บทที่ 9 ความคิดที่แตกต่าง
วิทยาลัยสื่อจินหลิง
ภายในอาคารหอพักหญิง หญิงสาวสองคนกำลังโต้เถียงกันอยู่ในหอพักหญิงแห่งหนึ่ง
“ซุนคัน ฉันรู้ว่าเธอ้าสร้างกระทู้และเพิ่มจำนวนแฟน ๆ แต่เนื่องจากเราเป็ผู้ประกาศข่าวนอกเวลา เราจึงต้องส่งต่อพลังบวก ท้ายที่สุดเขาเป็หมอ หากกลับด้านดำเป็ขาว เธอจะทำให้เขาเดือดร้อนนะ!" เฉินอันฉีกล่าวอย่างโกรธเคือง
“ฉันกำลังเปลี่ยนขาวเป็ดำเหรอ? มันเป็หน้าที่ของหมอที่จะต้องรักษาผู้คนและรักษาผู้าเ็ แต่เขากลับบังคับให้คนเจ็บเขียนเอกสารสัญญาหนี้สิน และกดลายนิ้วมือในเื นี่เป็การปฏิบัติที่ชั่วร้ายและเป็หมอที่ใจดำ!” ซุนคันเยาะเย้ย
“ถ้าเขาช่วยคนสองคนด้วยเงินสี่หยวน เขาใจดำเหรอ? เธอไม่รู้เื่การแพทย์ โดยเฉพาะด้านการแพทย์แผนจีน มีหลายสิ่งที่ดูแปลก ๆ และกฎของหมอจีนบางคนที่มีบุคลิกแปลก ๆ บางทีคนที่ช่วยชีวิตคนวันนี้อาจมีกฎว่าต้องเรียกเก็บเงินเพื่อช่วยคนก็ได้” เฉินอันฉีกล่าว
“ทำเหมือนกับว่าเธอเข้าใจเขาอย่างนั้นแหละ” ซุนคันเบะปากและพึมพำ
“ฉันเข้าใจ เพราะป้าของฉันเป็หมอจีน” เฉินอันฉีกล่าวอย่างจริงจัง
“เฉินอันฉี อย่ายุ่งเื่ของฉัน อย่างที่เธอพูด เพื่อที่จะเพิ่มจำนวนแฟน ๆ ฉันก็จะส่งวิดีโอออนไลน์นี้ขึ้นโซเชียล!” ซุนคันเถียงอย่างดื้อรั้น ทั้งยังมีความอิจฉาในใจที่ควบคุมไม่ได้ เธอพูดต่อไปว่า “เราทั้งคู่เป็ผู้ประกาศข่าว ฉันมีแฟนคลับแค่สามแสนสองหมื่นคน แต่เธอมีแฟนคลับมากกว่าสี่ล้านคน ทำไมล่ะ? นั่นเพราะเธอสวย สวยแล้วไง? ดอกไม้งามประจำวิทยาลัยสื่อจินหลิงของเราที่มีอันดับหนึ่งอย่างมั่นคง?"
“เธอ...! เธอมันไม่มีเหตุผล!”
"ตราบเท่าที่มันสามารถเพิ่มจำนวนแฟน ๆ ได้ และมีการเข้าชมมากขึ้น ต่อให้มันไม่มีเหตุผล ฉันก็จะทำ ฉันถ่ายและตัดต่อวิดีโอ และฉันสามารถอัปโหลดไปยังอินเทอร์เน็ตได้!!" ซุนคันะโใส่
"เธอ..."
ไม่กี่นาทีต่อมา...
ซุนคันลงชื่อเข้าใช้บัญชี ‘เสียงวิเศษ’ ของเธอ และโพสต์วิดีโอที่ถูกตัดต่อบนเครือข่ายโซเชียลด้วยชื่อบัญชี ‘ฮีโร่ในชุดขาวเรียกเก็บเงิน’
หลังจากอัปโหลดวิดีโอนี้ เพียงครึ่งชั่วโมงต่อมา ก็มีผู้อ่านหลายแสนคน ในพื้นที่แสดงความคิดเห็น คนหลายพันคนแสดงความคิดเห็น มีทั้งการด่าทอและการยกย่องบ้าง แต่มีคนด่าถึงสองในสาม
โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง
เกาหลงรีบกลับไปที่สำนักงาน คว้าโทรศัพท์มือถือ พร้อมกับเปิดวิดีโอที่ได้รับและตั้งใจดู
เพียงไม่กี่นาที สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างน่าพิศวง
อึ้ง...ทึ่ง...เสียว...!
เหลือเชื่อ!
อ้าปากค้าง!
หลังจากนั้นไม่นาน เกาหลงก็ตบหน้าตัวเอง ความเ็ปนี้ทำให้เขารู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มในวิดีโอนี้...
“ร่างกายท่อนบนไร้ความรู้สึก? หรือสมองชัก? อ้าปากค้างโดยไม่มีเหตุผล? เกาหลง คุณมีนิสัยแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่?” ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ประตู
“ท่านเฉิน ท่านมาที่นี่ทำไมครับ?” เกาหลงถามด้วยความงุนงง
"มาประชุมที่โรงพยาบาลของคุณ หลังจากประชุมเสร็จ..."
"คุณลองดูวิดีโอนี่!" เกาหลงขัดจังหวะอีกฝ่ายและยื่นโทรศัพท์มือถือให้ทันที
วิดีโอ?
เฉินเจียนหรงตกตะลึงและยึดโทรศัพท์มือถือไว้ สายตาของเขาตกอยู่ที่เนื้อหาวิดีโอ
ในไม่ช้า การแสดงออกของเขาก็เหมือนกับเกาหลง ในฐานะรองผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง เขาเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีนเป็อย่างมาก แม้แต่ในเมืองจินหลิงทั้งหมด เขาก็ยังสามารถอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้
ทว่าชายหนุ่มในวิดีโอนั้นมีทักษะการแพทย์ที่น่าทึ่งมาก
"วิดีโอนี้มาจากไหน เขาเป็ใคร?" เฉินเจียนหรงพูดขึ้น
“วันนี้มีอุบัติเหตุทางรถยนต์ในเมือง หลังจากที่ผมพาทีมไปถึงที่นั่น ผมขอวิดีโอจากผู้หญิงคนหนึ่งจากฝูงชนที่ถ่ายเอาไว้ ส่วนชายหนุ่มในวิดีโอ...เขาไปแล้ว"
เกาหลงกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูซับซ้อน
“เล่าสถานการณ์ให้ฟังหน่อย” เฉินเจียนหรงเร่งเร้าอีกฝ่ายอย่างเร่งรีบ
"มีผู้าเ็สาหัสสองราย หลอดเืแดงที่ขาแตก และปอดถูกเหล็กเจาะ" หลังจากเกาหลงพูดเสร็จ เขาก็เสริมอีกว่า “หลังจากที่เรามาถึง การหายใจของชายชราก็คงที่ ปอดของเขามีเืออกเพียงเล็กน้อย และไม่ได้มีเืออกมามากในหลอดเืแดงที่ขาของเขาแล้ว”
“เขาทำเหรอ?”
"นั่นคือเขา!"
เฉินเจียนหรงรู้สึกตื่นเต้น เขาไม่รีรอที่จะส่งต่อวิดีโอให้ตัวเอง แล้วกดหมายเลขโทรศัพท์มือถือ
---
กริ๊ง!
เมื่อเสียงกริ่งประตูดังขึ้น ถังเหมียวเหมี่ยวที่ง่วงนอนอยู่ในห้องนั่งเล่นก็ลืมตาขึ้นทันที
เธอไม่รอให้พี่เลี้ยงเปิดประตู จึงลุกขึ้นและรีบออกไป
“ป้าหลี่ มีอะไรเหรอคะ?” เมื่อถังเหมียวเหมี่ยวมาที่ลานบ้านและเห็นผู้คนออกมานอกลาน ใบหน้าที่อ่อนเยาว์และน่ารักของเธอก็แสดงความผิดหวัง
“ทำไม? เหมียวเหมี่ยวไม่พอใจที่ได้พบกันเหรอ ฉันจำได้ว่าหนูเคยชอบป้ามากที่สุด” หลี่ฮุยฟางค่อย ๆ บีบใบหน้าถังเหมียวเหมี่ยวด้วยรอยยิ้ม แต่ก็เกิดข้อสงสัยเล็กน้อยขึ้นมา
"มีความสุข..." ถังเหมียวเหมี่ยวตอบกลับ แต่ใบหน้าของเธอกลับไม่ค่อยมีความสุขแต่อย่างใด
“พี่หลี่มาแล้วเหรอ มานั่งในห้องสิ” ถังหว่านสวมเสื้อผ้าอยู่บ้าน และกำลังเช็ดผมยาวเปียก ๆ ของเธอด้วยผ้าขนหนูแห้ง พลางเดินออกมาทักทาย
“ถังหว่าน ในที่สุดเธอก็อยู่บ้านสักที! ครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ ฉันกังวลว่าเธอจะไม่อยู่บ้าน!” หลี่ฮุยฟางโบกมือแล้วพูดว่า "ฉันจะไม่เข้าไป ฉันมาที่นี่เพื่อทักทายเธอเท่านั้น วันนี้บ้านของเรากำลังจะย้ายออก ถ้าเธอไม่มีเวลาไปรับส่งเหมียวเหมี่ยว เธอสามารถโทรเรียกฉันได้ ฉันยังมีเวลาอีกมาก”
“ย้าย? จู่ ๆ ย้ายได้ยังไง?!” ถังหว่านถามด้วยความประหลาดใจ
“อันที่จริง เราอยากย้ายมานานแล้ว ปู่ย่าตายายของตงตงแก่แล้ว เราเลยอยากย้ายไปอยู่กับพวกเขา บังเอิญมีคนพบเราวันนี้และ้าซื้อบ้านของเรา เราก็เลยพร้อมที่จะขาย”
ถังหว่านไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเื่นี้ เธอกล่าวด้วยความเสียใจเล็กน้อยว่า “เป็การดีที่จะย้ายไปอยู่กับคนชราและดูแลพวกเขาได้ง่ายขึ้น ถ้าในอนาคตว่าง ๆ พี่หลี่มาเยี่ยมพวกเราบ้างนะ เหมียวเหมี่ยวคงคิดถึงพี่มาก"
“ตกลง ฉันจะกลับมาหาเหมียวเหมี่ยวบ่อย ๆ” หลี่ฮุยฟางยิ้ม
“พี่หลี่ ขอถามได้ไหมว่าใครซื้อบ้านของพี่?” ถังหว่านถาม
“นามสกุลของอีกฝ่ายดูเหมือนจะเป็หวง แต่ฉันไม่รู้ชื่อ เพราะเราจะไปเซ็นสัญญากับอีกฝ่ายในภายหลัง แล้วเราจึงค่อยย้าย” หลี่ฮุยฟางกล่าว
นามสกุลหวง?
ถังหว่านพยักหน้าเบา ๆ และพูดคุยกับหลี่ฮุยฟางอีกสองสามคำ ก่อนที่อีกฝ่ายจะกลับไป
เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อย...
ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอเข้ากันได้ดีกับครอบครัวของหลี่ฮุยฟาง บางครั้งเธอยุ่งกับงานและมัก้าความช่วยเหลือจากหลี่ฮุยฟางเพื่อไปรับลูกสาว บางครั้งลูกสาวของเธอก็นอนที่บ้านของหลี่ฮุยฟางในตอนกลางคืน
"ฉันหวังว่าเพื่อนบ้านใหม่จะเข้ากันได้ดี!"
ถังหว่านถอนหายใจเบา ๆ มองไปที่ลูกสาวของเธอแล้วพูดว่า "เหมียวเหมี่ยว ข้างนอกหนาวมาก เข้าไปกันเถอะ!"
"โอ้!"
ถังเหมียวเหมี่ยวตอบและเดินเข้าไปอย่างเฉยเมย
เธอดูไม่มีความสุขเล็กน้อย
เพราะพ่อแปลก ๆ คนนั้นเจอโรงเรียนแล้ว ทำไมเขาถึงไม่กลับมาบ้านล่ะ?
ถ้าเขาดูแลเธอดี ๆ ในอนาคตเธอจะเรียกเขาว่าพ่อ!