนเดียวกับในรูปถ่ายที่อีวาน่าแจกให้ดูบนเฮลิคอปเตอร์ไม่มีผิดเพี้ยน
"ปลอดภัยแล้วท่านประธานาธิบดี พวกเรามารับท่านกลับบ้าน" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบกระด้าง พลางใช้มีดพกตัดเชือกและสายรัดที่พันธนาการตัวประกันออกอย่างรวดเร็ว
โลแกนยกมือขึ้นแตะหูฟังวิทยุ กดปุ่มสื่อสารรายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"ยืนยันเป้าหมายแล้ว... ตัวประกันปลอดภัย"
คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้บรรยากาศอันตึงเครียดของทุกคนผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ทหารผ่านศึกเดนตายทุกคนในทีมต่างรู้ดีว่า ภารกิจกู้ภัยนั้นยังไม่จบจนกว่าพวกเขาจะพาตัวประกันกลับไปถึงเซฟเฮาส์ได้อย่างปลอดภัย
"ภารกิจสำเร็จ... เริ่มถอนกำลัง!" โลแกนออกคำสั่งทันที
ทีมจู่โจมเปลี่ยนรูปขบวนเป็วงกลมล้อมรอบตัวประธานาธิบดีเอาไว้ตรงกลาง พวกเขาเริ่มพาตัวประกันเคลื่อนที่ออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วและรัดกุมที่สุด มุ่งหน้ากลับไปตามเส้นทางบันไดที่พวกเขาได้ลงมือเคลียร์และควบคุมพื้นที่เอาไว้แล้วในตอนแรก
...
ขณะเดียวกัน ณ จุดซุ่มยิงของแซม บนตึกพาณิชย์ร้างความสูงสี่ชั้น
บรรยากาศโดยรอบยังคงเงียบสงัด แซมเพิ่งจะละสายตาจากกล้องสโคปหลังจากสนับสนุนทีมจู่โจมจนภารกิจหลักสำเร็จลุล่วง ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนอิเล็กทรอนิกส์แ่เบาดังขึ้นในหูฟังของเขา มันคือเสียงจาก 'เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว' (Laser Tripwire) ที่แซมแอบติดตั้งเอาไว้บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นสองเพื่อป้องกันการถูกตลบหลัง
แซมหันขวับไปมอง 'แม็ค' พลชี้เป้า (Spotter) ของเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ ทันที ทั้งสองสบตากันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ แม็คละมือจากกล้องส่องทางไกล เอื้อมมือไปชักปืนพกกึ่งอัตโนมัติที่ติดตั้งกระบอกเก็บเสียงออกมาจากซองข้างต้นขา ก่อนจะค่อยๆ ย่องออกจากรังซุ่มยิง มุ่งหน้าไปยังโถงบันไดด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบราวกับแมวป่า
ที่บริเวณชานพักบันไดชั้นสอง ปรากฏร่างของทหารฏติดอาวุธสองคนกำลังเดินทอดน่องขึ้นมา พวกมันไม่ได้มีท่าทีระแวดระวังแต่อย่างใด ชายคนหนึ่งกำลังคาบบุหรี่ที่จุดไฟสว่างวาบอยู่ในปาก ส่วนอีกคนสะพายปืนไว้บนบ่าและกำลังพูดคุยหัวเราะร่วนเื่ผู้หญิงอย่างผ่อนคลาย
เมื่อพวกมันเดินมาถึงบริเวณที่เซ็นเซอร์ถูกติดตั้งไว้ ชายคนที่คาบบุหรี่ก็ชะงักฝีเท้ากะทันหัน สายตาของมันสะดุดเข้ากับแสงไฟ LED สีแดงดวงจิ๋วที่กะพริบอยู่ตรงมุมกำแพง
"นั่นมันอะไรวะ?" มันพึมพำด้วยความสงสัย พลางก้มตัวลงหมายจะใช้มือััอุปกรณ์รูปทรงแปลกตาที่ติดอยู่บนผนัง
แต่ทว่า... คำตอบที่มันได้รับกลับไม่ใช่คำอธิบาย แต่เป็มัจจุราชที่พุ่งทะลวงเข้าแสกหน้า
พุ่บ! พุ่บ!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสองนัดซ้อนอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับจับวาง หัวะุพุ่งเจาะเข้าที่กะโหลกศีรษะของทหารฏทั้งสองคนจนทะลุออกด้านหลัง เืและเศษสมองสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกำแพง ร่างของพวกมันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นบันไดแทบจะพร้อมๆ กัน บุหรี่ที่ยังสูบไม่หมดมวนร่วงหล่นลงไปจี้กับกองเืที่เจิ่งนอง
แม็ค พลชี้เป้าฝีมือฉกาจลดกระบอกปืนพกลงเล็กน้อย เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีศัตรูคนอื่นตามมาอีก ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหูฟังวิทยุและหันกลับไปมองแซมที่อยู่ในห้อง
"ทางนี้ปลอดภัย" แม็ครายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แซมที่นั่งอยู่หลังปืนสไนเปอร์กระบอกั์พยักหน้าเล็กน้อยรับทราบ เขาดึงแม็กกาซีนปืนออกและเริ่มพับขาทราย (Bipod) เก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋ายุทธวิธีอย่างคล่องแคล่ว
แม้ภารกิจทะลวงเข้าไปช่วยเหลือตัวประกันจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่าในค่ำคืนนี้ยังไม่จบ หน้าที่สุดท้ายของฝูงหมาป่าวูลฟ์แฟงคือการหลบหนีและพาทุกชีวิตกลับออกจากเขตแดนแห่งความตายนี้ให้ได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน.