หลังจากอเล็กซ์เติมน้ำมันลงถังน้ำมันสำรองของยานเกราะเต็มแล้ว ด้านมะลิกับอลิซาเบธก็ขนเสบียงเสร็จแล้วเช่นกัน เมื่อไม่มีอะไรต้องทำอีกแล้ว ยานเกราะล้อยางที่ถูกปรับแต่งก็เคลื่อนที่ออกจากปั๊มน้ำมันแห่งนี้ไป ระหว่างทางอเล็กซ์ได้สอนให้ทั้งสองสาวขับยานเกราะคันนี้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เื่ยากเลย เพราะทั้งสองสาวนั้นมีประสบการณ์ในการขับรถยนต์มาบ้างแล้ว ซึ่งการขับขี่ยานเกราะคันนี้ก็ไม่ต่างจากรถยนต์ปรกติเท่าไหร่
อาเล็กยังได้อธิบายการทำงานในส่วนต่างๆ ของยานเกราะให้ทั้งสองสาวได้รับรู้เอาไว้ด้วยเช่นกัน โดยกลไกการทำงานภายในส่วนของมันอาศัยการเปิดปิดวาวลม หรือเรียกการทำงานแบบนิวเมติกส์นั่นเอง ด้านมะลิกับอลิซาเบธรู้สึกทึ่งกับยานเกราะคันนี้มาก มันไม่มีระบบไฟฟ้าใดๆ อยู่เลยเหมือนกับที่อเล็กซ์บอก แม้แต่ระบบไฟส่องสว่างมันยังอาศัยแสงจากแร่ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติกักเก็บแสงของดวงอาทิตย์มาใช้งานแทนหลอดไฟด้วยซ้ำ ถึงแม้มันจะมีความสว่างเพียงเล็กน้อยก็ตาม ทั้งสองสาวใช้เวลาไม่นานก็คุ้นชินกับยานเกราะคันนี้
ก่อนจะเข้าเขตมหาวิทยาลัย อเล็กซ์ได้จอดที่ร้านขายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง เขาใช้เวลาไม่นานก็ขนของมากมายใส่เข้าไปในยานเกราะจนเกือบเต็ม แล้วยานเกราะคันนี้ก็กลับมาถึงหอพักหญิงในที่สุด อเล็กซ์ได้นำยานเกราะไปจอดเก็บไว้ที่ด้านหลังของหอพัก เนื่องจากมันมีกำแพงสูงล้อมรอบ แต่ก่อนพื้นที่แห่งนี้เป็ลานจอดรถสำหรับเ้าของห้องพักในแต่ละห้อง ซึ่งพวกเธอทุกคนต้องจ่ายค่าที่จอดรถถึงแม้จะไม่มีรถก็ตาม แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็สถานที่ทิ้งขยะรวมไปสู่ซากศพซอมบี้มากมาย หลังจากหลายวันผ่านไปซากศพเหล่านี้ก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็นแล้ว
เมื่อทั้งสามคนลงมาจากยานเกราะ มะลิกับอลิซาเบธถึงกับอ้วกออกมาทันทีที่ได้สูดกลิ่นของกองซากศพที่เน่าเหม็นเข้าไป อเล็กซ์เลยให้ทั้งสองสาวขึ้นไปพักที่ชั้นดาดฟ้าก่อนได้เลย ส่วนเขายังคงต้องใช้เวลาในการปรับแต่งยานเกราะล้อยางคันนี้อีกสักหน่อย และเขาตั้งใจจะเผาซากศพที่กองเป็ูเาลูกย่อมๆ นี้ด้วย แล้วเวลาก็ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ค่ำคืนที่น่ากลัวก็วนกลับมาอีกครั้ง
อเล็กซ์ยังคงอยู่ภายในลานจอดรถ ใน่เวลาก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ทำเพียง ปรับแต่งยานเกราะเท่านั้น และทำหน้าที่สัปเหร่อจำเป็ไปด้วย อเล็กซ์ยังได้นำวัสดุต่างๆ ที่เอามาจากร้านขายวัสดุก่อสร้าง มาทำเป็อาวุธให้ผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในตึกแห่งนี้อีก โดยอาวุธที่เขาสร้างขึ้นนั้นจะเรียกว่าหอกก็ไม่ผิด เพราะมันคือท่อนเหล็กที่มีขนาดเหมาะมือ โดยที่ส่วนปลายของมันถูกลับคมจนแหลม เ้าสิ่งนี้คืออาวุธชิ้นแรกที่เขาจะมอบให้กับทุกคนในหอพักได้ใช้ เนื่องจากระยะโจมตีของมันที่ไกลกว่าการใช้มีดหรือดาบมาก มันจะช่วยให้กลุ่มผู้รอดชีวิตกล้าต่อสู้กับเหล่าซอมบี้และพวกบีสท์มากขึ้น
หลังจากอเล็กซ์ทำทุกอย่างแล้วเสร็จ นาฬิกาข้อมือของเขาก็บอกเวลาว่าสองทุ่มแล้ว เขาจึงสั่งให้เด็กหนุ่มทั้ง 5 คน มาช่วยแบกหอกเหล็กจำนวนมากขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของหอพัก พวกเขาค่อนข้างจะมีความกระตือรือร้นมาก เพราะทุกครั้งหลังจากช่วยงานของอเล็กซ์แล้ว เด็กหนุ่มกลุ่มนี้จะได้ของกินเล่นเป็การตอบแทน ค่าความภักดีของทั้ง 5 คนนี้ เลยเกิน 80 หน่วยไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนว่าวันนี้ พวกเขาจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 4 คน และนี้คือจำนวนผู้ชายทั้งหมดที่อยู่ในกลุ่มผู้รอดชีวิตจากโรงงานร้าง
หลังจากกลุ่มเด็กหนุ่มแบกหอกเหล็กขึ้นมาเก็บไว้บนชั้นดาดฟ้าเสร็จแล้ว อเล็กซ์พูดคุยกับพวกเขาอีกสักพัก พร้อมกับออกคำสั่งอย่างเป็กิจจะลักษณะ ให้กับเด็กหนุ่มอีก 4 คนที่เหลือ ว่าต่อจากนี้พวกเขาจะมีหน้าที่เป็เวรยามคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียน กับกลุ่มเด็กหนุ่ม 5 คนก่อนหน้านี้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่อยู่ก่อนแล้ว การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของอเล็กซ์ได้ทำให้ค่าความภักดีของผู้รอดชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ทุกคนคิดว่าตัวเองกลายเป็ทหารไปแล้ว …
วันนี้อาเล็กไม่ได้มีความตั้งใจจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเหมือนอย่างเคย เพราะตอนนี้เขารู้สึกตัวว่าร่างกายของเขา้าการพักผ่อนอย่างเร่งด่วน แล้วเมื่อเขารับประทานอาหารเย็นเสร็จ ก็เริ่มพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาสาวที่กำลังนั่งคอยเพื่อจะได้พูดคุยกับเขาอยู่
ด้านมะลิ อลิซาเบธ เฮร่าและอาเธอร์ นั้นพวกเขาได้เข้านอนไปก่อนหน้านี้แล้ว และดูเหมือนว่ากลุ่มนักศึกษาสาวจะมีการ จัดเวรยามกันเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน เพราะพวกเขารู้สึกเกรงใจอเล็กซ์กับมะลิมาก ทั้งๆที่ 2 บุคคลนี้เดินทางมาเพื่อช่วยเหลือพวกเธอแท้ๆ แล้วในเวลากลางคืนยังทำหน้าที่เฝ้ายามอีก ่กลางวันของวันนี้กลุ่มนักศึกษาสาวเลยได้หารือกัน ว่าต้องช่วยแบ่งเบาภาระให้กับอเล็กซ์บ้าง และที่พวกเธอรอพูดคุยกับเขาอยู่นี้ ก็คือเื่นี้นั่นแหละ ยิ่งตอนที่พวกเธอเห็นอเล็กซ์สั่งการเด็กหนุ่มทั้ง 4 มันยิ่งทำให้พวกเธอแน่ใจว่า การที่พวกเธอทั้งหมดรอคำสั่งอนุญาตจากอเล็กซ์ก่อนทำการใดๆ ลงไปนั้นเป็เื่ที่ถูกต้องแล้ว
การพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาสาวใช้เวลาไม่นาน โดยพวกเธอได้มอบอำนาจการพูดคุยให้กับนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ใส่แว่นตาอันหนาแต่หน้าตาสวยคนเดิมเป็คนพูดแทน มันเลยทำให้อเล็กซ์รู้จักชื่อของนักศึกษาปริญญาเอกคนนี้ว่าเธอชื่อ ยุพิน เป็นักศึกษาปริญญาเอกสาขาเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ หรือจะให้เข้าใจง่ายกว่านี้ก็คือ ยุพินเป็นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง อเล็กซ์เลยใช้โอกาสนี้สอบประวัติของนักศึกษาสาวทุกคนเสียเลย พร์จ่าฝูงของเขาจะได้แสดงชื่อของพวกเธออย่างถูกต้องเสียที เพราะก่อนหน้านี้มันแสดงชื่อของทุกคนในกลุ่มนักศึกษาสาวว่า
" มนุษย์เพศหญิง 1 ความภักดี 82 "
เมื่อการประชุมแล้วเสร็จ สาวๆ นักศึกษาที่ไม่ได้เข้าเวรยามก็กลับไปนอนในเต็นท์ของตัวเอง ด้านอาเล็กก็เช่นกัน ถึงแม้ค่าพละกำลังของเขายังคงมีอยู่มาก แต่ค่าสติปัญญาและประสาทััในตอนนี้มันลดลงต่ำกว่า 50 หน่วยแล้ว มันคงเกิดจากความตึงเครียดที่สะสมมาเป็เวลานาน และนี้เป็ครั้งแรกที่เขาเข้าใจว่า หน้าต่างค่าสถานะที่แสดงให้เขาเห็นเป็ประจำ มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และมันจะแสดงผลที่เป็ปัจจุบันให้เขาเห็น
คืนนี้อเล็กซ์นอนในเต็นท์เดียวกับมะลิโดยมีอาเธอร์กั้นกลางเอาไว้ แต่ก่อนที่เขาจะหลับ อเล็กซ์ใช้ความคิดสั่งการให้พร์ระบบไร้ขีดจำกัดแสดงค่าสถานะขึ้นมาให้เขาดู
" ชื่อ อเล็กซ์ เรนเดลล์ อายุ 30 ปี
เผ่าพันธุ์ มนุษย์ ระดับวิวัฒนาการ 1
แต้มสังหาร 9,234
พร์
1)ระบบไร้ขีดจำกัด ระดับ 1
ใช้แต้มสังหาร 0/1,000,000 เพื่อวิวัฒนาการสู่ระดับที่ 2
2)จ่าฝูง ไม่มีระดับพัฒนาตามระดับวิวัฒนาการ
สมาชิก
อาเธอร์ เรนเดลล์ ความภักดี ถาวร สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
จัสมิน ชู ความภักดี 100
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
อลิซาเบธ เรนเดลล์ ความภักดี ถาวร
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
เฮร่า เรน ความภักดี 95
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
มีอีก 90 ชีวิตที่ยอมติดตาม สามารถเปิดขึ้นมาดูค่าสถานะได้
3)กึ่งะ ไม่มีระดับพัฒนาตามระดับวิวัฒนาการ
ใช้แต้มสังหาร 10 แต้ม เพื่อเพิ่มพลังชีวิตที่เสียไปทันที่ 1 หน่วย ถ้าความเสียหายเกินกว่าพลังชีวิตจะตายทันที
ค่าสถานะ
พลังชีวิต 180/180 แต้มสีแดง 75
พละกำลัง 320/325 แต้มสีเขียว 85
ความแข็งแกร่ง 250/250 แต้มสีน้ำเงิน 80
ความแม่นยำ 180/180 แต้มสีฟ้า 50
ความเร็วความคล่องตัว 150/150 แต้มสีขาว 60
สติปัญญาและการตอบสนอง 41/170 แต้มสีส้ม 50
ทักษะพิเศษ แต้มสีทอง 8
1)มองเห็นในที่มืด
ติดตัว ระดับ 5
ยิ่งมีระดับสูงขึ้นความคมชัดยิ่งมากขึ้น
2)เพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า
เรียกใช้ ระดับ 1
ลดพละกำลัง 10 หน่วยทุกวินาทีที่ใช้
3)ตีนแมว
ติดตัว ระดับ 5
เสียงฝีเท้าเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น ลดความเสียหายเมื่อตกจากที่สูง
4)การจดจำแบบภาพถ่าย
ติดตัว ระดับ 3
ยิ่งมีระดับมากขึ้น พื้นที่ในการจดจำแบบภาพถ่ายจะมากตามไปด้วย
5)กงเล็บปีศาจ
เรียกใช้ ระดับ 3
เปลี่ยนเล็บให้กลายเป็ของคมยากจะถูกทำลายเมื่อมีระดับสูงขึ้น รวมถึงทำให้มือทั้งสองข้างแข็งแกร่งขึ้นด้วย
ลดพละกำลัง 1 หน่วยทุกวินาทีที่ใช้ "
ถึงแม้การเก็บเกี่ยววันนี้เขาจะไม่ได้รับพร์หรือทักษะพิเศษใหม่ๆมา แต่มันก็ทำให้ อเล็กซ์มั่นใจว่า ต่อให้เขาไม่ได้ลงมือฆ่าสิ่งมีชีวิตด้วยตัวเองตาม เพียงแค่การตายนั้นเกิดจากสมาชิกที่อยู่ในฝูงของเขา อเล็กซ์ก็ได้รับแต้มสังหารรวมถึงแต้มสีต่างๆ ด้วยเช่นกัน แต่เขายังไม่มั่นใจว่าเื่ระยะทางจะมีผลกับพร์นี้หรือเปล่า
หลังจากตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองแล้ว อเล็กซ์ก็ไปตรวจสอบค่าสถานะของคนอื่นๆ แล้วเขาก็พบความจริงอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้รอดชีวิตทุกคนที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการเป็ระดับที่ 1 พร์กับทักษะพิเศษจะไม่ปรากฏขึ้นมา แต่ทุกคนที่อาศัยอยู่ในหอพักแห่งนี้ก็ยังคงได้รับผลของพร์จ่าฝูงของเขาอยู่ และเขายังพบว่า ค่าสถานะทางร่างกายนั้นสามารถพัฒนาได้ด้วยวิธีทางธรรมชาติเช่นเดิม ยกตัวอย่างเช่น มะลิ มีค่าสติปัญญาเพิ่มขึ้นเป็ 85 แล้วตอนนี้ …
ในค่ำคืนนี้ยังเป็เฉกเช่นเดียวกลับเมื่อวาน ส่วนในและส่วนกลางของตัวจังหวัดยังคงมีการรบราฆ่าฟันกันเช่นเดิม เสียงะเิยังคงดังกึกก้อง เปลวเพลิงสีแดงยังคงสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงคำรามก้องของพวกซอมบี้ยังคงดังไม่หยุด แต่เสียงปืนที่เคยดังไม่หยุดเริ่มขาดหายเป็่ๆ อเล็กซ์ที่ยังคงไม่ได้หลับได้ใช้การฟังเสียงเพื่อคาดการณ์เื่ราวต่างๆ รวมถึงทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ผ่านมาอีกด้วย แต่เมื่อค่าสติปัญญาของเขาลดลงต่ำถึง 20 หน่วย อเล็กซ์ก็หลับไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว…
" พ่อครับ ! ตื่นได้แล้วครับเช้าแล้ว "
เสียงของอาเธอร์ดังขึ้นที่ข้างใบหูของอเล็กซ์ทำให้เขาสะดุ้งตัวตื่นขึ้นทันที พร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ตอนนี้เป็เวลาตีห้า ลูกชายของเขานั้นเป็เด็กที่ตื่นเช้าโดยธรรมชาติอยู่แล้ว การที่อาเธอร์จะปลุกเขาในเวลานี้มันเป็เื่ที่ปกติมากๆ แล้วอเล็กซ์ก็ชำเลืองมองดูมะลิว่าเธอเป็เช่นไร เขาพบว่าเธอยังคงหลับเป็ตาย เื่ตื่นเต้นเมื่อวานมันคงสูบค่าสถานะสติปัญญาที่มีน้อยนิดของเธอไปจนหมดไม่ต่างอะไรกับเขา อเล็กซ์จึงไม่ได้ปลุกเธอขึ้นมาด้วยกัน ยังไงซะแผนการในวันนี้ของเขาก็ไม่ได้จะไปที่ไหน
อเล็กซ์ออกมาทำธุระส่วนตัวก่อนใคร แล้วเขาก็เริ่มปลุกทุกคนให้ตื่นนอนรอรับแสงแรกของวันใหม่ หลังจากทุกคนทำธุระส่วนตัวเสร็จหมดแล้วก็มารวมกันที่ดาดฟ้า การฝึกของวันนี้จึงได้เริ่มขึ้น โดยผู้รอดชีวิตทุกคนไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของเขาด้วย จะได้รับหอกเหล็กคนละอัน ทุกคนต้องทำความเคยชินกับอาวุธประจำกายชิ้นนี้ให้เร็วที่สุด เริ่มั้แ่การออกกำลังกายโดยที่มีหอกอยู่ในมือ จากนั้นก็อเล็กซ์ก็สอนการใช้งานที่ถูกต้องให้กับพวกเขา ั้แ่การถือหอกในขณะเดิน การถือหอกในขณะวิ่ง แม้แต่ในลักษณะการวางหอกที่ถูกวิธี รวมไปถึงการดูแลรักษา
วันนี้อาเล็กไม่ได้สอนให้ผู้รอดชีวิตใช้หอกในการต่อสู้แต่อย่างใด โครงการสอนในลักษณะนี้เขามีวิธีอยู่ในใจแล้วว่าจะสอนผู้รอดชีวิตอย่างไร เมื่อการฝึกวันนี้สิ้นสุดลง อเล็กซ์ไม่ได้บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักหรือมอบหมายงานใดๆ ให้กับพวกเขาเหมือนกับวันก่อนๆ แต่อเล็กซ์ได้ออกคำสั่งให้พวกเขาแบ่งกลุ่มละคน 5 จากนั้นก็เดินแถวเรียงหน้ากระดานเข้ามารายงานตัวกับอเล็กซ์ทีละกลุ่ม ทุกคนต้องบอกชื่อนามสกุลและอายุจริงๆ ของพวกเขา การที่อเล็กซ์ทำแบบนี้นอกจากจะทำให้ทุกคนรู้จักกันและกันมากขึ้น อเล็กซ์ยังจะสามารถใช้พร์จ่าฝูงจัดการสมาชิกในฝูงของตัวเองได้ดีขึ้นอีกด้วย
หลังจากการแบ่งกลุ่มและรายงานตัวเสร็จ อเล็กซ์จึงได้เริ่มมอบหมายหน้าที่ โดยแต่ละหน้าที่จะถูกมอบหมายให้แต่ละกลุ่มไม่ได้มอบหมายให้เป็คนๆไปเหมือนแต่ก่อน และต่อแต่นี้ไปแต่ละกลุ่มต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่กันไป ยกตัวอย่างการเฝ้ายาม จะไม่ใช้เพียงแค่เด็กหนุ่มเท่านั้น และการทำอาหารก็จะไม่ใช้แค่กลุ่มผู้หญิงเท่านั้น การที่เขาทำแบบก็เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เขากำลังสร้างขึ้น เพื่อให้ทุกคนมีพื้นฐานทางสังคมที่เท่าเทียมกัน มันถือเป็การละลายพฤติกรรมั้แ่ในอดีตอย่างหนึ่ง เพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว หน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ด้านกลุ่มผู้รอดชีวิตไม่มีการคัดค้านหรือโต้แย้งแต่อย่างใด ตอนนี้พวกเขาเริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกใบใหม่ที่โหดร้ายนี้ได้บ้างแล้ว และการที่พวกเขาทุกคนมีหอกอยู่ในมือแบบนี้ พวกเขาได้คาดการณ์แล้วว่าวันหนึ่งอเล็กซ์ต้องพาพวกเขาออกไปฆ่าฟันกับสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายภายนอกหอพักแห่งนี้อย่างแน่นอน และภายใต้พร์จ่าฝูงของอเล็กซ์มันก็จะสร้างให้กลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้กลายเป็เครื่องจักรสังหารในไม่ช้า…