“เฮ้ยจี๊ดเป็ยังไงบ้าง”โตที่เห็นส้มจี๊ดที่ตอนนี้เืได้อาบไปทั่วทั้งหน้าร้องถามด้วยความใ
“ตายแล้วมีคนเจ็บ รีบโทรเรียกรถพยาบาลเร็ว”เสียงแหลมหวีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อเธอเห็นว่ามีผู้หญิงนอนเือาบอยู่ที่ทางเท้าด้านหน้าของเธอ
“ทำไมมันมืดแบบนี้เนี้ยโอ้ยปวดหัวจังเลย”ส้มจี๊ดที่เพิ่งรู้สึกตัวร้องออกมาเบาๆแต่เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนนั้นก็เจอแต่ความมืด ทำให้เธอค่อยๆ ดันร่างของเธอขึ้นจากพื้นที่เย็นชืดบ่นออกมาเบาๆ
“โอ้ยทำไมปวดหัวแบบนี้เนี้ย”ส้มจี๊ดร้องออกมาอีกครั้ง
“ไม่ใช่เ้าโตมันเอาฉันมาทิ้งในป่าแล้วหรอกนะ”เธอบ่นพร้อมกับพยายามเพ็งมองไปโดยรอบอีกครั้งแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามเพ็งมองไปเท่าใด ก็พบแต่ความมืดนั้นจึงทำให้เธอได้แต่พยายามคล่ำไปตามทางไปในความมืดแต่เพราะอากาศที่หนาวเย็นจนเสื้อผ้าของเธอในตอนนี้นั้นก็เริ่มเปียกชื่นจนเริ่มเกิดอาการหนาวสั่นจากความหนาว
แกร๊ก แกร๊ก
เสียงของกิ่งไม้ที่หักทำให้ส้มจี๊ดที่พยายามคลำทางไปในความมืดถึงกับหยุดชะงักการเคลื่อนไหวเธอในทันที
“ชู่วว”สัญญาบอกให้คนที่เดินตามมาเงียบเสียงลง
“ฮึกๆฮึก”ส้มจี๊ดที่กำลังพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ร้องออกมาเบาๆแต่ด้วยเพราะความกลัวเธอจึงได้พยายามกัดฟันกลั้นความเ็ปที่อยู่ๆก็มีความเ็ปพุ่งเข้ามาในหัวของเธออย่างไม่มีที่มา
“กรีด!”ในที่สุดความอดทนของเธอก็หมดลงเธอจึงได้กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปเพราะในตอนนี้เธอรู้สึกราวกับว่ามีเข็มนับพันเล่มทิ่มลงมาในหัวของเธอพร้อมๆกับภาพความทรงจำของเด็กสาวคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาซ้อนทับกับความทรงจำต่างๆของเธอ
“พี่รองข้าเจอพี่ใหญ่แล้วเ้าค่ะทางนี้เ้าค่ะ โอ้! แย่แล้วเ้าค่ะเืพี่ใหญ่ออกเต็มมาเลยเ้าค่ะ”มี่จวนน้องสาวคนสุดท้องของบ้านสกุลมี่ร้องออกมาด้วยความใเมื่อนางเห็นว่าในตอนนี้พี่สาวของนางมีเืไหลออกมานองพื้นจนตอนนี้พื้นดินนั้นได้ถูกย้อมจนกลายเป็สีแดงแล้วนั้นเอง
“เฮือก! พี่ใหญ่พี่ใหญ่ พี่รองแย่แล้วพี่ใหญ่ตายแล้วเ้าค่ะ”น้องเล็กหรือมี่จวนร้องะโเสียงดังด้วยความใเมื่อนางไม่สามารถััได้ถึงลมหายใจของพี่สาวของนาง
“มี่เจินนางอยู่ที่ใด”เสียงเคร่งของมี่เฉิงร้องถามเสียงดัง พร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาที่มาของเสียงของลูกๆของตนด้วยความใเมื่อได้ยินว่าลูกสาวสุดที่รักของตนได้ตายไปแล้ว
“ท่านพ่อมาทางนี้เร็วเข้าเ้าค่ะพี่ใหญ่ไม่มีลมหายใจแล้ว”เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยพร้อมกับชูคบเพลิงในมือของตนขึ้นเพื่อบอกตำแหน่งของตน
“เ้าลูกบ้านี้พี่สาวของเ้าตายแล้วเสียเมื่อใดเล่า ปากเสียจริงๆเร็วเข้าอาเฟิงเ้ารีบช่วยดันตัวพี่สาวของเ้าขึ้นมาบนหลังของข้าเร็วเข้า”มี่เฉิงเอ่ยเร่งบุตรชายของตนด้วยท่าทางรีบเร่ง
“ขอรับ”มี่เฟิงลูกชายเพียงคนเดียวของพรานมี่เอ่ยขานรับแล้วรีบดันตัวพี่สาวขึ้นบนหลังแข็งแรงของพ่อของตนด้วยท่าทางเร่งรีบมี่เฉิงที่จัดท่าของให้ลูกรักของตนเรียบร้อยแล้วเขาจึงได้เร่งออกตัววิ่งสุดฝีเท้าของตนในทันที
“ท่านพ่อรอข้าด้วยเ้าค่ะ”มี่จวนที่ถูกพ่อทิ้งให้อยู่กับพี่รองเพียงลำพังนางจึงได้แต่รีบวิ่งไปตามพ่อของนางอย่างรวดเร็วมี่เฉิงที่เห็นเช่นนั้นเขาก็ได้แต่รีบวิ่งตามหลังพ่อและน้องสาวของตนไปอย่างรวดเร็ว
บ้านท้ายหมูบ้านเซินเหลียว
“ลูกสาวของข้าเป็เช่นไรบ้างท่านผู้เฒ่านางจะรอดหรือไม่หรือไม่ขอรับ”มี่เฉิงเอ่ยถามหมอเฒ่าพเนจรที่ผ่านมาช่วยรักษาลูกสาวของตนอย่างพอดิบพอดีด้วยท่าทางร้อนรน
“หึๆไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงหรอก อีกเดี๋ยวนางก็ฟื้น ชะตากรรมของนางยังมีเื่ต้องทำเื่แค่นี้ไม่สามารถพรากชีวิตของนางไปได้หรอก”ผู้เฒ่าพเนจรเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับหันหลังไปมองร่างไร้สติที่นอนอยู่ในห้องด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“แต่นางเืออกมากถึงเพียงนั้นนางจะไม่เป็อะไรได้เช่นไรเล่าขอรับท่านผู้เฒ่า”มี่เฉิงเอ่ยถามอย่างยากจะเชื่อ
“นางมาจากแดนไกลเดี๋ยวนางฟื้นมาอาจจะแตกต่างไปจากเดิมบ้างพวกเ้าก็อย่าได้ตกอกใไปละ”ผู้เฒ่าพเนจรเอ่ยตอบพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทางตื่นตูมของคนทั้งสามตรงหน้าของตน
“ท่านผู้เฒ่าพูดอะไรขอรับลูกสาวของข้าเพียงแค่หลงป่าเท่านั้นจะมาจากที่ไกลๆได้เช่นไร”มี่เฉิงเอ่ยถามชายชราตรงหน้าของตนด้วยความสงสัย
“หึๆเื่ของ์รู้มากไปก็ไม่ใช่เื่ดี”ชายชราที่ได้ยินคำพูดของชายตรงหน้าเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆแล้วเดินหายออกไปจากบ้านของพวกเขา ทิ้งให้สามพ่อลูกที่กำลังสับสนกับคำพูดของชายชราอยู่ถึงกับมองตามหลังของพวกเขาด้วยสายตามึนงง
“ท่านผู้เฒ่าเรารีบเดินทางกันเถอะขอรับตอนนี้นายหญิงคงจะร้อนใจแย่แล้วขอรับ”หยางเซียสหายคนสนิทของอินหงเวยเอ่ยบอกชายชราด้วยท่าทีร้อนใจ
“ยังไม่มีใครที่จะตายในเร็วๆนี้หรอกพวกเขายังมีเื่ที่ต้องทำอีกมาก ท่านอย่าได้เป็กังวลไปเลย”ต๋าจิวหลงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ชายหนุ่มด้วยสายตาขบขันแล้วก้าวเดินไปที่รถม้าที่อยู่ไม่ไกลทันที
“เฮ้อ”หานหยางเซี่ยที่เห็นท่าทีเช่นนั้นของชายชราที่ขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้แต่ลอบถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยใจเพราะตลอดการเดินทางนี้ชายชราก็เอาแต่เรียกร้องให้ไปรักษาผู้คนแทบจะตลอดทั้งทางนั้นจึงทำให้เขาเดินทางล่าช้ามาถึงสองวันแล้วนั้นเอง
ส้มจี๊ดที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความทรงจำของหญิงชาวบ้านที่มีนามว่ามี่เจินกำลังยืนมองภาพเหตุการณ์การแยกบ้านของมี่เฉิงพ่อของมี่เจินมี่เฉิงเป็ลูกที่เกิดจากเมียรองทำให้ตอนที่พ่อของเขาตายจากไปเขาจึงจำต้องกระเตงลูกๆทั้งสามของตนออกมาซื้อบ้านชายป่าอาศัยอยู่เพื่อความอยู่รอดแต่ถึงแม้กระนั้นก็ไม่วายที่เธอและครอบครัวขอเธอจะถูกตามราวีจากครอบครัวของผู้เป็ลุง
“ตายแล้วท่านแม่ดูสิเ้าคะว่าวันนี้เราเจอใคร”เสียงแหลมของมี่ฮวาญาติผู้น้องของมี่เจินทักหญิงสาที่กำลังยืนรอรับเงินจากเถ้าแก่ร้านเสื้อ
“มี่เจินหรือไม่พบกันนานยังอยู่สุขสบายดีหรือ”ม่านอวี้ป้าสะใภ้ของมี่เจินเอ่ยพร้อมกับปรายตามองมาที่นางด้วยสายตาเหยียดหยันเพราะนอกจากชุดที่นางสวมใส่อยู่นั้นจะเก่าจนสีซีดยังมีรอยเย็บปะอยู่อีกหลากหลายที่เลยทีเดียวมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ก้าวเท้าถอยหลังเพื่อที่ตนนั้นจะได้ออกห่างจากตัวของหญิงทั้งสองด้วยท่าทางหวาดกลัวเพราะตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านเดิมนางต้องยอมรับใช้สองแม่ลูกเพื่อแลกกับข้าวและน้ำให้กับน้องทั้งสองของตนส่วนพ่อของนางที่มักจะออกล่าสัตว์มาให้กับคนในครอบครัวจึงไม่เคยได้รู้เลยว่านางและน้องๆมีความเป็อยู่อย่างไรเมื่อเขาเข้าป่าไป และแล้ววันที่นางรอคอยก็มาถึงเมื่อปู่ของนางได้ตายลงนั้นทำให้ครอบครัวของท่านลุงรีบโยนนางและน้องๆออกจากจวนหลังจากงานศพของท่านปู่ของนางเสร็จสิ้นทันที
“หึไม่ตอบหรือ อ้อ ลืมไป ว่าลูกสาวคนโตของอาเฉิงนั้นโง่เขลาปัญญาเพียงใดเ้าคงลืมไปแล้วใช่หรือไม่ว่าวิธีพูดคุยกับป้าและน้องสาวของเ้านั้นเ้าต้องทำตัวเช่นไร”นางม่านหรือม่านอวี้เอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามามี่เจินด้วยท่าทีคุกคาม
“หึๆแค่เพียงเท่านี้ก็กลัวเสียแล้วป้าว่าเราไปหาที่เงียบพูดคุยกันดีหรือไม่”นางม่านเอ่ยพร้อมกับส่งสายตาให้ลูกสาวของนางรีบไปรับถุงเงินจากเ้าของร้านแต่มี่เจินที่เข้าใจว่าครอบครัวของนางยังมีเื่จำเป็ต้องใช้เงินอีกมากนางจึงได้รีบไปคว้าถุงเงินแล้วออกตัวเดินหนีสองแม่ลูกกลับบ้านด้วยความกลัวทันทีแต่เพราะบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้านเพียงหลังเดียวและบ้านของนางนั้นต้องเดินไกลออกมาจากหมู่บ้านสองแม่ลูกที่ตามมาจึงได้เข้าไปทำร้ายมี่เจินเพื่อหวังจะชิงเงินในมือของนางและด้วยความกลัวมี่เจินจึงได้ตัดสินใจวิ่งหนีเข้ามาในป่าแต่เพราะความโชคร้ายมี่เจินจึงได้สะดุดกิ่งไม้แล้วกลิ้งตกเขาไปในที่สุดและนั้นก็เป็เหตุผลให้ส้มจี๊ดเข้ามาอยู่ในร่างของมี่เจินนั้นเอง
จวนตระกูลอิน
“อาเวยทำใจดีๆไว้นะลูก”นางกวางที่ตอนนี้เห็นลูกชายของตนกำลังกกรีดร้องอย่างทุรนทุรายอยู่บนเตียงพยายามเข้าไปช่วยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามกรอบหน้าของลูกชายของตนด้วยสายตาเศร้า
“ทะท่านแม่ออกไปก่อนเถอะ ขอรับ”หงเวยที่เห็นว่าตอนนี้ตนกำลังเป็ต้นเหตุที่ทำให้แม่ของตนร้องไห้ด้วยความเศร้ากัดฟันข่มความเ็ปแล้วเอ่ยบอกแม่ของตนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเ็ป
“ฮึก อาเวยแม่จะทำเช่นนั้นได้เช่นไร เ้ากำลังทนเ็ปอยู่เช่นนี้แล้วจะให้แม่ทำใจทิ้งเ้าไปได้เช่นไร”นางกวางเอ่ยพร้อมกับกุมมือของบุตรของตนพร้อมกับร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ
“ฮูหยินข้าว่าเราออกไปกันเถอะขืนเ้ายังอยู่รบกวนลูกเช่นนี้เขาอาจจะอาการทรุดลงได้นะ”อินจินอี้หรือนายท่านอินเอ่ยบอกฮูหยินของตนเสียงเคร่ง
“แต่ข้าเป็ห่วงลูกนิเ้าคะ”นางกวางเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ลูกชายของนางพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของตนด้วยสายตาเศร้า
“เป็เช่นไรเมื่อใดอาเซียจึงจะพาหมอวิเศษมารักษาอาเวยได้นางกวางหันไปเอ่ยถามซานซาที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าเศร้า
“เอ่อคาดว่าคงจะเร็วๆนี้ขอรับ”ซานซาที่รู้ว่าตนนั้นไม่อาจตอบได้มากกว่านี้แล้วเขาจึงได้แต่ก้มหน้าตอบผู้เป็นายด้วยความละอายใจที่เขานั้นไม่สามารถช่วยเหลืออะไรผู้เป็นายของตนได้เลย
“ฮึๆเร็วๆนี้ของเ้ามันใช้เวลานับเดือนแล้วนะหากมาช้ากว่านี้อาเวยของข้าไม่สิ้นใจไปก่อนหรือ”นางกวางที่กลัวการสูญจนพาลโกรธไปที่สหายของบุตรชายของตนที่เขานั้นพาหมอมารักษาบุตรชายของนางช้ากว่าที่เคยบอกเอาไว้
“ฮูหยินออกไปเถอะ”อินจินอี้เอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาฉุดรั้งฮูหยินที่เริ่มสูญเสียการควบคุมจนนำอารมณ์ของนางทั้งหมดไปลงกับคนสนิทของบุตรชายของตนและเพื่อไม่ให้ชื่อเสียอันดีงามของนางต้องมัวหมองเขาจึงเร่งพาตัวของนางกลับไปที่จวนของนางทันที
เรือนฉีผิงของของอินเย่จิน(คุณชายรองลูกชายของอินจินอี้ที่เกิดจากอนุอี้อดีตสาวใช้ของฮูหยินใหญ่)
“อาผิงตอนนี้เป็โอกาสอันดีที่เ้าจะสามารถขึ้นไปแทนที่คุณชายใหญ่แล้วเ้ายังมัวแต่เที่ยวเล่นกันนางโลมพวกนี้ได้เช่นไร”อนุอี้หรืออี้เหยาเดินเข้ามาว่ากล่าวบุตรชายของตนด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
“โถ่ ท่านแม่อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่ก็หายป่วยแล้วข้าทำดีตอนนี้ก็เหนื่อยเปล่ามิสู้ข้าเอาเวลามาเล่นสนุกกับพวกนางไม่ดีกว่าหรือขอรับ”หนุ่มน้อยหน้าหวานเอ่ยพร้อมขยับตัวหนีห่างจากเอื้อมมือของมารดาของตนอย่างรู้ทัน
“เ้าลูกบ้าข้าบอกให้เ้าทำก็ทำสิ ทำไมเ้าไม่ว่าง่ายเหมือนคุณชายใหญ่บ้างนะหากเ้าเชื่อฟังข้าเช่นที่คุณชายใหญ่เชื่อฟังฮูหยินปานนี้เ้าก็อาจจะมีคนสนับสนุนเ้าขึ้นเป็ว่าที่ผู้สืบทอดแข่งกับคุณชายใหญ่ก็เป็ได้”อนุอี้เอ่ยบ่นพร้อมกับตวัดตาไล่เหล่าหญิงงามออกจากห้องด้วยสายตาดุดันพร้อมๆกับเดินเข้ามาบิดหูของบุตรชายของตนเข้าไปภายในห้องเพื่อพูดคุยเื่สำคัญ
“โอ้ยท่านแม่ข้าเจ็บนะขอรับ”เย่จินร้องออกมาด้วยท่าทางสำออยนั้นจึงทำให้อนุอี้เพิ่มแรงบิดที่หูของบุตรชายของตนด้วยความหมันไส้
“ข้ายอมทำเื่ผิดบาปเพื่อเ้าแล้วทำไมเ้าไม่ช่วยทำให้ความฝันของข้าเป็จริงบ้างเล่า อาจินเ้าช่วยทำให้ความฝันของข้ากับพี่สาวของเ้าเป็จริงได้หรือไม่”อนุอี้เอ่ยขอร้องบุตรชายของตนด้วยสายตาเว้าวอน
“แล้วชีวิตของข้าเล่าขอรับท่านแม่ข้าไม่อยากทรยศท่านแม่ใหญ่ นางรักและดีกับพวกเราถึงเพียงนี้แล้วทำไมท่านแม่กับพี่หญิงต้องคิดหาทางทำร้ายแม่ใหญ่กับพี่ใหญ่อยู่เรื่อยละขอรับเราอยู่เช่นนี้ก็ไม่มีวันอดตายและอยู่อย่างสุขสบายไปทั้งชาติแล้วเพียงแค่นี้ท่านแม่ที่เคยเป็เพียงสาวใช้ก็น่าจะพึงพอใจแล้วนะขอรับ”อินเย่เอ่ยเตือนมารดาของตนด้วยความหวังดีแต่คำว่าสาวใช้ที่เป็เพียงปมเดียวในใจของอนุอี้ก็ทำให้เส้นความอดทนของนางขาดลง นางวาดมือฝาดไปที่แก้มสากของบุตรชายของนางด้วยความโกรธเคือง
เพี๊ยะเสียงฝ่ามือกระทบที่หน้าของเย่จินดังก้องไปทั่วทั้งเรือนของเขาอนุอี้ที่ขาดสติเผลอลงมือทำร้ายลูกของตนมองไปที่ลูกชายของตนด้วยสายตาเบิกกว้าง
“อาจิน”อนุอี้เอ่ยเรียกบุตรชายของตนด้วยความใเสียสั่น
“วันนี้ข้าคงไม่กลับจวนนะขอรับ”อินเย่จินที่รู้ว่าหากวันนี้ตนยังอยู่จวนเขาคงถูกทุบตีอีกเป็แน่นั้นจึงทำให้เขานั้นมักจะออกไปคลุกคลีอยู่กับเหล่าสาวงามที่หอนางโลมจนขึ้นชื่อว่าเป็คุณชายเ้าสำราญประจำเมืองหลวงแห่งนี้นั้นเอง
“เดี๋ยวสิอาจิน อาจิน”เสียงะโไล่หลังของอนุอี้ไม่สามารถทำให้ความเร็วในการเดินของเย่จินลดลงได้เลย
เสียงขบวนรถม้าที่ม้าเทียบจอดที่หน้าจวนทำให้ฮูหยินกวางที่รออยู่ที่หน้าจวนยกยิ้มออกมาด้วยความยินดีนางรีบสาวเท้าออกไปต้อนรับขบวนการเดินทางของหานหยางเซียด้วยรอยยิ้มยินดี
“คาราวะท่านน้าขอรับ”หานหยางเซียที่เห็นว่าฮูหยินกวางออกมาต้อนรับตนด้วยรอยยิ้มยินดีเขาจึงรีบตวัดขาลงจากม้าแล้วเอ่ยทำความเคารพมารดาของสหายของตนทันที
“เ้าพาท่านหมอวิเศษกลับมาได้หรือไม่”นางกวางเดินเข้าไปเอ่ยถามหาหมอที่จะสามารถมาช่วยลูกชายของนางทันทีที่หานหยางเซียลงมายืนอยู่เบื้องหน้าของตน
“ข้าพาท่านผู้นั้นมาได้ขอรับ”หยางเซียเอ่ยตอบด้วยรอยบางพร้อมกับหันไปสั่งให้คนสนิทของตนไปเปิดประตูรถม้าเพื่อเชิญหมอวิเศษลงมารถม้าทันที
“โชคของตระกูลอินกำลังจะหมดไป”ทันทีที่สายตาฝ้าฟางมองไปที่จวนของตระกูลอินเขาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับลางร้ายที่ค่อยๆเกาะกินไปอย่างช้าๆทางด้านอินจินอี้ที่บังเอิญมาทันได้ยินคำพูดของชายชราเขาก็เร่งเดินเข้ามามาหาชายชราด้วยสีหน้าเคร่งเครียดส่วนทางด้านกวางเหม่ยหลันที่ไม่สนใจเื่ใดนอกจากเื่ของบุตรชายของนางเอ่ยขัดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจที่ชายตรงหน้าสนใจเื่อื่นมากกว่าเื่ชีวิตของบุตรชายของนาง“เื่นี้ไม่สำคัญตอนนี้ท่านต้องรักษาลูกชายของข้าให้ได้ก่อน”นางกวางเอ่ยเสียงเคร่งแล้วปรายตามองไปที่สามีของของตนด้วยสายตาไม่พอใจที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสามีของนางจะสนใจความโชคดีของตระกูลมากกว่าชีวิตของลูกชายเพียงคนเดียวของนาง
“ฮึๆเราไปรักษาลูกชายของพวกท่านกันเถอะ”ต๋าจิวหลงหรือหมอวิเศษที่รู้ทันความคิดของคนทั้งสองเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆแล้วเดินเข้าไปที่จวนตระกูลอินแล้วเดินไปที่เรือนของหงเวยได้ราวกับว่าเขานั้นสามารถรู้เส้นทางภายในเรือนเป็อย่างดีซึ่งนั้นก็ทำให้คนทั้งสามรู้สึกฉงนใจกับความสามารถของผู้เฒ่าตรงหน้าเป็อย่างยิ่ง
“พวกเ้าไม่ต้องเข้ามาข้า้ารักษาเขาเพียงคนเดียว ห้ามผู้อื่นเข้ามาในห้องจนกว่าข้าจะออกมา”ชายชราที่เดินมาที่ห้องของหงเวยได้อย่างถูกต้องหันมาเอ่ยกับคนทั้งสามที่เดินตามมาด้วยสีหน้าจริงจังจินอี้หรือนายท่านอินที่ตอนนี้เชื่อเื่ความสามารถของชายตรงหน้าอย่างหมดใจเร่งหันไปส่งสายตาสั่งให้พ่อบ้านหม่า(หม่าเถียน)เร่งทำตามคำสั่งของผู้เฒ่าตรงหน้าทันทีที่เขาเอ่ยจบ ผู้เฒ่าต๋าที่เห็นเช่นนั้นจึงได้พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วจึงหันหลังกลับเข้าไปในห้องของหงเวยเพื่อเริ่มทำการรักษาในทันที
หมู่บ้านเซินเหลียว(ที่ครอบครัวของมี่เจินอาศัยอยู่)
“เจินเออร์”มี่เฉิงเอ่ยเรียกลูกสาวคนโตของตนด้วยน้ำเสียงนุ่มพร้อมกับส่งถ้วยน้ำข้าวต้มให้กับบุตรสาวของตนได้ดื่ม
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”ส้มจี๊ดที่ตอนนี้ได้อยู่ในร่างของมี่เจินเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับถ้วยน้ำอุ่นๆมาดื่มเพื่อสร้างความพอใจให้กับชายตรงหน้าของตน
“เจินเออร์ตอนนี้เ้ารู้สึกไม่สบายที่ใดหรือไม่”มี่เฉิงเอ่ยถามบุตรชายของตนด้วยสายตาเป็ห่วง
“ข้าสบายดีเ้าค่ะ”ส้มจี๊ดที่ใช้ชีวิตในร่างนี้มานานหลายสิบวันแล้วนั้นจึงทำให้เธอเริ่มที่จะคุ้นชินกับครอบครัวนี้แล้วนั้นเอง
“เช่นนั้นก็ดีพ่อจะได้วางใจ พรุ่งนี้พ่อจะเข้าป่า เ้าอยู่บ้านช่วยดูแลน้องๆของเ้าด้วยนะ”มี่เฉิงที่ถึงแม้ยังไม่วางใจเื่สุขภาพของลูกสาวของตนมากนักแต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวเขาจึงจำเป็ต้องเข้าป่าล่าสัตว์ใน่เวลาเช่นนี้
“ข้าหายดีแล้วเ้าค่ะท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะข้าสามารถดูแลน้องๆได้เ้าค่ะ”ส้มจี๊ดที่ใช้ความทรงจำเดิมของมี่เจินเอ่ยตอบมี่เฉิงด้วยรอยยิ้มนุ่ม(ต่อไปจะขอแทนตัวส้มจี๊ดเป็มี่เจินเลยนะคะ)
เช้ามืดที่แสงแดดยังไม่ฉายแสงพ้นขอบเขามี่เจินและน้องๆก็ได้ออกมาส่งพ่อของพวกเขาที่บ้านด้วยรอยยิ้มชื้นมื้นที่ในที่สุดครอบครัวของพวกเขาก็เริ่มกลับมาสู่วิถีชีวิตดั่งเดิมของพวกเขา
“เจินเออร์พ่อฝากดูแลน้องๆของเ้าด้วย”มี่เฉิงที่กำลังจะเดินทางเอ่ยบอกลูกสาวคนโตของตนตามปกติ
“เ้าค่ะท่านพ่อ”มี่เจินเอ่ยตอบตามความทรงจำในหัวของตน
“ส่วนพวกเ้าเ้าตัวแสบทั้งสองวันนี้ห้ามดื้อห้ามซนละพี่สาวของเ้าเพิ่งจะหายป่วย”มี่เฉิงก้มลงมาเอ่ยสั่งลูกๆของตน
“ขอรับ/เ้าค่ะท่านพ่อ”เด็กทั้งสองเอ่ยขานรับอย่างว่าง่ายพวกเขาที่ขานรับคำสั่งของบิดาของตนแล้วเสร็จแล้วก็เดินเข้ามากุมมือของมี่เจินคนละข้างอย่างว่าง่ายมี่เจินที่มีทั้งความทรงจำและความรู้สึกที่มี่เจินคนเดิมทิ้งเอาไว้ให้นางก็ได้เผลอกำมือตอบน้องๆของตนตามความเคยชินของร่างกายมี่เฉิงที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างพอใจแล้วเดินจากไปอย่างเบาใจ
“พี่ใหญ่ท่านทำอะไรหรือขอรับ”มี่เฟิงที่นั่งอยู่ตามคำสั่งของพี่ใหญ่ของตนร้องถามออกมาจากร่มไม้ใหญ่ข้างลำธารด้วยความสงสัยเพราะตอนนี้พี่สาวของเขานั้นกำลังทำในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“พี่กำลังจะช่วยหาเนื้อสัตว์ให้พวกเ้ากินเช่นไรเล่า”มี่เจินหันไปเอ่ยตอบแล้วใช้ผ้าห่มเก่าของนางไปกั้นที่ช่องว่างที่นางใช้หินก่อขึ้นมาขวางแม่น้ำที่มีความลึกเพียงครึ่งหน้าแข้งของนางเมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนางจึงได้พาน้องๆ สะพายตระกล้าที่เตรียมมา เดินเข้าไปที่ชายป่าเพื่อช่วยกันเก็บผลเกาลัดที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้นโดยไร้ผู้คนเหลียวแล
“ท่านพี่พาข้ามาทำอะไรที่นี้หรือเ้าคะ”มี่จวนน้อยเงยหน้าถามพี่สาวของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“พี่พามาหาของเอาไว้กินเล่นนะ”มี่เจินที่รู้ว่าสถานการณ์ครอบครัวของนางในตอนนี้คงไม่สามารถเจียดเงินไปซื้อขนมหวานที่มีราคาแพงมาให้น้องๆของนางได้กินตามประสาเด็กนางจึงได้พาน้องๆของนางมาที่แห่งนี้เพื่อคิดจะเก็บเกาลัดไปคั่วกินเป็ของกินเล่นให้กับครอบครัวของนาง
“แต่มันมีหนามน่ากลัวจังเลยเ้าค่ะพี่ใหญ่”มี่จวนที่เคยโดนต้นไม้ที่มีหนามปักมือเอ่ยกับพี่สาวของตนด้วยความหวาดกลัว
“เช่นนั้นพวกเ้ามาเก็บกุ่ยเถา(กีวี่)ตรงนี้รอพี่นะ”มี่เจินที่บังเอิญเหลือบไปเห็นผลไม้ที่มีเปลือกสีน้ำตาลดูคุ้นตาและเมื่อนางเดินเข้ามาดูใกล้ๆจึงรู้ว่านี้คือเถาของต้นกีวี่หรือกุ่ยเถานางจึงได้กวักมือเรียกน้องสาวตัวน้อยของเธอเพื่อมาสอนวิธีการเลือกเก็บผลที่กินได้แล้วหันไปสั่งให้น้องชายคอยเก็บผลราสเบอร์รี่(ฟู่เหอจึ)และผลสตรอเบอร์รี่ที่เกิดขึ้นอยู่ไม่ห่างจากนางและมี่จวนมากนัก
“ขอรับ”มี่เฟิงเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
“พวกเรากลับกันเถอะ”มี่เจินที่เห็นว่าตอนนี้นางและน้องๆได้ของกินมากพอสมควรแล้วจึงได้พาพวกเขาเดินกลับมาที่ลำธารที่นางได้ใช้ผ้าดักปลาและปูที่กลางลำธาร นางก็พบว่าในที่แห่งนี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์อยู่มากพอสมควรเพราะตอนนี้ที่กับดักของนางนั้นมีทั้งปู ปลาและกุ้งอยู่ภายในกับดักผ้าของนางอยู่มากพอสมควรนั้นเอง
“พี่ใหญ่ ท่านช่างเก่งกาจยิ่ง”มี่เฟิงที่ช่วยพี่สาวของตนลากผ้าขึ้นมาที่ฝั่งเอ่ยกับพี่สาวของตนด้วยน้ำเสียงยินดีที่วันนี้พวกเขาจะได้กินข้าวกับกับปลาเสียที
“เก่งกาจอันใดโชคช่วยต่างหากละไปพวกเรารีบกลับไปทำกับข้าวรอพ่อกันเถอะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับจูงมี่จวนกลับมาที่บ้านด้วยความยินดีที่วันนี้นางสามารถบรรลุเป้าหมายที่นางตั้งเป้าเอาไว้แล้วนั้นเอง
“เราไม่มีข้าวเหลือแล้วเ้าค่ะ”มี่จวนที่เห็นว่ามี่เจินพี่สาวของนางกำลังควานหาข้าวสารในบ้านนางจึงได้เดินมาบอกความจริงที่พ่อนำเงินที่มีทั้งหมดในบ้านใช้ไปกับการซื้อยาบำรุงมาให้นงได้กินตลอดหลายวันที่ผ่านมา
“เป็เช่นนั้นหรือ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกลับมานั่งคิดว่าใกล้จะฤดูหนาวเข้ามาเต็มทีราคาพืชผลทางการเกษตรก็มีราคาเพิ่มมากขึ้นเป็เท่าตัวเช่นนั้นแล้วครอบครัวของนางคงไม่มีเงินซื้อข้าวมากินจนพ้นฤดูหนาวเป็แน่แต่แล้วนางก็ต้องยกยิ้มขึ้นมาด้วยดีใจเมื่อนางเห็นว่าระหว่างทางกลับมานางเห็นเถาเห็นมันเืที่ข้างทาง
“อาเฟิงเ้ากับจวนเออร์อยู่ก่อไฟแล้วล้างกุ้งและปูพวกนี้รอพี่ก่อนนะเดี๋ยวพี่ออกไปหาของได้แล้วจะกลับมา”มี่เจินสั่งการน้องๆของตนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้รีบสะพายตะกร้าและแบกจอกไปที่ชายป่าด้วยท่าทางตื่นเต้นและเมื่อนางไปถึงที่เถามันเืนางก็ไม่รอช้ารีบเก็บมันลูกเล็กๆตามเถาที่พันตามต้นไม้แล้วขุดหัวของมันที่อยู่ใต้ดินด้วยความยินดีและเมื่อนางสามารถขุดมันขึ้นมาได้หมดแล้วจึงได้พบว่ามันที่นางขุดมาได้จากมันเถานี้นั้นมีมากถึงยี่สิบจินด้วยกัน
“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้ว”มี่เจินที่มารอรับพี่สาวของตนร้องะโด้วยความดีใจพร้อมกับวิ่งเข้ามาช่วยพี่ใหญ่ของนางถือจอบกลับไปเก็บที่ข้างบ้านแล้วรีบวิ่งตามไปหาพี่ใหญ่ของนางที่ห้องครัวด้วยท่าทางตื่นเต้น